นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #5
ปักษิณ
...คำตอบ​ที่กำจรมีให้ดาวเรือง ผู้ภรรยา​ที่เคย​เป็นยอดรักยอดดวงใจของ​เขาเริ่มห้วนไม่มีหางเสียงเหมือนเคย บางคราวถึง​กับกระโชกโฮกฮาก​เอาเลย​ทีเด...

ตอน : อุบัติเหตุจริงหรือ?

คลิกดูภาพขยาย
คำตอบ​ที่กำจรมีให้ดาวเรืองผู้ภรรยา​ที่เคย​เป็นยอดรักยอดดวงใจของ​เขาเริ่มห้วนไม่มีหางเสียงเหมือนเคย บางคราวถึง​กับกระโชกโฮกฮาก​เอาเลย​ทีเดียว พลอยทำให้อารมณ์​ที่เคยเยือกเย็นของดาวเรืองเริ่มเสียกระบวนตาม​ไปด้วย

ตั้งต้นปรึกษาปัญหาหรือพูดจาปรับทุกข์กันคราวใด พอถกปัญหากัน​ไปสักพักก็กลับกลาย​เป็นลงท้ายด้วย​ความโมโหฉุนเฉียวพาลทะเลาะกันเสียทุกครั้ง​ไป

กลับบ้านทุกคืนกำจร​จะเมาแประกลับมา ​เขาเมาขนาดโงหัวแทบไม่ขึ้น​ พูดจาอ้อแอ้ฟังไม่รู้เรื่อง​ขึ้น​ทุกวัน สร้าง​ความโศกเศร้ารันทดทุกข์ระทมให้​กับลูกเมีย​เป็นอย่างมาก

​แต่ก็ไม่มี​ใคร​ที่​จะ​สามารถห้ามปรามกำจร​ได้เลย​​แม้​แต่คนเดียว!

ในตอนหัวค่ำวันเกิดเหตุ​ซึ่ง​เป็นวันสิ้นเดือน กำจรกลับเร็วกว่าปกติหากยังคงเต็ม​ไปด้วย​ความมึนเมาเหมือนเช่นเคย...​

"พี่เมามากแล้ว​นะพี่กำจร รีบ​ไปอาบน้ำอาบท่านอนเสียเถอะ พรุ่งนี้​จะ​ได้ตื่น​แต่เช้า​​ไปทำงาน​ได้ทันเวลา"

"ทันอยู่​แล้ว​ทูนหัว ไม่​ต้องกลัวหรอกว่าพี่​จะ​ไปเหลวแหลกเถลไถลอยู่​เสีย​ที่ไหน?"

"วันนี้วันเงินเดือนออกไม่ใช่หรือพี่?"

"เออ..​แต่พี่จ่ายค่าเหล้า​ที่ค้างร้านเฮียแจ้​เขาไว้ตั้งแต่เดือนก่อนหมดแล้ว​ เหลืออยู่​เพียงห้าร้อยบาท​พี่ขอ​เอาไว้ต่อทุนก่อน​ได้ไหม?"

"ต่อทุนต่อเทินอะไร​กันอีกล่ะพี่ แค่ค่าเหล้าเฮียแจ้ก็แทบ​จะไม่เหลือหลอพอให้จับจ่าย​ใช้สอยเลย​ ลำพังเงินเดือนของฉันค่ากินอยู่​ของลูกสองคนก็​จะแย่อยู่​แล้ว​ นี่ขนาดต้นเดือนยังแย่ขนาดนี้ เรา​จะ​เอา​ที่ไหนส่งงวดให้นายสุเรนทรากุมาร​เขาล่ะ?"

"อุวะ..ก็อยากเสือก​เป็นหนี้​เขาทำไมล่ะ ค่าดอกเบี้ยไอ้แขกบ้านี่อย่างเดียว ก็แทบไม่มี​จะแดกกันอยู่​แล้ว​"

"ก็​ใครล่ะ​ที่​เป็นคนต้นคิด ​ที่ให้​เอาเงิน​เขามา​ใช้ก่อน บอกว่าเงินจ่ายรายวันเนี่ยนะ ถึงอย่างไรเราก็มีปัญญาจ่าย​เขาอยู่​แล้ว​"

"​จะ​ใครเสียอีกล่ะ ก็เอ็ง​กับข้านี่ยังไงล่ะวะ ​ที่สมคบกัน​ไปกู้เงิน​เขา หน็อยแน่ะ​จะมาโทษข้าคนเดียว​ได้ยังไงกันหือ?"

"ไม่​ได้โทษพี่คนเดียว..​แต่พูดขึ้น​มา​เพื่อ​จะเตือนพี่ให้เพลาๆ​เรื่อง​ดื่มเหล้าลง​ไปเสียบ้าง เงิน​จะ​ได้ไม่ขาดมืออย่างทุกวันนี้ ฉันขอเพียงแค่นี้​จะ​ได้ไหมล่ะ?"

"เฮ้ย! ​ที่ข้า​ต้องกินเหล้าทุกวันเนี่ยก็​เพราะมันกลุ้มเข้าใจไหมวะ เอ็งอย่ามาห้ามข้าเลย​ดาวเรือง มาช่วยทำให้พี่หายกลุ้มดีกว่า ​เมื่อไม่มีเรื่อง​กลุ้มใจกะเดี๋ยวข้าก็เลิกดื่มเองแหละ​น่า อย่า​ได้ตกอกตกใจ​ไปเลย​"

"​จะช่วย​ได้อย่างไรกัน เผลอแผล็บเดียวเรา​เป็นหนี้ปาเข้าตั้งห้าหกหมื่นแล้ว​ ส่งรายวัน​ทั้งต้น​ทั้งดอกเบี้ยรวมกันแล้ว​วันละตั้งสองพันกว่าบาท​ แล้ว​เรา​จะ​เอา​ที่ไหนให้​เขากันล่ะพี่?"

"ก็ส่งมัน​แต่ดอกเบี้ยซีวะ..กูบอกมึงตั้งกี่ครั้งแล้ว​เรื่อง​เงินเนี่ย ให้บอกไอ้แขกบ้าหน้าเลือดมัน​ไป มี​แต่เพียงดอกเบี้ยนี่เท่านั้น​​ที่หาให้มัน​ได้ ​ส่วนเงินต้นเนี่ยนะ..มี​เมื่อไหร่แล้ว​​จะ​ใช้ให้หมด"

"ทำอย่างนั้น​​ได้อย่างไรเล่าพี่ ​เขากล้าให้เรายืมก่อนตั้งห้าหกหมื่นก็นับว่ามีบุญมีคุณมากโขอยู่​แล้ว​ ยัง​จะคิดเบี้ยว​เขาอีกหรือ..ฉันไม่​เอาด้วยหรอกนะ!?"

"​ที่เราส่ง​เขาวันละตั้งสองพันบาท​เนี่ย ​ใคร​ที่ไหนมัน​จะเนรมิตให้ทันเล่าหือ?"

"​ที่เราส่ง​เขาวันละสองพันบาท​เนี่ย มันรวมส่ง​ทั้งต้น​ทั้งดอกเบี้ยนะพี่ เงินห้าหมื่นกว่ากำหนดชำระ​เขาหมดภายในสามสิบวันเท่านั้น​เองนะ?"

"แล้ว​เอ็ง​กับข้าสองคนทำงานรวมกันแล้ว​​ได้วันละซักเท่าไหร่เชียวค่ากินอยู่​ค่าเดินทางของเราสองคน​และของลูกๆ​ แล้ว​ไหน​จะค่า​ใช้จ่ายประจำวันต่างๆ​​ที่ตามมาอีก ข้อสำคัญยังมีค่าเงินต้นกะค่าดอกเบี้ยแขกอีกต่างหาก ลำพังเพียงเราสองคนสองแรงเนี่ย มัน​จะ​ไปพอยาไส้​ที่ไหนล่ะฮึ?"

"ตอนนี้​ทั้งเนื้อ​ทั้งตัวฉันเหลือเงินแค่สองร้อยบาท​เท่านั้น​ นี่อีกซักกะเดี๋ยวนายแขกสุเรนทรากุมารก็​จะมาเก็บค่างวดรายวันแล้ว​ เรา​จะบอก​เขาว่าอย่างไรกันดีล่ะพี่?"

"ก็ขอผลัด​เขา​เป็นพรุ่งนี้ซีวะ นี่​ถ้าเอ็ง​จะ​เอาเงินห้าร้อยจากพี่​ไป แล้ว​พี่​จะ​เอา​ที่ไหน​ไปต่อทุน เดี๋ยวพอถึงพรุ่งนี้ก็เลย​ไม่มีเงินเหลือติดตูดกันหรอก!"

"​แต่​ถ้าพี่​เอา​ไปเล่นพนันแล้ว​มันเกิดเสียล่ะ มิยิ่งแย่กว่าอีกหรือ?"

"ปากไม่ดีนี่ดาวเรือง พูดราว​กับ​จะแช่งพี่อย่างนั้น​แหละ​ อย่าโกรธพี่เลย​นะ ​ที่พี่ทำทุกอย่างเนี่ยก็​เพราะหวังดีนะ ทำ​เพื่อหวัง​จะช่วยกอบกู้ฐานะของเราคืนมานะจ๊ะ​"

"กอบกู้ด้วยการเล่นการพนันนี่นะหรือพี่..ฉันไม่​เอาด้วยหรอก"

"แล้ว​เอ็งมีทางออก​ที่ดีกว่านี้ล่ะหรือนังดาวเรือง..มาทำดูถูกฝีมือข้า​ได้ ชิชะ!..ข้า​กำลังมือขึ้น​นะโว้ย วันนี้ข้า​ได้มาพอส่งค่าเหล้าร้านเฮียแจ้​เขาก็แล้ว​กันละวะ!"

"นั่นนายสุเรนทรากุมารเดินมาโน่นแล้ว​ พี่กำจรขอผลัด​กับ​เขา​เอาเองก็แล้ว​กัน"

"​ได้..เดี๋ยวข้า​จะบอก​กับ​เขาเองก็​ได้วะ!"

กำจรหันหลังขวับ​ไปทางด้านหน้าบ้าน แลเห็นนายสุเรนทรากุมาร​กำลังจอดรถสกู๊ตเตอร์ตรงหน้าบ้าน​พอดี ภารตะหนุ่มก้าวลงจากรถเดินตรงเข้ามาในเขตบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม​พร้อม​กับทำหัวสั่นหัวคลอนน้อยๆ​ ยกสองมือชูมาข้างหน้าคล้าย​กับ​กำลัง​จะเข้า​ไปพบ​กับญาติสนิทกระนั้น​แหละ​

​แต่พอหนุ่มอินเดียนก้าวข้ามธรณีประตูเท่านั้น​เอง ร่างของสุเรนทรากุมารก็ทิ่มคะ​มำลงบนพื้นห้องอย่างไม่​เป็นท่า ใบหน้าปนรอยยิ้ม​ที่​กำลังอ้าปากเอ่ยทักทายด้วยกิริยาหัวสั่นคลอนนั้น​ พลันก็กลับกลาย​เป็นตกตะลึงดวงตาลุกโพลง

โครม!!

อินเดียนหนุ่มจากเมือง​พระรามหน้าทิ่มลง​ไปกองแทบเท้าของดาวเรือง​ซึ่งลุกขึ้น​ยืน​และ​กำลังเดินออกมาต้อนรับ​พอดี!


*********


คุณหมอลิซ่า แฟรี่แห่งสถานีอนามัยตำบลแสนสุขเย็บบาดแผล​ที่ใต้คางให้สุเรนทรากุมารถึง ๑๒ เข็ม นับว่าบาดแผล​ที่​เขา​ได้รับจากการล้มหน้าคะ​มำนั้น​กระทบลง​กับพื้นอย่างแรง

สุเรนทรากุมารบอก​กับหมอแฟรี่ว่าไม่มีผู้ใด​ที่ทำร้าย​เขาหรอก เพียง​แต่​ความรู้สึกตอนหน้าคะ​มำลง​ไปนั้น​คล้าย​กับมี​ใครขัดขา​เขา​และผลัก​เขา​ไปข้างหน้า​เขาจึงล้มลงอย่างไม่​เป็นท่า ​โดย​ที่​เขาไม่​ได้ระวังตัวเลย​​แม้​แต่น้อย

กอปร​กับดาวเรือง​และกำจรต่างพากันยืนยันอย่างขันแข็งว่านายสุเรนทรากุมารเดินตรงเข้าบ้านมาดีๆ​ก็เกิดหน้าคะ​มำล้มลงฟาดพื้น​ไปต่อหน้าต่อตาจน​ทั้งคู่ตกตะลึง

​เนื่องจากการบาดเจ็บเกิดขึ้น​จากอุบัติเหตุ ถึง​แม้นายสุเรนทรากุมารพยายาม​ที่​จะอธิบายยืนยันว่า​เขาล้มคล้าย​กับถูกผลัก​และขัดขา​แต่ก็ไม่มีพยานระบุว่า​ใคร​เป็นคนทำ ​เพราะ​ทั้งสองผัวเมีย​และลูกน้อย​ทั้งสอง​กำลังนั่งถกปัญหาชีวิตกันอยู่​​ที่โต๊ะกลางห้องเบื้องหน้าของหนุ่มเมือง​พระรามนั่นเอง หา​ได้มีผู้ใดยืนอยู่​ด้านหลังของ​เขาไม่ ​และก็สองผัวเมียอีกนั่นแหละ​​ได้ช่วยเรียกรถสองแถว​และพา​เขามา​ที่อนามัยด้วยตนเอง

หลังจากนั้น​เรื่อง​การขอประนีประนอมผัดผ่อนหนี้ของสองผัวเมียจึงไม่​ได้มี​ความลำบากมากมาย​นักดัง​ที่​ได้คาดการณ์กัน​เอาไว้ ​ทั้งนี้ก็​เพราะกำจร​และดาวเรือง​เป็นผู้พานายสุเรนทรากุมารมาสถานีอนามัยตำบลแสนสุข​ซึ่งอยู่​ใกล้​ที่สุด ​เพราะ​ทั้งคู่ต่างก็รู้จัก​กับคุณหมอแฟรี่​เป็นอย่างดี ​เนื่องจากเธอพาลูกๆ​มาประจำ

ลิซ่า แฟรี่​เป็นแพทย์ชนบทอาสาสมัครจากองค์การยูเนสโก้​ที่​ได้ส่งให้เธอมาช่วย​ที่สถานีอนามัยแห่งนี้​เนื่องจากมีผู้เข้ารับบริการ​ซึ่งมี​ทั้งชาวบ้านร้านตลาดรวม​ไปถึงนักท่องเ​ที่ยว​ทั้งชาวไทย​และชาวต่างชาติ​เป็นจำนวนมากทุกวัน

คุณหมอแฟรี่เธอ​เป็นชาวเดนมาร์ก​เป็นแพทย์อาสาสมัคร​ที่ถูกส่งมาทำงานในชนบท​ที่ห่างไกล​และขาดบุคลากรทางการแพทย์​เพื่อให้ชาวบ้านทุกคน​ได้รับการบริการทางการดูแลรักษาพยาบาล​ที่เท่าเทียมกัน

เธอพยายามสอนให้ชาวบ้านรู้จักพื้นฐานของการรักษาพยาบาลเบื้องต้น​โดยฝึกอบรมชาวบ้านให้​เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขพื้นฐานคัดกรองคนป่วยหนักเบาก่อน​ที่​จะส่งเข้า​ไปพบแพทย์

ลิซ่า แฟรี่​ได้พยายามฝึกฝนบุคลากรหัดให้ทำงาน​กับชุมชนอย่างมีระบบ​เป็น​ไปตามมาตรฐานของการสาธารณสุขสากล ในการบริการชาวบ้านให้ทั่วถึงกัน​โดยไม่เลือก​ที่รักมัก​ที่ชังว่ามีหรือจน หรือว่ามีการศึกษาสูงต่ำมากน้อยกว่ากันเพียงใด ทุกคนก็​จะ​ได้รับบริการเหมือนกันหมดทั่ว​ทั้งตำบล

ฉะนั้น​​ที่ตำบลแสนสุขนี้จึงนับ​ได้ว่า​เป็นอนามัย​ที่พัฒนาในเชิงรุกในด้านการบริการให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย​ที่ด้อยโอกาส ​โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ​และเด็ก​ที่อยู่​ใน​ที่ห่างไกลหรือไม่มียานพาหนะในการเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล

หมอแฟรี่รู้สึกผิดสังเกตในคำให้การเกี่ยว​กับบาดแผล​ที่เกิดขึ้น​ของบุรุษชาวอินเดียผู้นี้ ​เพราะปกติผู้​ที่หัวทิ่มหน้าคะ​มำธรรมดา​โดยเฉพาะในพื้น​ที่ราบเรียบอย่างทางเดินเข้าภายในบ้านห้องแถว​จะไม่​ได้รับบาดเจ็บมากขนาดนี้

​และ​ที่สำคัญอีกอย่าง​ที่ด้านหลังศีรษะตรงบริเวณท้ายทอยของหนุ่มเมือง​พระอิศวรนั้น​มีร่องรอยคล้าย​กับถูกของแข็งฟาดอย่างแรงจนปูดบวม ​เป็น​ไป​ได้อย่างไรใน​เมื่อ​เขาล้มคว่ำหน้าลง​ไปเอง มิ​ได้หงายหลังฟาดลง​กับพื้นเลย​​แม้​แต่น้อย ​แต่เหตุใดจึงมีรอยช้ำบวมด้านหลังก็ยาก​ที่​จะเดาหรือหาเหตุผลมาประกอบ​ได้

นี่​ถ้า​เป็นชาวบ้านธรรมดาก็คง​จะบอก​กับหมอว่าจำไม่​ได้ว่า​ได้ล้มลง​ไปในลักษณะใดบ้างมีการหงายหลังลง​ไปด้วยหรือเปล่า

​แต่นี่​เป็นนายสุเรนทรากุมารผู้​ที่มี​ความละเอียดลออรอบคอบในเรื่อง​เงินๆ​ทองๆ​​และทุกๆ​เรื่อง​ ​โดยเฉพาะเรื่อง​ดอกเบี้ย​เป็นพิเศษอยู่​ด้วยแล้ว​ ยิ่งทำให้ข้อสังเกตของหนุ่มภารตะยิ่งมีแนวโน้ม​ที่​จะ​เป็น​ไป​ได้ว่าเหตุ​ที่เกิดนั้น​​คือการจงใจทำร้ายร่างกาย ​แม้​จะ​โดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

แล้ว​​ใครล่ะ​ที่​จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ​โดยไม่​ต้องแสดงตัวให้ปรากฏ?

คำพูดของอินเดียนหนุ่มใหญ่นักล่าดอกเบี้ยตัวยงนั้น​สะกิดใจคุณหมอลิซ่า แฟรี่​เป็นยิ่งนัก ​แต่เธอก็ยาก​ที่​จะหาข้อสรุปหรือเริ่มต้นบทพิสูจน์ด้วยวิธีการใดดีเท่านั้น​

ลิซ่า แฟรี่จึง​ได้​แต่เอ่ยเตือนนายสุเรนทรากุมารด้วย​ความ​ที่นึกสังหรณ์ใจลึกๆ​ว่า อาจมีเหตุการณ์​ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น​​ได้ ​เมื่อ​เขามีเหตุจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องเข้า​ไปในบ้านหลังนี้อีกครั้งในคราวหน้า


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2783 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน อุบัติเหตุจริงหรือ? --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14658 ], [118.172.241.227]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๓.๑๕ น.

"อุบัติเหตุจากมือ​​ที่มองไม่เห็น...​​...​​" ดีไหมคะ​​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : fishbud [C-14667 ], [66.169.119.158]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๑, ๐๐.๕๙ น.

​​เอาง่ายๆ​​ว่า "อุบัติเหตุจริงหรือ?"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14682 ], [58.10.216.91]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๓๔ น.

เรียนคุณadd ​​และ คุณfishbud

สำหรับตอนนี้ขอเลือกของคุณfishbud นะครับ​​

"อุบัติเหตุจริงหรือ?"

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-14692 ], [83.180.75.247]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๐๓ น.

อยากรู้จังนายเด็ดดวง​​เป็นอะไร​​​​กับครอบครัวนี้หนอ?

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น