นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ฆาตไม่ถึง #1
ปักษิณ
...เสียงลมพัดตึงดังมา​แต่ไกล ใบไม้เอนลู่พา​เอากิ่งไม้ไหวโยกคลอน ทำให้เกิดเสียงเสียดสี​และกระทบกันดังกึกก้อง​ได้ยินแว่วมาเป็...

ตอน : มนุษย์ทดลอง

คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย

เสียงลมพัดตึงดังมา​แต่ไกล ใบไม้เอนลู่พา​เอากิ่งไม้ไหวโยกคลอน ทำให้เกิดเสียงเสียดสี​และกระทบกันดังกึกก้อง​ได้ยินแว่วมา​เป็นระยะๆ​

ชายหนุ่มคน​ที่​กำลังเดินผ่านราวป่ารกทึบบริเวณเชิง​เขานั้น​​เอามือจับหมวกผ้าใบ​ที่​เขาสวมยึดไว้​กับหัวแน่นด้วยเกรงว่า​จะพัดปลิว​ไปด้วยแรงลม

​เขากึ่งเดินกึ่งวิ่ง​เพื่อ​ที่​จะรีบ​ไปให้พ้นราวป่า​ซึ่ง​กำลังส่งสำเนียงดังกังวานก้องอยู่​นั้น​ จิตสำนึกเตือนว่าให้​เขารีบทำเวลาเผื่อว่าบังเอิญต้นไม้ใหญ่ต้นใดต้นหนึ่ง​ไม่​สามารถต้านทานแรงพายุไว้​ได้อาจเกิดโค่นหรือหักล้มลงทับ​เขาในขณะ​ที่​เขา​กำลังเดินผ่าน​ไป​พอดี

ปรอยฝน​ที่พลิ้วมา​กับลมสัมผัส​ต้องผิวกายของ​เขาจนรู้สึกเย็นยะเยือก​เนื่องจาก​เป็นฤดูปลายฝนต้นหนาว ทำให้​เขายิ่งกลับเร่งฝีเท้าหนักขึ้น​​ไปอีก

ชายหนุ่มมองเห็นแสงไฟส่องกระพริบอยู่​ลิบๆ​ทางเบื้องหน้า​ที่ชายป่าฟากข้างโน้น คะ​เนว่ากว่า​ที่​เขา​จะ​ไปถึงก็คง​จะนานโขอยู่​เหมือนกัน ​เพราะคง​ต้องวิ่งอ้อมท้องนากว้างใหญ่​ที่เจิ่งนอง​ไปด้วยน้ำ ​เนื่องจาก​เป็นหน้าทำนาในฤดูน้ำหลาก จึงทำให้​เขาจำ​ต้องวิ่งเลาะอ้อม​ไปตามแนวราวป่า ​ซึ่ง​เป็น​ที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง

​เขาจำ​ได้ว่าในอดีต​ที่ผ่านมานานแล้ว​นั้น​ สมัย​เมื่อ​เขายังเด็ก​ได้ผ่านมาทางนี้​กับบิดา​เพื่อมาเยี่ยมญาติห่างๆ​กัน​ซึ่งมีศักดิ์​เป็นน้าหรืออานี่แหละ​​เขาก็เลือนๆ​​ไปเสียแล้ว​

คลับคล้ายคลับคลาว่า​จะมีบ้านปลูกอยู่​เพียงสามสี่หลังคาเรือนเท่านั้น​เองในตอนนั้น​ ​แต่​ที่จำ​ได้แม่นก็​คือ​จะมีโรงนายาวปลูกสร้างไว้สำหรับผึ่งหรือตากพืชไร่จำพวกข้าวโพด ถั่ว งา ​และ​แม้​แต่กระทั่งข้าวเปลือก​เพื่อ​ที่​จะจัดเก็บให้พ้นจากน้ำฝน​และ​ความชื้น ยาม​เมื่อคราวถึงฤดูเก็บเกี่ยว

​ที่​เขาจำ​ได้แม่นก็​เพราะ​เขา​ได้เข้า​ไปวิ่งเล่น​กับหลานชายของญาติผู้นั้น​อย่างสนุกสนานอยู่​จนมืดค่ำ จนกระทั่งมีพวกผู้ใหญ่มาตามนั่นแหละ​จึง​ได้กลับ​ไปกินข้าวเย็นกัน ​ทั้งสองคนถูกญาติ​และพวกผู้ใหญ่เอ็ด​เอาด้วย​ความโกรธ​ที่มืดค่ำแล้ว​ยังเล่นสนุกกันอยู่​ช่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา​เอาเสียเลย​

​แต่เวลานั้น​ก็ผ่านมานานเต็มทีแล้ว​ ​เขามองไม่เห็นหนทาง​ที่พอ​จะจำอะไร​​ได้เลย​ ​เนื่องด้วยในตอนนี้​กำลัง​เป็นเพลา​ที่ตะวันชิงพลบ

พอพ้นเชิง​เขาหาก​แต่ยังอยู่​ในเขตราวป่าไม้ดงหนานั้น​ ​และแสงไฟ​ที่​เขาเห็นอยู่​ไกลลิบก่อนหน้านี้ก็ดู​จะใกล้เข้ามาอีกหน่อย​จนมองเห็น​ได้ชัดว่า​เป็นแสง​ที่ลอดออกมาจากโรงนาหรืออาคารหลังยาว​ที่​เขาเคยเข้า​ไปวิ่งเล่นในอดีตนั่นเอง

เงาทะมึนของโรงนาแห่งนั้น​เริ่มปรากฏให้เห็นใหญ่ขึ้น​​เมื่อ​เขาก้าวใกล้เข้า​ไปทุกที ชายหนุ่มวิ่งอ้อมท้องนา​ที่น้ำเจิ่งนองจนพ้นราวป่า ริมเนินดิน​ที่​เป็นทางเดินจมน้ำปริ่มๆ​ ทำให้​เขา​ต้องคอยระมัดระวังตัวหนักขึ้น​​ไปอีก ​เพราะ​เขากลัวว่าอาจ​จะพลาดก้าวตกลง​ไปในหล่มดินโคลน​โดยไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มก้าวกระโดดคอยหลบหลีกหลุมโคลนด้วย​ความรู้สึกตระหนก​และหวาดกลัวภัย​ที่​กำลังไล่ตาม​เขามาอย่างกระชั้นชิด

​เขา​กำลังใกล้โรงนามืดทะมึนนั้น​เข้า​ไปทุกที ​ที่มีเพียงแสงไฟวาวแวมเล็ดลอดออกมาให้เห็นทางหน้าต่างบานนั้น​เพียงอย่างเดียว ​เขาเหลือบเหลียวมอง​ไปรอบๆ​ตัว ​ความรู้สึกเย็นวูบจนขนหัวลุกเกรียว​เมื่อลมแรงพัดกระโชกผ่านมา​เป็นระลอกพร่างพรูจนใบไม้ร่วงกราว

นี่​ถ้า​เป็นช่วงเวลากลางวันในยามปกติคงแลเห็นสีหน้า​ที่หวาดกลัวของ​เขา​ได้อย่างชัดเจนเลย​ทีเดียว

​เขา​กำลังหลบหนีอะไร​มาหรือ?

ใกล้โรงนายาวเข้า​ไปอีกนิด ใกล้จนกระทั่งชายหนุ่มพอ​จะจับทาง​ได้ว่าด้านไหน​คือประตูทางเข้า​และด้านไหน​คือหน้าต่าง​ที่มีแสงไฟสว่างส่องลอดออกมา

​เขาเหลียวกลับ​ไปชำเลืองดูทางราวป่าด้านหลัง​ที่เพิ่งผ่านมาอีกครั้ง ปรากฏว่ามีแสงไฟพุ่งสว่าง​เป็นลำดูวูบวาบ ลำแสงนั้น​ฉายกราด​ไปทั่วซ้ายทีขวาที ดูเหมือนว่าพวก​เขาเหล่านั้น​​กำลังมุ่งตรงมาทางโรงนายาวหลังนี้อย่างแน่นอน

ใช่คนพวกนั้น​​กำลังไล่ติดตามมาจนเกือบ​จะถึงตัว​เขาอยู่​แล้ว​!

ทำ​เอาชายหนุ่มใจหายวูบอีกคำรบหนึ่ง​เหงื่อ​ที่เริ่มแห้ง​เพราะลมเย็นพัดแรง​เมื่อสักครู่กลับผุดขึ้น​มา​โดยไม่รู้ตัว​เป็นเม็ดโป้งๆ​​ที่หน้าผาก ​และเริ่มชุ่ม​ที่หลังคอ​และไหลชโลม​ไปตามแผ่นหลังจนรู้สึก​ได้

​เขาย่องใกล้เข้า​ไปยังโรงนายาวนั้น​อย่างเงียบๆ​ พยายาม​ที่​จะไม่ให้เกิดซุ่มเสียงใดๆ​ขึ้น​​ทั้งสิ้น

ใจหนึ่ง​ก็อยาก​จะ​ไปให้ไกลจากแสงไฟ​ที่ลอดออกมาจากหน้าต่าง​ที่เห็น ด้วยเกรงว่าพวก​ที่​กำลังติดตามมา​จะ​ต้องมุ่งตรงมายัง ณ สถาน​ที่แห่งนี้อย่างแน่นอน

​แต่ด้วย​ความอยากรู้อยากเห็นว่าโรงนาแห่งนี้อาจ​จะยังพอมี​ที่หลบซ่อน​ได้บ้างหรือเปล่า ทำให้​เขาตัดสินใจปีนขึ้น​​ไปบนต้นมะม่วงป่า พลางชะเง้อคอเข้า​ไปมองทางช่องหน้าต่าง​โดยโหนกิ่งต้นมะม่วงใหญ่นั้น​ขึ้น​​ไปดู

ภาพ​ที่เห็นเด่นชัด​เป็นห้องโถงใหญ่ มีชายท่าทางสูงอายุไว้หนวดเครา​ทั้งสองคน ลักษณะท่าทาง​และหน้าตาช่างละม้ายคล้ายกันมากเหลือเกินจนแยกแทบไม่ออก ทำให้นึกว่า​เป็นคนๆ​เดียวกันก็ไม่ปาน

​เขาจำ​ได้ว่าเคยเห็นคน​ทั้งสอง​ที่ไหน ​แต่พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกในเวลานั้น​ มันช่าง​เป็นจิตสำนึกจดจำ​ที่แสน​จะลางเลือนอย่างไรก็ไม่รู้ มัน​เป็น​ความรู้สึก​ที่มองเห็น​เป็นภาพเบลอๆ​จนบอกไม่ถูก

ชาย​ทั้งสอง​กำลังถกเถียงกันอย่างหน้าดำหน้าแดงด้วย​ความฉุนเฉียว สำเนียง​ที่พูดเหมือนคน​ที่​กำลังทะเลาะกัน

​ที่กลางห้องโถงเบื้องหน้าของคน​ทั้งสอง​เป็นตู้ไม้มองดูคล้ายๆ​กัน​กับตู้อบไอน้ำ​ที่ชายหนุ่มเคยเห็นในสถานอบสมุนไพรหรืออบซาวน่าในเมืองใหญ่ๆ​​โดยทั่ว​ไป ​เป็นตู้สีน้ำตาลอ่อนคล้าย​กับไม้สนมีสายไฟระโยงรยางค์เต็มห้อง​ไปหมด

ชาย​ที่ไว้หนวดเครา​ทั้งคู่ต่างก็ยืนอยู่​บนยกพื้นด้านบนคล้าย​กับเวที​โดยยืนอยู่​ในตำแหน่ง​ที่สูงกว่าตู้ใบนั้น​​ซึ่งตั้งวางเด่นอยู่​กลางห้อง

"แกนั่นแหละ​นายรอง แกเข้า​ไปก่อน​เพื่อทดลอง​เป็นคนแรก ​เพราะ​ที่ผ่านมาเราก็​ได้พิสูจน์กันแล้ว​ว่า ผลลัพธ์​ที่​ได้ออกมานั้น​ถูก​ต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลย​ทีเดียว"

"พี่เอกแน่ใจก็เข้า​ไปเองซิ ให้ผมเข้า​ไปเกิดผิดพลาดขึ้น​มาแล้ว​​ใคร​จะ​เป็นคนรับผิดชอบล่ะ?"

"ก็ฉันนี่ยังไงล่ะวะนายรอง ​ที่​จะรับผิดชอบชีวิตของแกเอง แกไม่​ต้องมาทำเล่นตัว ​ทั้งๆ​ทีเห็นโทนโท่อยู่​​ทั้งสองลูกกะตา..​ไปเข้า​ไปเสีย..ฉัน​จะ​ได้สับสวิทซ์อีกอัน"

"ผมไม่ค่อยชอบ​ที่พี่ออกคำสั่งแบบนี้เลย​ ​ทั้งๆ​​ที่ผมว่านะ..​แม้​แต่ตัวพี่เอกเองก็คงไม่กล้าเสี่ยงใช่ไหมล่ะ?"

"นี่ฟังนะ..ท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์ ​ถ้าฉันเข้า​ไปแล้ว​เกิดแกทำพลาดบ้างล่ะวะ แก​จะแก้ปัญหา​ได้อย่างไรใน​เมื่อแกมันยิ่งป้ำๆ​เป๋อๆ​อยู่​ด้วยหือ?"

"แล้ว​ก็​ถ้าเผื่อผมเข้า​ไปแล้ว​ท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์เกิดทำพลาดเหมือนกันล่ะ ผมมิซวยแย่หรือครับ​?"

"ซวยยังไงนายรอง?"

"อ้าวก็เกิดว่ามันไม่​เป็น​ไปตาม​ที่เรา​ต้องการล่ะครับ​?"

"​เอาเถอะน่าท่านศาสตราจารย์รองฤทธิ์ ฉัน​จะทำตามกระบวนการไม่ให้มีการผิดพลาด​ได้เลย​ทีเดียว นายรองเชื่อฝีมือฉันเถอะน่า?"

"พี่เอก​เอาแผงสวิทซ์มาให้ผม​เป็นคนกดสวิทซ์เองก็แล้ว​กัน ผม​จะปฏิบัติตามสูตร​ที่เราเคยทำกันมาทุกครั้ง ตามหมายเลขนี้เลย​ใช่ไหม..หนึ่ง​..สอง..สาม..โอ.เค?"

"ปอดแหก​ไป​ได้..ไม่เห็น​จะเข้าเรื่อง​เลย​นายรอง..เสียที​ที่อุตส่าห์คิดค้นมาด้วยกันจนหัวแทบ​จะระเบิด มาตกม้าตาย​เอาตอนสุดท้ายนี่เอง"

"ใน​เมื่อพี่เอกมั่นใจ ก็เข้า​ไปเองซีครับ​!"

"ก็​ได้วะนายรอง..ไอ้ศาสตราจารย์ขี้ขลาด ​แต่แกอย่าลืมว่า​ต้องสับสวิทซ์ให้ห่างกันห้าวินาทีอย่างนี้นะ ห้ามพลาดเด็ดขาด!"

ศาสตราจารย์เอกวิทย์ผู้พี่ชายพูด​พร้อม​กับเอื้อมมือ​ไปกดสับสวิทซ์​โดยเว้นระยะให้ศาสตราจารย์รองฤทธิ์น้องชายคู่แฝดดู​เป็นตัวอย่าง​เพื่อป้องกัน​ความผิดพลาด

"ผมเข้าใจแล้ว​ล่ะน่าท่านศาสตราจารย์เอกวิทย์!"

"​แต่​ถ้าสมมติว่าแกปฏิบัติการผิดพลาดล่ะนายศาสตราจารย์รองฤทธิ์ แล้ว​แกแน่ใจหรือว่า​จะแก้ไข​ได้ทันท่วงทีเหมือน​กับ​ที่ฉัน​เป็นคนสับสวิทซ์เองหือ?"

"แน่ใจซิ..ก็ผมสร้างห้องปฏิบัติการนี้มา​พร้อม​กับพี่​และรู้ทุกอย่างพอๆ​​กับพี่นี่แหละ​ บางอย่างผมอาจ​จะเข้าใจลึกซึ้งมากกว่าพี่ก็​ได้!"

"โม้มาก​ไปแล้ว​ไอ้ศาสตราจารย์สติเฟื่อง..​แต่ว่ากันตามจริงพี่ไม่ค่อยแน่ใจว่าแก​จะทำ​ได้เลย​ว่ะนายรอง พี่ว่าแก​เป็นคนเข้า​ไปดีกว่าละมั้ง?"

"ไม่มีทาง..พี่เอกนั่นแหละ​​เป็นคนเข้า​ไปในตู้นั่น!"

​แต่ก่อน​ที่ศาสตราจารย์แฝด​ทั้งสองคน​จะทันทำอะไร​ตาม​ที่​กำลังถกเถียงหน้าดำหน้าแดงอย่างไม่ลดราวาศอกกันอยู่​นั้น​ ก็ปรากฏร่างของ​ใครคนหนึ่ง​กระโดดตัวลอยข้ามหน้าต่างเข้ามายืนจังก้าอยู่​เบื้องหน้าศาสตราจารย์​ทั้งสองในระยะเกือบกระชั้นชิด

"ไม่​ต้องเถียงกันหรอกครับ​ท่านศาสตราจารย์​ทั้งสอง ผม​จะ​เป็นคนเข้า​ไปในตู้นั้น​เอง ​แต่มีข้อ​แม้อยู่​ว่า ห้ามบอก​กับพวก​ที่​กำลังตามเข้ามา..ว่าผมแอบหลบเข้า​ไปอยู่​ในตู้นั่นอย่างเด็ดขาดเข้าใจไหม?"

ศาสตราจารย์​ทั้งสองพี่น้องต่างพากันอ้าปากหวอ ตกตะลึง พูดอะไร​ไม่ถูก​ได้​แต่เหลียวมองดูหน้ากันเอง ​เมื่อแลเห็นอาวุธปืน​ที่อยู่​ในมือของชายคนนั้น​เล็งตรงมา ทำให้​ทั้งสองรีบพยักหน้ารับคำทันที

"ตกลงเรา​จะไม่พูดอะไร​​ทั้งนั้น​ เชิญตามสบายเลย​ครับ​พ่อหนุ่ม!" ศาสตราจารย์เอกวิทย์​เป็นคนตอบก่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีเลศนัย

"ดีมากครับ​​ที่กรุณาให้​ความร่วมมือ..​ถ้าตุกติกหรือให้สัญญาณผมยิงพุงแตกจริงๆ​ด้วย ระยะแค่นี้รับรองไม่มีพลาดแน่นอน!"

"รับรองเรา​จะไม่พูดแน่นอน หรือแกว่าอย่างไรนายรอง?"

"ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไร​​ทั้งนั้น​!"

ศาสตราจารย์คนน้องกล่าวรับรองคำพูดพี่ชาย​พร้อม​กับส่ายหน้ายืนยัน​และผายมือ​ไปทางตู้ไม้คล้าย​กับ​เป็นการกล่าวเชิญ

ชายหนุ่มผงกศีรษะแสดง​ความชื่นชม​ที่ท่านศาสตราจารย์​ทั้งสองต่างพากันตกลง​แต่​โดยดี ​เขารีบเดินตรงเข้า​ไปยังตู้อบซาวน่าใบนั้น​ เปิดประตูแล้ว​ก้าวเข้า​ไปนั่งข้างใน​พร้อม​กับงับประตูปิดตามหลัง ช่องกระจก​ที่บานประตูนั้น​​เป็นสีเทาทึบมองไม่เห็นภายใน หาก​ทว่าผู้​ที่อยู่​ภายใน​สามารถ​ที่​จะมองออกมาเห็นภายนอก​ได้อย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์​ทั้งสองจัดแจงสวมแว่นตา​ที่ทำด้วยเลนส์พิเศษ​ซึ่ง​สามารถมองเห็นเข้า​ไปภายในตู้ใบนั้น​​ได้อย่างทะลุปรุโปร่งชัดเจน ​ทั้งคู่ทำราว​กับว่า​กำลังเตรียมตัวอยู่​ในห้องปฏิบัติการอย่างเคร่งเครียดเข้มแข็ง​ทั้งหน้าตา​และท่าทาง

เวลาห่างกันเพียงนาทีเดียว​ที่ประตูโรงนายาวนั้น​ถูกเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหน้า​ที่ตำรวจในเครื่องแบบสามนาย​กำลังเดินก้าวเข้ามา​พร้อม​ทั้งไฟฉาย​และอาวุธครบมือ​ทั้งปืนสั้น​และปืนยาว

"เห็นมี​ใครเข้ามาในนี้บ้างไหมครับ​?" พันตำรวจตรีสัญชัยผู้​เป็นหัวหน้าทีมตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเอ่ยถามขึ้น​ก่อน

"ไม่เห็นมีนี่ครับ​"

"​กำลังทำอะไร​กันอยู่​หรือครับ​?"

"อ๋อ..พวกเรา​กำลังทดลองวิทยาศาสตร์กันอยู่​นะครับ​ท่านสารวัตร"

"ยังงั้นก็ตามสบายเลย​นะครับ​ท่านศาสตราจารย์ ผมขอค้นรอบๆ​บริเวณอาคารหลังนี้หน่อย​นะครับ​ เรา​กำลังติดตามคนร้ายกันอยู่​นะครับ​?"

"เชิญเลย​ครับ​ท่านสารวัตร เชิญค้น​ได้ตามสะดวก​"

"ขอบคุณครับ​!"

"เอ้า...​นายรองเริ่มต้นสับสวิทซ์​ได้!" ศาสตราจารย์เอกวิทย์เอ่ยเตือนน้องชายคู่แฝดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2778 Article's Rate 47 votes
ชื่อเรื่อง ฆาตไม่ถึง --Series
ชื่อตอน มนุษย์ทดลอง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๒๖๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fishbud [C-14623 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๑๘ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๓.๑๐ น.

ดีใจค่ะ​​​​ที่คุณลุงปักษิณนํางานชิ้นใหม่มาลงให้เรา​​ได้อ่านกัน แค่​​ได้เห็นชื่อเรื่อง​​ก็ชอบแล้ว​​ค่ะ​​ "ฆาตไม่ถึง" ​​เป็นคําสองนัยดี สงสัยเรื่อง​​นี้ดูท่า​​จะลึกลับซับซ้อน (สไตล์​​ที่คุณลุงปักษิณนั้น​​สุดยอดอยู่​​แล้ว​​) ไม่รู้​​จะมีแนวปน Sci-Fi ด้วยรึเปล่าคะ​​ เห็นบทแรกก็มีรายการเข้าเครื่องทดลองซะแล้ว​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14630 ], [58.10.216.195]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๐.๔๔ น.

สวัสดีครับ​​คุณFishbud ขอขอบคุณ​​ที่​​ได้กรุณาเข้ามาติดตามอ่าน​​และให้​​กำลังใจในเรื่อง​​ "ฆาตไม่ถึง" ผู้เขียน​​จะพยายาม​​ที่ไม่ให้ท่านผู้อ่าน​​ต้องผิดหวังครับ​​...​​

เช่นเคยครับ​​..​​พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนคุณfishbud, คุณadd, คุณpilgrim, คุณRotjana Geneva, คุณม่านแพร​​และท่านอื่นๆ​​​​ที่เข้ามาอ่าน ช่วยกรุณาร่วมสนุกตั้งชื่อตอน​​แต่ละตอนให้ด้วย​​จะ​​เป็น​​พระคุณอย่างสูง...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : fishbud [C-14634 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๒๓ ก.ย. ๒๕๕๑, ๐๓.๓๔ น.

ตอนเเรกนี้ขอส่งชื่อ "มนุษย์ทดลอง" ไว้ให้พิจารณาค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปักษิณ [C-14645 ], [58.10.216.203]
เมื่อวันที่ : ๒๓ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๙.๔๓ น.

ขอบคุณครับ​​คุณfishbud ชื่อตอนแรก​​คือ "มนุษย์ทดลอง"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : add [C-14649 ], [125.25.213.61]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๓.๕๒ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณปักษิณ

มาติดตามอ่านผลงานเรื่อง​​ใหม่ คาดว่าคง​​จะสนุกมากเลย​​ เริ่มต้นก็ขอ​​เป็นมนุษย์ทดลองเสียแล้ว​​

มีช่วงหนึ่ง​​​​ที่อ่านแล้ว​​รู้สึกติดขัดน่ะค่ะ​​ ตรงคำว่า "หากด้วย.."

ชายหนุ่มมองเห็นแสงไฟส่องกระพริบอยู่​​ลิบๆ​​ทางเบื้องหน้า​​ที่ชายป่าฟากข้างโน้น คะ​​เนว่ากว่า​​ที่​​เขา​​จะ​​ไปถึงก็คง​​จะนานโขอยู่​​เหมือนกัน ​​เพราะคง​​ต้องวิ่งอ้อมท้องนากว้างใหญ่​​ที่เจิ่งนอง​​ไปด้วยน้ำ ​​เนื่องจาก​​เป็นหน้าทำนาในฤดูน้ำหลาก หากด้วยราวป่า​​ที่​​เขา​​กำลังผ่าน​​ไปนั้น​​​​เป็น​​ที่ดอนสูงเกินกว่าน้ำ​​จะท่วมถึง

เข้าใจว่าทางตรง​​ที่​​จะ​​ไปถึงจุดหมาย​​ต้องผ่านนาน้ำเจิ่ง ​​แต่​​เขาวิ่งอ้อมมาทางป่า​​ซึ่งล้อมรอบ​​ที่นาอยู่​​​​เพราะป่า​​เป็น​​ที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ใชไหมคะ​​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ปักษิณ [C-14651 ], [58.10.216.123]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๐.๕๓ น.

สวัสดีครับ​​คุณadd
​​เป็น​​พระคุณอย่างสูง​​ที่ช่วยติติง เช่นเคยครับ​​ผม​​ได้แก้ไขข้อ​​ความดังกล่าวแล้ว​​ดังนี้ครับ​​:-

ชายหนุ่มมองเห็นแสงไฟส่องกระพริบอยู่​​ลิบๆ​​ทางเบื้องหน้า​​ที่ชายป่าฟากข้างโน้น คะ​​เนว่ากว่า​​ที่​​เขา​​จะ​​ไปถึงก็คง​​จะนานโขอยู่​​เหมือนกัน ​​เพราะคง​​ต้องวิ่งอ้อมท้องนากว้างใหญ่​​ที่เจิ่งนอง​​ไปด้วยน้ำ ​​เนื่องจาก​​เป็นหน้าทำนาในฤดูน้ำหลาก จึงทำให้​​เขาจำ​​ต้องวิ่งเลาะอ้อม​​ไปตามแนวราวป่า ​​ซึ่ง​​เป็น​​ที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง

ขอบคุณมากครับ​​คุณadd

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : Rotjana Geneva [C-14688 ], [83.180.241.108]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๐.๔๑ น.

เข้ามาติดตามงานของลุงปิง (เจ้าเก่า) ค่ะ​​ แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ว​​...​​ เดี๋ยว​​จะตาม​​ไปอ่านตอน​​ที่เหลือค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น