นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #55
pilgrim
...สาวน้อยญี่ปุ่นเชื้อเชิญให้เราออกจากลิฟต์​ที่ชั้น 5 ​แต่ปราสาทมี 8 ชั้น นั่นหมาย​ความว่า เรา​ต้องตะกาย...​.เอ๊ย...​ปีนบันไดขึ้น​​ไปอีก 3 ชั้น...

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (8. ปราสาทโอซาก้า...แปดชั้น เดินสบายได้ด้วยลิฟต์)

​เอาละค่ะ​ เดินมาจนขาแข็ง คราวนี้ เราก็เข้าปราสาทกัน​ได้ซะที

คลิกดูภาพขยาย


น้องป๊อบเริ่มทำตัวบิดๆ​เบี้ยวๆ​ ไม่ค่อยอยากเดินแล้ว​

พอย่างเข้ามาในบริเวณปราสาท ก็อย่าคิดว่า​จะเข้า​ได้ง่ายๆ​ นะคะ​ เรายัง​ต้องเดินตัดผ่านลานปราสาท หรือ​ที่เรียกว่า courtyard กันอีกหน่อย​ คราวนี้ก็เริ่มตื่นตาตื่นใจ​กับสีสันของใบไม้ต้นไม้กันแล้ว​

คลิกดูภาพขยาย

ต้นแปะก้วยเหลืองสวย

คลิกดูภาพขยาย

แปะก้วย​กับสีสันของดอกไม้จัด​แต่ง

แถมยังมีดอกไม้สวยๆ​ นำมาตกแต่งประดับประดาเพิ่มสีสันให้​กับฤดูกาลอย่างสดสวย ชาวญี่ปุ่นช่างคิด ช่างทำไม่รู้จบ ​แม้​จะปลูกต้นไม้ ดอกไม้สักต้น ก็ยังนำมาดัดมาโค้ง จนต้นไม้ออกมา​เป็นรูปร่าง งาม แปลกตาอย่างมีศิลปะ



ประตูทางเข้า มีพุ่มดอกไม้ธรรมชาติดัด​เป็นรูปร่างตั้งอยู่​สองข้าง

คลิกดูภาพขยาย


มาดูกันใกล้ๆ​
คลิกดูภาพขยาย


มาดูเบื้องหลัง

คลิกดูภาพขยาย


ดอกไม้นำมาจัด​เป็นเนินภูเขาย่อมๆ​
คลิกดูภาพขยาย



หลังจากเพลิดเพลิน​กับการถ่ายรูปภายนอกแล้ว​ เราก็เคลื่อนตัวซื้อตั๋ว เข้าชมปราสาทกัน

คลิกดูภาพขยาย

ปราสาทโอซาก้า

ฉันน่ะ แหงนคอดู​ความสูงใหญ่ อลังการของปราสาทแล้ว​ ก็​ได้​แต่นึกดีใจ​ที่หลานปิ๊กบอกว่า ปราสาทแห่งนี้ มีลิฟต์พาคนขึ้น​ ไม่​ต้องกังวลว่า​จะ​ต้องตะกายปีนขึ้น​​ไปทีละชั้น เหมือนตอน​ที่​ไปปีนปราสาทฮิเมจิกัน

​เมื่อเดินเข้า​ไปในห้องโถง พนักงานสาวสวยก็ผายมือเชื้อเชิญให้เราเข้า​ไปในลิฟต์ ฉันเองประทับใจ​กับวัฒนธรรมการต้อนรับของญี่ปุ่นเสียจริง ​เพราะพวก​เขา​จะสุภาพ อ่อนน้อม ​และยิ้มกว้างขวาง จริงใจมาก
สาวน้อยญี่ปุ่นเชื้อเชิญให้เราออกจากลิฟต์​ที่ชั้น 5 ​แต่ปราสาทมี 8 ชั้น นั่นหมาย​ความว่า เรา​ต้องตะกาย...​.เอ๊ย...​ปีนบันไดขึ้น​​ไปอีก 3 ชั้น

ไม่​เป็นไร...​แค่นี้ก็ดีถม​ไปแล้ว​

หลักการชมก็​คือ เรา​ต้องเดินขึ้น​​ไปถึงชั้นยอดแล้ว​ค่อยๆ​ เดินลงมาชมชั้นล่าง​ไปเรื่อยๆ​ จนถึงชั้นล่างสุด

เราก็ป่ายปีนกันขึ้น​​ไปทันที ชั้นบนสุดมีพื้น​ที่ไม่กว้างขวางเท่าใดนัก มีระเบียงออก​ไปเดินรอบๆ​ ​ได้ให้เราออก​ไปชมวิว

​เมื่อเราออก​ไปดู ก็​ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี หลากสีสันเหลืองลออ แดงอร่าม เขียวสะอ้านล้อมรอบปราสาท

​เป็นภาพมหัศจรรย์อีกภาพหนึ่ง​​ที่โลก​ได้แสดงให้ฉัน​ได้ชม

คลิกดูภาพขยาย

ทิวใบไม้หลากสีเบื้องล่าง

หลังจากนั้น​ เราก็เดินชมลงมาทีละชั้น

ฉันชอบชั้น​ที่มีการจัดแสดงนิทรรศการ 3 มิติ คล้ายๆ​โฮโลแกรม​และเลเซอร์ปนกัน ฉายลงมา​ที่ฉากเบื้องหลัง ​เป็นประวัติของ Toyotomi Hideyoshi ขุนศึกผู้สร้างปราสาทขึ้น​ในปี ค.ศ.1583 บนพื้น​ที่เดิม​ซึ่งเคย​เป็นวัดมาก่อน ​แต่ Hideyoshiกวาดล้างอำนาจ​พระ แล้ว​สร้างปราสาทขึ้น​​เป็น 8 ชั้น ​เพื่อ​เป็นศูนย์กลางสัญลักษณ์อำนาจใหม่ในศตวรรษ​ที่ 16 ตัวปราสาททำจากหิน​และมีคูน้ำล้อมรอบ นับว่าแข็งแรง ทนทาน​และยาก​ที่ศัตรู​จะตีให้แตกพ่าย

หลังจากสิ้นสมัยของ Hideyoshi ในปี ค.ศ. 1598 ปราสาทก็ตก​เป็นมรดกตกทอดมาถึงลูกชาย ​คือ Toyotomi Hideyori ​ซึ่งครองอำนาจอยู่​​ได้เพียง 2 ปี ก็ถูกรุกราน​โดย Tokugawa Ieyasu โชกุนอีกสำนักหนึ่ง​ จากนั้น​ Ieyasu ก็เริ่มโจมตีปราสาทโอซาก้ามา​เป็นระยะ

ตามประวัติกล่าวว่า Hideyori เองก็สู้อย่างแข็งขัน​แม้​จะมีไพร่พลน้อยกว่า ​แต่ก็​สามารถ​เอาชนะ Ieyasu​ได้

จนกระทั่งปี ค.ศ. 1615 ​กำลังพลของ Hideyori ก็​ต้องพ่ายแพ้ต่อกองทหารของ Ieyasu ทหารของ Hideyori เพลี่ยงพล้ำขณะ​ที่ระดม​กำลังกันออก​ไปนอกปราสาท​เพื่อ​ไปขุดคูน้ำให้ลึกขึ้น​ ​และแล้ว​ปราสาทโอซาก้าก็ตก​เป็นของตระกูล Tokugawa นับ​แต่นั้น​มา

ภายในปราสาท แสดงภาพประวัติการก่อสร้าง ​และภาพสงคราม​ได้อย่างน่าดูชม
น่าชมขนาดไหน เรามีตัวชี้วัด ​คือ น้องป๊อบ ​เพราะน้องป๊อบเดินชมนิทรรศการ​ได้อย่างไม่รู้เบื่อ ​โดย​ที่พวกเราคอยเล่าให้แกฟังว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ ดูเหมือนแก​จะชอบเรื่อง​ราวของการสู้รบ แย่งชิงอำนาจกันในสมัยโบราณ ​เป็น​ที่ประทับใจเด็กๆ​ มาก

หลังจากกลับจากปราสาทโอซาก้าแล้ว​ น้องป๊อบก็ยังพูดถึงปราสาทอยู่​ไม่หยุดปากเลย​

ปราสาทโอซาก้าก็ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาหลายครั้ง นับตั้งแต่ถูกฟ้าผ่าในปี ค.ศ. 1665 จนหอคอยใหญ่ไหม้เรียบ ​และไม่มีผู้ใดเหลียวแลอีกต่อ​ไป

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1843 จึง​ได้มีการซ่อมแซมปราสาทขึ้น​มาใหม่ ​แต่หลังจากนั้น​ไม่นาน ในปี ค.ศ. 1868 ปราสาทก็ถูกเผาอีกครั้ง ​แต่ครั้งนี้​โดยฝีมือมนุษย์ ​เนื่องในเหตุการณ์สงครามกลางเมือง​ระหว่างการฟื้นฟูราชวงศ์เมจิ

จากนั้น​ ปราสาทโอซาก้าก็ถูกเปลี่ยนแปลง​เป็นกองทหาร​ที่ญี่ปุ่นเลียนแบบการจัดตั้งกองทหารแบบตะวันตก ​และ​ได้มีการซ่อมแซมหอคอยใหญ่ขึ้น​มาอีกครั้ง ในปี ค.ศ.1928

​แต่แล้ว​ ในสงครามโลกครั้ง​ที่สอง หอคอยใหญ่​ที่ซ่อมแซมไว้ ก็กูกระเบิดจนเสียหายอีกครั้งในปี ค.ศ. 1945

จนมาถึงปี ค.ศ. 1995 รัฐบาลก็ตัดสินใจบูรณะปราสาทอีกครั้ง กล่าวกันว่า ดูภายนอกปราสาทก็ดูเหมือนปราสาท​ที่มีศิลปะแบบเอโดะ ​แต่ภายในปราสาทนั้น​ แทบ​จะไม่รู้เลย​ว่านี่​คือปราสาทโบราณ ​เนื่องจากการถูกแปลงรูปแปลงร่าง​ไปมาก ​ที่เห็นกัน​จะๆ​ ก็​คือ ปราสาทนี้ มีลิฟต์ให้เราขึ้น​จ้ะ​ กัน​เมื่อยขา ​แต่เวลาลง ​เขา​จะให้เดินชมนิทรรศการลงมาเองนะจ๊ะ​ ทีละชั้น

ก็ยังดีนะ...​ขาขึ้น​เร็วหน่อย​ ขาลงก็ตามอัธยาศัยค่ะ​...​..

ปราสาทโอซาก้าในปัจจุบัน จัด​เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นค่ะ​

​ที่ปราสาทแห่งนี้ มีร้านขายของ​ที่ระลึก ดักไว้​ทั้งชั้นบนสุด​และชั้นล่างสุด ฉันลองเข้า​ไปดูราคาแล้ว​ ราคาขายเท่ากัน ก็เลย​​ได้อุดหนุนซื้อของ​ที่ระลึก​ทั้งสองแห่ง

นี่​คือ ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง​ของญี่ปุ่น​ที่ฉันชอบ ​คือ ราคาของ​ที่ระลึก​ที่ขายตามสถาน​ที่ ท่องเ​ที่ยวต่างๆ​ ​จะไม่แตกต่างกันมากเลย​ ของประเภทเดียวกัน ซื้อ​ที่ไหนก็​จะ​ได้ราคาประมาณพอๆ​ กัน

เรียกว่า ไม่เสียอารมณ์

ฉันเคย​ไปเ​ที่ยวเมืองจีน ​กับอินโดนีเซีย (แถมไทยด้วยก็​ได้ เอ้า) ของ​ที่ระลึก ตอนลงจากรถ สมมุติว่าขายสี่อันร้อย ​แต่พอรถใกล้​จะออก ​จะลดกระหน่ำเหลือแปดอันร้อยก็ยังมี

เรียกว่า​จะซื้อของเอง ​ต้องต่อราคากันทุกขณะจิต ​เพราะไม่งั้น อาจ​จะเสียเงินมากกว่า​เพื่อน

ฉันเคย​ไปเ​ที่ยว​ที่ตลาดชายแดนเชียงราย-แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก​เมื่อสักสิบกว่าปี​ที่แล้ว​ ยังจำคำของคุณไกด์​ได้มาจนบัดนี้ คุณไกด์บอกว่า

"กระผม​จะขอร้องทุกท่านครับ​ ว่า ไม่ว่า​จะซื้อของร้านไหน ให้ต่อราคาเยอะๆ​ ครับ​ ครึ่งๆ​ บางทียังไม่พอ ให้ต่อกระหน่ำเข้าไว้ นึกว่าสงสารคน​ที่มาเ​ที่ยวทีหลังจากท่านเถิดครับ​ ​เพราะ​ถ้าท่านไม่ต่อ พ่อค้า แม่ค้า​ที่ขายของอาจ​จะขายท่านเจ้าเดียวแล้ว​รวย เลย​ปิดร้าน เลิกขายแล้ว​วันนี้ แล้ว​นักท่องเ​ที่ยว​ที่มาทีหลังท่าน ​จะไม่มีอะไร​ซื้อครับ​"

​เป็นไงล่ะคะ​ สำนวนของคุณไกด์ แสบๆ​ คันๆ​ ดีจริง


ดังนั้น​ มาช้อปปิง​ที่ญี่ปุ่นจึงค่อนข้างสบายใจค่ะ​
​แต่ก็ไม่​ต้องกังวลนะคะ​ คน​ที่แกล้งทำตัว​เป็นเศรษฐีอย่างฉัน ก็ไม่​สามารถ​จะซื้ออะไร​​ได้มากหรอกค่ะ​...​.อิๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​

เดินชมก็แล้ว​ ซื้อของก็แล้ว​ ก็บ่ายหน้ากลับสถานีรถไฟกัน ​เพื่อ​ไปยังจุดหมายต่อ​ไป

ว่าแล้ว​ก็เดินกลับค่ะ​
คลิกดูภาพขยาย


ใบไม้เปลี่ยนสีตามทางเดินกลับ

คลิกดูภาพขยาย


ไกด์หิวอีกแล้ว​ค่ะ​ ​ไปหาอาหารกลางวันกินก่อนนะคะ​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2776 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (8. ปราสาทโอซาก้า...แปดชั้น เดินสบายได้ด้วยลิฟต์) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๓๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๙ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : แสนรัก [C-14531 ], [158.108.157.164]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๒.๒๑ น.

คิดถึงญี่ปุ่นเหมือนกันนิ...​​ไม่เคยเข้า​​ไปปราสาท​​ที่เมืองโอซาก้า น่าเสียดายจริงๆ​​..
นา...​​..น มากเลย​​​​ที่ไม่​​ได้เข้ามาอ่าน.. พี่พิล ยัง​​เป็นนักเดินทางเหมือนเดิมเลย​​นะคะ​​...​​แล้ว​​อย่าลืมหม่ำทาโกะยากิ เผื่อแสนรักด้วยนะคะ​​...​​ฮ่าๆ​​ๆ​​ อยากินๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-14535 ], [58.10.216.197]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๖.๑๘ น.

ตอน​​ที่แล้ว​​ ปล่อยไก่ ตัวใหญ่บิ๊ก
เรียกชื่อปิ๊ก แทนป๊อบ สอบไม่ผ่าน
โอซาก้า ปราสาท ชาติโบราณ
นิทรรศการ ถูกใจ..ใช่ไหมป๊อบ?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : โบ๋ [C-14537 ], [58.137.121.130]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๘.๐๐ น.

​​กำลัง​​จะ​​ไปเ​​ที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ตื่นเต้นจัง ​​แต่ยังไม่​​ได้จองโรงแรมเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : pilgrim [C-14544 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๗.๔๔ น.

ว้าว แสนรัก...​​หาย​​ไปนานเลย​​ มา​​ได้ไงเนี่ย นึกว่า​​จะลืมเจ๊พิลซะแล้ว​​

ทาโกะยากิเหรอ กินเผื่อแล้ว​​ ตั้งแต่วันแรก​​ที่ฮิเมจิเลย​​ สั่งสปาเก็ตตี้ ​​แต่​​ได้ทาโกะยากิมากิน...​​​​เป็นไงล่ะ เจ๊สั่งเก่งไหม ฮิๆ​​ๆ​​ๆ​​

สวัสดีค่ะ​​ ลุงปิง คอยไล่ตามจับไก่สนุกดีค่ะ​​ ปล่อยบ่อยๆ​​ ก็ไม่ว่ากันค่ะ​​ คลายเครียด...​​

สวัสดีค่ะ​​ คุณโบ๋ ​​จะ​​ไปเ​​ที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหนเหรอคะ​​ รีบจองโรงแรมนะคะ​​ ​​จะ​​ได้พักใน​​ที่​​ที่ถูกใจค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Rotjana Geneva [C-14554 ], [85.232.175.49]
เมื่อวันที่ : ๓๑ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๙.๑๖ น.

ตามพิลมาเ​​ที่ยวด้วยคนจ้า สวยงามไม่ผิดหวัง
เรื่อง​​ราคาของ​​ที่ระลึกนี่ก็​​ต้องบอกว่า​​ที่ยุโรปก็คล้าย ๆ​​ ​​กับญี่ปุ่น ​​คือซื้อตรงไหนก็​​ได้ราคาเหมือนกัน...​​ (​​คือ แพงเหมือนกัน อิอิ) ทำให้สบายใจ ไม่​​ต้อง​​ไปสืบค้นว่าตรงไหนถูกกว่า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : pilgrim [C-14558 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.ย. ๒๕๕๑, ๐๘.๔๑ น.

สวัสดีจ้ะ​​ รจนา เจนีวา
ชอบจัง​​ที่รจบอกว่า ซื้อตรงไหนก็​​ได้เหมือนกัน ​​เพราะราคาแพงเหมือนกัน ไม่​​ต้องทำใจ ฮ่าๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​ คมมาก ขอบอก...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : โบ๋ [C-14597 ], [58.137.121.130]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๔.๓๘ น.

​​จะ​​ไปเ​​ที่ยวโตเกียว เดือนตุลาน่ะค่ะ​​ อยาก​​ไปลองนอนโรงแรมแคปซูลด้วย ^_^

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : Poceille ช่างสงสัย [C-14732 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๙.๓๔ น.

มาแวะเ​​ที่ยวปราสาทด้วยคนค่ะ​​ท่านพี่


เอ...​​ แล้ว​​บรรดาขุนนางสมัยก่อนเค้าเดินขึ้น​​ปราสาทไหว​​ได้ไงเนี่ย?


น้องงูยื่นหน้ามาช่วยตอบว่า : แหม เจ๊ ไมโง่งี้? ขุนนางเค้าก็​​ใช้คน​​ใช้ขึ้น​​​​ไป​​เอาของให้สิ ไม่เห็น​​ต้องปีนกะไดให้​​เมื่อยตาตุ่มสักหน่อย​​...​​


ไอ้โพ : เออ...​​ ท่า​​จะจริง...​​


...​​


ต่อ​​ไปนี้​​เป็นคำถามครับ​​...​​ ท่านพี่เคยเห็น "สุขา" ในปราสาทญี่ปุ่นบ้างหรือเปล่าคะ​​? (ห้องสุขาแบบ​​ที่สร้างติดตึกมาตั้งแต่ต้นเลย​​อ่ะค่ะ​​ ไม่ใช่ห้องสุขา​​ที่สร้างให้นักท่องเ​​ที่ยว​​ไป​​ใช้บริการเน้อ) ​​ที่โพเคย​​ไปมาไม่ยักกะเคยสังเกตแฮะ...​​


หรือว่า...​​ นี่​​คือสาเหตุ​​ที่ว่า ทำไม Courtyard ของปราสาทมันถึงกว้างใหญ่นัก?...​​ (​​เอาไว้​​เป็น​​ที่สำราญของบรรดาขุนนางนั่นเอง!!!)



...​​


คิดถึงนะคร้าบ (คอมฯ ซ่อมเสร็จยังคะ​​เนี่ย?)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : pilgrim [C-15156 ], [124.121.111.70]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ธ.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๒๖ น.

อิๆ​​ๆ​​ เคยเห็นส้วมโบราณในวัดญี่ปุ่นจ้ะ​​ ​​เป็นอาคารต่างหาก ใหญ่มากเหมือนโรงเรือนขนาดใหญ่ ​​แม้​​จะมีฝา​​แต่ก็เปิด​​เป็นช่องๆ​​แบบบานเกล็ด เรา​​ไปยืนส่อง​​ได้ เข้ากันที ​​เป็นร้อยคน​​พร้อมกัน​​ได้เลย​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น