นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #53
pilgrim
...จั่วหัวไว้ซะหวาดเสียว ​เพราะกลัว​ใครๆ​ ​จะเข้าใจผิดว่า​จะพา​ไปเ​ที่ยวเมืองอุนจิ (คง​จะทราบนะคะ​พี่น้อง ว่าแปลว่าอะไร​)...

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (6. เมืองอูจิ....ที่ไม่ใช่อุนจินะจ๊ะ)

จั่วหัวไว้ซะหวาดเสียว ​เพราะกลัว​ใครๆ​ ​จะเข้าใจผิดว่า​จะพา​ไปเ​ที่ยวเมืองอุนจิ (คง​จะทราบนะคะ​พี่น้อง ว่าแปลว่าอะไร​)

​ซึ่งก็คง​จะไม่มี​ใครอยาก​ไป ​เพราะมันคงเหม็นน่าดู..แฮ่ๆ​ๆ​

เสร็จสรรพจากการชมสวน​ที่นารา พวกเราต่างก็เดินย้อนกลับ​ไป​ที่สถานีรถไฟ ​แต่คราวนี้ หลานปิ๊กบอกว่าให้เดิน​ไปอีกเส้นหนึ่ง​ ​ซึ่ง​เป็นย่านร้านรวง เหมาะสำหรับคน​ที่รักการเสียเงิน...​เอ๊ย ชอบช้อปปิง

ตานี้แหละ​ ​ที่น้องป๊อบแกเริ่มงอแงสุดฤทธิ์ ไม่ค่อยอยาก​จะเดิน จนใน​ที่สุด พวกเรา​ต้องผลัดกันแบกน้องป๊อบ
คุณพ่อแกอดรนทนไม่ไหว เลย​​เอาลูกขี่คอเสียเลย​ ​แต่​แม้กระนั้น​ เด็กสี่ขวบ​ที่หนักถึงยี่สิบกว่ากิโล ก็ทำ​เอาผู้ใหญ่ทุกคนลิ้นห้อย​ไปตามๆ​ กัน

เราเดินผ่านวัดสวยๆ​ สองสามวัด ​แต่ไม่มีเวลาเข้า​ไปชม อีกอย่าง เดินมา​ได้ครึ่งวัน โรค​เมื่อยขากำเริบอีกแล้ว​...​เ​ที่ยวตอนแก่ มันแย่อย่างนี้เอง

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย



ศิลปะสิ่งก่อสร้างแบบญี่ปุ่น

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


ป้ายอะไร​ไม่ทราบค่ะ​ เยอะแยะ​ไปหมด


เ​ที่ยวตอนสาวๆ​ เดินภูแถวอุ้มผาง​ได้​เป็นลูกๆ​ เดินภูกระดึง​ได้​เป็นวันๆ​ หลายๆ​ วันติดกัน ​แต่ตอนนี้ เดินครึ่งวันก็อยากลง​ไปนอน

​และแล้ว​ เราก็มาถึงย่านร้านรวงแห่งเมืองนารา เราก็เดินดู​ไปเรื่อยๆ​ ​แต่พอผ่านร้านขนมร้านหนึ่ง​ เห็นคนมุงกันตรึม เอ...​ร้านอะไร​หว่า
อ๋อ...​ร้านขนมโมจิ ​ที่หลานปิ๊กบอกนี่เอง

หลานปิ๊กบอกว่า ร้านขนมโมจิ​ที่ชนะเลิศในรายการทีวีแชมเปี้ยนอยู่​​ที่เมืองนารา ​ซึ่งก็​คือ ร้านนี้นี่เอง
พวกเราเริ่มเข้า​ไป​เป็นไทยมุง ปะปน​กับพี่ยุ่นมุง

คลิกดูภาพขยาย


ดู​ได้สักครู่ อาเฮียสองคนก็คว้าค้อนไม้มาทุบแป้งโมจิกันตุ้บตั้บ ​แต่ฉันถ่ายรูปไม่ทัน ​เพราะมุงอยู่​รอบนอก มี​แต่หัวคนบัง

เล่ามาถึงตอนนี้ ​ต้องท้าว​ความนิดนึง ​แต่คงไม่ย้อน​ไปไกล จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาหรอกนะ ฮิๆ​ๆ​ๆ​...​.

ฉันเคย​ไปญี่ปุ่น​เมื่อสิบกว่าปี​ที่แล้ว​ ​ไปสัมมนา​ที่โตเกียว แล้ว​เคยซื้อขนมประเภท แป้งนุ่มๆ​ หนึบๆ​ กิน แสน​จะไม่อร่อย

หลายๆ​ คนยังกลับมาคุยกันว่า ขนมญี่ปุ่นนั้น​ สวย​แต่รูป จูบไม่หอม ​คือ หน้าตาขนมน่ากินสุดๆ​ แพ็คเกจดีเยี่ยม การออกแบบแสน​จะน่ารัก ​แต่พอกินแล้ว​ เหมือนกินแป้งโรยน้ำตาล ไม่มีรสชาติ

พอเห็นขนมโมจิ ​ที่มีหน้าตาเหมือนแป้งเหนียวนุ่ม ฉันเลย​ไม่ศรัทธา ​เพราะคิดว่า ก็คงสวย​แต่รูป จูบไม่หอม
​แต่น้องเขย​กับน้องสาวของฉันอยากชิม ​เขาบอกว่า ไหนๆ​ ก็มาถึงร้านชนะเลิศทีวีแชมเปี้ยนแล้ว​ ก็ลองซะหน่อย​

ก็เลย​ซื้อมาแบ่งกันกิน พอฉัน​ได้กิน วิญญาณตะกละก็เข้าสิง...​อยากกินอีกเยอะๆ​ ​แต่กว่า​จะรู้ตัวก็สาย​ไปเสียแล้ว​ ​เพราะเราเดินไกลออกมาจากร้านแล้ว​ ฉัน​ได้​แต่นึกเสียดายว่าเราน่า​จะซื้อมากินให้หนำใจ

ดังนั้น​ ​ถ้า​ใคร​ได้ผ่าน​ไปร้านโมจิ​ที่เมืองนารา ก็ช่วยกินเผื่อกันบ้างนะคะ​

จากนั้น​ เราก็หาอาหารกลางวันง่ายๆ​ กินกันในร้านไก่ทอดเคเอฟซี น้องป๊อบนั้น​ นั่งหลับคาร้านด้วย​ความอ่อนเพลียจนตกเก้าอี้ ฉันน่ะสงสารหลานจริงๆ​

เรื่อง​ของน้องป๊อบก็มีเบื้องหลัง
แรกเริ่มทีเดียว หลานปิ๊กแนะนำว่า เราควร​จะติดรถเข็นเด็ก​ไปด้วย เผื่อน้องป๊อบเดินไม่ไหว
พอน้องเขย​และน้องสาวพาน้องป๊อบ​ไปหาซื้อรถเข็น น้องป๊อบก็เริ่มเล่นตัว บอกว่า แก​เป็นเด็กโตแล้ว​ ​จะไม่มีวันนั่งรถเข็นให้เสียสง่าราศีอีกต่อ​ไป
พวกเราก็เลย​ไม่​สามารถแบกรถเข็น​ไปด้วยประการฉะนี้แล ​เพราะกลัวว่าแบก​ไปแล้ว​ แกไม่ยอมนั่ง ก็​จะ​เป็นภาระเสียเปล่าๆ​

​แต่พอ​ต้องแบกแกขึ้น​หลัง ก็เริ่มคิดถึงรถเข็นขึ้น​มาจับใจ ​เพราะแบกน้องป๊อบแล้ว​ ทำให้คิดถึงสุภาษิต เข็นครกขึ้น​​เขา ขึ้น​มาพิกล

พออิ่มแล้ว​ เราก็ยกขบวน​ไปขึ้น​รถไฟ​ที่สถานี JR Nara ​ไปเมืองอูจิ

พอลงจากรถไฟก็เดินออกมานอกสถานี (มันก็แหงอยู่​แล้ว​นิ) แล้ว​เดิน​ไปตามทางเข้าเมือง ​เพื่อ​ไปชมแม่น้ำ​และสะพานเก่าแก่ประจำเมือง ​ที่​เป็นมรดกโลก

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


ร้านรวงในอูจิ แบบโบราณมีผ้าม่านกั้นหน้าร้าน

คลิกดูภาพขยาย

ร้านขายอาหารจากชาเขียวแบบน่ารักๆ​ มี​ทั้งบะหมี่​และไอศกรีมชาเขียว


​ที่เมืองอูจิแห่งนี้ ยังมีของดีอีกอย่างหนึ่ง​ ​คือ ​เป็นเมืองผลิตชาเขียวชั้นดี ซี่งริเริ่มมา​แต่สมัยโชกุนอะชิคากะ โยชิมิสึ ส่งเสริมให้ปลูกชาเขียว พันธุ์​ที่ขึ้น​ชื่อ เรียกว่า Tsuen tea ​ซึ่งถือ​เป็นชาเขียวพันธุ์เก่าแก่ของโลก

คลิกดูภาพขยาย

เครื่องบดใบชา

ตามตารางการท่องเ​ที่ยวของหลานปิ๊กในเมืองอูจิ ​คือ วัดเบียวโด-อิน ​พระพุทธรูปอมิตา เนียวไร เสร็จแล้ว​เดิน​ไปชมเกาะกลางแม่น้ำอูจิ ชมสะพานอูจิอายุกว่า 1,400 ปี ​และเจดีย์ศิลา​ที่ใหญ่​ที่สุดในญี่ปุ่น อายุกว่า 800 ปี


พวกเราจรดจ่อ​กับแม่น้ำมาก เลย​เดินผ่านวัดสวยๆ​ ​ไป

คลิกดูภาพขยาย

ทางเข้าวัด

อีกอย่าง เวลาเริ่มบ่ายคล้อย เลย​กลัว​จะเ​ที่ยวชมทุกอย่างไม่ทัน
​เมื่อเดิน​ไปถึงแม่น้ำ น้องป๊อบ​และคุณพ่อ คุณแม่ แยก​ไปนั่งพักชมทัศนียภาพ​ที่เกาะกลางน้ำ คง​เป็น​เพราะน้องป๊อบแกขี้เกียจเดินด้วย

​ส่วนฉัน​กับพี่เนย ยังพอมีแรง เลย​ออกเดินเลียบทางเดิน​ไปเรื่อยๆ​ ​เพื่อ​ไปเ​ที่ยวชมให้ทั่วเกาะกลางน้ำ
เราเดินมา​ได้สักครู่ ก็มีทางเลี้ยวลง​ไป​ที่เกาะกลางน้ำอีกด้าน ฉันจึง​ได้ถ่ายรูปสวยๆ​ ริมฝั่งน้ำมา​ได้ รวม​ทั้งเจดีย์ศิลาเก่าแก่

คลิกดูภาพขยาย

เจดีย์ศิลา

คลิกดูภาพขยาย

ริมฝั่งน้ำอูจิ


​แต่ตัวสะพานเก่าแก่นั้น​ อยู่​อีกด้าน ​เมื่อยขาซะก่อน​ที่​จะ​ไปถึง
​และหาไม่เจอด้วยว่า สะพาน​ที่เก่าแก่ของแท้นั้น​ ​คืออันไหน ​เนื่องจากมีหลายสะพานมาก

เมืองอูจิ​เป็นเมืองเล็กๆ​ ริมฝั่งน้ำ น่ารัก ตรงเกาะกลางน้ำ มีชาวญี่ปุ่น​ไปนั่งตกปลากันมากมาย​ น่าว่า​จะมีปลาชุม

คลิกดูภาพขยาย

สะพานเก่าแก่ของอูจิ มองเห็นลิบๆ​

คลิกดูภาพขยาย

เกาะกลางน้ำ

เ​ที่ยวชมอูจิกันจนพอใจ พวกเราก็นั่งรถกลับมาเกียวโต อัน​เป็นเรือนนอน เย็นนั้น​ น้องป๊อบเธอเปรี้ยว บอกอยากกินพิซซ่า เราเลย​​ต้องพาแกเข้าร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน ​แต่ไม่มีพิซซาขาย มี​แต่พวกพาสต้า ​กับข้าว

คลิกดูภาพขยาย

ร้านอาหารอิตาเลียน​ที่อาหารอร่อย ​แต่งร้านสวยด้วยกระจกสี

สรุปแล้ว​ วันนั้น​ ผู้ใหญ่ฟาดอาหารกันซะอิ่มในร้านหรู ​แต่น้องป๊อบ​ต้องกลับ​ไปกินมาม่า​ที่โรงแรม...​​เพราะแกบอกว่า น้องป๊อบไม่ชอบกินแบบนี้ มันกินไม่ลงท้อง...​.หุๆ​ๆ​ๆ​ นี่แหละ​ วลีเด็ดของน้องป๊อบ

​แต่คุณพ่อ คุณแม่ ​และป้าๆ​ พุงกาง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2763 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (6. เมืองอูจิ....ที่ไม่ใช่อุนจินะจ๊ะ) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-14417 ], [124.121.118.157]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๔๔ น.

สวัสดีทุกๆ​​ ท่าน ​​ที่ตามมาเ​​ที่ยวค่ะ​​

สวัสดีรจนาคนงาม หาย​​ไปนานมาก ...​​ไม่เจอกันเลย​​

ดีใจ​​ที่กลับมาจ้ะ​​...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-14446 ], [58.10.216.35]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๔.๕๓ น.

สวัสดีครับ​​คุณพิลกริม
เห็นท่าทางอาเฮีย​​และอาหมวย​​ที่ทำขนมโมจิแล้ว​​ดู​​เอาจริง​​เอาจัง ​​แต่ก็ทำตัวตามสบายดี...​​
ทางเข้าวัดของเมืองอูจิช่างสงบร่มรื่นดีจัง อดสะท้อนถึงวัดหลายแห่งไม่​​ได้​​ที่พัฒนาเสียจนมี​​แต่ลานจอดรถ​​และศาลาสวดศพ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-14456 ], [124.121.116.185]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ส.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๕๙ น.

เห็นด้วยเลย​​ค่ะ​​ ลุงปิง

วัดเมืองไทย กลาย​​เป็นป่าคอนกรีต​​ไปหมดแล้ว​​นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น