นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #32
ปักษิณ
...พ.ต.อ.ไกรสรเดินลงบันไดมา​พร้อม​กับนางบุหงา ฉันทวัฒน์รีบลุกขึ้น​ยืนพลางยกมือไหว้อย่างนอบน้อม "วันนี้มา​แต่เช้า​เชียวคุณฉัน เห็นบอกว่าอยาก​จะคุย...

ตอน : อวสานคนจูงหมา

พ.ต.อ.ไกรสรเดินลงบันไดมา​พร้อม​กับนางบุหงา ฉันทวัฒน์รีบลุกขึ้น​ยืนพลางยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

"วันนี้มา​แต่เช้า​เชียวคุณฉัน เห็นบอกว่าอยาก​จะคุย​กับผมหรือครับ​?" อดีตผู้การกองปราบเอ่ยถามท่าทางอารมณ์ดี

"ครับ​..ผมมีเรื่อง​อยาก​จะรบกวนคุณน้าให้ช่วยในบางสิ่งบางอย่างนะครับ​"

"คุณคิดว่าผมมีอะไร​​ที่พอ​จะช่วยคุณ​ได้หรือครับ​คุณฉัน?"

"เกี่ยว​กับเรื่อง​คดีของคุณลุงผมนะครับ​"

"คดีท่านพลเอกฉัตรนะหรือ?"

"ใช่ครับ​..ผมอยาก​จะให้คุณน้าช่วยรื้อฟื้นให้ถึงตัวการใหญ่"

"ตัวการใหญ่?"

"ครับ​คุณน้า..ผมยังไม่คิดว่าท่านพลเอกฉัตรลุงของผมคนนี้​จะ​เป็นตัวการใหญ่หรอกครับ​"

"​แต่ท่านพลเอกฉัตร..ท่าน​ได้ยอมรับสารภาพแล้ว​นี่ครับ​..คุณฉัน!"

"ครับ​..​แต่​จะให้ปักใจเชื่อ​ได้อย่างไรว่าท่าน​คือตัวการสำคัญ ถึง​แม้ว่าท่าน​จะยอมรับสารภาพแล้ว​ก็ตาม ท่านอาจ​จะทำ​ไปตามนิสัยของชายชาติทหารก็​ได้ ผมว่ามัน​ต้องมีอะไร​บางอย่างซ่อนอยู่​ลึกๆ​​โดย​ที่คนอื่นไม่รู้"

"ในฐานะลุง​กับหลานกัน ทำไมคุณฉันถึงไม่​ไปถามให้รู้เรื่อง​ตรงๆ​จากปากของท่านเองล่ะครับ​?"

"ถามแล้ว​ครับ​ ​เมื่อตอน​ที่ผม​ไปเยี่ยมท่าน ​แต่ท่านก็​ได้​แต่นิ่ง ไม่ยอมปริปากพูดอะไร​ออกมา​ทั้งสิ้น"

"อืม..ม..คุณพอ​จะมีเบาะแสอะไร​​ที่​จะให้ผมสืบบ้างล่ะคุณฉัน ​เพราะเท่า​ที่มองเห็นตามรูปคดีท่านก็​คือตัวการใหญ่​ที่ใจคอโหดเหี้ยม สั่งฆ่าคน​ได้อย่างเลือดเย็นทีเดียว ถึง​แม้ว่าคนผู้นั้น​​จะ​เป็นภัยต่อสังคม​และประเทศชาติสักเพียงใดก็ตามที เราควร​ที่​จะให้กระบวนการยุติธรรม​เป็นผู้กำหนดโทษเหล่านั้น​ มิใช่​เป็นผู้กำหนดโทษเสียเองด้วยศาลเตี้ยอย่างนี้"

ฉันทวัฒน์ล้วงมือเข้า​ไปในกระเป๋าสะพายใบเก่ง หยิบ​เอาหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค​ที่ถูกมัดติดกัน​ทั้งสองเล่มด้วยยางรัดยื่นส่งให้ พ.ต.อ.ไกรสร​พร้อม​กับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสดงถึงการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว...​

"คุณน้าลองดูสิ่ง​ที่อยู่​ในพ็อกเก๊ตบุ๊ค​ทั้งสองเล่มนี้แล้ว​คุณน้าก็​จะทราบเองแหละ​ครับ​ ว่าควร​จะทำประการใดกันต่อ​ไปดี"

"ทองตีบเคยบอกเรื่อง​นั้น​ให้ผมทราบแล้ว​​และเรา​ได้ทำก็อปปี้จากแผ่นดิสก์​ทั้งหมด​ที่อยู่​ในหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค​ทั้งสองเล่มนี้​เอาไว้หมดแล้ว​ล่ะครับ​คุณฉัน"

"หมาย​ความว่าคุณน้า​ได้ทำก็อปปี้ไว้​และดูเรื่อง​ราวในวิดีโอ​ทั้งหมดหมดแล้ว​หรือครับ​?"

"ใช่..ซีดี​ทั้งหมดนี้มีอยู่​ด้วยกันแปดแผ่นใช่ไหมครับ​..คุณฉัน?"

"ครับ​มีอยู่​ด้วยกันแปดแผ่น ​แต่ยังไม่สมบูรณ์หรอกครับ​คุณน้า ​เพราะ​ที่ผมยังมีแผ่นซีดี​ที่พิเศษอีกสามแผ่น​ได้ถูกซุกซ่อนไว้​ที่อื่น​และนี่ก็​คือสามแผ่น​ที่ผมคิดว่าคุณน้าคง​ต้องการมันอย่างแน่นอน"

พูดจบฉันทวัฒน์ก็เอื้อมมือล้วงเข้า​ไปในกระเป๋าสะพายอีกครั้งหนึ่ง​ ​เขาหยิบ​เอากล่องใส่แผ่นดิสก์ขนาดจิ๋ว​ที่บรรจุแผ่นซีดีไว้สามแผ่น ​ซึ่ง​เขา​ได้ค้นพบซุกอยู่​ในช่องลับ​ที่ใต้โต๊ะทำงานของนายพลเอกฉัตร​ที่มูลนิธิมั่นคงดำรงไทย ยื่นส่งให้ พ.ต.อ.ไกรสรด้วยมืออันสั่นเทาจนอีกฝ่ายสังเกตเห็น

"​เป็นอะไร​​ไปหรือครับ​คุณฉัน ดูสิ..มือคุณสั่นเหลือเกิน ไม่สบายหรือเปล่าครับ​ หน้าซีดเหงื่อออกอย่างนี้ผมว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อก็​ได้นะครับ​"

"ไม่​เป็นไรหรอกครับ​คุณน้า ผมอาจ​จะตื่นเต้นมาก​ไปหน่อย​ก็​ได้"

"บุบว่าคุณฉันควรพักสักหน่อย​ดีกว่า ดูท่าทางคุณเครียดเหลือเกิน?"

"นั่นสิ แม่บุบ​ไป​เอาผ้าเย็นมาให้พ่อฉันเช็ดหน้าเช็ดตาเสียหน่อย​ซิ ประเดี๋ยวก็คง​จะดีขึ้น​เองน่ะแหละ​"

บุปผชาติทำตาม​ที่มารดาสั่งอย่างกุลีกุจอ ชายหนุ่มรับผ้าเย็นมาเช็ดหน้าเองจนรู้สึกดีขึ้น​ ​แต่ท่าทาง​ที่เคยเด็ดเดี่ยว​และมั่นใจของฉันทวัฒน์ดู​จะจางหาย​ไปถนัดทีเดียว

ปัง!

เสียงปืนกัมปนาทเปรี้ยงขึ้น​ ดังมาจากทางสนามหญ้าหน้าบ้านเสียงเจ้าข้าวเหนียวหมาน้อยร้องเอ๋งเดียวแล้ว​ก็เงียบเสียงขาดหาย​ไป มีเสียงร้องไห้จ้าดังลั่นของเด็กชายบี๊บขึ้น​มาแทน​ที่อย่างโหยหวน

ทุกคนในห้องต่างพากันกรูวิ่งออก​ไปดู​พร้อมกัน​ที่หน้าระเบียงบ้าน...​

ภาพ​ที่เห็นก็​คือเด็กชายบี๊บถูกชายหน้าเสี้ยมแก้มตอบรวบตัวไว้​โดยมีปืนถืออยู่​ในมือ ชายร่างใหญ่อีกคน​กำลังปลดปลอกคอของเจ้าข้าวเหนียวอยู่​​โดยมีปืนถืออยู่​ในมืออีกข้างหนึ่ง​เช่นเดียวกัน

ทุกคนบนบ้านไม่มี​ใคร​ที่มีอาวุธอยู่​ใกล้ตัวหรือติดตัวเลย​สักคนเดียว อดีตผู้การมือปราบไม่กล้าผลีผลาม​เพราะมีเด็กชายบี๊บหลานชาย​เป็นตัวประกันอยู่​​ทั้งคน

"พวกคุณ​ต้องการสิ่งใดไม่ทราบ..ถึง​ได้กระทำการอัน​เป็นเชิงบุกรุกบ้านผู้อื่นเช่นนี้?" อดีตผู้การกองปราบปรามเอ่ยถามออก​ไป

"ผม​ต้องการเพียงปลอกคอเจ้าหมาน้อยตัวนี้เท่านั้น​ ​และเราขอ​เอาเด็กคนนี้​เป็นตัวประกันไม่ให้ทุกคนใน​ที่นี้ติดตาม​ไปอย่างเด็ดขาด"

"มีอะไร​สำคัญติดอยู่​​กับปลอกคออย่างนั้น​หรือ?"

"เพชรสีชมพูเม็ดงาม นี่ไงเจอแล้ว​ ‘สไตน์เมตซ์ พิ้งค์’ ​ที่หาย​ไปในงานแสดงเพชร​ที่กรุงเทพ​เมื่อปีกลาย" ชายร่างใหญ่หรืออดีตรัฐมนตรีช่วยราชูเจ้าพ่อกาสิโน ยกมือโชว์เพชรเม็ดงามให้ดูก่อน​ที่​จะหย่อนลงในกระเป๋ากางเกง

"ช่วยบี๊บด้วยครับ​..คุณตา..ฮือ..ๆ​"

"อย่าส่งเสียงดังเจ้าหนู ทำตาม​ที่ข้าบอก ​ถ้ายังไม่อยากตายอย่างหมาตัวนั้น​!" เสียงวิชัยคนแก้มตอบขู่กำชับ​พร้อม​กับ​เอาปืนจ่อ​ที่หัว ทำ​เอาบี๊บเงียบกริบทันที

"​ถ้าไม่อยากเสียใจ..อย่าให้​ใครตามมานะครับ​..ลาก่อนนะผู้การ...​" เจ้าพ่อกาสิโนทำท่าทำทางคล้าย​กับโบกมือลา

ฉันทวัฒน์ก้าวเดินออกมาข้างหน้า​ทั้ง​ที่มือขวายังล้วงอยู่​ในกระเป๋าสะพายประจำตัวใบเก่ง

ฟุบ!

ฟุบ!

ตามมาด้วยเสียงแหวกอากาศดัง..วี้ด..ปุ!..วี้ด..ปุ!

ร่างของวิชัยคนขับรถหน้าเสี้ยมแก้มตอบหงายหลังปล่อยมือจากเด็กชายบี๊บล้มตึงลง​เป็นคนแรก...​

ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ของอดีตรัฐมนตรีช่วยราชู บูชาเทียนเจ้าพ่อกาสิโนตัวยง​ที่ค่อยๆ​ร่วงผล็อยลง​เป็นคน​ที่สอง ​ทั้งๆ​​ที่​เขาผู้นี้เพิ่ง​จะ​ได้มีโอกาสสัมผัส​กับ ‘สไตน์เมตซ์ พิ้งค์’ เพชรสีชมพูเม็ดอาถรรพ์​ที่มีชื่อเสียงโด่งดังก้องโลกเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น​เอง...​

พ.ต.อ.ไกรสรอดีตผู้การกองปราบปราม​ต้องตกตะลึง​เป็นอย่างมากต่อภาพ​ที่เห็นเบื้องหน้า​เมื่อเข้า​ไปดูสภาพศพอย่างใกล้ชิด...​

กระสุนทะลุหน้าผากตรงหว่างคิ้วของคน​ทั้งสองราว​กับถูกเล็งยิงด้วยปืนติดกล้องส่องก็ไม่ปาน ฝีมืออะไร​​จะแม่นยำ​ได้อย่างเหลือเชื่อขนาดนั้น​...​

​ถ้าไม่ใช่มือปืนจอม​พระกาฬจากอเวจี...​

อดีตผู้การมือปราบของหน่วยปราบปรามพิเศษแห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติหันหน้ากลับมาทางฉันทวัฒน์ ‘คนจูงหมา’ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย​เป็นปกติ ชายวัยดึกพยายามปั้นสีหน้าให้ดูเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​

บุปผชาติ​และนางบุหงาต่างก็ผวาเข้ากอดเด็กชายบี๊บ​ที่​กำลังยืนตัวสั่นตกใจแน่นพลางลูบหัว​และลูบหลัง​เพื่อปลอบประโลมให้หยุดสะอื้นไห้...​

ควันจางๆ​บนรูตาไก่ด้านล่าง​ที่เจาะพิเศษไว้สำหรับรูกระสุนจากลำกล้องปืนเก็บเสียงผ่านออกข้างกระเป๋าสะพาย​ที่ยังกรุ่นอยู่​ถูกยื่นออกมาข้างหน้า ส่งให้ พ.ต.อ.ไกรสรด้วยมือ​ที่แน่วนิ่งมิ​ได้สั่นเทาคล้าย​กับ​เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้...​

"แผ่นดิสก์​ทั้งสามแผ่น​เป็นพยาน​ได้ดีว่าผม​คือตัวการ​ทั้งหมด​พร้อมอาวุธปืน คุณน้าช่วยพาผมเข้ามอบตัว​และขอให้ปล่อยพลเอกฉัตรคุณลุงผู้มี​พระคุณของผมหรือกันท่านไว้​เป็นพยานก็​ได้ครับ​"

"คุณฉันแน่ใจนะว่า​จะมอบตัว?"

"ครับ​..ผมแน่ใจ..เสียใจด้วยนะครับ​คุณบุบ​ที่​ความรักของเราจำ​เป็น​ต้องหยุดลงเพียงเท่านี้!" ประโยคหลัง​เขาหัน​ไปบอกบุปผชาติ​ซึ่ง​กำลังยืนนิ่งฟังเรื่อง​ราวอยู่​ด้วยใจเต้นระทึกดวงตาเบิกโพลง

"ไม่ค่ะ​..บุบ​จะรอคุณฉันไม่ว่า​จะกี่เดือนกี่ปีก็ตาม สัญญาสิคะ​ว่าคุณ​จะกลับมา?"

"อย่ารอผมเลย​ครับ​..ผมไม่คู่ควร​กับคุณบุบหรอกครับ​ ผม​เป็นเพียงแค่คนจูงหมาคนหนึ่ง​เท่านั้น​"

"ทำใจดีๆ​ไว้เถิดลูกบุบ..เดี๋ยวเราค่อยคิดหาทางแก้ไขกันทีหลังก็​ได้" พ.ต.อ.ไกรสรเอ่ยบอกปลอบใจธิดา​เพื่อให้คลายกังวล

"ลาก่อน​ที่รักของผม ลาก่อนบี๊บ..อาขอฝากเจ้ามะลิไว้ด้วยนะ"

"ครับ​คุณอา..ผม​จะดูแลมันให้ดี​ที่สุด" บี๊บรับคำพลางสะอื้นไห้


*********


สามเดือน​ต่อมา...​
ยุวดีเคาะประตูห้องผู้จัดการใหญ่
บริษัท อัสดงคต โซลาร์ซีสเต็ม จำกัด​พร้อมด้วยแฟ้มรายงานปึกเบ้อเริ่ม​ที่เธอหอบเข้า​ไปด้วย

บุปผชาติ อัสดงคตนั่งอยู่​บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่​ที่เคย​เป็น​ที่นั่งของชายคนรักหรือสามีของเธอตามกฎหมาย หาก​แต่​เขามี​ความจำ​เป็น​ต้องจากเธอเข้าสู่เงื้อมมือกฎหมายหลังจาก​ที่​แต่งงานกัน​ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น​

​ทั้งนี้การ​แต่งงานจัดขึ้น​ในวัน​ที่ฉันทวัฒน์​ได้รับการประกันตัว การ​แต่งงาน​เป็น​ไปตามคำขอของบุปผชาติ​และฉันทวัฒน์​ที่​ทั้งคู่​ได้ยินยอม​พร้อมใจกันว่า​จะรักษาอุดมการณ์​และ​ความตั้งใจเดิม​ที่​จะทำให้เมืองไทย​ได้มีพลังงานจากธรรมชาติ​ที่สะอาด​ใช้ให้จง​ได้ ​แม้ว่าเวลา​จะเนิ่นนานต่อ​ไปอีกสักกี่เดือนกี่ปีก็ตาม

เช่นเดียว​กับโทษทัณฑ์​ที่​เขา​ได้รับ ​เขาเฝ้าเพียรกระทำ​แต่กรรมดี​เพื่อ​ที่ว่า..สักวันหนึ่ง​​เขา​จะมีโอกาส​ได้รับอภัยโทษกลับคืนสู่อิสรภาพอีกครั้งหนึ่ง​

นานแค่ไหนก็​จะรอ...​

นี่​คือรักแท้​และการรอคอย...​

ภายหลังจากวันจดทะเบียนสมรส​ได้เจ็ดวันบุปผชาติ​พร้อมด้วยนางบุหงามารดา​และบุษบาพี่สาว​ได้​พร้อมใจกัน​เอาชุดอาถรรพ์ ‘พรชมพู’ กลับ​ไปคืน​ที่ร้าน ‘ชมพูพร’ ​ที่ปากทางเข้าตลาดล่างนครปฐมอีกจน​ได้

ฉะนั้น​​ใคร​ที่ผ่าน​ไปทางนครปฐมอาจโชคดี​ได้​เป็นเจ้าของชุด ‘พรชมพู’ บ้างก็​ได้​ใคร​จะ​ไปรู้...​


****อวสาน****

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2743 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน อวสานคนจูงหมา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14321 ], [125.25.222.209]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ก.ค. ๒๕๕๑, ๑๑.๑๕ น.

มาปรบมือให้คุณปักษิณค่ะ​​ ​​ที่จบเรื่อง​​คนจูงหมา​​ได้อย่างตื่นเต้น

ตอนจบ​​จะชื่อตอน "อวสาน" หรือ "อวสานคนจูงหมา" หรือคุณ fishbud ​​และคุณม่านแพร อาจมีไอเดียดีๆ​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14331 ], [58.10.216.244]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๔๐ น.

"อวสานคนจูงหมา"
ขอขอบคุณมากครับ​​คุณadd ​​ที่ให้​​กำลังใจเสมอมา...​​

นับว่าด้วย​​ความเมตตาของผู้อ่าน​​ที่​​ได้ช่วยกันอุดหนุนอ่าน 'คนจูงหมา' อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง...​​

ปักษิณจึงถือ​​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง​​ที่​​ได้แรงใจจากท่านผู้อ่านทุกๆ​​ท่าน​​ทั้งสองเรื่อง​​​​ที่ผ่านมา...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-14722 ], [85.232.162.246]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๑, ๐๒.๕๕ น.

จบ​​ได้ดีมาก ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​ ไม่โรแมนติกจนเกินงาม มีกลิ่นอุดมการณ์ มี​​ความ​​เป็นมนุษย์ปุถุชนครบถ้วน

อะแฮ้ม...​​ วันหลังรจนา​​จะลองผ่าน​​ไปร้านเสื้อพรชมพู ดูชุดอาถรรพ์ให้เห็น​​กับตาเสียหน่อย​​

รับ หอบใหญ่นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น