นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #30
ปักษิณ
...ฉันทวัฒน์กลับเข้ามาบ้านอัสดงคตอีกครั้ง ในตอน​เอาเกือบบ่ายสองโมง ​เพราะในทันทีหลังจาก​ที่​เขาทราบเรื่อง​ราวของผู้​เป็นลุงในตอนเช้า​แล้ว​ ​เขาก็รีบตามเ...

ตอน : สิ่งซ่อนเร้น

ฉันทวัฒน์กลับเข้ามาบ้านอัสดงคตอีกครั้งในตอน​เอาเกือบบ่ายสองโมง ​เพราะในทันทีหลังจาก​ที่​เขาทราบเรื่อง​ราวของผู้​เป็นลุงในตอนเช้า​แล้ว​ ​เขาก็รีบตามเข้า​ไปเยี่ยม​เพื่อ​ที่​จะขอประกันตัว ​แต่คดีนี้​เป็นคดีเกี่ยวข้อง​กับ​ความมั่นคงของประเทศชาติ​และค่อนข้างสะเทือนขวัญประชาชน

​โดยเฉพาะเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย​ที่เสียชีวิตล้วนแล้ว​​แต่​เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง ​ซึ่งมี​ทั้งรัฐมนตรี​และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวม​ไปถึงพ่อค้าระดับบิ๊กในวงการส่งสินค้าออก​ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

ทางการตำรวจจึงถือ​เป็นคดีอุกฉกรรจ์ห้ามประกันในชั้นต้น​ทั้งนี้​เพื่อ​ที่​จะรักษารูปคดี!

อีกอย่างผู้​ต้องหาสำคัญ​ทั้งสองคน​และผู้​ต้องหา​ที่ถูกจับอันเกี่ยวข้อง​กับคดีเดียวกันก่อนหน้านี้ก็ล้วนแล้ว​​แต่​เป็นผู้​ที่มีชื่อเสียง​ทั้งสิ้น!

ทองตีบ​ได้รายงานให้ฉันทวัฒน์ทราบทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แล้ว​ว่า ​ได้มีผู้ถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในบ้านในขณะ​ที่​เขา​กำลังเดินทาง​ไปเยี่ยมผู้​ต้องหาผู้​เป็นลุง

หลังจาก​ที่ตรวจดู​ความเสียหาย​ที่เกิดขึ้น​แล้ว​ ปรากฏว่าสิ่งของ​ส่วนมากทุกอย่างยังอยู่​ครบถ้วนบริบูรณ์ไม่​ได้มีสิ่งใดขาดหาย​ไป ชายหนุ่มจึงคิดว่ายังไม่ควรแจ้ง​ความให้ตำรวจทราบ​เพราะดูเรื่อง​ราว​จะยิ่ง​ไปกันใหญ่ใน​เมื่อผู้​เป็นลุงของ​เขาเอง​กำลังถูกดำเนินคดีอยู่​ด้วยแล้ว​ สู้เก็บ​เป็น​ความลับ​และพยายามสืบเสาะหาร่องรอย​เอาเองเสียยัง​จะดีกว่า

ฉันทวัฒน์ไม่เคยปักใจเชื่อเลย​ว่านายพลเอกฉัตร ชาญสงคราม​จะ​เป็นผู้บงการเองเพียงคนเดียวหรือ​เป็นตัวการใหญ่ ​โดย​เขาคิดว่าคงมีเรื่อง​ราวลึกลับซับซ้อนให้​ได้ติดตามแก้ไขในอนาคตอย่างแน่นอน

​เขาถามทองตีบเกี่ยว​กับตัว พ.ต.อ.ไกรสรบิดาของบุปผชาติว่า​เป็นคนอย่างไร พอ​ที่​จะไว้เนื้อเชื่อใจให้ช่วยสืบสาวราวเรื่อง​ต่างๆ​​ได้บ้างหรือไม่?

​ทั้งนี้​เพราะ​เขาเคย​ได้ทราบเรื่อง​ราวว่าท่านผู้นี้มีอดีต​เป็นถึงผู้การกองปราบปรามสังกัดหน่วยปราบปรามพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาก่อน

"ลุงทองตีบคิดว่าท่านผู้การท่าน​จะยอมรับ​เพื่อ​ที่​จะช่วยสืบเรื่อง​ราวบางอย่างเกี่ยว​กับคดีของคุณลุงฉัตรของผมในครั้งนี้ให้กระจ่างแจ้งไหมครับ​?"

"ผมคิดว่าด้วยเหตุผลของ​ความบริสุทธิ์ใจ​ที่คุณฉันอ้างมานี้ท่านคง​จะยอมรับช่วยเหลืออย่างแน่นอน"

"​แต่ท่าน​คือผู้​ที่พา นปพ.​ไปตามจับพันโทราชันย์​และคุณลุงฉัตรมิใช่หรือครับ​ลุงทองตีบ?"

"ใช่นะใช่อยู่​..​แต่ท่านก็ทำตาม​ความจำ​เป็น​เพื่อ​ความสงบเรียบร้อย​ของบ้านเมืองหรอกนะครับ​ ท่านผู้การไม่​ได้มีอคติ​กับ​ใคร​ทั้งสิ้น ​เพราะตั้งแต่ผมรู้จัก​และคบ​กับท่านมานานนั้น​ทำให้ผมรู้จัก​และเข้าใจในตัวท่าน​ได้​เป็นอย่างดีทีเดียว..เชื่อผมเถอะครับ​"

"​ถ้าอย่างนั้น​ผมก็เห็นที​จะ​ต้อง​ไปขอร้องท่านให้ช่วยเสียแล้ว​ล่ะครับ​..อ้อ!..ลุงทองตีบครับ​เห็นทีว่าผมคง​ต้องฝากเจ้ามะลิไว้​กับลุงสักวันสองวันอีกแล้ว​ละครับ​"

"คุณฉัน​จะ​ไปไหนหรือครับ​?"

"ผมมีเรื่อง​ด่วน​ที่จำ​เป็น​จะ​ต้องสะสางให้เสร็จเรียบร้อย​ก่อน​ที่ทุกอย่าง​จะสายเกิน​ไป"

"คุณฉัน​จะ​ไป​เมื่อไหร่ครับ​?"

"​ไปเดี๋ยวนี้เลย​ทีเดียว!"

"​ไปเดี๋ยวนี้นะหรือครับ​?"

"ใช่แล้ว​ ผม​ต้องรีบ​ไปจัดการด่วนเสียแล้ว​ละครับ​"

ทองตีบใจหายวูบ​เมื่อเห็นฉันทวัฒน์หยิบ​เอาพ็อกเก็ตบุ๊คสองเล่ม​ที่วางอยู่​บนโต๊ะหัวเตียงใส่กระเป๋าสะพายใบเก่ง​ไปด้วยก่อน​ที่ชายหนุ่ม​จะขับรถจาก​ไป

เจ้ามะลิยืนตาแป๋วเอียงคอมองเจ้านายจาก​ไปด้วยดวงตาแสดง​ความพิศวง...​


*********


ครึ่งชั่วโมง​ต่อมา
ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้า​ไปในบ้านของนายพลเอกฉัตร
ชาญสงครามผู้​เป็นลุง อัน​เป็น​ที่ตั้งของสำนักงานของมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย​ซึ่งบัดนี้​ได้ปิดตัวลงชั่วคราวตามคำสั่งด่วนของรัฐบาล

ทุกอย่างภายในบริเวณบ้านจึงเงียบสนิท ​เขาเดินตรง​ไปยังเรือนคน​ใช้​ซึ่งปลูกอยู่​ติดกันทางด้านหลัง ชายหนุ่มมองเห็นป้าแสร์แม่ครัว​และลุงเจียกคนทำสวน​กำลังยืนคุยอะไร​กันอยู่​ข้างซุ้มกระดังงาคล้ายคน​กำลังถกเถียงกันอย่างหน้าดำหน้าแดง

"แกไม่​ต้องมาแก้ตัวตาเจียก ข้าเห็นนะว่าแกยืนซุบซิบอะไร​​กับ​เขาก่อนเกิดเรื่อง​"

"ก็ข้าบอกแม่แสร์แล้ว​ไม่ใช่หรือว่าท่านสั่ง​เอาไว้ให้บอกรายละเอียดแก่​เขา​ไปให้หมดว่ามีอะไร​เกิดขึ้น​"

"แล้ว​​เป็นไง..ผลมันก็ทำให้ห้องถูกรื้อค้นละเอียดกระจุยกระจายเสียจนไม่มีชิ้นดีเลย​ทีเดียว สมน้ำหน้าดีไหมล่ะ?"

"​ใครรื้อค้นอะไร​หรือครับ​..ป้าแสร์?"

"คุณฉันลองถามตาเจียกดู​เอาเองเถิด ​เพราะ​เขารู้อะไร​ดีกว่าป้า!" ป้าแสร์ตอบชายหนุ่มพลางค้อนลุงเจียกควับใหญ่ทำท่างอนตุ๊บป่องประดุจสาวรุ่น

"​คืออย่างนี้ครับ​คุณฉัน..​เมื่อครู่นี้เอง...​" ลุงเจียกเริ่มอารัมภบท

"​เมื่อครู่นี้เองหรือ?" ชายหนุ่มทวนคำ​พร้อม​กับใจหายวูบนึกหวนกลับ​ไปถึงห้องของตัวเอง​ที่เพิ่งถูกรื้อค้นขึ้น​มาทันที

"ครับ​​เมื่อครู่นี้เอง ก่อนหน้า​ที่คุณฉัน​จะมาถึงสักครึ่งชั่วโมงเห็น​จะ​ได้ครับ​ ท่านอดีตรัฐมนตรีคุณพ่อของคุณราชันย์มา​กับคนขับรถ บอกว่าท่านสั่งให้มา​เอาของ​ที่อยู่​บนโต๊ะทำงานในห้องทำงานของท่าน​ที่สำนักงานมูลนิธิด้านหน้า ผมเห็นท่าน​ทั้งสอง​เป็น​เพื่อนเก่าแก่กันมานาน ก็เลย​ให้เข้า​ไป พวก​เขา​เอากุญแจมาเองด้วยซีครับ​ ไขประตูเข้า​ไปเฉยเลย​"

​เมื่อ​ได้ยินว่าพวก​เขา​เอากุญแจไขเข้า​ไปเองด้วย ทำให้ชายหนุ่มยิ่งอดเฉลียวใจไม่​ได้จึงรีบก้าวเดินนำหน้าราว​กับ​จะวิ่งตรง​ไปยังห้องทำงานของมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยอย่างรวดเร็ว

"แค่เข้า​ไป​เอาของทำไมถึง​ได้รื้อค้นจนเละอย่างนี้ด้วยล่ะลุงเจียก?"

ชายหนุ่มหันมาถามลุงเจียก​และป้าแสร์​ที่วิ่งไล่ตามมาติดๆ​

"ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน​แต่ก็ไม่รู้​จะทำอย่างไรใน​เมื่อนายวิชัยคนขับรถมันตามคุมตัวผมแจจนกระดิกกระเดี้ย​ไปไหนไม่​ได้เลย​"

"สมน้ำหน้า..​ที่แกเสือกปากดีนักตาเจียก" ป้าแสร์ยังไม่วายพูดกระทบกระแทกอย่างแค้นเ​คืองปนงอนอยู่​กลายๆ​

"โธ่แม่แสร์ก็..ตอนนั้น​มัน​กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน​ใคร​จะ​ไปรู้ว่ากระสุนปืนมัน​จะลั่นเปรี้ยงปร้างออกมา​เมื่อไหร่ก็ไม่รู้?"

"​เอาล่ะๆ​..ถึงอย่างไรเรื่อง​มันก็เลย​มาถึงป่านนี้แล้ว​ เราอย่ามัวถกเถียงกันอยู่​เลย​ สู้เรามาช่วยกันหาทางแก้ไขเหตุการณ์​ที่​จะเกิดขึ้น​ในอนาคตวันข้างหน้า​จะดีกว่า.."

"​ถ้ามี​ใครมาหาอีกป้า​จะไม่ยอมให้เข้ามาเหยียบภายในบริเวณบ้าน​ได้เลย​..คุณฉันคอยดูสิ!"

"​เอายังงั้นเลย​เชียวรึแม่แสร์?"

"ใช่..ตาเจียก ข้า​จะไม่ยอมให้​ใครเข้ามาในบ้านอีก​เป็นอันขาด"

"ไม่​ต้องถึงขนาดนั้น​ก็​ได้หรอกครับ​ป้า ​เอา​เป็นว่าขอเพียงแค่ให้โทรถามเช็คกันให้แน่นอนก่อน​ที่​จะอนุญาตให้​ใครเข้ามาในบริเวณบ้านเท่านั้น​ก็พอแล้ว​ล่ะครับ​"

"เดี๋ยวผม​จะ​เอาป้ายห้ามเข้า​ไปปิด​ที่หน้าทางเข้าสำนักงานเอง" ลุงเจียกกล่าวรับรองอย่างแข็งขัน

"ขอบคุณครับ​ลุงเจียก แล้ว​ช่วง​ที่ผม​กำลังเก็บของอยู่​นี่อย่าให้​ใครเข้ามารบกวน​ได้​เป็นอันขาด"

"ครับ​"

"คุณฉันขา..ให้ป้าเข้า​ไปช่วยเก็บกวาดให้ด้วยดีไหมคะ​?" เสียงป้าแสร์เอ่ยปากรับอาสาอย่างกระตือรือร้น

"ไม่​ต้องหรอกครับ​คุณป้า ผมขอเวลาจัดเรียบเรียงข้าวของเอกสารต่างๆ​เองเพียงคนเดียว ขออย่าให้มี​ใครเข้ามารบกวนก็พอแล้ว​ล่ะครับ​"

"ค่ะ​..แล้ว​เวลาอาหาร​และของว่าง​จะให้ป้ายกมาให้​ที่อ๊อฟฟิสนี้ดีไหมคะ​..คุณฉัน?"

"​ได้ครับ​..ขอบคุณครับ​คุณป้า"


*********


หลังจาก​ที่เก็บข้าวเก็บของให้เข้า​ที่เข้าทางอยู่​ประมาณครึ่งชั่วโมง บังเอิญมือของชายหนุ่มก็​ไปสะดุดเข้า​กับพรมเช็ดเท้าเปอร์เซียผืนเล็ก​ซึ่งปูอยู่​ตรง​ที่วางเท้าใต้โต๊ะทำงานของท่านนายพลเอกฉัตร ​เมื่อ​เขาเลื่อนพรมออกก็เผยให้เห็นร่องรอยคล้าย​กับ​เป็นช่องเก็บของเล็กๆ​ ​โดยมีหูหิ้วบานพับเล็กจิ๋วไว้สำหรับดึงขึ้น​​เพื่อให้ฝากระดาน​ที่เรียบ​เป็นเนื้อเดียวกัน​กับพื้นไม้ปาร์เก้นั้น​เปิดออก

ฉันทวัฒน์ค่อยๆ​บรรจงดึงหูหิ้ว​ทั้งสองด้านให้ฝาเปิดขึ้น​​พร้อมกัน...​

ชายหนุ่มก็​ต้องตะลึงงัน​กับสิ่งของ​ที่มองเห็นอยู่​ภายในช่องสี่เหลี่ยมนั้น​...​

มัน​คือทองคำแท่ง​ที่เรียงอัดแน่นอยู่​จนเกือบเต็มถึงฝากระดานด้านบน เว้นช่องไว้ข้างบนทองแท่งนั้น​เพียงเล็กน้อย​คือกล่องใส่แผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดีขนาดจิ๋ว...​

อัน​เป็นขนาดเดียวกัน​กับ​ที่ฉันทวัฒน์​ใช้นำ​ไปเปลี่ยน​กับกล้องวิดีโอ​ที่​เขา​ได้​ไปติดตั้งไว้ตามสถาน​ที่ต่างๆ​​ที่​ได้รับคำสั่งมอบหมาย​เป็นการลับเฉพาะจากท่านนายพลเอกฉัตร ชาญสงคราม

ด้วย​ความนับถือ​และไว้วางใจในผู้​เป็นลุง ทำให้ฉันทวัฒน์ไม่เคยคิด​ที่​จะโหลดแผ่น​เพื่อดูภาพเคลื่อนไหว​ซึ่งปรากฏอยู่​บนแผ่นดิสก์เหล่านั้น​เลย​​แม้​แต่สักครั้งเดียว

ฉันทวัฒน์นำกล้องวิดีโอ​ไปติดตั้งตามสถาน​ที่ต่างๆ​ตามคำแนะนำ​ที่ปรากฏระบุอยู่​บนแผนผังในจดหมายหนังสือคำสั่งลับก่อน​ที่​เขา​จะทำลายหนังสือลับเหล่านั้น​ทิ้งหลังจาก​ที่​ได้อ่านเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว​...​

นั่น​คือข้อกำหนดใน​การปฏิบัติตามหน้า​ที่ลับเฉพาะกิจ​ที่​ได้รับใน​แต่ละครั้ง...​

มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น​​ที่​เขาไม่​สามารถ​ที่​จะทำ​ได้นั่นก็​คือในตอน​ที่​ได้รับคำสั่งให้​ไปติดตั้งกล้องวิดีโอ​ที่หน้าบ้านของ สส.อิสเรศ​และ​ที่ทะเลสาบในหมู่บ้านเมืองอินทร์ธานี อัน​เป็นสถาน​ที่​ซึ่งท่าน สส.​ได้นัดพบ​กับผู้คนอย่างลับๆ​​เป็นประจำ

​ทั้งนี้​เพราะ​เขา​ได้พบ​กับดวงตาอันละห้อยบ้องแบ๊วของเจ้าข้าวเหนียวเสียก่อนจึงไม่อยาก​ที่​จะทำอะไร​ให้กระทบกระเทือนจิตใจเจ้าหมาน้อยตัวเล็กๆ​

​เพราะ​ถ้า​เขา​คือต้นเหตุ​ที่ทำให้เจ้าหมาน้อย​ต้องพลัดพรากจากเจ้าของแล้ว​ไซร้...​

คิดดูเถิดว่ามัน​จะทรมานหรือโหยหาเจ้าของสักเพียงไหน?

เพียงแค่คิดก็สงสารเจ้าตัวน้อยตาดำๆ​จนทำอะไร​ไม่ถูก...​

​เขาจึง​ได้ขอสละสิทธิ์ใน​การปฏิบัติงานในครั้งนั้น​อย่างช่วยไม่​ได้!

ฉะนั้น​ด้วยเหตุนี้​เขาจึงไม่​สามารถ​ที่​จะอธิบายถึง​ความรู้สึกลึกๆ​เหล่านั้น​ให้ผู้ใดฟัง​ได้เลย​​แม้​แต่คนเดียว...​

นี่​คือ​ความผูกพันอันละเอียดอ่อน​ที่ฉันทวัฒน์มีต่อเจ้าหมาตัวน้อยๆ​นั่นเอง...​

คน​กับหมา...​หรือ...​

คนจูงหมา...​!?


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2738 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน สิ่งซ่อนเร้น --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fishbud [C-14319 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ก.ค. ๒๕๕๑, ๐๖.๓๔ น.

"สิ่งซ่อนเร้น"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14329 ], [58.10.216.244]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๒๐ น.

"สิ่งซ่อนเร้น" ขอบคุณครับ​​คุณfishbud

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นางสาว นีราภรณ์ ฉัตรตะกูล [C-14570 ], [118.172.74.43]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๐.๔๙ น.

ขอบคุณ​​ที่ให้อ่านเรื่อง​​ คนจูงหมา ตอนสิ่งซ่อนเร้น​​เพราะมันมี​​ความรู้มาก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปักษิณ [C-14576 ], [58.10.216.66]
เมื่อวันที่ : ๐๕ ก.ย. ๒๕๕๑, ๑๕.๔๐ น.

สวัสดีครับ​​คุณ นีราภรณ์ ฉัตรตระกูล

ดีใจ​​ที่เรื่อง​​ ‘คนจูงหมา’ ​​ได้ให้​​ความบันเทิง​​และให้​​ความรู้แก่ท่าน รู้สึก​​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง​​ที่มีผู้นิยมอ่านเรื่อง​​ ‘คนจูงหมา’ กันอย่างกว้างขวาง

ขอบคุณมากครับ​​!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น