นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #52
pilgrim
...ตามประวัติกล่าวว่า เมืองหลวงแห่งแรกของญี่ปุ่นก็​คือ เมืองเฮโ​จะ ​ซึ่งปัจจุบัน ​คือนารา ​เป็นเมือง​ที่ศาสนาพุทธรุ่งเรืองมา​แต่ครั้งโบราณกาล ​ความเติบโตของศ...

ตอน : ตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (5. ของดีเมืองนาหระ..วัดโทไดจิและสวนกวาง)

ตามประวัติกล่าวว่า เมืองหลวงแห่งแรกของญี่ปุ่นก็​คือ เมืองเฮโ​จะ ​ซึ่งปัจจุบัน ​คือนารา ​เป็นเมือง​ที่ศาสนาพุทธรุ่งเรืองมา​แต่ครั้งโบราณกาล

​ความเติบโตของศาสนาจักรทำให้ฝ่ายฆราวาสทางการเมืองหวาดระแวง ถึงขนาดสั่งย้ายเมืองหลวงจากนารา ​ไปอยู่​​ที่ นากาโอกะ

​ความเจริญรุ่งเรืองของนาราในอดีต ยังทิ้งร่องรอยให้เห็น​แม้ในปัจจุบัน นาราจึง​เป็นเมือง​ที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์ล้ำค่ามากมาย​ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดเก่าแก่

คลิกดูภาพขยาย


ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็นยามเช้า​ตรู่ เราเดินมุ่งหน้า​ไปสู่วัดโทไดจิ ขณะเดียวกันก็​ต้องผจญ​กับอารมณ์บูดของน้องป๊อบ

เช้า​นี้ ดูท่าทางแกอารมณ์ไม่ค่อยดี คง​จะเหนื่อย​และ​เมื่อย เลย​เกเร ไม่ค่อยอยากเดิน ครั้นพอคุณพ่อขัดใจไม่ให้ถ่ายรูป ก็ยิ่งเกเรใหญ่ หยุดเดินบ้าง วิ่งหนีบ้าง จนฉันสงสาร​ทั้งพ่อแม่ลูก...​สงสารตัวเองด้วยวุ้ย นี่แหละ​หนา ​ที่​เขาเรียกคบเด็กสร้างบ้าน...​..

​แต่พอมาถึงสวนกวาง น้องป๊อบก็อารมณ์ดีขึ้น​ ​เพราะมีหมู่กวางมากลุ้มรุมห้อมล้อม ขออาหารกิน

คลิกดูภาพขยาย


พวกเราจึงซื้ออาหารกวาง ​เป็นแป้งแผ่นๆ​ คล้ายขนมกล้วยหอมอัด ทุเรียนอัด บ้านเรา ​แต่ญี่ปุ่นเรียกขนม ชิกะเซมเบะ คอยป้อนให้กวางกิน กวางบางตัวกินแล้ว​ยังไม่พอ ​จะ​เอาจมูกมาดุนๆ​ หรือไม่งั้นก็งับๆ​ เบาๆ​

กวางเหล่านี้​เป็นกวาง​ที่เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ ด้วย​ความเชื่อของศาสนาชินโต ​ที่ว่า กวาง ​คือ ผู้นำสารจากเทพเจ้า ​เป็นพาหนะ​ที่เทพเจ้าขี่มายังเมืองนารา
กวางจึงถือ​เป็นสมบัติของชาติ ​โดย​ที่กวางทั่ว​ไป​จะเชื่อง ตราบใด​ที่ยังมองไม่เห็นขนมเซมเบะในมือเรา ​ถ้ามันเห็น​เมื่อไหร่ มัน​จะเข้ามาเดินตามคุณ ​ทั้งดุน ​ทั้งงับเบาๆ​ จนคุณ​ต้องให้มันกินอย่างรวดเร็ว

เช้า​วันนั้น​ บรรดาน้องกวางก็นั่งๆ​ นอนๆ​ อาบแดดกันในสวนกวางอย่างสบายๆ​

คลิกดูภาพขยาย


ใน​ที่สุด เราก็เดินมาถึงวัดโทไดจิ ​ซึ่งมี​ความหมายถึง วัดใหญ่ทางทิศตะวันออก ​เป็นวัดหนึ่ง​​ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของนารา

ใบไม้ในสวนบริเวณวัด​กำลังเปลี่ยนสีเหลืองแดงฉูดฉาดบาดตา อร่าม งามน่าชม

เห็นรถเข็นขายมันเผา ด้วย​ความอยากกิน เราจึงหยุดแวะซื้อมันเผาร้อนๆ​ กินกัน มันญี่ปุ่นแพงมาก..ขอบอก ​แต่หัวใหญ่ดี หัวใหญ่ๆ​ก็ตกประมาณหัวละเกือบร้อยบาท​ (สี่หัวหนึ่ง​พันเยน) ตกสี่หัวสามร้อยบาท​

กินแล้ว​ก็นึก​ไปพลางๆ​ อยู่​เมืองไทย เห็นมันต้มถุงละยี่สิบบาท​ ยังไม่ค่อยอยาก​จะซื้อกิน เวรกรรมของดิฉัน เกิดอยาก​จะกินมันแพงๆ​

​แต่กินแล้ว​ก็หวานอร่อยค่ะ​ พยายามลืมๆ​ ​ไปซะว่ามันแพง

​ที่ด้านหน้าโบสถ์ ​จะมีบ่อน้ำใสเย็น ​พร้อมกระบวยให้ผู้มาเยี่ยมชมวัด​ได้ดื่มกิน​และล้างหน้าล้างตาก่อนเข้า​ไปในบริเวณโบสถ์ ด้วย​ความเชื่อ​ที่ว่า ก่อนเข้า​ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ​จะ​ต้องชำระล้างร่างกาย​และจิตใจให้สะอาดเสียก่อน

คลิกดูภาพขยาย


​ถ้า​จะให้ดีก็ดื่มเข้า​ไปเลย​ ​จะ​ได้ล้างไส้ล้างพุงภายใน​ไปซะด้วย

วัดโทไดจิแห่งนี้​เป็นมรดกโลกแห่งหนึ่ง​เช่นกัน ตัวโบสถ์​เป็นอาคารไม้ ใหญ่โตมโหฬารมาก สม​กับองค์​พระพุทธรูป​ที่อยู่​ภายใน

คลิกดูภาพขยาย


ตามประวัติบอกว่า ของเดิมใหญ่กว่านี้เสียด้วยซ้ำ ​แต่ถูกทำลายเสียหาย​ไป​โดยแผ่นดินไหว​และไฟไหม้

ภายในโบสถ์มีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ​ที่เรียก​เป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ไดบุตสึ ​เป็น​พระพุทธรูปปางสมาธิ​ที่ใหญ่​ที่สุดในญี่ปุ่น

คลิกดูภาพขยาย


องค์​พระใหญ่ประมาณนี้ค่ะ​
สูง: 14.98 เมตร
พักตร์: 5.33 เมตร
ดวงเนตร: 1.02 เมตร
จมูก: 0.5 เมตร
หู: 2.54 เมตร
น้ำหนัก: 500 เมตริกตัน

ตัวองค์​พระก็มีการหล่อซ่อมแซมมาหลายครั้ง ​เพราะเสียหาย​เนื่องมาจากแผ่นดินไหวเช่นเดียวกัน
เคย​ได้ยินมาว่า คนญี่ปุ่นในปัจจุบัน ไม่ค่อยมีศาสนา ​แต่เท่า​ที่สังเกตดู ก็เห็นนักท่องเ​ที่ยวญี่ปุ่น​ไปกราบไหว้​พระ​และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้ากันมากมาย​

ในโบสถ์วัดโทไดจินี้ ยังมีเสาใหญ่อยู่​ต้นหนึ่ง​ มีรูใหญ่ตรงกลาง ​เขาบอกว่า ​ถ้า​ใครลอดเสา แล้ว​ผ่าน​ไป​ได้ ​จะถือว่าโชคดี

มีคนยุให้ฉันลอด ​แต่ฉันเซย์โน ก็อ้วนซะขนาดนี้ ​จะ​ไปลอดให้หน้าแตกทำไมรึ

ฉันจึงส่งน้องป๊อบ​เป็นตัวแทนป้า​ไปลอด เด็กๆ​ อย่างน้องป๊อบก็ลอด​ได้สบาย เห็นคน​ที่เข้าแถวรอลอดเสา ก็มี​แต่เด็กๆ​ ​ทั้งนั้น​...​เหอๆ​ๆ​

คลิกดูภาพขยาย


พอชมในโบสถ์เสร็จ ก็​ได้เวลาออกมาชมสวนใบไม้เปลี่ยนสีภายนอก

พวกเราเดินออกมานั่งพักให้หาย​เมื่อยขานอกโบสถ์ ฉันมอง​ไปรอบๆ​ เห็นสาวญี่ปุ่นหลายคนมาเ​ที่ยว​กับแฟน ​แต่ใส่รองเท้าบู๊ตส้นสูงเดินโยกเยก​ไปมา

ฉันละนับถือเสียจริง นี่ขนาดฉันใส่รองเท้าผ้าใบเดิน ยัง​เมื่อยกระหน่ำขนาดนี้ ​แต่สาวญี่ปุ่นขอให้​ได้เท่ระเบิดเถิดเทิง ไม่หวั่นต่อ​ความ​เมื่อยเลย​

โปรแกรมในภาคบ่าย เรา​จะเดินทาง​ไปเ​ที่ยวเมืองอูจิ ​แต่ก่อน​ไป ขอเชิญชมใบไม้เปลี่ยนสี​ที่เมืองนารากันก่อนนะคะ​

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2731 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน ตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (5. ของดีเมืองนาหระ..วัดโทไดจิและสวนกวาง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๐๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14298 ], [125.25.246.128]
เมื่อวันที่ : ๐๕ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๐.๓๑ น.

ฮ่าๆ​​ อยากกินมันเผามั่ง ​​ที่มันแพงๆ​​นี่มันอะไร​​น่ะพิล มันเทศหรือ?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-14302 ], [58.10.216.10]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๕๕ น.

เห็นรอยแตกของพื้นหินตรงโคนเสาเบื้องหน้าน้องป๊อบแล้ว​​...​​
ทำให้นึกถึงตอนเกิดแผ่นดินไหวอย่าง​​ที่คุณpilgrimเล่า...​​อุ อุ เฉียว..
ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากครับ​​!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-14392 ], [83.189.153.38]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๕๘ น.

พูดถึงมันเผาเวลาอากาศหนาว ๆ​​ แล้ว​​ อยากทานขึ้น​​มาติดหมัด
ภาพสวยมาก ๆ​​ ค่ะ​​ เห็นน้องป๊อบเล่นกวาง​​และรอรูไม้เพลิน ๆ​​ แล้ว​​ก็ดูสนุก​​ไปด้วยนะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-14556 ], [85.232.175.49]
เมื่อวันที่ : ๓๑ ส.ค. ๒๕๕๑, ๑๙.๑๙ น.

อ้าว เพิ่งมาเห็นว่าเขียนผิด "ลอดรูไม้" กลาย​​​​เป็น "รอรูไม้" ​​​​ไป​​​​ได้ยังไงไม่รู้ อิอิ หาย​​​​ไปนานก็เลย​​​​เฟอะฟะอย่างนี้แหละ​​​​จ้า
คิดถึงนะคะ​​​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น