นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #28
ปักษิณ
...อีกสองคืน​ต่อมา...​ พ.ต.อ.ไกรสรขับรถยนต์ทิ้งช่วง ห่างจากรถมอเตอร์ไซค์คันหน้ามากพอ​ที่​จะไม่ให้ผู้​ที่ขับขี่รถยามาฮ่าฟีโน่คันนั้น​ ทัน​ได้สังเกตหรื...

ตอน : เปิดเผยจอมบงการ

อีกสองคืน​ต่อมา...​
พ.ต.อ.ไกรสรขับรถยนต์ทิ้งช่วง
ห่างจากรถมอเตอร์ไซค์คันหน้ามากพอ​ที่​จะไม่ให้ผู้​ที่ขับขี่รถยามาฮ่าฟีโน่คันนั้น​ ทัน​ได้สังเกตหรือหวาดระแวงว่า​กำลังมีผู้คอยสะกดรอยตาม

อดีตผู้การมือปราบมองเห็นการกระทำทุกย่างก้าวของฉันทวัฒน์ตั้งแต่ออกจากบ้าน​ไปแวะ​ที่สวนสาธารณะแห่งเดิม

เสร็จแล้ว​จึงเลย​​ไป​ที่สถานีรถยนต์​โดยสารขนส่งสายใต้แห่งใหม่ล่าสุด​ที่ตลิ่งชัน คนจูงหมาจอดรถมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้​ที่ข้างป้อมยาม ​เขาเดิน​ไปเดินมาทั่วสถานีแห่งนั้น​อยู่​นานทีเดียว

ต่อจากนั้น​ ​เขาก็วกกลับ​ไป​ที่คลินิกของหมอมีเงินอีกครั้งหนึ่ง​ ​โดยเข้า​ไปคุย​กับแม่บ้าน​ที่ดูแลหมา​ที่ชื่อข้าวเหนียว ขลุกอยู่​​ที่นั่นพักใหญ่จึงออกมา

หลังจากนั้น​​เขาก็มุ่งหน้า​ไปทาง​เขาดินจอดรถ​และเดินผ่านเจ้าหน้า​ที่ตำรวจปะปน​ไป​กับผู้​ที่​กำลังประท้วงรัฐบาลอยู่​อย่างออกรสออกชาติ​โดยไม่คำนึงถึง​ความเดือดร้อนของประชาชนผู้​ใช้รถ​ใช้ถนน​และเด็กนักเรียน​ที่​กำลังเรียนหนังสืออยู่​ในโรงเรียนหรือ​แม้​แต่​พระสงฆ์องค์เจ้าก็พลอยขาดญาติโยมเข้า​ไปทำบุญสุนทาน ชายหนุ่มเดินวนเวียนอยู่​สักครู่ก็ออกมาขี่รถอ้อมกลับ​ไปทางราชวัตรเลย​​ไปเข้าถนนนครไชยศรีตอนนั้น​​เป็นช่วงเวลาใกล้สองยามเต็มทีแล้ว​

เ​ที่ยงคืนตรง​เขาก็แวะ​ไป​ที่อพาร์ทเมนต์ในซอยร่วมจิต บางกระบือ หายเข้า​ไปสักครึ่งชั่วโมงจึงเห็นมอเตอร์ไซค์คันงามแล่นออกมาอีกครั้งหนึ่ง​

จุดสุดท้ายของ​เขา​ไปสิ้นสุด​ที่สำนักงานมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยเวลาตีสี่ของเช้า​วันใหม่ตรงเผง...​

ท่านอดีตผู้การมือปราบไม่กล้าลอบเข้า​ไปใกล้สถาน​ที่นั้น​ ด้วยเกรงว่าชายหนุ่ม​จะไหวตัวทัน ​เพราะสถาน​ที่นี้​เป็นบ้านของนายพลเอกฉัตร ชาญสงครามอันมีรั้วรอบขอบชิด

ภายหลังจาก​ที่ซุ่มดูฉันทวัฒน์ผู้​ซึ่ง​ได้เข้า​ไปสักครู่ ก็มีผู้ขับรถออกมาจากประตูหน้าบ้าน​ซึ่ง พ.ต.อ.ไกรสรจำ​ได้แม่นว่า​เป็นรถยนต์ของพันโทราชันย์คนสนิทของท่านนายพลเอกฉัตรเจ้าของบ้าน

ด้วย​ความสังหรณ์ใจบางอย่างทำให้อดีตผู้การมือปราบปรับเปลี่ยนแนวทางการติดตามหรือซุ่มรอชายหนุ่ม ‘คนจูงหมา’ มา​เป็นสะกดรอยตามดูพฤติกรรมคนสนิทของเลขาธิการมั่นคงดำรงไทยแทน

ท่านอดีตผู้การมือปราบพอ​ที่​จะ​ได้ข้อสรุปอะไร​ลางๆ​แล้ว​สำหรับคดีฆาตกรรมโหดลึกลับ​ที่จับมือ​ใครดมไม่​ได้!

​แม้ว่า​จะมีผู้​ที่​ต้องสงสัยอยู่​หลายคนก็ตามที!

​เขารีบโทรศัพท์แจ้งให้ทองตีบสหายคนสนิท​ได้รับรู้ว่าขณะนี้นายฉันทวัฒน์หรือคนจูงหมานั้น​อยู่​​ที่ใด ​โดยให้รีบรายงานให้​เขาทราบทันที​เมื่อคนจูงหมากลับถึงบ้าน ​และคอยสังเกต​ความเคลื่อนไหว​ทั้งหมดอย่าให้ชายหนุ่มทัน​ได้รู้ตัว

รถของท่านอดีตผู้การมือปราบแล่นตามรถของพันโทราชันย์​โดยทิ้งระยะห่างพอให้มีโอกาส​ที่​จะเร่งติดตาม​ได้ทันเหมือนเคย...​


*********


๐๖.๑๕ นาฬิกา
นิ้วมือ​ที่เหนี่ยวไกปืน​เพื่อ​จะสังหาร​ใครสักคน
​ซึ่ง​เขาไม่เคยรู้จักมักจี่ว่า​เป็น​ใครมาจากไหนนั้น​ ช่างชวนให้เกิด​ความคิด​ที่สั่นสะเทือนอารมณ์อย่างชนิดยาก​ที่​จะบรรยายถึง​ความรู้สึก​ที่แท้จริงของฆาตกรเลือดเย็นในขณะนั้น​​ได้

ยิ่งในช่วง​ที่เหยื่อถูกกระสุนล้มลง​และขาดใจตายให้เห็น​ไปต่อหน้าต่อตา นับว่ายิ่ง​เป็นช่วง​ที่น่า​จะระทึกใจมากกว่าตอนอื่นใด​ทั้งหมด!

​เขามี​ความรู้สึกเช่นไร?

มี​ใครเคยถามฆาตกรเหล่านั้น​บ้างหรือเปล่า?

​เขาเคยนึกถึงลูกเมีย นึกถึงญาติพี่น้องอัน​เป็นคน​ที่รักของเหยื่อกระสุนเหล่านั้น​บ้างไหม?

ว่าพวก​เขา​ทั้งหลาย​จะเศร้าโศกเพียงไร ภายหลังจาก​ที่​ได้รับทราบข่าวร้ายในการจาก​ไปของคนอัน​เป็น​ที่รัก?

อนิจจานี่หรือชีวิตของ​ความดี​และ​ความชั่ว​ที่​ได้สั่งสมมานานนับแรมปี!

ไม่ว่า​จะดีหรือเลวเพียงใดก็ตาม กระสุนสังหารก็ไม่ใช่หนทาง​ที่ถูก​ที่ควรมิใช่หรือ?

ใน​เมื่อฟ้า​ได้ลิขิตให้​เขา​ได้เกิดมา​เป็นมนุษย์แล้ว​ไซร้...​

ฟ้าเท่านั้น​​ที่​จะมีสิทธิ์ลงโทษทัณฑ์...​

ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน!

นี่​คือ​ความนึกคิดครั้งสุดท้ายของ สส.อิสเรศ!

​เขาลืมตาโพลงก่อน​ที่​จะสิ้นใจ ดวงตายังคงเบิกโพลง​และค้างเติ่งอยู่​อย่างนั้น​!

คล้าย​กับ​จะฟ้องฟ้า..ผู้ลิขิตให้เกิด!

ไยจึงบันดาลให้ชีพนี้​ต้องสิ้นลง​กับดิน!

ฤาว่าดินนั้น​​คือ..ผู้รองรับลิขิตของฟ้า!

กระสุน​ที่แหวกอากาศมาแบบไร้เสียงอันเปรียบเสมือน​กับเพชฌฆาตผู้ไร้​ซึ่ง​ความปราณี​ได้ทะลุเข้า​ไปในหว่างคิ้วของอิสเรศ...​

ชายผู้​ซึ่ง​กำลังคิดคำนึงในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น​เอง!

​เขาหงายหลังล้มตึงอยู่​บนทางเท้า ในเวลาเดียวกัน​กับสายตา​ที่เพ่งมอง​ไปยังมือปืนคน​ที่​เขาเคยรู้จักมาก่อน!?

​เป็นช่วงเวลาเดียวกัน​กับในขณะ​ที่​เขา​กำลังก้าวลงจากรถฟอร์จูนเนอร์คันเก่งตามกำหนดเวลา​ที่นัดหมายไว้​กับ​ใครคนหนึ่ง​!?

เลือดแดงฉานไหลนองพื้นทางเท้า ​ทั้งๆ​​ที่ประตูรถด้านคนขับยังคงเปิดอ้ากว้างอยู่​...​

รอยโบ๋ของบาดแผลตรงหว่างคิ้วบนหน้าผากนั้น​ แลดูเกือบ​จะเหมือนกัน​กับรอยแผลบนร่างของท่านรัฐมนตรีไอยราไม่มีผิดเพี้ยน!


*********


กระสุนจากปืนเก็บเสียงเบอเรตต้า ๙๒เอฟเอสทะลุขมับขวาของมานะในขณะ​ที่​เขาเหนี่ยวไกปล่อยกระสุนจากปืนชนิดเดียวกันเข้าใส่ สส.อิสเรศ ​ซึ่งเกือบ​จะเรียก​ได้ว่า​เป็นเสี้ยววินาทีเดียวกันก็อาจ​จะ​เป็น​ได้

ร่างล่ำสันของมานะค่อยๆ​ทรุดฮวบลงกอง​กับพื้นห่างจากร่างของ สส.อิสเรศเพียงห้าหลาเท่านั้น​ เลือดสีแดงนองพื้นใต้ต้นยูงทอง​ที่​กำลังออกดอกเหลืองอร่ามตัด​กับสีเลือดแดงฉานข้างลานจอดรถในขณะ​ที่แสงสีทองของดวงอาทิตย์​กำลัง​จะเริ่มจับขอบฟ้า

ทันที​ที่พันโทราชันย์หันหลังกลับ ภายหลังจาก​ที่​ได้ซุกซ่อนอาวุธปืนไว้อย่างเรียบร้อย​มิดชิดแล้ว​ ​เขาก็​ต้องสะดุ้งสุดตัว​เมื่อเห็นร่างของ พ.ต.อ.ไกรสร​พร้อมด้วยเจ้าหน้า​ที่ นปพ.​พร้อมอาวุธครบมืออีกสามนายยืนรออยู่​

​เมื่อรู้ตัวว่าไม่​สามารถ​ที่​จะต่อกร​กับผู้​ที่มีอาวุธ​และ​กำลังเหนือกว่า​ได้ ราชันย์จึงยอมจำนนต่อสถานการณ์​โดยไม่บิดพลิ้ว ​เขายินยอมให้เจ้าหน้า​ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษยึดอาวุธของ​เขา​และสวมกุญแจมือ​แต่​โดยดี...​


*********


"น้าบุบครับ​..คุณยายครับ​!..มีคนถูกยิงตายสองคน​ที่ลานจอดรถครับ​!" เสียงเด็กชายบี๊บร้องเรียกบุปผชาติ​และนางบุหงาพลางดึงเชือกจูงหมามะลิอยู่​พัลวัน

​เมื่อทุกคนมอง​ไปทางลานจอดรถก็​ต้องตะลึงอีกครั้ง​เมื่อเห็นอดีตผู้การมือปราบหันมายักคิ้วให้ ก่อน​ที่​จะพา บรรดาเหล่าเจ้าหน้า​ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ​ทั้งสามนายควบคุมพันโทราชันย์ผู้​ต้องหาขึ้น​รถ​เพื่อมุ่งตรง​ไปยังมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย...​

"โน่นแน่ะ..คุณอามา​พอดี..ไชยโย.."

บี๊บชี้มือ​ไปทางรถยนต์โตโยต้าโคโรลล่าอัลติสสีเทาดำ​ที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาจอด เด็กชายน้อยรีบจูงเจ้ามะลิวิ่งตรง​ไปทางนั้น​ทันที

ฉันทวัฒน์ก้าวลงจากรถ​พร้อม​กับจูงสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล​ที่ชื่อเจ้าข้าวเหนียวมาด้วย ​พร้อม​กับยื่นสายจูงหมาข้าวเหนียวให้​เพื่อ​เป็นการแลกเปลี่ยน​กับเจ้ามะลิ พลางบอก​กับบี๊บว่า

"หมาตัวนี้มันชื่อเจ้าข้าวเหนียว อายกให้​เป็นของขวัญสำหรับวันเกิดของเธอในปีนี้นะบี๊บ สุขสันต์วันเกิด"

พูดจบ​เขาก็หัน​ไปยกมือไหว้นางบุหงา​พร้อม​กับส่งสายตา​เป็นประกายอย่างมี​ความหมายประสาน​ไปทางบุปผชาติ ​ซึ่งหญิงสาวก็​กำลังจ้องมอง​เขาอยู่​ด้วยสายตา​เป็นประกายหวานฉ่ำอย่างเดียวกัน...​

บี๊บกล่าวขอบคุณชายหนุ่มด้วย​ความดีใจ​และพยายามดึงสายจูงเจ้าข้าวเหนียว​ที่มัว​แต่หันหน้า​ไปทางกลุ่มไทยมุงด้วย​ความรู้สึกตามสัญชาติญาณว่ามัน​กำลัง​ได้กลิ่น​ใครสักคน​ที่มันคุ้นๆ​...​


*********


โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณู​ที่ตัวแทนของบริษัทข้ามชาติ​กำลังล้อบบี้รัฐบาลอยู่​อย่างขันแข็งนั้น​ ยังมีกลุ่มโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์​และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังลม​ที่มีบริษัทคนไทยร่วมหุ้น​กับต่างชาติในฐานะคู่แข่งขันด้านนำเสนอ​สิ่งแวดล้อม​เป็นจุด​ที่​ใช้ต่อสู้ในการให้​ได้รับอนุมัติในการก่อสร้าง​เพราะ​ได้จ้างมหาวิทยาลัยต่างๆ​หลายแห่งให้ทำการวิจัยใน​ความ​เป็น​ไป​ได้​และจุดคุ้มทุน ​โดยเฉพาะ​ได้ยึด​เอาพลังงานสะอาด​เป็นจุดขาย

​แม้ว่าพลังงานทดแทน​ที่​ได้จากธรรมชาติ​จะดูไม่คุ้มทุนในระยะแรก​แต่​เมื่อคิดถึงระยะยาว​และลักษณะการลงทุนแล้ว​​ทั้งพลังลม​และพลังแสงอาทิตย์นั้น​​สามารถแยกเลือกการลงทุน​ได้ตาม​กำลังเงินทุนของผู้รับบริการ​คือ​จะเลือก​ได้ตั้งแต่บ้านเดียว ​เป็นหมู่บ้าน ​เป็นตำบล ​เป็นอำเภอ แทน​ที่​จะทำ​เป็นเมกกะโปรเจ็ค​โดย​ใช้งบประมาณแผ่นดิน​และจำนวนเงินกู้มหาศาล ผู้​ที่​ได้ผลประโยชน์​ที่แท้จริงก็​คือนักการเมือง​ที่เกี่ยวข้อง ​และบริษัท​ที่รับทำโครงการเท่านั้น​เอง

ไม่เคยมี​ใครคิดถึงข้อดีในข้อ​ที่ค่อยทำค่อย​ไปนี้เลย​ มี​แต่คิด​จะทำโครงการใหญ่โตเมกกะโปรเจ็ค​เป็นหมื่นล้านแสนล้าน ​ทั้งๆ​​ที่คนระดับตำบลแค่ อบต.​และชาวบ้านก็​สามารถกระทำ​ได้แล้ว​ อาจ​จะมีคนเริ่มต้นแล้ว​บางแห่ง​แต่ก็ยังไม่​เป็น​ที่ยอมรับของรัฐบาล​และสังคม​โดยรวม..อนิจจัง...​

การงัดข้อกัน​ระหว่างมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย​และรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง​ที่เกี่ยวข้อง รวม​ไปถึงพ่อค้าส่งออกผลิตผลการเกษตร ​ที่ต่างพากันขัดขวาง​เพื่อ​จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​โดยอ้างถึงต้นทุนกำไร​และ​ความ​เป็น​ไป​ได้

​โดยทุกคน​ได้มองข้ามพลังธรรมชาติ​ที่ไม่​ต้องซื้อหาอีกตลอดกาล ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​​เพราะหลังจากผลิตสำเร็จแล้ว​ก็​ใช้​ได้ตลอด​ไปไม่มีวัน​ที่​จะหมดสิ้น ต่อ​เมื่อโลกแตก​เมื่อไหร่นั่นแหละ​ จึง​จะถึงจุดอวสานของมวลมนุษยชาติ​และของโลก

อาจ​จะมีบ้างในการบำรุงรักษาหรือดัดแปลงแก้ไขใหม่ให้ดีขึ้น​กว่าเก่า ​แต่ก็​เป็นธรรมชาติของเครื่องจักรกลทั่ว​ไป!

​เป็นการดีเสียอีก​ที่การบำรุงรักษาเครื่องจักรกล​และอุปกรณ์ขนาดเล็กนั้น​ ชาวบ้านระดับล่างก็​สามารถ​ที่​จะทำกันเอง​ได้ ​ถ้า​ได้รับการอบรมในการดูแล​และบำรุงรักษาให้​ได้มาตรฐาน​โดยไม่​ต้องพึ่งพางบประมาณให้มากมาย​นัก

​ที่สำคัญ​ที่สุด​คือทำให้คน​ส่วนใหญ่ของประเทศมีงานทำอย่างทั่วถึงกัน ปัญหาคนว่างงาน​และปัญหาต่างๆ​​ที่​เป็นภาระของสังคมก็​จะลดน้อยลง​ไปด้วย​โดยปริยาย...​

นี่​คือ​ที่มาของการหมด​ความอดทน​ที่​จะถกเถียงทางวิชาการให้เปลืองสมองกันอีกต่อ​ไป แผนล้างบางนักการเมือง​และนายทุนขี้ฉ้อจึงผุดขึ้น​ในสมองของท่านเลขาธิการมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยทันที...​

ท่านนายพลเอกฉัตรจึงมอบหมายให้ฉันทวัฒน์​ไปวาง​กับดัก​คือกล้องบันทึกวิดีโอขนาดจิ๋วตามสถาน​ที่ต่างๆ​​โดยเจ้าตัว ‘คนจูงหมา’ ไม่​ได้รับรู้ในแผนการใดๆ​​ทั้งสิ้น ​เขาทำ​ไปตามคำสั่ง ​เพราะท่านนายพลเอกฉัตรอ้างถึงว่า ​ทั้งหมดนั้น​​เพื่อ​เป็นการสำรวจหาสถิติของธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อมเพียงเท่านั้น​เอง

ท่านนายพลเอกฉัตรจึงจัดทีมสังหาร​โดยฆาตกรแม่นปืนสองนาย​คือ
๑. พันโทราชันย์ นายทหารคนสนิท ​และ...​
๒. มานะมือปืนระดับ​พระกาฬอีกคน​ที่แฝงตัวเข้า​ไปทำงาน​กับเหยื่อหรือเป้าหมาย​ที่​ต้องการสังหาร​โดยเฉพาะ

ผู้​ที่​ไปเก็บกู้แผ่นซีดีขนาดจิ๋ว​และวางแผ่นใหม่ทดแทนก็​คือฉันทวัฒน์ หรือบางคราวท่านก็ให้พันโทราชันย์​เป็นผู้ดำเนินงานในกรณีพิเศษ

สำหรับฉันทวัฒน์นั้น​ ชายหนุ่มทำตามคำสั่งของผู้​เป็นลุงอย่างเคร่งครัด!

​โดย​ที่ ‘คนจูงหมา’ มิ​ได้ระแคะ​ระคายถึงแผนการร้ายต่างๆ​เหล่านั้น​เลย​...​

​เพราะนึกไม่ถึงว่า ชายสูงอายุเลขาธิการมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยผู้ใจดี​ซึ่ง​เป็นลุงแท้ๆ​ของ​เขาเองนั้น​ ​จะมีเบื้องหลังกลับกลาย​เป็นจอมบงการฆาตกร...​

​ที่สั่งฆ่าคน​ได้อย่างเลือดเย็น...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2717 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน เปิดเผยจอมบงการ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fishbud [C-14266 ], [68.116.156.171]
เมื่อวันที่ : ๒๘ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๑.๓๙ น.

โห...​​จบแบบดื้อๆ​​อย่างรวบรัดตัด​​ความจังเลย​​ค่ะ​​คุณปักษิณ ​​ถ้ามีตอนย่อยต่ออีกซักสองสามตอนให้ชวนระทึกขวัญกันอีกซะหน่อย​​ก่อน​​จะอวสานก็น่า​​จะดีนะคะ​​ ​​เพราะอ่านแล้ว​​รู้สึกว่า​​ทำไมรีบจบจัง แถมยังมีปมเรื่อง​​อีกหลายอย่าง ​​ที่ผู้อ่านคงอยากทราบว่า​​จะคลี่คลายอย่างไร เช่นเรื่อง​​ปาฎิหาริย์ของชุดพรชมพู​​เป็นต้น ว่า​​จะนำคุณฉัน​​กับคุณบุบมาคู่กัน​​ได้จริงๆ​​รึเปล่า

ดิฉันคิดว่า​​ถ้าคุณปักษิณเขียนเพิ่มอีกซักหน่อย​​ นิยายเรื่อง​​นี้ก็คง​​จะสมบูรณ์ขึ้น​​​​ไปอีกค่ะ​​ ​​เพราะเนื้องเรื่อง​​​​และการเดินเรื่อง​​นั้น​​ก็ดีอยู่​​แล้ว​​ตั้งแต่ต้น ​​แต่จบเร็วแบบนี้ คน​​ที่ติดตามอ่านมา​​โดยตลอดนี้ตั้งตัวแทบไม่ทันจริงค่ะ​​ หักมุมเร็วเกินคาด ราว​​กับว่านิยายเรื่อง​​นี้​​เป็นหนัง Series ​​ที่โดน cancel จากทาง network ยังไงยังงั้น ผู้เขียนเลย​​​​ต้องรีบเขียนให้จบๆ​​ซะ

ยังไงก็ขอเชียร์ให้เขียนเพิ่มนะคะ​​ ​​เอา​​เป็นว่าตอนนี้ขอส่งชื่อ "เปิดเผยจอมบงการ" ไว้ให้พิจารณาค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-14271 ], [125.25.190.176]
เมื่อวันที่ : ๒๙ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๐.๑๒ น.

สงสัย​​จะมีต่อภาคสองละมังคะ​​ คุณปักษิณ ต่ออีกก็ดีค่ะ​​ ​​จะ​​ได้ไม่รู้สึกว่า​​รวบรัดเกิน​​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14290 ], [58.10.216.210]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.ค. ๒๕๕๑, ๐๐.๒๓ น.

สวัสดีครับ​​คุณadd คุณfishbud ​​และคุณม่านแพร

ปักษิณ​​ต้องขอขอบคุณในน้ำใจท่านผู้อ่าน​​ทั้งหลาย​​ที่​​ได้แสดง​​ความคิดเห็นอย่างตรง​​ไปตรงมาเกี่ยว​​กับตอนอวสานของ "คนจูงหมา"

ผู้เขียนเปรียบเสมือนช่างก่อสร้างครับ​​ ‘ปลูกเรือน​​ต้องตามใจผู้อยู่​​’ ว่าไงว่าตามกันไม่ขัดศรัทธา ​​ที่สำคัญ​​ที่สุด..ดีสำหรับผู้เขียนเสียอีก​​ที่​​จะ​​ได้ทำงานให้สมบูรณ์แบบถูก​​ต้องตาม​​ความตั้งใจเดิม​​ที่​​จะให้​​ความสนุกตื่นเต้นเร้าใจในทุกขั้นตอนต่อผู้อ่าน ผู้เขียนเองก็ยังมี​​ความรู้สึกเช่นเดียวกัน​​กับท่านว่า ‘จบบทตอนอวสานนี้ยังขาดอะไร​​​​ไปสักอย่าง’ เหมือนกัน...​​

ฉะนั้น​​จึงขอเชิญท่านอ่านตอน​​ที่ ๒๙ ​​และตอนต่อ​​ไปจนกว่า​​จะจบ​​ได้แล้ว​​ครับ​​ ​​ซึ่งคราวนี้ปักษิณขอรับประกันว่า​​จะไม่ทำให้ท่าน​​ต้องผิดหวังอีกอย่างแน่นอน...​​

​​ที่ปักษิณหาย​​ไปตั้งแต่เขียน "คนจูงหมา" จบตอน​​ที่ ๒๘ เสียหลายวัน​​เพราะน้องสาวคนเดียว​​กำลังให้คีโมอยู่​​​​ที่โรงพยาบาลศิริราชในขณะเดียวกัน​​กับ​​ที่คุณแม่ป่วยกะทันหัน​​ต้องเข้ารักษาตัว​​ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม จึงวิ่ง​​ไปวิ่งมาเสียหลายวัน กว่า​​จะทำใจ​​ได้...​​​​โดยขณะนี้ทุกอย่างดีขึ้น​​เข้ารูปเข้ารอยแล้ว​​ครับ​​...​​

ขออวยพรให้ผู้อ่านทุกท่านจงประสบโชคดีมีชัยตลอด​​ไปนะครับ​​...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปักษิณ [C-14291 ], [58.10.216.210]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.ค. ๒๕๕๑, ๐๐.๒๕ น.

"เปิดเผยจอมบงการ" ขอบคุณครับ​​คุณfishbud...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น