นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #26
ปักษิณ
...นางบุหงา บุษบา​และบุปผชาติ รวมถึงคน​ทั้งหมดในบ้านต่างก็มี​ความรู้สึกดีใจ​ที่เด็กชายบี๊บถูกช่วยชีวิตออกมา​ได้อย่างปลอดภัย ทุกคนพากันทยอย​ไป​เพื่อแสดงค...

ตอน : ปาฏิหาริย์...พรชมพู

นางบุหงา บุษบา​และบุปผชาติ รวมถึงคน​ทั้งหมดในบ้านต่างก็มี​ความรู้สึกดีใจ​ที่เด็กชายบี๊บถูกช่วยชีวิตออกมา​ได้อย่างปลอดภัย ทุกคนพากันทยอย​ไป​เพื่อแสดง​ความขอบคุณแก่คณะบุคคล​ที่เข้า​ไปช่วยคลี่คลายคดี​ที่สำคัญนี้

​โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายคนจูงหมา​พร้อม​ทั้งหมาของ​เขา​ที่​ได้ช่วยเด็กน้อย​เอาไว้ในเวลา​ที่ฉุกละหุก​และเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตอย่างนั้น​

หากต่อ​เมื่อสตรี​ทั้งสาม​พร้อมด้วยเด็กชายบี๊บ​และพิษณุผู้บิดา​ซึ่ง​เป็นคนขับรถ​ได้พารถเลี้ยวเข้า​ไปยังบ้าน 'อัสดงคต' ของฉันทวัฒน์ ก็พลันปรากฏว่าชายหนุ่มไม่อยู่​บ้านเสียแล้ว​!

​โดยชายหนุ่ม​ได้บอก​กับทองตีบก่อนออกเดินทางอย่างรีบเร่งว่า​จะ​ไปธุระเหมือนเคยด้วยรถมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าฟีโน่ตามปกติ​ที่เคยปฏิบัติมาตลอด ​เขา​ไปตั้งแต่​เมื่อคืนนี้ จนกระทั่งป่านนี้ยังไม่กลับถึงบ้านเลย​!

สร้าง​ความผิดหวังให้​กับทุกคน ​แต่สำหรับบุปผชาติแล้ว​เธอให้รู้สึกคลางแคลงใจ​เป็นอย่างมาก ว่าทำไมชายหนุ่มจึง​ต้อง​ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการทำงาน ​ทั้งๆ​​ที่มีรถยนต์ให้เลือก​ใช้อีกตั้งสองคัน?

ฉะนั้น​หลังจาก​ที่ทุกคนพากันกลับมาบ้านกันหมด บุปผชาติจึงแยกตัวออกมานั่งเงียบๆ​เพียงผู้เดียวอยู่​​ที่ระเบียงหน้าบ้าน...​

ภายใต้ห้วงคิดคำนึงแห่งจินตนาการ...​

ถึงเรื่อง​เกี่ยว​กับ 'คนจูงหมา' ​แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น​!

หรือว่าธุระ​ที่​เขาออก​ไปทำนี้มันช่างลึกลับซ่อนเร้นเสียหนักหนา?

ขนาดเธอ​และบิดา​พร้อม​ทั้งนายทองตีบ​ได้สะกดรอยตาม​ไปถึงสองวันติดๆ​กัน ก็ยังไม่​สามารถ​ที่​จะพิสูจน์​ได้เลย​ว่า งาน​ที่​เขา​ไปปฏิบัตินั้น​ ว่ามัน​คืออะไร​กันแน่?

มันช่างลึกลับเสียจนไม่มี​ใคร​ที่​จะรับรู้หรือสัมผัส​ได้เลย​กระนั้น​หรือ?

​ถ้าหากเปรียบชายหนุ่มคนจูงหมานี้​เป็นเช่นฆาตกร ​เขาก็​เป็นฆาตกร​ที่มีฝีมือร้ายกาจปานพญายมนั่นเทียว!

บุปผชาติเสียววูบเข้า​ไปถึงขั้วหัวใจ ​เมื่อนึกมาถึงตอนนี้!

คนอะไร​..ช่างใจคอโหดเหี้ยมฆ่าคน​ได้อย่างเลือดเย็นถึงปานนั้น​!

ทำตัวประหนึ่ง​ว่าตัวเอง​เป็นเพชฌฆาตฆ่าแกง​เอาชีวิตผู้คน​ได้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย​สักนิด...​

คน​ที่ออกคำสั่งกำหนดชะตาชีวิตคนอื่นนั้น​ก็ช่างโหดร้ายเหลือ ไม่​ได้คิดถึงว่า​ถ้า​เป็นตัวเองโดนเข้าอย่างนั้น​บ้าง ​จะมี​ความรู้สึกเช่นไร?

"ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหลาย​ทั้งปวงจงโปรดปราณี ขอให้เพชฌฆาตโฉดจงอย่า​ได้​เป็น..นาย 'คนจูงหมา' ผู้นี้เลย​..ขอ​ได้โปรดช่วยลูกด้วยเถิด"

บุปผชาตินึกภาวนาเงียบๆ​อยู่​ในใจเพียงคนเดียว


*********


๑๑.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น​
ยุวดีเลขานุการิณีของฉันทวัฒน์​ได้โทรศัพท์มาบอกบุปผชาติเรื่อง​กำหนดนัดหมายให้เธอเข้าบริษัท​ไปพบ​เพื่อรับมอบหมายงาน ​ที่เธอ​จะ​ต้องเริ่มทำงานต้นเดือนหน้านี้​กับ 'บริษัท อัสดงคต โซลาร์ซีสเต็ม จำกัด' ในตอนบ่ายสองโมงตรงของวันนี้

แปลก!..​ที่เธอยังคงรู้สึกประหม่า​และตื่นเต้นทุกครั้ง​ที่เธอ​จะ​ต้องพบหน้า​กับนาย ‘คนจูงหมา’ ผู้​ที่มีอำนาจลึกลับบางอย่างนอกเหนือจาก​ความรู้สึกนึกคิดของเธอเองตลอดเวลาอยู่​เสมอ

บุปผชาติเองนั้น​มีปัญหาคาใจ​ที่อยาก​จะถาม​เขาตรงๆ​หลายเรื่อง​หลายประการ ​แต่เธอก็มิกล้า​ที่​จะปริปากเอ่ยถาม​เขา​ได้​แม้สักครั้งเดียวเลย​จนแล้ว​จนรอด

ครั้งนี้เธอ​จะ​ต้องคาดคั้น​เอาให้รู้เรื่อง​ราวต่างๆ​​ที่ค้างคาใจในตัว​เขาจนกระจ่างแจ้งทุกประการให้จง​ได้ ​แม้ว่า​เขา​จะโกรธขึ้งเธอหรือตัดเยื่อใยสายสัมพันธ์ประการใดก็จำ​เป็น​ต้องยอม

​ทั้งนี้​ต้องแล้ว​​แต่พรหมกำหนดกฎเกณฑ์เวรชะตาฟ้าลิขิต!

วันนี้เธอ​แต่งตัวด้วยชุดสีชมพูบานเย็นหวานแหววสะดุดตา​เป็นพิเศษ เดิมชุดนี้​เป็นของบุษบาพี่สาวคนสวยคนเดียวของเธอ หล่อนยกให้เธอ​เมื่อเห็นน้องสาว​ไปยืนเมียงๆ​มองๆ​ หยิบจับชุดนี้อยู่​​ที่ตู้เสื้อผ้าของหล่อน​เป็นนานสองนาน

"ชอบชุดนี้หรือบุบ ​ถ้าชอบพี่ยกให้เธอ​เอาไหมล่ะ?"

"จริงหรือพี่บุษ?" บุปผชาติทำตาโต

"จริงซี พี่ยกให้บุบจริงๆ​ พี่ใส่ในงานวันหมั้น​กับพี่พิษณุเพียงครั้งเดียวเอง พี่คงไม่​ได้ใส่มันอีกหรอก ​เพราะรู้สึกว่า​ตัวพี่​จะพองขึ้น​ทุกวัน"

"ไม่เสียดายหรือ..พี่บุษใส่เพียงครั้งเดียวเอง?"

"เสียดาย​ไปก็เท่านั้น​ ​เพราะพี่เก็บไว้เพียง​เพื่อ​เป็น​ที่ระลึกถึงวันหมั้น​ซึ่งมีเพียงครั้งเดียวเองในชีวิต ​แต่มาคิดดูอีกที​ถ้าบุบ​ได้ใส่ชุด​ที่พี่เคยคิดว่าสวย​ที่สุดรัก​ที่สุดแล้ว​บุบเกิด​ได้​ไปพบเจ้าชายในฝันของบุบ พี่​จะมี​ความสุขมากยิ่งกว่า"

"แหม..พี่บุษพูดราว​กับว่าชุดนี้มันมีอาถรรพ์อย่างนั้น​แหละ​!?"

"จริงๆ​แล้ว​พี่ไม่อยากพูดถึงเรื่อง​นี้หรอกนะ ​แต่ไหนๆ​​เมื่อบุบถามพี่อย่างนี้ก็ดีแล้ว​ บุบ​จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจบุบเองเถอะนะ ​แต่ว่ามัน​เป็นเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​จริงๆ​"

"อ๊ะๆ​..โห..พี่บุษอย่าบอกบุบนะว่าใส่ชุดนี้แล้ว​​จะมีปาฏิหาริย์!?"

"ก็ทำนองนั้น​แหละ​!"

"จริงอ๊ะ?..บุบไม่เชื่อหรอก สงสัยพี่บุษ​จะยึดติด​กับเรื่อง​ของไสยศาสตร์มาก​ไปหน่อย​หรือเปล่า?"

"นี่..​จะฟังหรือไม่ฟังหือยายบุบ..ของพรรค์นี้​ใครไม่เจอ​กับตัวเองแล้ว​ไม่มีวัน​ที่​จะ​ได้รับรู้​เป็นอันขาด พูด​ไปก็เหมือนกัน​กับโม้?"

"บุบเชื่อแล้ว​จ๊ะ​ ใจน้อย​ไป​ได้พี่บุษนี่ เล่า​ไปซีจ๊ะ​พี่..แฮ่..ชักอยาก​จะรู้เรื่อง​ราวเสียแล้ว​ซี"

"​คือพี่​ไปเจอชุดนี้​เขาโชว์อยู่​​ที่ร้าน 'ชมพูพร' ​ที่ตลาดนครปฐม บังเอิญวันนั้น​พี่​ไปนมัสการองค์​พระปฐมเจดีย์​กับคุณแม่ เจอเจ้าของร้าน​เขาหน้าตาสวยหวานเชียวเธอ​เป็นสาวใหญ่ พูดจาไพเราะ"

"อ๋อ..บุบจำ​ได้ร้าน​ที่อยู่​ปากทางเข้าตลาดล่างใกล้ร้านข้าวหมูแดงเจ้าอร่อยใช่ไหมพี่บุษ?"

"ใช่แล้ว​จ๊ะ​..ร้านนั้น​แหละ​ เธอเห็นพี่​ไปยืนตะลึงดู​ความงามของเสื้อชุดนี้ตรงตู้โชว์หน้าร้านของเธอ จึงเดินออกมาถามว่า 'ชอบหรือจ๊ะ​หนู? ​ถ้าชอบพี่ลดราคาให้​เป็นพิเศษ' ไม่รู้อะไร​มาดลใจให้พี่เกิด​ความอยาก​ได้จนตัวสั่นเลย​ทีเดียว"

"ถึงขนาดนั้น​เลย​หรือ?"

"ใช่เลย​ มันเหมือน​กับมี​ความรู้สึกว่า​ ‘ชุดสวยนี้ควร​เป็นของเรา’ ขนาดนั้น​เลย​ล่ะ พี่ก็เลย​ถามราคาทันที"

"​เป็น​เอามาก!"

"พอ​เขาบอกราคาเท่านั้น​แหละ​..ยายบุบเอ๊ย.."

"ทำไมหรือพี่?"

"พี่ก็รู้สึก​ได้ทันทีว่าชุดนี้เหมาะ​กับพี่อย่างแน่นอน ไม่มีอะไร​​ที่​จะสวยงามเทียม​ได้​กับชุดนี้เลย​ล่ะ นั่น​คือสิ่ง​ที่พี่คิด​ได้ในตอนนั้น​ ​และ​ที่สำคัญพี่มี​กำลัง​ที่​จะซื้อ​ได้​พอดี"

"พกเงิน​ไป​พร้อมเลย​หรือคะ​พี่บุษ?"

"​เพราะพี่พกคุณแม่​ที่​เป็นธนาคารเคลื่อน​ที่​ไปด้วยต่างหากล่ะ แล้ว​ก็ง่ายอย่าง​ที่คิด คุณแม่โอเค..จ่ายให้หมดเลย​ด้วย"

"คุณแม่เรานี่ใจป้ำแฮะ?"

"แถมคุณแม่ยังพูด​เป็นนัยๆ​เหมือน​กับมีลางสังหรณ์อะไร​สักอย่างว่า 'ลูก​จะ​ได้พบเนื้อคู่เสียที' ทำ​เอาพี่หน้าแดงเลย​นะตอนนั้น​ พี่เลย​กล่าวตอบสมนาคุณแก่คุณแม่​ไปว่า 'ขอให้สมพรปากคุณแม่ด้วยเถิด' เจ้าของร้านชมพูพร​ได้ยินเธอก็รีบพูดแทรกเสริมขึ้น​เลย​ว่า.."

"​เขาพูดว่าอะไร​ค่ะ​พี่บุษ?"

"​เขายังบอกด้วยว่าชุดนี้เดิมทีเดียวมีคน​เขา​เอาผ้ามาสั่งตัด พอตัดเสร็จเธอซื้อ​ไป​ได้อาทิตย์เดียวก็​เอามาฝากขายคืนไว้นี่แหละ​"

"แหมนึกว่ามีอะไร​น่าตื่นเต้น ​ที่แท้ก็​เอา​ไปใส่ไม่ชอบแล้ว​เลย​​เอามาคืน!"

"ตอนแรกพี่ก็ยังสงสัยว่าทำไมสั่งตัดชุดสวยๆ​แบบนี้แล้ว​ถึง​เอามาคืน พอ​จะเอ่ยปากถามเจ้าของร้าน​เขาก็ชิงบอกพี่เสียก่อนว่า คนสั่งตัด​เขาบอกว่า​เขา​เอาเสื้อชุดนี้​ไปวันแรกก็​ไปเจอชายในฝันเลย​เชียวแหละ​ เชื่อไหม? พออีกเจ็ดวัน​เขาก็​แต่งงานกันเลย​ราว​กับเทพอุ้มสมเลย​ทีเดียว"

"ว้าว! ชุดปาฏิหาริย์"

"พอจ่ายเงินเสร็จพี่​กับคุณแม่ก็ออกมาเตรียมตัวเดินทางกลับ ​เพื่อ​จะ​ไปขึ้น​รถ​ที่จอดอยู่​หน้าองค์​พระปฐมเจดีย์เท่านั้น​แหละ​ รู้ไหมว่าเกิดอะไร​ขึ้น​?"

"แหม..ชัก​จะสนุกเสียแล้ว​ซีคะ​ เกิดอะไร​ขึ้น​หรือคะ​พี่บุษ?"

"นึกถึงตอนนั้น​ทีไร พี่ยังเขินตัวเองไม่หาย" พูดมาถึงตอนนี้หน้าของบุษบาเริ่มเปลี่ยน​เป็นสีตำลึงสุก

"วู้..สงสัยว่า​จะมากยิ่งกว่าเขินนะเนี่ย ดูซี..หน้าพี่บุษแดง​เป็นกวนอูเชียว!"

"เซี้ยวจริงยัยบุบ..เดี๋ยวพี่ไม่เล่าให้ฟังเสียเลย​นี่!"

"ฟังจ๊ะ​ฟัง..ทีนี้บุบ​จะไม่ขัดคออีกแล้ว​"

"พอเดินมาถึงลานจอดรถหน้า​พระร่วงโรจนฤทธิ์ พี่ดันทำข้าวของ​ที่หิ้วถือมาพะรุงพะรังหล่นกระจาย​ไปทั่ว รวม​ทั้งชุดสีชมพู​ที่เพิ่งซื้อมาใหม่นี้ด้วย คุณแม่งี้..ตกใจร้องเรียกตาเถรเสียงดังลั่น​ไปหมด"

"ว้าย!..ตาเถรหก!"

บุปผชาติแสร้งทำเสียงเลียนเสียงของมารดาตาม​ที่จำ​ได้ทุกครั้ง​ที่นางบุหงาตกใจจนทำอะไร​ไม่ถูก

"ล้อเลียนแม่ตัวเองบาปนะ​จะบอกให้!" เสียงพี่สาวติงทำ​เอาบุปผชาตินิ่งเงียบ

"เล่าต่อดีกว่า พี่ก็ขายหน้าจนหยิบจับอะไร​ไม่ถูก รีบๆ​หยิบจับเก็บของใส่ถุง​เป็นพัลวัน บังเอิญเหลือบ​ไปเห็นมือ​ใครแวบๆ​ช่วยเก็บอยู่​ใกล้ๆ​ พี่ไม่​ได้เงยดูหน้า​เขา​เพราะ​กำลังรีบ ​ได้​แต่เอ่ยขอบคุณ​เขาพลางเก็บของ​ไปพลาง จนสุดท้ายเหลือถุง​ที่ใส่ชุดสีชมพูของพี่​ซึ่งขณะนั้น​หล่นออกมาอยู่​ข้างนอกถุงครึ่งหนึ่ง​ ​เขาคนนั้น​​เป็นคนหยิบ​เอามายื่นให้พี่เอง​กับมือ..พอพี่เงยดูหน้า​เพื่อกล่าวขอบคุณ บุบเชื่อไหมว่าหัวใจพี่มันทำไมถึง​ได้เต้นแรงอย่างนั้น​ก็ไม่รู้ ในตอนนั้น​ทำ​เอาประหม่าจนใจสั่นเข้า​ไปอีก"

"โรแมนติกเชียว!..​เป็นตอน​ที่​พระเอกพบนางเอกเข้าให้แล้ว​ ใช่ไหมล่ะพี่บุษ?"

"​เขาบอกพี่ว่าเสื้อชุดนี้สวยหวานจริงๆ​ ​และ​เขาผู้นั้น​ก็​คือพี่พิษณุนั่นเอง พอสายตามัน​ต้องกันทำ​เอาหัวใจวูบ​ไปเลย​แหละ​ หลังจากนั้น​อีกเจ็ดวันเราก็หมั้นกัน เหมือนฝันจริงๆ​เลย​นะเนี่ย..ยายบุบ!"

บุษบาไม่​ได้ยินคำพูดใดๆ​หลุดออกมาจากปากของน้องสาวอีก...​

หาก​เมื่อเธอเหลียวหน้ากลับ​ไปมอง ก็เห็นบุปผชาติ​กำลัง​เอามือลูบไล้ชุด ‘พรชมพู’ นั้น​อยู่​ด้วยดวงตาเหม่อลอยราว​กับตกอยู่​ในภวังค์...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2714 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน ปาฏิหาริย์...พรชมพู --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ม่านแพร [C-14261 ], [203.172.199.250]
เมื่อวันที่ : ๒๗ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๒.๒๕ น.

ขอตั้งชื่อว่า "คำอธิษฐาน"ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : fishbud [C-14264 ], [68.116.156.171]
เมื่อวันที่ : ๒๘ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๑.๑๐ น.

เอ...​​​​เอา​​เป็นชื่อเดียว​​กับชุดปาฏิหารณ์ "พรชมพู" ละกัน :p

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14288 ], [58.10.216.210]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๕๓ น.

ตอนนี้ขอ​​ใช้ชื่อเดิมของคุณม่านแพร​​ที่ตั้งไว้ตรง​​กับของคุณfishbud ​​คือ...​​
"ปาฏิหาริย์...​​พรชมพู"
ขอบคุณครับ​​...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น