นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #25
ปักษิณ
...มานะนั้น​คุ้นเคย​กับระเบิดแก๊สน้ำตา ​เป็นอย่างดี ฉะนั้น​ในขณะเกิดเหตุ​เมื่อปรากฏว่ามีควันพิษเริ่มพวยพุ่งขึ้น​มานั้น​ ​เขาก็รีบควักผ้าเช็ดหน้าออกมาปิ...

ตอน : หลบหนีทางการ

มานะนั้น​คุ้นเคย​กับระเบิดแก๊สน้ำตา​เป็นอย่างดี ฉะนั้น​ในขณะเกิดเหตุ​เมื่อปรากฏว่ามีควันพิษเริ่มพวยพุ่งขึ้น​มานั้น​ ​เขาก็รีบควักผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดจมูก​พร้อม​กับก้มตัวลงต่ำค่อยๆ​หลบหนีให้รอดพ้นจากสายตาของคณะผู้​ที่เข้ามาชิงตัวประกัน ​โดย​เขาแอบหนีเข้า​ไปทางห้องเก็บของด้านข้างบันได

​เขาปีนหน้าต่างออก​ไปในสวน อัน​เป็นทางตรงกันข้าม​กับตึกหลังใหม่​ซึ่งค่อนข้าง​เป็นป่าไม้ล้มลุก​และไม้ยืนต้น​ที่​เป็นร่องสวนเดิม ​เขาหลบหลีกลัดเลาะหาทางออก​ไปทางริมแม่น้ำเจ้า​พระยา​ที่น้ำ​กำลังเอ่อขึ้น​เกือบเต็มตลิ่ง ​เพราะ​เป็นฤดูน้ำหลากฝนตกลงมาเกือบทุกวัน

​เมื่อมานะหลบออกมาถึงถนนใหญ่นั้น​​เป็นเวลา​ที่ผู้คนพากันออกมาหา​ที่กินอาหารกันให้หนาแน่นขวักไขว่​ไปทั่วทางขนานบริเวณถนนทางขึ้น​สะพาน​พระราม ๕

​เขาเรียกแท็กซี่ให้​ไปส่ง​ที่อพาร์ตเม้นท์ในซอยร่วมจิต บางกระบือ อัน​เป็นแหล่งกบดานเก่าแก่ของ​เขา​ที่น้อยคนนัก​จะรู้ว่า​เขาพำนักอยู่​​ที่นี่​กับ ‘แต๋ว’ สาวงามเจ้าของเรือนร่างเซ็กซี่ยวนตาน่ามองคู่ขา​ที่​เขาพามาอาศัยอยู่​ด้วยกัน

ตอน​ที่​เขากลับเข้า​ไปถึงยัง​ที่พักนั้น​แต๋วไม่อยู่​ในห้อง มานะ​ใช้กุญแจสำรอง​ที่​เขามีอยู่​อีกหนึ่ง​ชุดไขเข้า​ไป

ภายหลังจาก​ที่​ได้ผจญ​กับการหลบหนีมายาวนานนับชั่วโมงในการ​ที่​ต้องลัดเลาะปีนป่าย​ไปตามร่องสวน​และริมตลิ่ง​ที่บางแห่งเจ้าของ​ได้สร้างเขื่อนกั้นไว้ ​ทั้งบางทียังล้อมรั้วบัง​เอาไว้อีกต่างหาก ทำให้การหลบหนี​เป็น​ไปอย่างทุลักทุเลกว่า​จะพ้นออกมา​ได้ทำให้หืดขึ้น​คอ​เอาเลย​ทีเดียว

ด้วย​ความอ่อนเพลียจนเกือบสิ้นแรงทำให้มานะเอนกายนอนหลับสนิท​ไปนับชั่วโมง!

มาตื่น​เอาอีกที​เมื่อ​ได้ยินเสียงเรียกชื่อ​และมีคนเขย่าตัวปลุกให้​เขาตื่น!

มานะงัวเงียลุกขึ้น​นั่งบนเตียงพลางบิดขี้เกียจก่อน​ที่​จะลืมตามองให้ชัดๆ​ว่า​ใครกัน​ที่มาเรียกปลุก​เขา​เอาในยาม​ที่ดึกดื่นจนป่านนี้?

"แต๋ว..​ไปไหนมาดึกๆ​ดื่นๆ​หือ?" ​เขาเอ่ยถามทัน​ที่มองเห็นว่า​เป็นคู่ขาคนสวย

"พี่มานะเล่นไม่อยู่​เสียตั้งหลายวัน ฉันก็เหงา​เป็นเหมือนกันนะซี"

"เหงาหรือ..แล้ว​นี่​ไปไหนมา เธอยังไม่​ได้ตอบฉันเลย​แม่คุณ?"

"​ไป​กับ​เพื่อน!"

"​ใคร?"

"​ไป​กับอีหวาน​เพื่อนรักของฉันซีคะ​พี่ มันเหงา​และเซ็งเลย​ออก​ไปหา​ที่นั่งดริ๊งค์กันแก้กลุ้ม พี่ถามทำไม หึงฉันหรือ?"

"ไม่​ได้หึง​แต่มันหงุดหงิด​เมื่อกลับมาแล้ว​ไม่เห็นหน้าเธอ"

"มีเรื่อง​อะไร​ให้หงุดหงิดอีกล่ะพี่ หรือว่าเสียพนันมาอีก?"

"ฉัน​ไปทำงานนะแต๋ว ไม่ใช่​ไปเล่นการพนัน ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้ว​ว่าฉัน​จะไม่แตะ​ต้องมันอีก มันทำให้ฉันเสียสมาธิในการทำงาน"

"เลิกก็ดีแล้ว​นี่ พี่ยัง​จะหงุดหงิดเรื่อง​อะไร​อีกล่ะ?"

"ไม่รู้ซี มันเหมือน​กับมีอะไร​มาคอยสะกิดใจอยู่​ตลอดเวลา"

"พี่คงเครียดเรื่อง​งานมาละมั้ง หันหลังมาสิพี่ เดี๋ยวอีแต๋วคนนี้​จะนวดคอนวดหลังให้พี่หายเครียด"

"นี่แต๋ว..ฉันไม่​ได้ปวด​เมื่อยนะจ๊ะ​แม่คุณ!"

"ยัง​จะมาเถียงอีก เครียด​กับปวด​เมื่อยมันก็อีหรอบเดียวกันนั่นแหละ​พี่ ทำให้เส้นเอ็นมันผ่อนคลายเดี๋ยวก็สบายตัว​ไปเอง"

"ฉันเพียง​แต่หงุดหงิดในหัวใจเท่านั้น​เองนะ ไม่มีอะไร​หรอก"

"​เอาน่าพี่..อย่าดื้อ​ไปเลย​คนดีของแต๋ว ฉัน​เป็นหมอนวดเก่านะจ๊ะ​ รับรองคอร์สเดียวหายหงุดหงิด​ไปเลย​"

"งั้นก็ตามใจเธอ" พูดจบมานะก็หันหลังให้เธออย่างว่าง่าย


*********


รถฟอร์จูนเนอร์สีขาวคันนั้น​เลี้ยวหลบออกนอกเส้นทางหลักทันที ​เพื่อ​ที่​จะหาทางเลี้ยววกกลับเข้าถนนทาง​จะ​ไปยังสะพาน​พระราม ๕

​ทั้งนี้​เนื่องจากคนขับ​ได้รับสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือ​ที่​ได้ติดตั้งพิเศษไว้ข้างคอนโซลใต้หน้าปัดรถ ตาม​ที่​ได้นัดแนะกันไว้​กับเจ้าของสาย​ที่เรียกเข้าว่านี่​คือสัญญาณฉุกเฉินเตือนภัยจากหมอมีเงิน​เพื่อนร่วมขบวนการ

​เพราะในขณะ​ที่ควันพิษจากระเบิดแก๊สน้ำตา​กำลังเริ่มพวยพุ่งนั้น​ หมอมีเงินก็​ได้รีบหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องพิเศษสำหรับเตือนภัยฉุกเฉินดังกล่าวกดแจ้ง​ไปยังสส.อิสเรศทันทีทางปุ่มสัญญาณเฉพาะ ก่อน​ที่​เขา​จะรีบลุกขึ้น​​เพื่อหลบหนี​แต่กลับ​ต้องล้มลงศีรษะฟาดพื้นจนสลบ​ไปใน​ที่สุด

สส.อิสเรศจอดรถแอบดู​ความ​เป็น​ไปทางด้านหน้าคลินิกของหมอมีเงิน​เพื่อประเมินสถานการณ์​ที่เกิดขึ้น​ว่า​จะหนักหนาสักแค่ไหน

​โดยเฉพาะ​เขา​ได้ทิ้งเจ้าข้าวเหนียว​เอาไว้ในรถเพียงตัวเดียว ​แม้​จะเปิดกระจกแง้มไว้ให้มัน​และไม่​ได้ล็อกประตูรถเผื่อไว้ว่า​เมื่อ​เขาเกิดติดธุระนานอาจ​จะโทรศัพท์กลับมาบอกให้แม่บ้านช่วยดูแลมันด้วย

ด้วย​เขาคิดไว้แล้ว​ว่า​จะ​ไปทำธุระ​ที่แถวตลิ่งชันไม่นานก็​จะกลับมาพาเจ้าข้าวเหนียวกลับ​ไปบ้านด้วยรถยนต์อีกคัน​ซึ่งก็​คือรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูคัน​ที่ทิ้งเจ้าหมาน้อยไว้นั่นเอง

หลังจาก​ที่​เขาซุ่มดูจนตำรวจมารับตัวคนร้าย​ไปหมด ​และพวก​ที่มาช่วยเหลือตัวประกันก็พากันกลับ​ไปหมดแล้ว​เช่นกัน ไม่เหลือผู้อื่นอยู่​ในบ้านอีกนอกจากแม่บ้าน​และคนสวนเท่านั้น​

คลินิกหมอมีเงินจึงจำ​เป็น​ต้องปิดลงชั่วคราว​เพราะตัวนายแพทย์ผู้​ซึ่ง​เป็นเจ้าของคลินิกเอง​ได้เกิดอุบัติเหตุล้ม​เป็นลมสลบ​ไปยังไม่รู้ว่าอาการ​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​?

สส.อิสเรศโทรศัพท์เข้า​ไปในบ้าน​เพื่อพูด​กับแม่บ้าน เธอบอก​เขาว่าทุกคนถูกจับ​ไปหมด รวม​ทั้งคุณหมอมีเงิน​ที่ถูกพา​ไปรับการรักษา​และอายัดตัวไว้​ที่โรงพยาบาลตำรวจ​เพราะถือว่าคดีนี้​เป็นคดีอุกฉกรรจ์

​ส่วนเจ้าหมาน้อยข้าวเหนียวเธอ​ได้​เอามันเข้ามาดูแลให้น้ำ​และอาหาร​โดยปล่อยให้มันอยู่​ในบ้านหลังใหม่ของหมอมีเงิน​กับเธอ​ที่ห้องคน​ใช้หลังครัว

สส.อิสเรศบอก​กับเธอว่าตัว​เขามีเหตุจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้อง​ไปทำธุระ​ที่ต่างจังหวัดสักสองสามวัน ​เขาจึงบอกฝากเจ้าข้าวเหนียวไว้ให้เธอดูแลชั่วคราวจนกว่า​เขา​จะกลับมารับมันอีกทีหนึ่ง​​เมื่อเสร็จธุระทางอื่นแล้ว​

อิสเรศรู้ตัวดีว่าตัว​เขาไม่​สามารถ​ที่​จะกลับเข้าบ้าน​ที่หมู่บ้านเมืองอินทร์ธานี​ได้ในขณะนี้ ​เพราะทางการคงจัดส่งคนมาเฝ้าดัก​เขาอยู่​อย่างแน่นอน!

ฉะนั้น​​เพื่อ​ความปลอดภัย​เขาจึงโทรศัพท์แจ้งเรื่อง​ด่วน​ไปยังท่านหัวหน้าพรรค​ที่​เขาสังกัดอยู่​ขอ​ความช่วยเหลือเจรจาให้​เขา​ได้รับการคุ้มครอง​ความปลอดภัย ​แต่บังเอิญเหลือเกิน​ที่ท่านหัวหน้าพรรค​ได้เดินทาง​ไปต่างประเทศ​กับเลขาธิการพรรคเสียด้วยยังไม่กลับ ​ซึ่ง​เขา​ต้องรอสัปดาห์หน้ากว่า​เขา​จะกลับ

​เมื่อคนสำคัญของพรรค​ทั้งสองคนไม่อยู่​ จึงจำ​เป็นอยู่​เอง​ที่​เขา​จะ​ต้องหาทางช่วยตัวเอง​เพื่อยืดเวลาให้นาน​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้

​เขาหมุนรถวกกลับ​ไปทางเดิมอีกครั้ง​เพื่อหวนกลับ​ไปหาผู้​ที่​เขาตั้งใจ​จะ​ไปพบ​ที่ตลิ่งชัน​เมื่อตอนหัวค่ำทันที!


*********


พันโทราชันย์​ได้พาฉันทวัฒน์กลับ​ไปพบ​กับท่านพลเอกฉัตร​ที่บ้าน​ซึ่งตั้งอยู่​​ที่เดียวกัน​กับมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยในคืนนั้น​เอง ท่านนายพลแสดง​ความพอใจ​ที่ราชันย์ทำงาน​ได้สม​ความคาดหมาย​ที่ให้คำมั่นสัญญาไว้​แต่แรก

​ทั้งนี้รวม​ไปถึงงานของฉันทวัฒน์​ที่ท่าน​ได้มอบหมายให้​ไปทำ​ที่สมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดกาญจนบุรีก็​ได้สำเร็จ​ไปด้วยดี

ท่านยื่นซองสีน้ำตาลยาวอีกหนึ่ง​ซอง​ที่​ได้เตรียมไว้แล้ว​ให้​กับฉันทวัฒน์​พร้อม​กับพูดว่า

"นี่​คืองานใหม่​ที่ลุง​จะให้แก​ไปทำนะนายฉัน ​เพราะนอกจากฉันแล้ว​ลุงก็ยังไม่ไว้ใจ​ใคร​ที่​จะให้​ไปทำงาน​ที่ละเอียดอ่อนนี้แทนลุง​ได้ เสร็จงานนี้แล้ว​ลุง​จะไม่รบกวนฉันอีกนาน ฉัน​จะ​ได้บริหารงานบริษัทให้​ได้เต็ม​ที่​เพราะลุง​ได้รบกวนเวลาของนายฉันมามากแล้ว​"

"ไม่​เป็นไรครับ​คุณลุงผมยินดีช่วยงาน​กับทางมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยเสมอครับ​ ​เพราะถือว่าผม​ได้ช่วย​ส่วนรวมอีกทางหนึ่ง​ด้วย"

"ดีมากนายฉัน เรื่อง​งานบริษัท​เป็นอย่างไรบ้าง​ล่ะ วางแผนว่าอย่างไรบ้าง​?"

"ผม​กำลังเสนอ​เอาโซลาร์ซีสเต็มของเราเข้าผนวก​กับโครงการหมู่บ้านจัดสรรอยู่​ครับ​ ผม​จะทำ​เป็นหมู่บ้านรักษ์สิ่งแวดล้อม​เพื่อ​เป็นจุดขายอันหนึ่ง​ของบริษัทเรานะครับ​ ตอนนี้​กำลังอยู่​ในขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างอยู่​ครับ​"

"​เป็น​ความคิด​ที่สร้างสรรค์ดีมากนายฉัน ลุงนึกแล้ว​ว่าลุงดูหลานของลุงคนนี้ไม่ผิด นี่​ถ้าแม่​กับพ่อของแกยังอยู่​คง​จะภูมิใจในตัวของนายฉันมากทีเดียว"

"ขอบคุณครับ​คุณลุง ผมหวังว่าโครงการดีๆ​อย่างนี้​จะ​ไปสะกิดใจผู้บริหารประเทศเรื่อง​สิ่งแวดล้อม ​โดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ทางการเมือง​และประโยชน์ของพรรค​แต่เพียงถ่ายเดียว ​และไม่หวังกอบโกยกำไร​กับผลผลิตทางการเกษตรมวลรวมของชาติ​และพลังงานเชื้อเพลิงอย่าง​ที่เห็นกันอยู่​ทุกวันนี้"

"นายฉันก็รู้ดีอยู่​แล้ว​ว่าการเมือง​เป็นเรื่อง​ของผลประโยชน์​ทั้งนั้น​ ​ที่อ้างว่า​เพื่อประชาชนหรือ​เพื่อชาตินั้น​ล้วนโกหก​ทั้งสิ้น นี่​ถ้าแก​เป็นนักการเมืองวันหนึ่ง​นายฉันก็คง​ต้องเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ของตัวเองเหมือนกัน​โดยยก​เอามติพรรคมา​เป็นข้ออ้าง"

"อันนี้ยังไงล่ะครับ​​ที่ผมยอมทำงานให้​กับมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย​โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ​​ทั้งสิ้น"

"ลุง​ต้องขอขอบคุณนายฉันหลานรักของลุง ​ที่ยอมทำงานให้แก่มูลนิธิมั่นคงดำรงไทยของเรา​โดยไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง"

"เงิน​และรางวัล​เป็นสิ่งล่อใจนะครับ​ ​แต่งาน​เพื่อ​ส่วนรวมนี่เรา​ต้องยกเว้น​เป็นกรณีพิเศษอย่าให้​ความโลภมาชี้นำเรา​ได้​เป็นอันขาด"

"นี่​ถ้าพรรคการเมืองไหน​ได้คนอย่างแก​ไปร่วมงาน คงทำคะแนนนำลิ่วในทางคุณธรรมจริยธรรม​เป็นแน่ทีเดียวแหละ​นายฉัน..ฮ่าๆ​ๆ​"

ท่านพลเอกฉัตร ชาญสงครามหัวเราะลงลูกคออย่างอารมณ์ดี​เมื่อหลานรักพูดถูกใจ...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2710 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน หลบหนีทางการ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14231 ], [125.25.186.91]
เมื่อวันที่ : ๑๗ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๑.๐๒ น.

อืม..ชื่ออะไร​​ดีล่ะคะ​​ คุณ fishbud หาย​​ไปไหน?

ชื่อ...​​"รับมอบงานใหม่" ก็แล้ว​​กัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : fishbud [C-14235 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๑๘ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๐๗.๐๐ น.

"หลบหนีทางการ" ละกัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14236 ], [124.121.65.216]
เมื่อวันที่ : ๑๙ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๑๘ น.

สวัสดีครับ​​ครับ​​คุณadd & คุณfishbud

ตอนนี้ขอ​​ใช้ชื่อ​​ที่ตั้ง​​โดยคุณfishbudนะครับ​​

"หลบหนีทางการ"

ขอขอบ​​พระคุณ​​ทั้งสองท่าน​​เป็นอย่างสูง​​ที่ติดตามมา​​โดยตลอด

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น