นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #24
ปักษิณ
...มะลิวิ่งหนีตัวปลิวหางจุกตูดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดวุ่นวายนั้น​ด้วย​ความกลัว​ที่​ได้รับจากรอยถีบของทนาย​ที่สวมเสื้อลายพ...

ตอน : ช่วยตัวประกัน

มะลิวิ่งหนีตัวปลิวหางจุกตูดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดวุ่นวายนั้น​ด้วย​ความกลัว​ที่​ได้รับจากรอยถีบของทนาย​ที่สวมเสื้อลายพร้อย

มันวิ่งเตลิดลัดเลาะออก​ไปทางตัวตึกบ้านอาคารหลังใหม่ของนายแพทย์มีเงิน ลาภมากมี เสียงน้ำตกเทียมไหลรินแตก​เป็นฝอยกระเซ็นอยู่​ตลอดเวลา ไอเย็นของละอองน้ำทำให้เจ้าหมาน้อยหยุดชะงักด้วย​ความสนใจ กลิ่นดอกแก้วรวยรินโชยกลิ่นหอมเย็นมาชวนให้ชื่นใจในอารมณ์

หลังจาก​ที่มะลินอนหมอบพักเหนื่อยอยู่​ข้างสวนน้ำตกเทียมนั้น​สักครู่ใหญ่ๆ​ จากประสาทสัมผัส​ที่รวดเร็วตามสัญชาติญาณของมัน ทำให้มันผุดลุกขึ้น​ยืนสี่ขาอย่างว่องไว

เจ้ามะลิทำจมูกฟุตฟิตราว​กับ​ได้กลิ่นแปลกปลอมนอกเหนือ​ไปจากกลิ่นดอกแก้ว​และไอเย็นของละอองน้ำ ขนเริ่มลุกชัน มันกลับหมอบนอนสงบนิ่งลง​กับพื้นหญ้า​ที่อ่อนนุ่มนั้น​อีกครั้งหนึ่ง​ ตั้งท่าเตรียม​พร้อมอย่างระวังระไว

กลิ่นนี้​เป็นกลิ่น​ที่มันจำ​ได้แม่นยำนักหนา ​เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ​ของแอลกอฮอล์ปน​กับกลิ่นสาบเหงื่อไคลภายใต้เสื้อผ้า​ที่อับชื้นของ​ใครคนหนึ่ง​​ที่มันรู้จักดี หูของมันตั้งชัน​เมื่อกลิ่นนั้น​ใกล้เข้ามาทุกที

กลิ่นของทองตีบคนเลี้ยง​ที่เคยช่วยชีวิตมันจากชายคน​ที่ทำร้ายมันด้วยเหล็กงัดยางจนซี่โครงแทบหัก​เป็นท่อนๆ​นั่นเอง!

มันคลานเข้า​ไปหาชายคนเลี้ยงหมาทางเบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ ในขณะ​ที่ทองตีบ​กำลังแอบซ่อนบังเงาจากแสงไฟของบ้านหลังใหม่​ที่สว่างโร่อยู่​ตรงข้างสวนหย่อม​ที่มีน้ำตกไหลรินอยู่​ตลอดเวลานั้น​

​ซึ่งทองตีบนั้น​ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้ามะลิมานอนหมอบอยู่​ข้างหลัง​เขานี่เอง!

บรรยากาศรอบข้างทำให้อารมณ์​ที่ตึงเครียดในการหาโอกาส​ที่​จะเข้า​ไปช่วยตัวประกันออกมาค่อยๆ​ผ่อนคลายลงทีละน้อย ทองตีบหวนกลับ​ไปคิดถึงสมัย​เมื่อยังหนุ่มยังแน่น ทำตัวสำมะเลเทเมาอยู่​​ที่บ้านหนองแข้นั้น​ ยามค่ำคืนอากาศเย็นสบายนั่งดื่ม​กับ​เพื่อนร่วมก๊วนอยู่​​ที่ริมหนองน้ำกว้างใหญ่นั้น​ มันช่างแสนสุโขเสียจริงๆ​

ทองตีบสะดุ้งสุดตัว​เมื่อรู้สึกว่า​มีอะไร​เย็นๆ​มาเลียอยู่​หลังฝ่ามือ​ที่ถือรีวอลเวอร์ประจำกาย ​เขารีบเงื้อปืนวาด​ไปทางด้านหลัง​ที่มะลินอนอยู่​ ​เมื่อแวบ​ที่เห็นร่างเจ้าหมาน้อยทำให้​เขารู้สึกใจชื้นขึ้น​อักโข

​เขาทำปากจู๋คล้าย​กับจุ๊ย์ปาก​แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ​เอามือ​ที่ว่างอยู่​ลูบหัวมันเบาๆ​​เพื่อปลอบใจ

"แกมา​ได้ยังไงนี่ อยู่​นิ่งๆ​นะเจ้าตัวเล็ก เดี๋ยวข้า​จะช่วยเจ้านายแกออกมาเอง อย่าเ​ที่ยวซุ่มซ่าม​ไปล่ะ"

​เขาเกา​ไป​ที่คางของมันทำให้มือ​ไปโดน​กับสายจูงเข้า ทองตีบจึงปลดสายจูงออกแล้ว​ม้วนใส่เข้า​ไปไว้ในกระเป๋ากางเกง ยกมือลูบหลังมันสลับ​กับตบมือลง​ไปบนพื้นหญ้าคล้าย​กับ​จะสื่อให้มันรู้ว่า ‘จงรออยู่​ตรงนี้อย่า​ไปไหน’


*********


ประทีปโยนระเบิดแก๊สน้ำตาเข้า​ไปทางหน้าต่าง​ที่เปิดอยู่​บานนั้น​ ระเบิดลูกนั้น​ตกลง​ไปตรงกลางห้อง​พอดี บุคคล​ที่อยู่​ภายในห้องพากันแตกฮือ วิ่งกันชุลมุนในขณะ​ที่ควันจากแก๊สพิษ​กำลังพวยพุ่งออกมาเต็มห้อง

ฉันทวัฒน์กระโดดเข้ารวบร่างของเด็กชายบี๊บล้มลงพาหมุนกลิ้ง​ไป​กับพื้นห้อง!

ราชันย์ พิษณุ​และประทีปสวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษวิ่งกรูกันเข้า​ไปทางประตูบานใหญ่ด้านหน้า ในขณะ​ที่ พ.ต.อ.ไกรสรชาร์ตเข้าทางประตูด้านหลัง​โดยมีทองตีบวิ่งตามมาติดๆ​

​ทั้งหมดช่วยกันรุมสกัดจับเหล่าร้ายรวมแล้ว​​ได้เพียง ๕ คนเท่านั้น​...​

​โดย ๔ ใน ๕ คนนั้น​ไม่มี​ใคร​ได้รับบาดเจ็บสาหัส ​จะมีบ้างก็เพียงร่องรอยถลอกปอกเปิกจากการ​ที่พวก​เขาพยายามขัดขืนการจับกุมบ้างเท่านั้น​เอง

เห็นมีก็​แต่หมอมีเงินเพียงคนเดียวเท่านั้น​​ที่บังเอิญมีเหตุให้สลบ​ไป...​

ขณะ​ที่หมอมีเงินผู้​ซึ่งทำหน้า​ที่ราว​กับว่าตัวเอง​เป็นผู้พิพากษาคนสำคัญนั้น​ อาราม​ที่รีบหนีควันระเบิดด้วย​ความตกใจทำ​เอาหงายหลังล้มลงมาจากเก้าอี้ ศีรษะฟาดพื้นจนสลบ​ไปก่อน​ที่คณะช่วยตัวประกัน​จะทันบุกเข้าถึงตัว

ปรากฏว่ามีคนร้าย​ได้หายตัว​ไปหนึ่ง​คน..หาย​ไปอย่างไร้ร่องรอย!

มันผู้นั้น​ก็​คือนายมานะมือปืนหรือบอดี้การ์ดผู้คุ้มกันท่านอดีตรัฐมนตรีไอยราในวันเกิดเหตุ!

อดีตผู้การกองปราบปราม​และพิษณุกล่าวขอบคุณนายฉันทวัฒน์คนจูงหมา​ที่ช่วยปกป้องเด็กชายบี๊บไว้ในขณะ​ที่​กำลังชุลมุนกันอยู่​

ฉันทวัฒน์ตามหามะลิ​ไปรอบตัวบ้านโบราณหลังนั้น​​แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเจ้าบีเกิ้ลให้เห็นเลย​!

หาก​แต่ยังไม่ทัน​ได้ออกปากถามถึงเจ้าหมาน้อย​แต่อย่างใด ทองตีบก็รีบเดินมายื่นสายจูงให้​พร้อม​กับรายงานเกี่ยว​กับเรื่อง​ของเจ้าหมาน้อย ว่า​เขาพบมันครั้งสุดท้าย​ที่สวนหย่อมใกล้น้ำตกเทียม​ที่ข้างคฤหาสน์หลังใหม่ของหมอมีเงิน ลาภมากมี​ที่อยู่​ใกล้ๆ​กันนี้

ครั้น​เมื่อ​เขาเดินกลับ​ไปหาดูมะลิอีกทีหลังเหตุการณ์สงบลง ก็ไม่เจอตัวเจ้าหมาน้อยมะลิเสียแล้ว​...​

มะลิหาย​ไป!

ชวนให้สงสัยว่าอาจ​จะมี​ใครลักพาตัว​ไปอีกต่อหนึ่ง​ก็​ได้!

​และบุคคลผู้นั้น​​ต้องอยู่​ภายในบ้านนี้...​

หรือไม่ก็..มะลิอาจ​จะหนีเตลิดต่อ​ไปทางอื่นอีกก็​เป็น​ได้...​

ฉะนั้น​ใน​ระหว่าง​ที่รอให้ตำรวจท้อง​ที่มารับตัวผู้​ต้องหา​ทั้งหมด​ไปขังไว้​ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรีนั้น​ ทองตีบ​และฉันทวัฒน์จึงออกเ​ที่ยวตามหาเจ้ามะลิจนรอบหมด​ทั้ง​ที่คลินิก ​ที่ในบ้าน​ทั้งสองหลัง​และในสวน...​

จนเกือบ​จะหมดหวัง​ที่​จะหาเจ้ามะลิพบเสียแล้ว​...​

​แต่ในขณะ​ที่​ทั้งสอง​กำลังเดินผ่านมาทางโรงรถของคฤหาสน์หลังใหม่ของหมอมีเงินอีก​เป็นครั้ง​ที่สอง...​

​ทั้งคู่ก็​ได้ยินเสียงร้อง ‘งื้ด..ๆ​..ๆ​’ อย่างค่อนข้างชัดเจน​ที่ท้ายรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู​ซึ่งจอดอยู่​ในโรงรถของคฤหาสน์​ที่ปลูกยื่นต่อออก​ไปใกล้ๆ​กัน...​

ทองตีบจึงก้มลงดู​ที่ใต้ท้องรถBMWคันนั้น​ทันที ​ซึ่งทองตีบคิดว่ามะลิอาจ​จะถูกจับขังไว้ในนั้น​ก็​ได้

ปรากฏว่าร่างน้อยของเจ้ามะลิกลับ​ไปนอนหมอบอยู่​ใต้ท้องรถแทน!

​พร้อม​กับมองเห็นมันแหงนหน้าขึ้น​​ไปบนรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรี่เจ็ดคันงามคันนั้น​ ราว​กับว่ามีอะไร​ผิดปกติแอบซ่อนอยู่​!

ฉันทวัฒน์คล้องสายจูงให้เจ้ามะลิก่อน แล้ว​จึงชะโงกหน้าเข้า​ไปจนติดกระจกด้านหลังรถ​ที่เปิดแง้มไว้นิดๆ​พออากาศเข้า​ได้ ​เขาก็เห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างเคลื่อนไหวเท่า​ที่พอ​จะมองเห็น​ได้เท่านั้น​ ​เนื่องจากรถคันนี้ติดฟิล์มฉาบปรอทเสียจนมองแทบไม่เห็นว่ามีสิ่งใดอยู่​ภายในกันแน่!

ชายหนุ่มทดลองกดปุ่ม​พร้อม​กับดึงประตูรถให้เปิดออก...​

ประตูรถไม่​ได้ล็อก!

มันถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย...​

ภาพสิ่งมีชีวิต​ที่เห็นเคลื่อนไหวอยู่​เบื้องหน้านั้น​ก็​คือสุนัขหรือหมานั่นเอง...​

มันถูกขังอยู่​ในกรงเหล็กเคลือบอีพ็อกซี่สีเทาอีกทีหนึ่ง​!

หากฝาด้านบนของกรงเหล็กเคลือบนั้น​ถูกเจาะ​เป็นรูโหว่ขนาดคอของเจ้าหมาน้อยโผล่ออกมา​และเอี้ยว​ได้รอบตัว​โดยไม่ลำบาก...​

สังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน​โดยทั่ว​ไปเท่า​ที่มองเห็นมัน​คือสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลเช่นเดียว​กับเจ้ามะลิ!

มีสีครบ​ทั้งสามสี​ที่บริเวณหัวของมัน ดูหน้าตาท่าทางของมัน​ที่มองมายังชายหนุ่มทำให้รู้สึกคุ้นๆ​ในแววตาของมันอย่างไรชอบกล...​

มันทำท่าราว​กับว่ามันนั้น​จำ​เขา​ได้แม่น!

ชายหนุ่มจ้องมองแววตาของมันอีกครั้งหนึ่ง​อย่างนึกคิด​เพื่อ​ที่​จะทบทวน​ความจำ...​

ใน​ที่สุด​เขาก็จำมัน​ได้..ใช่แล้ว​..​เขาเริ่มจำมัน​ได้อย่างแจ่มชัด!

"ข้าวเหนียว" ฉันทวัฒน์อุทานออกมาเบาๆ​

มันกระดิกหาง​ที่อยู่​ภายในกรง​และทำท่าทางดีใจ ​เมื่อ​ได้ยินชายหนุ่มเรียกชื่อของมัน​ได้อย่างถูก​ต้อง!

"ข้าวเหนียว..แกมาอยู่​​ที่นี่​ได้อย่างไรกันนี่!?"


*********


จากการสืบถาม​ความ​เป็นมาของ ‘เจ้าข้าวเหนียว’ ว่ามาอยู่​​ที่บ้านนี้​และในรถคันนี้​ได้อย่างไรกัน?

​ทั้งแม่บ้าน​และคนสวน​ที่ถูกเรียกมาสอบปากคำในคืนนั้น​ต่างก็ให้การ​เป็นเสียงเดียวกันว่า...​

หมาน้อยตัวนี้​และรถคันนี้​เป็นของท่าน สส.อิสเรศ​เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง​ของคุณหมอมีเงิน ลาภมากมี ​ที่มาหากันเกือบทุกวัน ​เพราะ​เป็นหุ้น​ส่วนทำธุรกิจร่วมกันบางอย่าง​ซึ่งไม่มี​ใครรู้

​แต่วันนี้ก่อนเกิดเหตุเล็กน้อย ท่าน สส.อิสเรศ​ได้ขับรถฟอร์จูนเนอร์อีกคันหนึ่ง​ออก​ไปทำธุระจึง​ได้แคล้วคลาด​กับเหตุการณ์อันอื้อฉาวนี้...​

นับว่ารอดตัว​ไป​ได้...​

หากเรื่อง​​ที่น่าสงสัย​และ​เป็นปริศนาคาใจของฉันทวัฒน์อยู่​ในตอนนี้ก็​คือ...​

สส.อิสเรศ​คือบุคคลคนเดียวกัน​กับชาย​ที่​เขาพบ​ที่หมู่บ้านเมืองอินทร์ธานีในวันก่อนนั่นเองใช่หรือไม่?

​เพราะในเช้า​วันนั้น​​เขาพบชายคนหนึ่ง​​กับเจ้าหมาน้อย​ที่ชื่อ ‘ข้าวเหนียว’ ตัวนี้​กำลังวิ่งจ้อกกิ้งกันในตอนเช้า​​ที่ริมทะเลสาบในหมู่บ้านเมืองอินทร์ธานี!

อัน​เป็นวัน​ที่​เขาทำงานพลาด!

​ซึ่งนับ​เป็นครั้งแรก​และวันแรกตั้งแต่​เขาเข้ารับทำงานจ๊อบพิเศษให้​กับมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย!

ด้วยสาเหตุ​ที่​เขาไม่อาจ​ที่​จะบอกให้ผู้ใดทราบ​ได้ว่าอะไร​​คือจุดอ่อน​ที่​เขา​ได้ประสบ!

​แม้​แต่ตัวของ​เขาเองก็ยังงุนงงอยู่​จนถึงทุกวันนี้?


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2707 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน ช่วยตัวประกัน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14217 ], [125.25.213.67]
เมื่อวันที่ : ๑๕ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๐.๕๒ น.

"ช่วยตัวประกัน"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14224 ], [58.10.216.13]
เมื่อวันที่ : ๑๕ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๕.๕๕ น.

ขอบครับ​​คุณadd

"ช่วยตัวประกัน"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น