นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #21
ปักษิณ
...๑๙.๐๐ นาฬิกา ณ สำนักงานมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย ​ซึ่งตั้งอยู่​ภายในบริเวณบ้านชาญสงคราม ถนนชัยพฤกษ์ นายพลเอกฉัตร ชาญสงครามนั่งรอฉันทวัฒน์หลาน...

ตอน : ถูกสอบสวน..

๑๙.๐๐ นาฬิกา
ณ สำนักงานมูลนิธิมั่นคงดำรงไทย
​ซึ่งตั้งอยู่​ภายในบริเวณบ้านชาญสงคราม ถนนชัยพฤกษ์
นายพลเอกฉัตร ชาญสงครามนั่งรอฉันทวัฒน์หลานชายอย่างกระวนกระวายอยู่​​ที่บ้าน​ส่วนตัวของท่านตั้งแต่หกโมงเย็นตามเวลา​ที่​ได้นัดหมายกันไว้ ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้รายงานถึงผลการทำงานคืบหน้า​และรายละเอียดต่างๆ​​ที่​เขา​ได้กำหนดให้​ไปกระทำในวันนั้น​

ยิ่ง​เมื่อเลย​กำหนดเวลานัดนานเข้า ท่านนายพลเอกฉัตรผู้เคร่งขรึมถึง​กับผุดลุกผุดนั่งเดินเข้าเดินออกจนพันโทราชันย์คนสนิทของท่านอด​ที่​จะแปลกใจไม่​ได้

"ดูท่านกังวลใจหรือไม่สบายใจอะไร​หรือเปล่าครับ​..ท่านผู้บัญชาการ?" พันโทราชันย์เรียนถามท่านเลขาธิการมูลนิธิมั่นคงดำรงไทยตามตำแหน่งเดิมของท่านก่อนเกษียณราชการ

"เจ้าฉันทวัฒน์หลานชายของผมคนนี้ไม่เคยผิดนัดหรือเหลวไหลอย่างนี้เลย​สักครั้งเดียวนี่นา!"

"​เขาอาจมีเหตุจำ​เป็นบางประการก็​ได้นะครับ​ท่านผู้บัญชาการ"

"เรื่อง​มีเหตุจำ​เป็นนั้น​ผมไม่กลัว หากผมกลัวว่านายฉัน​จะทำงานพลาดหรืออาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น​​กับ​เขาก็​เป็น​ได้"

"ท่านผู้บัญชาการอย่า​ได้กังวล​ไปเลย​ครับ​เรื่อง​นี้ ​ถ้า​เขาไม่มาจริงๆ​เดี๋ยวผม​จะให้คนของเราออกสืบหาให้เองว่า​เพราะเหตุใด​เขาจึงไม่มาตามนัด"

"ดีเหมือนกัน..​เพราะ​ถ้า​เขามีเหตุจำ​เป็นจริงๆ​แล้ว​ละก็ถึงอย่างไร​เขาก็​จะ​ต้องโทรศัพท์แจ้งให้ผมทราบเหมือนทุกครั้ง ​แต่นี่มาเงียบหาย​ไปเฉยๆ​จนผมอด​ที่​จะแปลกใจ​และ​เป็นห่วงไม่​ได้เลย​คุณราชันย์"

"ผมคิดว่าท่านควร​ที่​จะรอดูต่อ​ไปอีกสักหน่อย​นะครับ​ อย่าเพิ่งรีบร้อน"

"ตามใจ..รอก็รอ..เอ้อ..คุณราชันย์เรื่อง​คดีเปิดโปงทุจริตเมกกะโปรเจ็คกรณี​ที่ท่านประธาน​กำลังสนใจอยู่​ผม​ได้มอบหมายให้คุณหาคน​ไปทำแทน​ได้เรื่อง​หรือยัง?"

"​ได้แล้ว​ครับ​ท่าน..ผม​กำลังพยายามติดต่ออยู่​​แต่ก็ไม่พบตัวซักที ​เขาวางมือจากการสืบสวนสอบสวนมานานแล้ว​ สองสามวันมานี่ไม่เคยอยู่​บ้านเลย​ ผมลงทุน​ไปดักรอ​เขาด้วยตนเองเลย​ครับ​ ​แต่ก็คลาดกันอยู่​เรื่อยเลย​ทีเดียว"

"คนนี้มือแน่จริงๆ​นะ ผมอยาก​ได้มือเก๋าๆ​หน่อย​​จะ​ได้ทำงานไม่พลาด ​ถ้าสำเร็จ​เมื่อไหร่ผม​จะ​ได้ส่งเรื่อง​ให้ท่านประธาน​เพื่อ​ที่ท่าน​จะ​ได้มอบหมายให้หน่วยงาน​ที่เกี่ยวข้องจัดการต่อ​ไป"

"พรุ่งนี้ผม​จะ​ไปดักพบ​เขา​แต่เช้า​อีกทีหนึ่ง​นะครับ​ ​ได้ข่าวว่า​เขา​กำลัง​จะกลับจากต่างจังหวัดในเย็นวันนี้แหละ​ครับ​"

"ดี..รีบจัดการด่วน ถือ​เป็นเรื่อง​ลับสุดยอดเลย​ก็แล้ว​กันคุณราชันย์"

"ครับ​..ท่านผู้บัญชาการโปรดวางใจเถอะครับ​"

"อ้อ..คุณราชันย์อีกเรื่อง​หนึ่ง​ก็​คือเรื่อง​ของนายฉันทวัฒน์หลานชายของผมคนนี้ พยายามติดตามดูให้รู้ว่า​เขา​ไปมัวทำอะไร​อยู่​จึงไม่มาตามนัด ผมเกรงว่า​เขาอาจ​จะ​เป็นอันตรายก็​ได้ ​เอาให้รู้เรื่อง​คืนนี้​ได้ยิ่งดี เท่านี้แหละ​"

"​ได้ครับ​..ท่านผู้บัญชาการ!"


*********


"ผมขอถามบ้าง​ได้ไหม?" คน​ที่ถือสายจูงหมา​ซึ่งในสภาพการณ์อย่างนี้ทำให้​เขาคิดว่าตัวเอง​เป็นจำเลย​​ได้เอ่ยคำถามสวนกลับ​ไปบ้างอย่างสงสัยเต็มแก่

"​ได้ซิถามมา​ได้เลย​" ทนายคนตัวอ้วนเสื้อลายพร้อยบอกกลับ​ไป

"​ที่คุณบอกว่า​เป็นคนของผมเองนั้น​..​เขา​เป็น​ใครกัน?"

"​เขาก็​คือ..คน​ที่เลี้ยงหมาให้นายอย่างไรล่ะ!"

"คนเลี้ยงหมา?"

"ใช่"

"คุณหมายถึงนายทองตีบเนี่ยนะ?"

"​เขาชื่ออะไร​ผมไม่รู้ รู้​แต่ว่า​เขา​เป็นคน​ที่รับจ้างดูแลหมา​และทำสวนให้นายเท่านั้น​"

"คุณรู้​ได้อย่างไรว่า​เขาสะกดรอยตามผม​ไปจนถึงสมาคมชาวไร่อ้อยเขตเจ็ด?"

"คนของเรา​ที่โน่นรายงานมานะซี"

"แล้ว​คน​ที่​ไปด้วย​กับ​เขาอีกสองคนนั้น​ คนของพวกคุณ​ที่โน่น​ได้รายงานให้รู้หรือเปล่าว่า​เป็น​ใครกัน..พอ​ที่​จะทราบบ้างไหม?"

"ไม่ทราบ..เรารู้​แต่เพียงว่า​เป็นชายหนึ่ง​คน​กับผู้หญิงอีกหนึ่ง​คนเท่านั้น​"

ถึงตอนนี้ฉันทวัฒน์พอ​จะเดาออกว่าคนอีกสองคน​ที่​ไป​กับนายทองตีบนั้น​​จะ​เป็น​ใคร​ไปไม่​ได้นอกจากบุปผชาติ​และบิดาของเธอนั่นเอง!

​ซึ่งว่ากันตามสถานการณ์แล้ว​​เขาไม่มีทาง​ที่​จะคิดออก​ได้เลย​ว่า​ทั้งสามคนนั้น​สะกดรอยติดตาม​เขา​ไปทำไมกัน?

ยิ่งคิดยิ่ง​เป็น​ไปไม่​ได้ใหญ่ ​ที่พวก​เขาเหล่านี้​จะ​สามารถล่วงรู้ถึงเป้าหมายการกระทำของ​เขาล่วงหน้าก่อน​ที่​จะสะกดรอยตาม​เขา​ไป นอกเสียจากว่าพวก​เขา​จะติดตาม​ไปพบ​เขา​โดยบังเอิญเท่านั้น​!

อีกประการหนึ่ง​บุปผชาติเองก็มีอัธยาศัย ​โดยมีมะลิ​และเด็กชายบี๊บ​เป็นสายสัมพันธ์คอยช่วยเหลือ​เขามาตลอด ​ทั้งในเรื่อง​การ​ที่เธอ​เป็นธุระให้บิดาของเธอช่วยจัดหาคนมาช่วยเลี้ยงเจ้ามะลิ​และช่วยทำสวนให้ด้วย ​ซึ่งนับว่านายทองตีบคนนี้​เป็นคน​ที่ไว้ใจ​ได้​และทำงาน​ได้​เป็นอย่างดีเลย​ทีเดียว

ฉะนั้น​ปัญหา​ที่คิดว่าพวก​เขา​ทั้งสามคนนี้​จะติดตามสะกดรอย​เขา​ไปด้วยเหตุผล​ที่​เป็นปรปักษ์ต่อ​เขา จึงไม่มีทาง​เป็น​ไป​ได้เลย​!

"​ถ้า​เป็นสามคนนี้ผมคิดว่า..พวก​เขาคงไม่​ได้ตั้งใจ​ที่​จะสะกดรอยติดตามผมอย่าง​ที่คุณว่าแล้ว​ล่ะครับ​ อาจ​เป็น​ไป​ได้ว่าพวก​เขาพบผมเข้า​โดยบังเอิญเท่านั้น​เอง" ชายหนุ่มแสดงข้อคิดเห็นให้อีกฝ่าย​ได้รับรู้

"ทำไมนายถึงมั่นใจ​ได้ถึงขนาดนั้น​ ใน​เมื่อพวก​เขาไม่ยอม​แม้​แต่​จะเปิดเผยตัวเองให้นาย​ได้รู้ว่าพวก​เขาอยู่​​ที่นั่นด้วย!"

"พวก​เขาอาจ​จะยังไม่ทัน​ได้แสดงตัว ผมก็กลับออกมาเสียก่อน หรือไม่ก็...​"

พูดมาถึงตอนนี้ทำให้ฉันทวัฒน์ฉุกคิดขึ้น​มา​ได้แวบหนึ่ง​ว่า​เขา​ทั้งสามคนนั้น​อาจ​จะเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมในขณะ​ที่​กำลังเกิดเหตุก็​เป็น​ได้!

ฉะนั้น​​เมื่อชายหนุ่มพูดมาถึงตอนนี้จึงทำให้​เขาจำ​เป็น​ต้องหยุดชะงักการพูดลงกลางคัน ​เพราะคำพูดของ​เขาเองอาจ​จะทำให้เหตุการณ์บานปลายกัน​ไปใหญ่ สู้​เขาอยู่​นิ่งๆ​เสียยัง​จะดีกว่า ​เอาไว้คอยดูท่าทีว่าพวก​ที่จับหรืออุ้มตัว​เขามานี้มีจุดประสงค์สิ่งใดกันแน่!

"หรือไม่ก็..อะไร​หรือ?" ทนายอ้วน​ที่สวมเสื้อลายพร้อยรีบซัก​เขาขึ้น​มาทันที

"ไม่มีอะไร​หรอก ผมเพียง​จะพูดว่า..หรือไม่ก็..​เขาอาจ​จะกลัวผมดุ​เอาก็​ได้​ที่​เขาควร​จะอยู่​เฝ้าบ้านให้ผม ไม่ใช่เ​ที่ยวมาไล่ติดตามผมอยู่​อย่างนั้น​"

"ก็แล้ว​​ไป..ทีนี้นาย​จะตอบพวกเรา​ได้หรือยังว่า..แล้ว​จุดประสงค์​ที่แท้จริงของนายในการเดินทาง​ไปเมืองกาญจน์ฯครั้งนี้​คืออะไร​กันแน่?"

"​ไปดู​เขาเจรจาเรื่อง​อะไร​​ที่หวานๆ​กันมั่งไม่​ได้หรืออย่างไร?"

โครม!

เสียงค้อนบนบัลลังก์ผู้พิพากษาหน้าตูมคนนั้น​กระทบหนังสือตำราเล่มหนาเบื้องหน้าจนบัลลังก์สั่นสะเทือน

"อย่ามัวเล่นลิ้น..นายฉันทวัฒน์ ตอบให้ตรงคำถามหน่อย​ พวกเราเสียเวลา​กับนายมามากแล้ว​"

"​เพื่อไม่ให้​เป็นการเสียเวลา..ก็ควรรีบปล่อยตัวผมให้กลับบ้าน​ไปทำมาหากินของผมตามเดิมไม่ดีกว่าหรือ?"

"นี่ฟังนะ..​ถ้านายยังอยาก​ที่​จะมีชีวิตยืนยาวต่อ​ไปก็ควรตอบคำถามเพียงอย่างเดียว"

ทนายร่างอ้วนใหญ่​ที่สวมเสื้อลายพร้อยกระโจนพรวดเดียวประชิดร่างของชายหนุ่ม​พร้อม​กับขยุ้มคอเสื้อยืดโปโลขึ้น​จนขาของฉันทวัฒน์ลอยจากพื้น

เจ้ามะลิกระโดดงับขาของหมอนั่นเต็มเขี้ยวจนมัน​ต้องปล่อยมือจาก​เขา ​พร้อม​กับหัน​ไปถีบเจ้าหมาน้อยสุดแรงเกิดด้วย​ความโมโห ทำให้ร่างของมะลิกระเด็น​ไปจนสายจูง​ที่เจ้าของถือจูงอยู่​พลอยหลุดกระเด็นจากมือตาม​ไปด้วย

เสียงของมะลิร้องเอ๋ง..ๆ​..ครวญคราง​และวิ่งหนีเตลิดออก​ไปจากห้องโถงใหญ่นั้น​ทางประตูด้านหน้า...​

​ที่​กำลังเปิดแง้มอยู่​!

​ทั้งนี้​เพราะมีผู้อื่นอีกคนหนึ่ง​​ที่​กำลังถูกพาเข้ามาร่วมในพิธีกรรมการซักฟอกเช่นเดียวกัน​กับกรณีของฉันทวัฒน์...​

ชายหนุ่มเหลียวมองตามร่างของมะลิหมาน้อยของ​เขา​ที่วิ่งหางจุกตูดออก​ไปทางนั้น​​พอดี...​

ประตูบานสูงนั้น​ถูกดึงเปิดกว้างออก มีชายสองคน​กำลังเดินผ่านประตูเข้ามา คนหนึ่ง​ท่าทางดูคุ้นตาอย่างไรชอบกล ​เขาผู้นี้​กำลังอุ้มร่างเด็ก​ที่​กำลังดิ้น​และทุบ​เขาอยู่​​เป็นพัลวัน

​ส่วนอีกคนหนึ่ง​​ที่เดินตามหลังมารูปร่างสูงใหญ่กว่าคนแรกเล็กน้อย!

คนหลังนี้หัน​ไปปิดประตูตามหลังอย่างเงียบเชียบจนแทบไม่​ได้ยินเสียงกระแทกของกลอนประตู​ที่ปิดงับเข้าหากันเลย​...​

​เมื่อคน​ที่อุ้มเด็กเดินเข้ามาใกล้หน้าบัลลังก์ ชายคน​ที่ตัดผมเกรียนก็วางร่างของเด็กน้อยคนนั้น​ลงให้ยืนอยู่​บนพื้น...​

ฉันทวัฒน์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าร่างน้อยนั้น​​คือเด็กชายบี๊บ​ที่​เขารู้จักดีนั่นเอง...​

"บี๊บ!" ชายหนุ่มเรียกชื่อเด็กน้อยเสียงดังลั่นห้อง จนร่างน้อยนั้น​หันหน้ามาตามเสียงเรียก​ที่ก้องกังวาน...​

"คุณอา...​" เสียงเด็กชายบี๊บอุทานออกมาพลางอ้าปากหวอ...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2702 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน ถูกสอบสวน.. --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14212 ], [125.25.251.150]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๒.๑๕ น.

"ถูกสอบสวน.." ​​จะดีไหมคะ​​ ให้คนอื่นๆ​​มาช่วยตั้งด้วยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14221 ], [58.10.216.13]
เมื่อวันที่ : ๑๕ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๕.๓๒ น.

"ถูกสอบสวน.." ดีครับ​​คุณadd

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น