นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #20
ปักษิณ
...๑๔.๔๕ นาฬิกา นางบุหงา​กำลังนั่งอยู่​​ที่ระเบียงหน้าบ้านชั้นล่าง สายตาจ้องมอง​ไปทางหน้าบ้าน​เพื่อรอรับรถนักเรียน​ที่​จะมาส่งเด็กชายบี๊บหลานชายเหมื...

ตอน : ถูกลักพาตัว!!

๑๔.๔๕ นาฬิกา
นางบุหงา​กำลังนั่งอยู่​​ที่ระเบียงหน้าบ้านชั้นล่าง สายตาจ้องมอง​ไปทางหน้าบ้าน​เพื่อรอรับรถนักเรียน​ที่​จะมาส่งเด็กชายบี๊บหลานชายเหมือนเช่นทุกวัน​ที่โรงเรียนเปิดเทอม

​ซึ่งรถโรงเรียน​จะเวียนมาส่งนักเรียน​ที่หน้าบ้าน ​และก่อน​ที่​จะปล่อยให้นักเรียนลง ทางโรงเรียน​ได้ให้ครู​ที่มาด้วยประจำรถนั้น​​จะ​ต้องตรวจดูให้แน่นอนว่ามีผู้ปกครอง​กำลังรอรับอยู่​​ที่บ้านด้วยหรือไม่ ​ทั้งนี้​เพื่อ​ความปลอดภัยจากพวกมิจฉาชีพ ​ซึ่งอาจฉวยโอกาส​เอาตอน​ที่เด็ก​กำลังเดินเข้าบ้านคนเดียว​โดยไม่มีผู้ใหญ่อยู่​ด้วย ตามเข้า​ไปหลอกลวงหรือแย่งชิง​เอาทรัพย์สินภายในบ้าน​ไป​ได้ง่ายๆ​

นางบุหงาไม่ทัน​ได้สังเกตว่ามีรถนิสสันซันนี่ซุปเปอร์ซาลูนสีดำ​ที่ติดฟิล์มดำมืดมาจอดซุ่มอยู่​ตรงใกล้ๆ​​กับหน้าบ้าน ‘ศิลาเพชร’ รถคันนี้จอดอยู่​นานกว่าชั่วโมงแล้ว​ ​โดยมีชายสองคนอยู่​ภายในรถทำทีว่าเปิดประตูรถกว้าง​ทั้งสองด้านให้ลมพัดผ่าน​เพื่อ​ที่​จะคุยกัน​ได้สะดวก​​โดยไม่ร้อนอบอ้าวอยู่​ภายในรถ

​เมื่อรถโรงเรียนมาถึง​และจอดสนิทเด็กชายบี๊บก็ทำท่ากระโดดลง​ไปหาคุณยาย​พร้อมตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

"คุณยายครับ​..บี๊บกลับมาแล้ว​ครับ​.."

ครูสาวคน​ที่คุมรถรับส่งนักเรียนมาด้วยรีบคว้าแขนของบี๊บไว้​ได้ทัน ​เพราะเธอกลัวว่าลูกศิษย์​จะหน้าคะ​มำพลัดตกลง​ไปกอง​กับพื้นดินเบื้องล่าง!

ภายหลัง​เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว​ครูสาวจึงปล่อยแขนหนูน้อย แล้ว​ค่อยๆ​ช่วยพยุงลงจากรถ​พร้อม​ทั้งพาเดินข้ามถนน​ไปส่ง​ที่หน้าประตูบ้าน

​เมื่อเธอแลเห็นคุณยายของเด็กน้อย​กำลังลุกจากเก้าอี้​ที่ระเบียงเดินตรงมา​เพื่อ​จะเปิดประตูให้หลานชาย ครูสาวจึง​ได้รีบเดินกลับ​ไปขึ้น​รถตู้อย่างรวดเร็ว

ในช่วงขณะ​ที่รถตู้รับส่งนักเรียนแล่นเลย​จนพ้นโค้งมุมถนนปากซอยถัด​ไป​ที่อยู่​ภายในหมู่บ้านนั้น​เอง...​

บี๊บหันขวับมาตามเสียงล้อรถ​ที่บดถนนเสียงดังเอี๊ยดอยู่​ทางเบื้องหลังด้วยสีหน้าตื่นๆ​​และแปลกใจระคนกัน มือ​ที่​กำลัง​จะเอื้อมเปิดประตูรั้วเข้าบ้านหยุดชะงักลง​เมื่อชายคน​ที่กระโดดลงจากรถ​ที่ติดฟิล์มดำคันนั้น​พุ่งถึงตัวบี๊บ​พร้อม​กับคว้ากระชากร่างของหนูน้อยตามติดมือ​โดย​ทั้งกึ่งดึงกึ่งลากถูลู่ถูกังพาเข้า​ไปในรถปิดประตูดังปัง​และเคลื่อนรถออก​ไปอย่างรวดเร็ว

"คุณยายคร๊าบ...​ช่วยบี๊บด้วยครับ​!"

บี๊บตะโกนลั่นร้องเรียกให้ยายช่วยด้วย​ความตกใจก่อน​ที่บานประตูรถ​จะปิดลง!

นางบุหงามองเห็นภาพหลานชายถูกฉุดกระชากลากถู​ไปต่อหน้าต่อตาด้วยดวงใจ​ที่เจ็บปวดรวดร้าวสุด​ที่​จะทน​ได้ นางตกตะลึงพรึงเพริดอย่างชนิด​ที่ช่วยอะไร​ไม่​ได้เลย​​แม้​แต่น้อย...​

"ว้าย..ตายแล้ว​ตาบี๊บหลานยาย"

นางบุหงายกมือทาบอกร้องตะโกนสุดเสียง...​

"ช่วยด้วย..ช่วยด้วย ​ใครก็​ได้ช่วยที..ผู้ร้ายขโมยเด็ก!"

เสียงรถยนต์คันนั้น​แล่นปราดออก​ไปทางหน้าปากซอย​เพื่อออก​ไปยังป้อมยามปากทางเข้าออกของหมู่บ้าน

​แต่​เนื่องจากฟิล์ม​ที่ดำมืดมองแทบไม่เห็นภายในรถ​และปราศจากซุ่มเสียงหรือสัญญาณจากภายในรถ กอปร​กับทางหมู่บ้านไม่ค่อย​ได้เข้มงวดเกี่ยว​กับรถยนต์​ที่เข้าออกสักเท่าไรนัก ​ทั้งนี้​เพราะยังไม่เคยปรากฏว่ามีคดีลักพาตัวหรือขโมยของกันกลางวันแสกๆ​

รถซุปเปอร์ซาลูนสีดำคันนั้น​จึงแล่นออกทางหน้าหมู่บ้านผ่านป้อมยาม​ไป​ได้อย่างลอยนวล

นางบุหงาวิ่งตามมา​ได้ไม่ถึงกลางซอยก็​เป็นลมล้มพับหมดสติ​ไปตรงข้างถนนในกลางซอยนั้น​เอง ​โดยไม่มีผู้ใดรู้เห็นว่าเกิดเหตุอะไร​ขึ้น​..

​จะมีก็​แต่เพียงนางประยงค์แม่บ้านรับจ้างทำงานบ้านทั่ว​ไปภายในหมู่บ้านเพียงคนเดียวเท่านั้น​ ​ที่บังเอิญนางขี่จักรยานผ่านมาทางนั้น​​พอดี

นางประยงค์จึงหยุดดู ​และนางจำ​ได้ว่าหญิงสูงวัยผู้​ที่​เป็นลมสลบอยู่​นี้​คือหญิงผู้​เป็นเจ้าของบ้าน "ศิลาเพชร" ​ที่เคยหยุดคุยกันบ่อยๆ​ขณะ​ที่นางมาดักใส่บาตร​พระตรงมุมถนนในตอนเช้า​เกือบทุกวัน

นางประยงค์ตรงเข้าลงนั่งข้างๆ​​พร้อม​กับเขย่าตัว​เพื่อปลุกให้รู้สึกตัว!

หากร่างของนางบุหงายังคงอ่อนระทวยสิ้นสติสมประดีอยู่​เหมือนเดิม!

"คุณพี่..ๆ​ ​เป็นอะไร​​ไปคะ​คุณพี่!?"

นางประยงค์เพียรเรียก​และเขย่าร่างอยู่​อย่างนั้น​สามสี่ครั้ง หากนางบุหงาก็ยังไม่รู้สึกตัว ช่วงนั้น​​เป็นเวลา​ที่เงียบสนิทไม่มีผู้คนผ่านมาทางนั้น​เลย​

หญิงแม่บ้านรับจ้างจึงตัดสินใจล้วงผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเปิดขวดน้ำดื่มประจำตัวเทราดลง​ไปบนผ้าเช็ดหน้าจนเปียกโชก นางบิดพอหมาดๆ​แล้ว​จึงเช็ดลูบไล้​ไปบนใบหน้า​และซอกคอของหญิงผู้​เป็นเจ้าของบ้าน "ศิลาเพชร"

นางบุหงาค่อยๆ​ฟื้นคืนสติดวงตาเบิกโพลงด้วย​ความตกใจ ร้องเสียงแหบเครือ..

"ช่วยด้วย..ช่วยตาบี๊บหลานชายฉันด้วย!" นางบุหงาพูด​พร้อม​กับเกาะมือนางประยงค์แน่น ร้องพลางเขย่ามือ​ที่เกาะอยู่​​ไปพลาง

นางประยงค์ค่อยๆ​ประคองร่างของนางบุหงาให้ลุกขึ้น​ยืนอย่างทุลักทุเล ร่างของนางบุหงาซวนเซเกือบ​จะล้มลง​ไปอีกหลายครั้งกว่า​จะตั้งตัว​ได้ใน​ที่สุด

"คุณบี๊บหลานชายคุณพี่​เป็นอะไร​​ไปคะ​?"

"ตาบี๊บถูกขโมยลักพาตัว​ไป ช่วยด้วย..ช่วยหลานฉันด้วยเถอะค่ะ​!?"

เสียงของผู้​เป็นยายร้องครวญครางออกมาอย่างน่าสงสาร...​.

"ให้ดิฉันเรียกยามหน้าหมู่บ้านมานะคะ​ เผื่อว่า​เขา​จะช่วยอะไร​​ได้บ้าง?" นางประยงค์แม่บ้านรับจ้างเสนอ​ความคิดเห็น

"ดีเหมือนกันค่ะ​ ช่วยเรียกยามให้หน่อย​เถอะค่ะ​หรือ​จะช่วยเรียกตำรวจให้ด้วยก็​ได้ โถ..บี๊บหลานยาย​เป็นอย่างไรบ้าง​ก็ไม่รู้?"

นางประยงค์ควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าถือ​ที่วางอยู่​หน้ารถจักรยาน หล่อนกดหมายเลขป้อมยามหน้าหมู่บ้าน​ที่นางรู้จักดี​และจำเบอร์​ได้แม่น

"ช่วยเข้ามา​ที่ซอยเจ็ดหน่อย​นะคะ​ มีเหตุร้ายด่วนค่ะ​!"

"เกิดอะไร​ขึ้น​หรือครับ​?"

"เกิดเหตุลักพาตัวเด็กค่ะ​ ส่ง​กำลังมาด่วนด้วยนะคะ​!" นางสำทับคำว่า​กำลัง​โดยเฉพาะ​เพื่อให้ดูขึงขังน่าเลื่อมใส​และตื่นเต้น

"ซอยเจ็ด..บ้านเลข​ที่เท่าไหร่นะครับ​"

"บ้านเลข​ที่สามสามหนึ่ง​ เอ้อ..บ้านศิลาเพชรน่ะค่ะ​"

นางประยงค์ตามเข้ามานั่ง​เป็น​เพื่อนนางบุหงา​เพื่อรอยามรักษา​ความปลอดภัยอยู่​ภายในบ้านตรงหน้าระเบียงชั้นล่างของตัวบ้าน

เพียงครู่เดียวยามรักษา​ความปลอดภัยของหมู่บ้านจำนวนสองนายก็ปรากฏตัวขึ้น​ นางบุหงาเชิญพวก​เขาเข้ามาในบ้าน​และเล่าเรื่อง​​ทั้งหมดให้ฟัง

​เมื่อ​ได้ทราบรายละเอียดเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​แล้ว​ ยามคน​ที่ท่าทาง​เป็นหัวหน้า​ได้กดมือถือแจ้ง​ความ​ไปยังสถานีตำรวจท้อง​ที่ทันที​เพื่อ​ความสะดวก​ในการสกัดกั้น​และดักจับคนร้าย

​แต่สำหรับคดีนี้เห็น​ที่​จะลำบาก​เพราะไม่มีคนจดหมายเลขทะเบียนรถสีดำคันนั้น​ไว้เลย​สักคนเดียว ​แม้​แต่ยามหน้าหมู่บ้านเองก็ไม่มีการจดหมายเลขทะเบียนกันเลย​ ยกเว้นบางครั้งตอนเวลากลางวัน​ที่มีรถบรรทุกเข้าออก​และแท็กซี่​ที่น่าสงสัยบางคันเท่านั้น​

ฉะนั้น​​เมื่อตำรวจมาถึง พยาน​ที่รู้เห็นเหตุการณ์จึงมีเพียงนางบุหงาผู้​เป็นยายของเด็ก​ที่ถูกลักพาตัว​ไป​แต่เพียงผู้เดียว เธอจำ​ได้ว่ามัน​คือรถนิสสันซันนี่ซุปเปอร์ซาลูนสีดำติดฟิล์มดำมืด ผู้ร้ายมาด้วยกันสองคน จำ​ได้​แต่คน​ที่ลงมาจับเด็ก​ไปนั้น​รูปร่างล่ำสันทะมัดทะแมง ตัดผมสั้นเกรียนติดหนังหัว

รูปพรรณสัณฐานของรถ​ที่มองเห็นก็​สามารถบอก​ได้​แต่เพียงภายนอกเท่านั้น​เอง หลักฐานอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้น​ก็​คือ มีกระเป๋านักเรียนของเด็กชายบี๊บเพียงใบเดียวเท่านั้น​​ที่เหลือไว้​เป็นหลักฐานสำหรับแสดงให้​กับเจ้าหน้า​ที่ตำรวจ​ได้ทราบ

หลักฐานอย่างอื่น​ที่​เป็นของคนร้ายไม่มีเหลือไว้ให้สังเกต​ได้เลย​สักชิ้นเดียว!

นางบุหงา​ได้โทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายนี้ให้​กับบุษบา​ได้ทราบเรื่อง​ราว​ทั้งหมด

"บุษเหรอ..เกิดเรื่อง​ใหญ่แล้ว​ รีบกลับบ้านด่วนเถอะลูก"

"มีเรื่อง​ร้ายแรงอะไร​เกิดขึ้น​หรือคะ​คุณแม่?"

"ตาบี๊บถูกคนร้ายลักพาตัว​ไป​เมื่อสักครู่นี้เอง"

"ลักพาตัว..แม่เห็นเองหรือว่าตาบี๊บทำเรื่อง​แอบหนี​ไปเ​ที่ยว"

"ลักพาตัวแน่นอน ​เอาไว้ให้ลูกมาถึงบ้านแล้ว​แม่​จะเล่าให้ฟัง"

​แต่นางยังไม่​ได้โทรศัพท์แจ้งให้บุปผชาติลูกสาวคนเล็ก​และสามีของเธอ​ได้รู้เรื่อง​เลย​ หล่อนจึงวานบุษบาให้บอกต่อให้ด้วย

"แม่ยังไม่​ได้โทร.บอกแม่บุบ​และพ่อแกหรอกนะ​เพราะมันชุลมุนจนหัวแม่หมุน​ไปหมดแล้ว​ ​ถ้ายังไงแกช่วยโทร.บอกต่อให้พวก​เขารู้​และรีบกลับบ้านกันก่อนเถอะ"


*********


ณ บ้านอัสดงคต
ทองตีบนึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล​ที่ไม่เห็นมีวี่แววของ​ทั้งฉันทวัฒน์​และมะลิหมาของ​เขาเลย​ ชายขี้เมาคนเลี้ยงหมาจำ​เป็นไขกุญแจประตูหลังบ้านพา พ.ต.อ.ไกรสร​และบุปผชาติเข้า​ไปสำรวจภายในบ้าน​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ตรวจสอบดูหาร่องรอยของคน​และหมา​ซึ่งอาจค้นพบเบาะแส​ที่​จะติดตามสืบสวนต่อ​ไป​ได้

"ไม่อยู่​ในบ้านเลย​​ทั้งคน​ทั้งหมา" เสียงทองตีบพึมพำเหมือนพูดอยู่​คนเดียว

​เมื่อแลเห็นกระจก​แต่งตัวหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแตกละเอียดทองตีบก็รู้​ได้ทันทีว่าฉันทวัฒน์เจ้านายของ​เขา​และมะลิหมาน้อย​กำลังตกอยู่​ในอันตรายอย่างร้ายแรง

"มันน่า​จะจับตัวคุณฉันทวัฒน์​และหมา​ไปทำอะไร​สักอย่าง พวกนี้ควร​จะ​เป็นพวกไหนกันหนอ?"

"มันมีหลายพวกหรืออย่างไรเล่า..หือทองตีบ?"

"ตาม​ที่คุณบุบเล่าไว้ก็น่า​จะมีสักสองสามพวกนะครับ​ ​เพราะเจ้านายของผมคนนี้​เขารู้สึกว่า​​จะพัวพัน​กับคดีฆาตกรรม​ที่สำคัญๆ​เต็ม​ไปหมด เฉพาะ​ที่เราเห็นเรารู้นี่ก็ตั้งสามรายเข้า​ไปแล้ว​นะครับ​"

"จริงอย่างแกว่าเหมือนกันนะทองตีบ คดีรัฐมนตรีไอยรา คดีนายโอภาสพ่อค้าข้าวส่งออก​และคดีนายบุญธรรมตัวแทนโรงงานน้ำตาลทราย ​แต่เรา​จะเริ่มกันตรงจุดไหนก่อนดีละนี่?"

"บุบว่าเราควร​จะไล่เรียง​ไปตามลำดับหมด​ทั้งสามราย ไม่แน่..เราอาจ​จะเจอต้นตอของเรื่อง​​ทั้งหมดเลย​ก็​ได้นะคะ​!"

"อืม..ม..​ที่ลูกว่าก็มีเหตุผลนะลูกบุบ นี่​จะ​เป็นนักสืบสาวไม่​ไป​เป็นนักขายแล้ว​หรืออย่างไรหือ?" อดีตผู้การกองปราบปรามหันมาเย้าลูกสาวคนเล็ก

​แต่ยังไม่ทัน​ที่คน​ทั้งสาม​จะพูดอะไร​กันต่อ​ไปเสียงสัญญาณเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของ พ.ต.อ.ไกรสรก็ดังกังวานขึ้น​ อดีตนายตำรวจมือปราบยกหูโทรศัพท์ขึ้น​แนบหู ภายหลังจาก​ที่ดูหน้าจอว่าผู้​ที่​เป็นเจ้าของสายเรียกเข้า​คือธิดาคนโตของท่านเอง

"เฮโหล..มีอะไร​หรือลูกบุษ?"

"คุณพ่อรีบกลับบ้านด่วนเถอะค่ะ​...​ตาบี๊บถูกลักพาตัว.." เสียงพูดของบุษบาขาดหาย​ไป​พร้อม​กับมีเสียงสะอื้นตามมา...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2700 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน ถูกลักพาตัว!! --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14211 ], [125.25.251.150]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๕๓ น.

ชื่อ "ถูกลักพาตัว!!" ดีไหมคะ​​ คุณปักษิณ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14214 ], [58.10.216.19]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๒.๕๐ น.

ดีครับ​​คุณadd...​​

"ถูกลักพาตัว!!"

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น