นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #18
ปักษิณ
...สองสหายจอมโหดระดับมือพิฆาต ซุ่มดักรออยู่​ตามคำสั่งของเจ้านาย​ที่คอยสั่งงานทางโทรศัพท์อยู่​ตลอดเวลา พวกมัน​ทั้งสองแฝงตัวเข้ามาแอบซ่อนรอดู ‘คนจูงห...

ตอน : ดักจับคนจูงหมา

สองสหายจอมโหดระดับมือพิฆาตซุ่มดักรออยู่​ตามคำสั่งของเจ้านาย​ที่คอยสั่งงานทางโทรศัพท์อยู่​ตลอดเวลา พวกมัน​ทั้งสองแฝงตัวเข้ามาแอบซ่อนรอดู ‘คนจูงหมา’ กันตั้งแต่เช้า​แล้ว​

พวก​เขา​คือสุดใจ​และแป้น​ทั้งคู่​กำลังรอการกลับของชายหนุ่มอยู่​อย่างใจจดใจจ่อ แทบ​จะไม่มีเวลาช่วงพักสูบบุหรี่​เอาเลย​ทีเดียว!

ขณะ​ที่ชายหนุ่ม ‘คนจูงหมา’ กลับมาถึงบ้านนั้น​ ​ทั้งสอง​ได้ซุ่มดักรออยู่​​ที่บ้านร้าง​ซึ่งอยู่​ตรงข้ามกัน​กับบ้าน ‘อัสดงคต’ หากเยื้องเลย​ลึกเข้า​ไปอีกหนึ่ง​หลัง ​ส่วนบ้านตรงข้ามนั้น​​เป็นบ้านของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง​​ที่​แต่งงาน​กับชาวต่างชาติ นัยว่า​เป็นชาวอิตาเลียนแล้ว​เลย​อพยพ​ไปอยู่​ต่างประเทศ นานๆ​จึง​จะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้งหนึ่ง​

สาเหตุ​ที่มือพิฆาต​ทั้งคู่​ต้อง​ไปหลบซ่อนตัวอยู่​​ที่บ้านร้างดังกล่าว ก็​เนื่องจากสาทิส​ได้มีประสบการณ์​กับตัวเองแล้ว​ในการ​ที่บุ่มบ่ามเข้า​ไปยุ่งเกี่ยว​กับ ‘คนจูงหมา’ ​โดยไม่​ได้ระมัดระวังตัว ทำให้​ได้แผล​เป็น​ที่ระลึกกลับ​ไป

​เขาจึงกำชับลูกน้อง​ทั้งสองคนให้พยายามหา​ที่หลบซ่อนปฏิบัติการลับ ​เพื่อไม่ให้คนในบ้านหรือผู้เกี่ยวข้อง​ได้รู้ตัวหรือผิดสังเกต​เอา​ได้ง่ายๆ​

ฉันทวัฒน์นำรถกระบะมิตซูบิชิ แอล ๒๐๐เข้า​ไปจอดเคียงกัน​กับรถโคโรลล่าอัลติสคันเก่ง เสร็จแล้ว​จึงเข้า​ไปในบ้าน​เพื่ออาบน้ำ​แต่งตัวเตรียม​พร้อม​ที่​จะออก​ไปพบ​กับท่านพลเอกฉัตร ชาญสงครามผู้​เป็นลุงตาม​ที่​ได้นัดกันไว้เกี่ยว​กับเรื่อง​งานของบริษัทอัสดงคตโซลาร์ซีสเต็มจำกัด​ที่​เขา​เป็นกรรมการผู้จัดการอยู่​

​แต่แล้ว​​เขาก็เปลี่ยนใจ ยกหูโทรศัพท์กดหมายเลขปลายทาง​ไปหาบุปผชาติภายหลังจาก​ที่​เขา​ได้อ่านจดหมายของนายทองตีบคนเลี้ยงหมาจบลง

​เขา​ได้แจ้งให้บุปผชาติทราบเรื่อง​การรับเธอเข้าทำงานในบริษัท​พร้อม​กับนัดพบ​เพื่อมอบหมายงาน​และนัดรับประทานอาหารกลางวันกัน

​ทั้งยัง​ได้บอกฝากฝังเจ้ามะลิให้ทองตีบช่วยดูแล​ระหว่าง​ที่​เขาไม่อยู่​ในคืนนี้!

​ทั้งนี้​เนื่องด้วยว่าภายหลังจาก​ที่​เขา​ได้พบ​กับนายพลเอกฉัตรผู้​เป็นลุงแล้ว​ ​เขาก็ยังมีภารกิจต่อ​เนื่อง​ที่​จะ​ต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้อีก ​ซึ่งอาจทำให้​เขา​ต้องกลับบ้านช้าหรือดึกกว่าปกติ

​เมื่อขณะ​ที่​เขา​กำลังเข้า​ไปอาบน้ำอยู่​ในห้องน้ำนั้น​ เจ้ามะลิตามเข้ามานอนหมอบอยู่​ในห้องรับแขกตามปกติเหมือนเช่นเคย

ประตูบ้านเปิดผางออกด้วยแรงถีบจากภายนอก ชายร่างยักษ์สองคนกระโจนพรวดพราดเข้ามาอย่างรวดเร็วราว​กับปีศาจ เจ้ามะลิตกใจเห่ากรรโชกเสียงขรม ฉันทวัฒน์วิ่งออกมาจากห้องน้ำ​ทั้งๆ​​ที่ยังนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่​

​เขารีบวิ่งปราดออกมา​เมื่อ​ได้ยินเสียงผิดปกติดังขึ้น​​ที่ห้องรับแขก!

ชายหนุ่มเซถลาจนเกือบ​จะลื่นล้มลง​เนื่องจากเท้าของ​เขายังคงเปียกน้ำอยู่​!

ตาข่ายร่างแหถูกเหวี่ยงลอยคลุมร่างน้อยของเจ้ามะลิจนมิดร่าง มันพยายามดิ้นอย่างสุดแรง ​แต่ดูเหมือนว่ายิ่งดิ้นตาข่ายร่างแหนั้น​ยิ่งรัดแน่นเข้าทุกที เสียงเจ้าหมาน้อยร้องหงิงครวญครางอย่างน่าเวทนา

ฉันทวัฒน์รีบวิ่งตรง​ไปยังเตียงนอน​ที่กระเป๋าสะพายประจำตัวของ​เขาวางอยู่​ ​แต่ก็ช้ากว่านายสุดใจจอมวายร้ายมือพิฆาต กระสุนปืนจากเบอเรตต้า๙๒เอฟเอสผ่านลำกล้องเก็บสียงทะลุกระจกเงาเหนือโต๊ะเครื่องแป้งแตกกระจายละเอียด

ฟุบ!..เปรี๊ยะ!..เพล้ง!

ชายคนจูงหมายืนตะลึงนิ่ง มือซ้ายจับขมวดปมผ้าเช็ดตัวไว้ราว​กับกลัวว่า​จะหลุดลงมากอง​กับพื้น

"หยุดอยู่​ตรงนั้น​​ถ้ายังไม่อยากตาย!" สุดใจตะโกนบอกฉันทวัฒน์เสียงเฉียบขาด

มัน​ใช้เท้าเขี่ยกางเกงของชายหนุ่มให้เคลื่อนมาตกใกล้ๆ​เท้าของ​เขา​พร้อม​กับออกคำสั่งด้วยสำเนียงเช่นเดิม

"นุ่งกางเกงช้าๆ​อย่าตุกติกเด็ดขาด แล้ว​นี่เสื้อยืดสวมเสียด้วย...​" เสียงโยนผ้าหรือ​ที่มันบอกว่า​คือเสื้อยืดลอยตามมาตกใกล้ๆ​กันจากน้ำมือของสุดใจ

ฉันทวัฒน์ทำตามอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มขยี้ผ้าเช็ดตัว​กับศีรษะของ​เขา​เพื่อซับละออง​และหยดน้ำ​ที่ติดอยู่​ตามตีนผมก่อน​ที่​จะโยน​ไปกองไว้บนเตียงนอน

"นายสองคน​ต้องการอะไร​หรือ..ถึง​ได้ทำแบบนี้?"

"​เป็นคำสั่งของเจ้านาย ให้มาตามแกให้​ไปคุยด้วยหน่อย​!"

"คุยด้วยหรือ..ทำไมไม่บอกกันดีๆ​?"

"​ถ้าบอกดีๆ​คิดหรือว่าแก​จะ​ไปง่ายๆ​..หือ?"

"เหตุผลอะไร​ล่ะ มันสำคัญมากนักหรืออย่างไรถึง​ต้องขนาดมาบังคับจับตัวกัน​ไปแบบนี้?"

"​ไปถึงแล้ว​แก​จะรู้เองแหละ​อย่ามัวซักให้เปลืองน้ำลายอยู่​เลย​"

"​ไป​ที่ไหนล่ะเดี๋ยวฉันขับรถตามพวกแก​ไปก็​ได้!"

"นึกหรือว่า​จะง่ายดายแบบนั้น​?"

"บอกมาเถอะ ฉันยินดี​ที่​จะทำตามพวกแกทุกอย่าง ​แต่ก่อนอื่นพวกแกปล่อยหมาตัวนี้ก่อน​ได้ไหม มันดิ้นจน​จะหายใจไม่ออกอยู่​แล้ว​?"

"พวกเราจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้อง​เอาเจ้าหมาน้อยตัวนี้​ไปด้วย!"

"​เอา​ไปด้วยก็​ได้เดี๋ยวฉัน​จะ​เอาเชือกจูงตามพวกแก​ไปเอง"

"ไม่​ได้หรอก..ไอ้ตัวนี้เสียงของมันเห่าหนวกหูออก​จะตาย เรา​จะ​เอามัน​ไป​ทั้งอย่างนี้แหละ​"

"เดี๋ยวก็​ได้ตายกัน​พอดี ฉันขอรับรองว่า​จะไม่ให้มันเห่าอย่างเด็ดขาด ปล่อยมันเถอะ ประเดี๋ยวฉัน​จะจูงมัน​ไปเอง ไม่​ต้องห่วงว่ามัน​จะทำเลอะเทอะหรือเรื่อง​มาก"

"ก็​ได้..เฮ้ยไอ้แป้นมึงจัดการปล่อยหมาออกมาให้​เขาหน่อย​เถิดวะ"

เจ้าคนตัวโตหน้าแบน​ที่ชื่อแป้นกระชากมีดพับออกมาจากกระเป๋ากางเกง จัดการตัดตาข่ายร่างแหนั้น​ให้ขาดออกจากกันจน​เป็นรูโหว่พอ​ที่เจ้ามะลิหมาน้อย​จะลอดออกมา​ได้

เจ้าหมาน้อยรีบวิ่งตรงมาหาเจ้าของทันที​ที่​ได้รับอิสรภาพ มันเลียแข้งเลียขา​เขาอย่างประจบ​พร้อม​กับหันหน้า​ไปเห่าคน​ทั้งคู่เสียงดังกังวาน ​ซึ่งเสียงของมันทำให้ผู้บุกรุก​ทั้งสองคนไม่พอใจ คน​ที่ชื่อสุดใจเบนเป้าหมายปากกระบอกปืนมาทางเจ้าหมาน้อย​พร้อม​กับคำรามอย่างมีโมโห

"​ถ้ามึงขืนเห่าหนวกหูอย่างนี้กู​จะยิงทิ้ง​ทั้งหมา​ทั้งคน"

"พอที..เดี๋ยวฉัน​จะทำให้มันเงียบเองไม่​ต้องห่วง ​แต่ก่อนอื่น​ต้องให้ฉัน​เอาของโปรดของมันออกมาจากกระเป๋าสะพายบนเตียงนั่นให้มันก่อน" ชายหนุ่มพูด​พร้อม​กับชี้มือ​ไปยังกระเป๋าสะพายของ​เขา​ซึ่งวางสงบนิ่งอยู่​บนเตียงนอน

"อย่าเล่นตลกนะโว้ย..ไอ้แป้นเปิดดูกระเป๋าใบนั้น​หน่อย​ซิว่ามีอาวุธหรือเปล่า?"

"​ได้!"

ไอ้หน้าแบน​ที่ชื่อแป้นเดิน​ไป​ที่เตียงนอน หยิบกระเป๋าสะพายขึ้น​มารูดซิปเปิดออกล้วงมือเข้า​ไปข้างใน ​ที่ติดมือของมันออกมา​คือกระดูกเทียมชิ้นเขื่อง ทำให้เจ้าคน​ที่ชื่อสุดใจยิ้มออกพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างชอบใจ

"มันไม่​ได้โกหกโว้ย ​เอากระดูกให้มัน​ไปไอ้แป้น"

แป้นโยนกระดูกเทียมชิ้นนั้น​​ไปยังทาง​ที่ฉันทวัฒน์ยืนอยู่​ ชายหนุ่มรีบคว้าหมับแล้ว​ยื่นต่อให้มะลิพลางลูบหัวเจ้าตัวน้อย​พร้อม​กับพูดปลอบมันด้วยสำเนียงแผ่วเบาแสดงถึง​ความมีเมตตา

"นี่​คือของโปรดของแกนะมะลิ อย่าดื้อส่งเสียงดังให้หนวกหูคนอื่น​เขารู้ไหม อยู่​นิ่งๆ​นะเด็กดี เดี๋ยว​จะพา​ไปเ​ที่ยว!"

​ได้ยินคำว่า ‘​ไปเ​ที่ยว’ มันทำหูผึ่งทันที ​เพราะทุกครั้ง​ที่ชายหนุ่มพามันออก​ไปเดินเล่น​เขา​จะชวนมันว่า ‘มะลิ..เรา​ไปเ​ที่ยวกัน’ ครั้งนี้ก็เช่นกัน มันจ้องหน้าชายหนุ่มพลางทำตาละห้อย กระดิกหางชูคอรออยู่​ในที

"ขอกระเป๋าสะพายใบนั้น​ให้ฉัน​ได้ไหม พวกนาย​ทั้งสองคนก็เห็นแล้ว​ว่าในนั้น​ไม่มีอะไร​ ฉัน​ต้องการสายจูงหมา​และของสำคัญบางอย่างเท่านั้น​"

กระเป๋าสะพายใบนั้น​ถูกแป้นยกคว่ำลง​และเทสัมภาระ​ที่มีอยู่​ภายในกระเป๋าออกวางเกลื่อนบนเตียงนอนของฉันทวัฒน์

สิ่งของภายในกระเป๋า​ที่กระจาย​ไปทั่ว​ที่นอนนั้น​ มีหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คสองเล่ม​ที่มัดติดกันด้วยยางรัด สายจูงสุนัขสีเขียวม้วนขด​เป็นวงกลม กระเป๋าสตางค์แบบพกพาของผู้ชายทั่ว​ไป ถุงอาหารสุนัขชนิดเม็ดขนาด ๒๐๐ กรัมเปิด​ใช้แล้ว​มัดปากถุงด้วยยางรัดเช่นเดียวกัน มีผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวสะอาดสำหรับซับเหงื่ออีกหนึ่ง​ผืน​และสิ่งสุดท้ายก็​คือกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตัลกะทัดรัดยี่ห้อโอลิมปัสสีดำ

แป้นจับสิ่งของ​ทั้งหมดยัดเข้ากระเป๋าดังเดิมแบบลวกๆ​ ​เมื่อเห็นว่าไม่มีอาวุธซ่อนอยู่​ภายในอย่าง​ที่พวก​เขาหวาดระแวง กระเป๋าสะพายถูกโยนโครมลงมาวางแทบเท้าชายหนุ่มเจ้าของหมา

เจ้ามะลิแยกเขี้ยวคำรามฮื่อขณะ​ที่ฉันทวัฒน์คล้องสายจูงหมา​กับปลอกคอของมัน ​เขาลูบหัวมันเบาๆ​​และเกาคางมัน​เพื่อ​เอาใจ​และปลอบใจไม่ให้ตื่น​และส่งเสียงดังหนวกหู ​ซึ่งดูเหมือนว่ามัน​จะรู้​ความหมาย​ที่ชายหนุ่มพยายาม​ที่​จะสื่อให้มันรู้ มะลิจึงสงบนิ่งดูท่าที​และออกเดินตาม​เมื่อเจ้าของกระตุกสายจูง

"​ไปกัน​ได้แล้ว​ เอ้า!..นี่ผูกตาเสียหน่อย​แก​จะ​ได้จำทางไม่​ได้ตามธรรมเนียม" สุดใจพูดพลางยื่นผ้าสำหรับคลุมหน้าสีดำให้ฉันทวัฒน์​เพื่อ​ใช้ผูกมัดปิดตา

"เรื่อง​​ที่พวกแกอยากรู้นี่มันลึกลับนักหรือ?"

"ลึกลับหรือไม่นั้น​..ลูกพี่​จะสอบถามแกเอง เราทำตามหน้า​ที่เท่านั้น​ ​เขาสั่งมา​แต่เพียงว่าอยากสอบถามอะไร​บางอย่างจากแกเท่านั้น​เอง"

"ก็​ได้..​ไปกันหรือยังล่ะ ​ต้องปิดตาหมาด้วยไหม มัน​จะ​ได้จำไม่​ได้เหมือนกัน?"

"ไม่​ต้อง..มัดปิดตาแกให้มิดคนเดียวก็พอ ไอ้แป้น..ตรวจดู​ความเรียบร้อย​หน่อย​ซิว่ามิดชิดดีหรือเปล่า"

ฉันทวัฒน์สัมผัส​ได้ว่าแป้น​ได้มาช่วยมัดผ้าปิดตาให้รัดแน่นเข้าจนมืดมิดชนิด​ที่มองไม่เห็นอะไร​เลย​ ​เขาเดินตามเสียงจังหวะเท้า​ที่ก้าวของคน​ทั้งสองออกมายังรถคันใหญ่​ซึ่งน่า​จะ​เป็นรถตู้ฟังจากเสียงคล้ายเครื่องยนต์ดีเซล รู้สึกว่า​​ทั้งแป้น​และสุดใจ​ได้ช่วยกันดันร่างของชายหนุ่มให้ขึ้น​​ไปนั่งบนรถคันนั้น​​โดยมีมะลิกระโดดตามขึ้น​​ไปนั่งตักด้วย

ท่าทางเจ้ามะลิ​จะตื่นกลัวสังเกตจากการ​ที่​เขา​ได้ยินเสียงของมันคำรามฮื่อๆ​ในลำคออยู่​ตลอดเวลา


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2697 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน ดักจับคนจูงหมา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fishbud [C-14168 ], [68.116.156.171]
เมื่อวันที่ : ๐๙ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๑.๐๕ น.

​​เอา​​เป็นตั้งชื่อง่ายๆ​​อย่าง "ดักจับคนจูงหมา" ละกัน

เรื่อง​​ชัก​​จะเข้มข้นถูกใจคนอ่านดีจังเลย​​ค่ะ​​คุณปักษิ ชอบ​​ที่คุณจบ​​แต่ละตอน​​โดยให้มี cliffhanger การเดินเรื่อง​​ดีมากจนทำ​​เอาดิฉันติดงอมแงมแล้ว​​ค่ะ​​ตอนนี้ นี่แทบ​​จะเช็คทุกวันเลย​​นะคะ​​ว่าอัพรึยัง ​​จะ​​ได้อ่านต่อ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14170 ], [58.10.216.171]
เมื่อวันที่ : ๐๙ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๑.๔๔ น.

ชื่อตอน​​ที่คุณfishbudตั้งนี้ชัก​​จะชวนให้น่าติดตามขึ้น​​ทุกทีเหมือนกัน

"ดักจับคนจูงหมา"

ขอบคุณมากครับ​​สำหรับcomment

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-14210 ], [125.25.251.150]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๔๖ น.

คอมป่วยหลายวัน มาติดตามอ่านต่อค่ะ​​คุณปักษิณ สนุกอย่าง​​ที่คุณ fishbud ว่าค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น