นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #10
ปักษิณ
...พ.ต.อ.ไกรสรมองสบตาบุปผชาติผู้​เป็นธิดา อย่างนึกขันอยู่​ในใจทันที​ที่เธอกลับถึงบ้าน​และนั่งลงในห้องรับแขก พลางเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า...​...

ตอน : แผนสืบคนจูงหมา

พ.ต.อ.ไกรสรมองสบตาบุปผชาติผู้​เป็นธิดาอย่างนึกขันอยู่​ในใจทันที​ที่เธอกลับถึงบ้าน​และนั่งลงในห้องรับแขก พลางเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า...​

"คุยอะไร​กันกระหนุงกระหนิงเสีย​เป็นนานสองนานหือลูกบุบ เห็นหัวเราะกันร่วนราว​กับถูกใจเสียเหลือเกิน?"

"แหมคุณพ่อเนี่ย..ช่างสังเกตเสียจริงเชียว ก็คุยกันตามประสาคน​ที่รู้จักกันใหม่ๆ​​และพูดถูกคอกันก็เท่านั้น​ไม่เห็นมีอะไร​พิเศษซักหน่อย​"

"สานสัมพันธ์ไมตรีกันรวดเร็วดีจริงนะลูกบุบ?"

"ทีแรกก็นึกหมั่นไส้​เขาอยู่​เหมือนกัน ​แต่พอพูดคุยกันถึง​ได้รู้ว่า​เขาก็​เป็นคนดีคนหนึ่ง​ทีเดียว"

"​เป็นคนดีคนหนึ่ง​ทีเดียวเลย​หรือ..อืม..ม..นายคนนี้ไม่เบาเลย​แฮะ!?"

"เท่า​ที่คุณพ่อมองดูจากภายนอก ท่าทางของ​เขา​เป็นยังไงบ้างคะ​ ใน​ความรู้สึกของคุณพ่อ?"

"ก็คงเห็นท่า​จะดีอย่าง​ที่ลูกว่าละกระมัง ดูจากท่าทีนายบี๊บของเรา​จะหลงเสน่ห์​เขา​และหมาของ​เขามากทีเดียวเลย​แหละ​"

"โห..คุณพ่อนี่ช่างสังเกตละเอียดลออเสียจริงเจียว มองทะลุเข้า​ไปถึงจิตใจไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดง แหม..นี่​ถ้าคุณพ่อไม่รีบกลับก่อนบุบอาจ​จะแนะนำให้คุณพ่อ​ได้รู้จัก​กับ​เขา ​ซึ่งป่านนี้คุณพ่อคง​ได้อ่าน​เขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง​ไปหมดแล้ว​"

"ก็​ถ้าพ่อสื่อตัวน้อยไม่แกล้งเอ่ยเหมือน​กับไล่ให้พ่อกลับก่อน น่า​จะ​ได้รู้เห็นอะไร​ดีๆ​กว่านี้​เป็นแน่"

"ฟังพี่ไกรสรพูดเข้าแน่ะ..​ใครกัน​ที่​เป็นพ่อสื่อพ่อชัก ไหนลองบอกให้ฉันรู้บ้างซิเล่า?" นางบุหงา​ซึ่งนั่งฟังอยู่​ด้วยซักขึ้น​อย่างอยากรู้

"แม่บุหงาลองถามกันดู​เอาเองก็แล้ว​กัน ว่าพ่อสื่อตัวน้อย​ที่ฉันพูดถึงเนี่ยนะ ฉันหมายถึง​ใครกัน"

"พี่ไกรสรหมายถึงนายบี๊บอย่างนั้น​หรือ?"

"อย่า​ไปฟังคุณพ่อเลย​นะค่ะ​คุณแม่ พูดอะไร​เรื่อยเปื่อยก็ไม่รู้ ไม่มี​ใครทำตัว​เป็นพ่อสื่อพ่อชักอะไร​นั่นซักหน่อย​" บุปผชาติรีบพูดออกตัว หากใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาดแดงระเรื่อด้วย​ความขวยเขินอย่างบอกไม่ถูก

"เห็นไหมล่ะพี่ไกรสร..ลูกมันอายจนหน้าแดง​ไปหมดแล้ว​ไม่เห็นหรือ" นางบุหงาปรามสามีด้วยท่าทีงอนกระเง้ากระงอด

"เรื่อง​สืบสวนเลียบๆ​เคียงๆ​เกี่ยว​กับคดีฆาตกรรม​เป็นอย่างไรบ้าง​ล่ะลูก พอ​ได้เค้าอะไร​บ้างไหม?" อดีตนายตำรวจกองปราบเริ่มเปลี่ยนเรื่อง​คุย​กับลูกสาว​เป็นการแก้เขิน

"ไม่มีวี่แววเลย​ค่ะ​คุณพ่อ คุณฉันทวัฒน์..เอ้อ..บุบหมายถึงเจ้าของหมา​ที่ชื่อมะลินั่น​เขาทำธุรกิจเกี่ยว​กับเรื่อง​พลังงานแสงอาทิตย์​และพลังงานลม​เพื่อ​เป็นทางเลือกให้​กับชาวบ้านชาวเมืองในอนาคต ​เพราะนับวันน้ำมัน​จะ​เป็นพลังงาน​ที่หายาก​และแพงขึ้น​ทุกวัน​และหมด​ไปใน​ที่สุด"

"อ๋อ..คุณคนนั้น​​เขาชื่อฉันทวัฒน์หรือ นับว่าหน่วยก้าน​เขาไม่เลวเลย​ทีเดียว ธุรกิจเรื่อง​พลังงานทดแทนเนี่ย นับว่า​เป็น​ความคิด​ที่ทันสมัย​ที่สุดในยุคนี้ทีเดียว ในยาม​ที่น้ำมันแพง​และขาดแคลน​โดยเฉพาะปัญหาภาวะโลกร้อน​ที่เรา​เป็นผู้ทำลายธรรมชาติอยู่​ทุก​เมื่อเชื่อวันนั้น​ก็​กำลัง​จะ​เป็นปัญหาใหญ่ พลังงานแสงอาทิตย์นี้จึงเหมาะสมมากสำหรับบ้านเรา​ซึ่งมีแดดมีแสงอาทิตย์อยู่​เกือบตลอดสามร้อยหกสิบห้าวัน"

"คุณพ่อสนใจเรื่อง​พวกนี้ด้วยหรือคะ​?"

"สนใจซิ ทำไมพ่อ​จะสนใจเรื่อง​พลังงานพวกนี้บ้างไม่​ได้ พ่อเกษียณแล้ว​ก็จริง ​แต่​ความคิด​ความอ่านยังทันสมัยอยู่​นา ถึง​แม้ว่าพ่อ​จะ​ใช้เวลา​ส่วนใหญ่อยู่​ในต่างจังหวัดก็ตาม"

"บุบดีใจ​ที่มีคุณพ่อ​ที่รอบรู้​ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง คุณพ่อนี่เยี่ยมจริงๆ​"

"อ้าวนี่บุบเห็นพ่อ​เป็นเพียงตาแก่หน้าโง่ อยู่​บ้านนอกคอกนาทำสวนทำไร่​ไปวันๆ​ ไม่สนใจว่าโลก​เขาพัฒนา​ไปถึงไหนกันแล้ว​อย่างนั้น​หรือ?"

"เปล่าหรอกค่ะ​คุณพ่อ บุบเชื่อมั่นในตัวคุณพ่อเสมอ บุบถึง​ได้ปรึกษาคุณพ่อทุกเรื่อง​​ที่บุบอยากรู้อย่างไรเล่าคะ​"

"แล้ว​นายฉันทวัฒน์นี่​เขาบอกบุบหรือเปล่าว่า ​ความ​เป็น​ไป​ได้สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ในบ้านเรานั้น​มันมีมากน้อยเพียงไหน?"

"​เขาบอกว่า​เป็นการลงทุนเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น​ก็​ใช้​ได้ตลอด​ไปไม่​ต้องจ่ายรายเดือน แถมยัง​จะขายไฟฟ้า​ส่วนเกินคืนให้กฟผ.​ได้อีกต่างหาก"

"การลงทุนครั้งแรกนี้คงแพงมากซีนะ ถึงไม่เห็นมี​ใคร​เขาคิด​จะติดตั้งกันเลย​"

"เห็น​เขาบอกว่าสำหรับบ้านสองชั้นธรรมดานี่ก็ตกราวๆ​สี่แสนกว่าบาท​ ผลิตไฟฟ้า​ได้เฉลี่ยประมาณสามร้อยหน่วยต่อเดือน" บุปผชาติอธิบายให้บิดาฟังตาม​ที่​ได้ยิน​ได้ฟังมาจากปากของชายหนุ่ม

"แล้ว​​เมื่อไหร่จึง​จะคุ้ม​กับทุน​ที่ลง​ไปล่ะ?"

"เท่า​ที่​เขาคำนวณให้ดูก็เกินกว่ายี่สิบปี ​แต่ก็​เป็นการลงทุนครั้งเดียว​ใช้​ได้ตลอด​ไปเลย​ทีเดียว ไม่​ต้องกังวลเ​ที่ยวซื้อหาน้ำมันเชื้อเพลิง ​เพราะเรา​ได้แดดมาฟรีๆ​ ไม่​ต้องลงทุนซื้อหาหรือนำเข้าจากต่างประเทศมาให้เปลืองค่า​ใช้จ่าย"

"​ถ้า​จะให้พ่อคิดเปรียบเทียบการลงทุนติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของบ้าน​แต่ละหลัง ​กับการซื้อรถ​แต่ละคันสำหรับ​ใช้งานนั้น​ พ่อคิดว่าพ่อเลือก​ที่​จะติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า​ที่​จะเลือกซื้อรถ เรายอมขึ้น​รถเมล์ดีกว่า ​เพราะ​จะคุ้มกว่าในระยะยาวจริงไหม?"

"บุบ​กำลังคิด​จะ​ไปทำการตลาดให้​เขาอยู่​​พอดี ​ความคิดของคุณพ่อนี้นับว่าไม่เลว หรือ​ถ้า​จะคิดให้ดีมันกลับ​เป็นไอเดีย​ที่ยอดเยี่ยม บุบขอยืมไอเดียของคุณพ่อ​ไปพรีเซ้นต์การตลาดให้​เขาฟัง​จะ​ได้ไหมคะ​?"

"ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เชิญตามสบาย ​แต่เอ..นึกยังไงถึง​ได้คิด​ที่​จะ​ไปทำการตลาดเกี่ยว​กับพลังงานแสงอาทิตย์ให้​เขาล่ะ?"

"บุบ​กำลังเบื่อ​และเซ็ง​กับงานเก่า แล้ว​ก็คิด​ที่​จะเปลี่ยนงานใหม่อยู่​​พอดี"

"มันก็เลย​เข้าล็อก​และลงตัว​พอดีเลย​ว่าอย่างนั้น​เถอะ?"

"ก็ทำนองนั้น​แหละ​ค่ะ​!"

"ใน​ที่สุดกระรอกก็หลงเข้าโพรง​ไปจน​ได้ ​โดย​ที่ไม่​ต้องมี​ใครชี้โพรงให้เลย​!"

นางบุหงาผู้​เป็นมารดาเอ่ยขัดจังหวะขึ้น​มาพอดิบ​พอดี​กับสถานการณ์ ​พร้อม​กับหัวเราะหึๆ​ในลำคอ

"นี่แม่บุหงาคิดอะไร​เลย​เถิดมาก​ไปหรือเปล่า?" ท่านอดีตผู้การกองปราบปรามเอ่ยติงภรรยาขึ้น​มาบ้าง

"​ที่ไหน​ได้คะ​..พี่ไกรสรไม่รู้อะไร​ ฉันเองนั้น​นึกสังหรณ์ใจอยู่​นานแล้ว​ว่าสักวันเรื่อง​มันคง​ต้องลงเอยกันแบบนี้"

"มิน่าล่ะเจ้าบี๊บหลานชายคนเก่งถึง​ได้พูดออกมา​เป็นนัยๆ​ให้ฉัน​ได้ยิน"

"บี๊บ​เขาพูด​กับพี่ไกรสรว่าอย่างไร ​ที่ว่า​เป็นนัยๆ​น่ะ?"

"บี๊บมันบอกว่าให้น้าบุบของมัน​กับนายฉันทวัฒน์เจ้าของหมานั้น​นั่งจีบกันต่อ​ไปจนกว่า​จะครบเวลาตามนัดหมาย​ที่​ได้ตกลงกันไว้ ใน​ระหว่าง​ที่รอมันวิ่งเล่น​กับเจ้าหมาน้อยนั่นอยู่​กลางสนาม"

อดีตผู้การตำรวจวัยดึกยกมือป้องปาก พลางทำท่าทางส่งเสียงกระซิบกระซาบ​กับภรรยาคู่ยาก หากเสียง​ที่พูดนั้น​ไม่วาย​ที่บุปผชาติ​จะ​ได้ยินจน​ได้ เธอจึงค้อนบิดาวงใหญ่​และเอ่ยอย่าง​เป็นการแก้เกี้ยวว่า

"คุณพ่อก็​ไปถือสาอะไร​​กับนายบี๊บ มีปากก็พูดเรื่อยเจื้อย​ไปตามประสาเด็กๆ​"

"เอ..หรือว่าพ่อคิดมาก​ไปเองแฮะ!"

"พี่ไกรสรก็..พี่อย่า​ไปกระเซ้าให้ลูกมันอายหน่อย​เลย​..มานี่เถอะแม่ทำของว่างไว้ให้รองท้องกันแล้ว​ มัว​แต่คุยถึงเรื่อง​ไม่​เป็นเรื่อง​กันอยู่​​ได้"

​ระหว่าง​ที่นางบุหงา​กำลังเสิร์ฟของว่าง​คือสาคูไส้หมูฝีมือของนางบุหงาเองตามด้วยกาแฟดำอะราบิก้าดอยคำของโปรดของบิดาอยู่​นั้น​ บุปผชาติก็นึกขึ้น​มา​ได้ว่า ตน​ได้รับปาก​กับชายหนุ่มคนจูงหมาไว้เรื่อง​​ที่​จะหาคนดูแลเจ้าบีเกิ้ลน้อย​และช่วยทำสวนให้​กับ​เขา เธอจึงเอ่ยถามบิดาถึงเรื่อง​นี้ทันที​ที่นึก​ได้

"อ้อ..บุบเกือบลืม​ไปแน่ะค่ะ​คุณพ่อ คุณฉันทวัฒน์​เขาฝากให้บุบช่วยหาคนดูแลหมา​และทำสวนให้​เขาด้วย บุบเห็นว่าคุณพ่ออยู่​ต่างจังหวัดอาจ​จะพอมี​ใคร​ที่ไว้วางใจ​ได้​และอยากทำงานประเภทนี้ลองส่งเสริมให้มาทำงานดูก็น่า​จะดี"

"ทำไม​เขาไม่​ไปหามาจากสำนักจัดหางานล่ะ?"

"​เขาอยาก​ได้คนดี​ที่พอไว้ใจ​ได้ ให้ดูแลบ้านช่องให้​เขาด้วยใน​ระหว่าง​ที่มีเหตุจำ​เป็น​ที่​ต้องเดินทางไกลหรือ​ไปต่างประเทศ ​เขาไม่อยาก​ได้คนจากสำนักจัดหางานหรือพวกพม่าคนต่างด้าวอะไร​พวกนั้น​​เพราะไว้วางใจยาก อีกอย่าง​เขาก็​เป็นชายโสดอยู่​ตัวคนเดียว"

"โสดเสียด้วย..รู้สึกว่า​ลูกพ่อ​จะสัมภาษณ์รายละเอียดชีวิตเสียถี่ยิบเลย​ทีเดียว อย่างนี้คงไม่รอดแน่"

"ไม่รอดอย่างไรค่ะ​คุณพ่อ?"

"ไม่รอดก็แปลว่าอยู่​หมัดอย่างไรเล่าลูก ลูกสาวพ่อมีหมัดเด็ดอย่างนี้ มีหรือ​ที่​จะไม่อยู่​หมัด..หึๆ​ๆ​"

"คุณพ่อชอบพูดเล่นอยู่​เรื่อยเชียว ว่า​แต่ว่าพอ​จะหาให้​เขา​ได้ไหมคะ​คุณพ่อ?"

"​ได้อยู่​แล้ว​ สำหรับลูกรักของพ่อ ไม่​ต้องห่วงเลย​เรื่อง​นั้น​น่ะ ลูกอยากให้พ่อหาคน​ที่​เป็นคนของเราจริงๆ​​เพื่อ​ที่​จะสืบเรื่อง​อื่นนอกเหนือจากการการดูแลหมา​และทำสวนใช่ไหมล่ะลูกบุบ?"

"แหมคุณพ่อเนี่ย..อ่านใจบุบออก​ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเลย​นะนี่ อย่างนั้น​ก็แปลว่า...​"

"แปลว่าอะไร​หรือลูกบุบ?"

"ก็แปลว่าคน​ที่คุณพ่อ​จะส่ง​ไปนั้น​​ต้อง​เป็นคนของคุณพ่อ​ที่​จะช่วย​เป็นสายสืบให้ด้วยกลายๆ​ใช่ไหมล่ะคะ​?"

"ลูกบุบพูดถูกอีกนั่นแหละ​ ​ถ้าให้พ่อ​เป็นคนสรรหา พ่อก็​ต้อง​เอาคน​ที่พ่อไว้วางใจ​ได้แน่นอนอยู่​แล้ว​ ​ส่วนเรื่อง​สืบสวนสอบสวนนั้น​​เป็นผลพลอย​ได้ต่างหากล่ะลูกบุบ"

"พอกันเลย​​ทั้งพ่อ​ทั้งลูก ช่างจินตนาการกัน​ไปต่างๆ​นาๆ​จนคนอื่น​ที่​เขาพูดคุยด้วย​และฟังอยู่​ ต่างก็พากันงุนงงกัน​ไปหมดแล้ว​" นางบุหงา​ที่นิ่งฟังอยู่​นานเอ่ยขัดคอขึ้น​อย่างหมั่นไส้

"สู้สาคูไส้หมูของแม่บุหงาไม่​ได้ กินครั้งใดฝีมือไม่มีตกเลย​ อร่อยเด็ดขาดอยู่​เจ้าเดียว" อดีตผู้การกองปราบปรามเปลี่ยนเรื่อง​พูดวกเข้าเรื่อง​อาหารการกินทันที...​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2689 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน แผนสืบคนจูงหมา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14131 ], [125.25.232.103]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๑.๐๐ น.

"อยู่​​หมัด" ดีไหม??

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : fishbud [C-14135 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๒๒.๕๘ น.

"แผนสืบคนจูงหมา" ​​เป็นไง?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14138 ], [58.10.216.252]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มิ.ย. ๒๕๕๑, ๑๔.๒๗ น.

สวัสดีครับ​​คุณadd
&
สวัสดีครับ​​คุณfishbud

ขอบคุณครับ​​​​ที่ร่วมแรงร่วมใจกันตั้งชื่อตอนให้​​กับ ‘คนจูงหมา’ เสมอมามิ​​ได้ขาด
สำหรับตอนนี้ขอ​​ใช้ชื่อ​​ที่คุณfishbudตั้งให้​​คือ :-

"แผนสืบคนจูงหมา"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น