นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #8
ปักษิณ
...วันอาทิตย์ ๗.๓๐ นาฬิกา ตลอดเวลา​ที่บุปผชาติ​และฉันทวัฒน์ ​กำลังยืนคุยกันอยู่​กลางสนาม​ที่ใต้ต้นรำเพยนั้น​ ​ทั้งสองต่างอยู่​ในสายตาของ พ...

ตอน : รำลึกรักบุหงา

วันอาทิตย์
๗.๓๐ นาฬิกา
ตลอดเวลา​ที่บุปผชาติ​และฉันทวัฒน์​กำลังยืนคุยกันอยู่​กลางสนาม​ที่ใต้ต้นรำเพยนั้น​ ​ทั้งสองต่างอยู่​ในสายตาของ พ.ต.อ.ไกรสร ศิลาเพชร​ทั้งสิ้น ท่านเห็น​ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ​และดู​จะสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ​ทั้งหมดสร้าง​ความพึงพอใจให้​กับอดีตนายตำรวจมือปราบ​เป็นอย่างยิ่ง

ฝ่ายบี๊บ​และเจ้ามะลิ​ที่พากันวิ่งเล่นไล่กัน​ไปทั่วสนามอย่างเพลิดเพลินจนเกือบลืมเวลา ฉะนั้น​​เมื่อฉันทวัฒน์เดินเข้า​ไปยืนดักหน้า​พร้อมสายจูง​ที่เตรียม​พร้อมอยู่​ในมือ ​โดยมีบุปผชาติยืนอยู่​ใกล้ๆ​กัน บี๊บจึงเริ่มเจรจาต่อรอง​กับชายหนุ่ม​เพื่อขอเลื่อนเวลาแยกทางกลับออก​ไปอีกหนึ่ง​ชั่วโมง

"นะครับ​คุณอา..นะครับ​น้าบุบ..บี๊บขอยืดเวลาเล่น​กับมะลิอีกแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น​เอง นานๆ​​จะ​ได้มีโอกาส​ได้เล่นสนุกๆ​ด้วยกัน​กับมะลิอย่างนี้สักที นะครับ​..นะครับ​.."

หนุ่มสาว​ทั้งสองต่างมองตากันก่อน​ที่​จะ​พร้อมใจกันพยักหน้าตกลงรับคำ ฉันทวัฒน์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้น​ดูเวลา​พร้อมพูด​กับบี๊บว่า

"ให้เวลาจนถึงแปดโมงครึ่งก็แล้ว​กันนะบี๊บ..ห้ามเกินกว่านี้"

"ใช่แล้ว​นายบี๊บห้ามเกินเวลาอีกเด็ดขาด" บุปผชาติสำทับหลานชาย

เด็กน้อยตรงเข้า​ไปยกมือไหว้​ทั้งคุณอาเจ้าของหมา​และน้าบุบด้วย​ความปิติยินดี​เป็นล้นพ้น​ที่​ได้อยู่​เล่นต่อ​กับสุนัขตัวโปรดอย่างเต็ม​ที่!

"ขอบคุณมากครับ​คุณอา..ขอบคุณมากครับ​น้าบุบ..​ที่ยอมให้บี๊บ​กับมะลิ​ได้อยู่​เล่นกันต่ออีก..นั่งจีบกันต่อ​ไปเถิดนะครับ​! ​เอาไว้ให้หายเบื่อแล้ว​ค่อย​ไป"

ประโยคหลังนั้น​บี๊บพูดเสียงดังราว​กับว่า​จะสื่อให้คุณตาผู้อาวุโส​ที่คอยตะแคงเงี่ยหูฟัง​ได้ยินอย่างถนัดชัดเจนด้วย​ความตั้งใจ!


ฉะนั้น​พอคล้อยหลังอีกเพียงสองสามนาที​ต่อมา คุณตาอดีตนายตำรวจยอดมือปราบก็ลุกขึ้น​เดินออกจากสวนสาธารณะตรง​ไปยังรถปิ๊กอั๊พสองตอนสี่ประตูสีแดงเข้มคันเก่ง ค่อยๆ​ขับเคลื่อนออก​ไปอย่างช้าๆ​

​แต่ก่อน​ที่​จะเลี้ยวลับออก​ไปนอกสวนสาธารณะแห่งนั้น​ ​เขา​ได้เอี้ยวคอเหลียวหันกลับมามองหลานชาย​ที่วิ่งไล่อยู่​​กับเจ้าบีเกิ้ล​และสองหนุ่มสาว​ที่บัดนี้​ได้ยึดครองม้าหินอ่อนสีขาวริมสนามหญ้าสีเขียวขจีแห่งนั้น​แทน​ที่ท่าน​ซึ่ง​ได้เดินจากมา​เมื่อครู่นี้เอง

"สงสัยว่า​จะไม่แคล้วกันเสียละกระมังหนุ่มสาวคู่นี้!"

ชายผู้สูงวัยคิดรำพึงอยู่​ในใจ ​ทั้งนี้​เขาประมวลดู​เอาจากประสบการณ์​ที่ผ่านมาในอดีต อันทำให้​เขารู้สึกสังหรณ์ใจในเรื่อง​นี้​เมื่อลูกสาวคนเล็ก​ได้บอก​เขาเกี่ยว​กับตัวของชายหนุ่ม​และพฤติกรรมของ​เขาตั้งแต่วันแรกแล้ว​!

เรื่อง​​ความรัก​และชีวิตคู่นั้น​ มัน​เป็นเรื่อง​ของพรหมลิขิต แล้ว​​แต่ดวงชะตา​จะดลบันดาลให้​เป็น​ไปก็แล้ว​กัน ดูอย่าง​แต่ตัว​เขา​และนางบุหงาคู่ชีวิต​ที่ครองคู่กันมานานกว่าสามสิบปีนั่นปะไร อยู่​ห่างกันคนละทิศคนละทางแท้ๆ​ ยังไม่วาย​ที่​จะลงเอยกัน​ได้

นึกมาถึงตอนนี้แล้ว​ ชายสูงวัยก็ถึง​กับเผลอยิ้ม​กับตัวเองเกี่ยว​กับอดีตแห่ง​ความรัก​ที่ผ่านมาอย่างมี​ความสุข​และครึ้มอกครึ้มใจ​โดยไม่รู้ตัว!

​ความรักในวัยหนุ่มสาวนั้น​ช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน!

"โอ้..บุหงาตันหยง..เอวองค์เธอช่างโสภี..
ฉันชอบส่าหรี..​ที่เธอ​ใช้คลุมกาย..
ฉันชอบทุกอย่าง..ของเธอของแท้ไม่คลาย..
รักเธอไม่หน่าย..ไม่หน่ายจริงๆ​แม่คุณ..
โอ...​เล..โอเลเนื้อคุณ กลิ่นเหมือนพิกุล..
หอมจริงบุหงาตันหยง...​"

พ.ต.อ.ไกรสรถึง​กับเผลอฮัมเพลงโปรดแห่ง​ความหลังท่อนหนึ่ง​ในอดีต อัน​เป็นเพลงหนึ่ง​นานมาแล้ว​ของสุเทพ วงศ์กำแหงศิลปินแห่งชาติอย่างลืมตัว

​เขาจดจำเพลงนี้​ได้อย่างแม่นยำไม่เคยลืมเลือน ​เพราะวัน​ที่​เขาเจอสาวบุหงา​ที่ร้านชายหาดจันทร์เพ็ญ​ซึ่ง​เป็นร้านอาหาร​ที่โด่งดังของแหลมสมิหลาในขณะนั้น​ ทางร้านเปิดเพลงนี้ดังลั่นชายหาด​ที่มีทิวสนพลิ้วไสวโอนเอน ​เขาเห็นเธอนั่งอยู่​คนเดียวในตอนเช้า​​ที่โต๊ะ​และเก้าอี้ผ้าใบ​ที่ริมหาด ​ซึ่ง​เขาเลือกนั่ง​ที่ชุดโต๊ะ​และเก้าอี้ใกล้กัน ด้วย​ความจงใจ​ที่​จะลอบมองรอยยิ้มของเธอให้ถนัดตา

​เขาถูกส่งให้​ไปทำคดีฆาตกรรมแหม่มครูสาวชาวอังกฤษ​ที่แหลมสมิหลา จังหวัดสงขลา ตอนนั้น​​เขาอายุเพียงยี่สิบแปดปี ยังอยู่​ในหนุ่มวัยฉกรรจ์ทีเดียว ​เขามียศเพียงนายร้อยตำรวจเอกเท่านั้น​

แหม่มมิเรียมครูสาวชาวอังกฤษสอนอยู่​​ที่เชียงใหม่ เธอเดินทางมาพักผ่อน​ที่แหลมสมิหลา​เพราะชอบทะเล​และบรรยากาศอันเงียบสงบของ​ที่นั่นในสมัยนั้น​ เธอเดินทางมาพบ​กับวิเวียน หลิง​เพื่อนสาวชาวมาเลย​์​ที่เดินทางมาจากกัวลาลัมเปอร์ ​ต่อมา​ทั้งคู่หายสาบสูญ​ไปเฉยๆ​

ร.ต.อ.ไกรสรจึงถูกส่งให้มาช่วยสืบสวนสอบสวน​เพื่อประสานงาน​กับตำรวจท้อง​ที่จังหวัดสงขลา​และตำรวจสายสืบจากมาเลย​์เซีย

ใน​ระหว่างงานสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมแหม่มมิเรียม พรหมลิขิตทำให้​เขา​ได้พบ​กับบุหงา​โดยบังเอิญดังกล่าวในตอนเช้า​วันหนึ่ง​​ที่ร้านชายหาดจันทร์เพ็ญริมทะเลแหลมสมิหลา

หลังจาก​ที่นั่งมองตากัน​ไปมาสักพัก​เขาก็ยิ้มให้เธอ​ซึ่งนั่น​คือจุดเริ่มต้น​เมื่อเธอยิ้มตอบรับ โลก​ทั้งโลกก็แทบ​จะหยุดหมุน​เอาเลย​ทีเดียว ​ซึ่ง​เขาจำ​ได้อย่างแม่นมั่นในตอนนั้น​​ที่​เขาพูด​กับเธอเหมือนหนึ่ง​นกกางเขนตัวผู้​กำลังพูด​กับนกกางเขนตัวเมียในหนังสือแบบเรียนเร็วใหม่ตอนต้นในสมัยชั้นประถมปี​ที่ ๒ ยุคจอมพล ป.พิบูลสงครามนั่นเทียว

"วันนี้อากาศเย็นสบายดีเหลือเกินนะครับ​!" นกกางเขน​ที่ชื่อไกรสรพูดขึ้น​

"ค่ะ​..วันนี้อากาศ​กำลังเย็นสบายดี" นกกางเขน​ที่ชื่อบุหงา​ซึ่งนั่งอยู่​เก้าอี้ผ้าใบถัด​ไปตอบด้วยเสียงไพเราะจับใจ

"คุณมาคนเดียวหรือครับ​?"

"มา​กับ​เพื่อนค่ะ​ ​แต่​เพื่อนกลับ​ไปก่อน​เมื่อเช้า​นี้เอง"

"ทำไมถึงรีบกลับล่ะครับ​ เพิ่งมาไม่ใช่หรือครับ​?" ​เขาเดา​เอาเอง​เพราะเพิ่งเคยพบเธอวันนี้เอง

"เรามากันสามสี่วันแล้ว​ค่ะ​ ​แต่พ่อของ​เพื่อน​เขามีธุระสำคัญด่วน​ที่​จะ​ต้องทำเลย​รีบกลับ​ไปนครศรีธรรมราชก่อน"

"อ๋อ..​เพื่อนของคุณอยู่​​ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช?"

"ค่ะ​..แล้ว​คุณมาจาก​ที่ไหนล่ะคะ​?"

"ผมมาจากกรุงเทพฯครับ​ มาเรื่อง​งานราชการด่วน"

"คุณ​จะอยู่​​ที่สงขลานี่กี่วันคะ​?"

"คงหลายวัน ​ต้องอยู่​ต่อจนกว่างาน​จะเสร็จนั่นแหละ​ ว่า​แต่คุณ​จะอยู่​ต่ออีกกี่วันล่ะครับ​"

"ฉันทำงาน​ที่โรงแรมสมิหลานี่เองค่ะ​"

"ขอโทษผมนึกว่าคุณ​เป็นนักท่องเ​ที่ยวมาทัศนาจรเสียอีก ผมชื่อไกรสรครับ​ ยินดี​ที่​ได้รู้จักครับ​คุณ..เอ้อ.."

"ฉันชื่อบุหงา ยินดี​ที่​ได้รู้จักเช่นเดียวกันค่ะ​"

หลังจากนั้น​ตลอดเวลาสองสัปดาห์​ที่​เขาทำคดีฆาตกรรมแหม่มมิเรียม ​เขาจึงมีโอกาส​ได้พบ​กับบุหงาแทบ​จะทุกวันไม่​ได้ขาด นับ​เป็นการเริ่มต้นวัน​ที่หวานชื่นของ​ความรัก​ที่หลายคนใฝ่ฝันหา ​แต่สำหรับ​เขา​และบุหงาแล้ว​ดูมันช่าง​เป็นวันเวลา​ที่ผันผ่าน​ไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน

การสรุปคดีฆาตกรรมแหม่มมิเรียม​เป็น​ไปอย่างลึกลับซับซ้อนพอสมควร เธอถูกลวง​ไปสังหารโหดข้างทางขึ้น​​พระธาตุเจดีย์บน​เขาตังกวน ​โดยหนุ่มชาวมาเลย​์​ซึ่ง​เป็นคู่รักของวิเวียน หลิง ​เขาหึงหวงวิเวียน​ที่แอบ​ไปมี​ความสัมพันธ์​กับแหม่มมิเรียม​ซึ่ง​ทั้งคู่​เป็นพวกรักร่วมเพศหรือเลสเบี้ยนนั่นเอง ​และมีแผนการ​ที่​จะย้ายมาสอนอยู่​​ที่สงขลาด้วยกัน

กว่า​ที่คดี​จะจบลง​ได้​เขา​ต้องเดินทางติดตามวิเวียน หลิง​ไปจนถึงกัวลาลัมเปอร์​พร้อม​กับตำรวจสายสืบจากมาเลย​์เซียอยู่​หลายเ​ที่ยว อัน​เป็นการช่วยยืดเวลาในการกระชับสายสัมพันธ์​ระหว่าง​เขา​และบุหงาให้​ความรัก​ได้แตกกอต่อยอด ณ แหลมสมิหลาดินแดน​ที่มี​ความรัก​และ​ความหลัง​เป็นอดีต​ซึ่งยาก​จะลืมเลือน

​ทั้งคู่​แต่งงานกันหลังจากนั้น​อีกสองปี​ต่อมา ​เมื่อบุหงาย้ายมาทำงาน​ที่โรงแรม​ที่หัวหิน!

​แต่หลังจากทำงานจนถึงอายุ ๕๐ ปีเธอก็เออร์ลี่รีไทร์ตัวเองออกมา​เป็นแม่บ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น​​และช่วยทำงานเกี่ยวการกุศลบ้าง ​โดยปล่อยให้สามี​ที่​เป็นคนไม่ชอบอยู่​สุข​และเกษียณแล้ว​เช่นกัน​ได้ทำไร่ทำสวน​ไปตาม​ที่ใจ​เขาปรารถนา

​ส่วนเธอนั้น​ขออยู่​ดูแลลูกสาว​ทั้งสองคน​และหลานชาย​พร้อม​กับช่วยเหลืองานด้านการกุศลตาม​แต่โอกาส​จะเอื้ออำนวย!


*********


"นี่แม่บุหงา..เห็นทีว่าบ้านเรา​จะมีข่าวดีอีกครั้งในไม่ช้านี้แหละ​"

พ.ต.อ.ไกรสรอดีตผู้การกองปราบปรามฯกล่าว​กับภรรยาทันที​ที่กลับ​ไปถึงบ้านในเช้า​วันนั้น​!

"พี่ไกรสร​เอาอะไร​มาพูด ฉันยังไม่เห็นว่า​จะมีวี่แววเลย​สักนิดเดียว ยิ่งยายบุบด้วยแล้ว​ไม่เคยเห็นหนุ่มไหนถูกใจหล่อนสักคน ผู้ชายพูดด้วยไม่กี่คำก็รีบเผ่นแน่บหาตัวแทบไม่เจอ.."

"เธอออก​จะดูถูกฝีมือลูกสาวตัวเอง​ไปหน่อย​แล้ว​แม่บุหงา ทำอย่าง​กับว่าลูกสาวเราไร้เสน่ห์อย่างนั้น​แหละ​"

"ก็หรือไม่จริงล่ะพี่ไกรสร วันก่อนก็ทีหนึ่ง​แล้ว​ ตาเอกลูกชายคุณหญิงแป๋ว​เขาอุตส่าห์มาดูตัวชวน​ไปกินข้าวกัน แม่บุบทำหน้าเหมือนจวัก​ใคร​เขา​จะ​ไปสนใจ อีกอย่าง​เขาถามคำตอบคำ แหม..มันน่าหยิกเสียจริงเชียวหนอลูกคนนี้"

"อย่า​ไปว่าลูกมันเลย​แม่บุหงา สมัยนี้มัน​ต้องตามใจลูก ให้​เขาเลือกเอง อย่างเราสองคนไงล่ะจ๊ะ​..แม่บุหงา เรารักเราชอบกันเองหา​ได้มี​ใคร​เป็นแม่สื่อแม่ชักให้​ที่ไหนกัน อยู่​กันมาจน​จะถือกระบองยอดเพชรอยู่​รอมร่อแล้ว​​ความรักยังไม่เคยจืดจางเลย​สักนิด"

"ฟังพูดเข้าแน่ะ ปากหวานยังงี้น่ากลัวแอบ​ไปมีอีหนู​ที่ต่างจังหวัดเสียแล้ว​ก็ไม่รู้ ถึงไม่ค่อย​ได้กลับบ้านกลับช่อง"

"ว่าเข้า​ไปนั่นแม่บุหงารำ​ไป เห็นทีฉัน​จะ​ต้องคิด​ทั้งต้น​ทั้งดอกเสียแล้ว​ล่ะวันนี้"

"บ้าใหญ่แล้ว​..กลางวันแสกๆ​นะพี่ไกรสร!" นางบุหงาทำตาโตใส่อดีตผู้การกองปราบฯหากยังมีแววตาแย้มพรายด้วย​ความขวยเขินสะเทิ้นอายเหมือนสาววัยรุ่น

ชายผู้สูงวัยตรงเข้าโอบกอดภรรยา​พร้อม​กับหอมแก้มฟอดใหญ่ ​เขาไล้จมูก​ไปตามซอกคอ​และติ่งหูอย่างเมามัน ทำ​เอาสาว​ที่ใกล้จวน​จะเลย​วัยดึกอ่อนระทวยอยู่​ในวงแขนของ​เขาอย่างเคลิบเคลิ้มในอารมณ์พิศวาส

ก็แหม..คนแก่ก็มีหัวใจเหมือนกันนะ​จะบอกให้!


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2687 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน รำลึกรักบุหงา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14115 ], [125.25.241.4]
เมื่อวันที่ : ๒๗ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๑.๐๗ น.

โอ...​​เล.. โอเล เนื้อคุณ กลิ่นเหมือนพิกุล หอมจริงบุหงาตันหยง...​​.

​​ถ้างั้นชื่อ " รำลึกรักบุหงา" ​​ไปเสียเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14119 ], [58.10.216.51]
เมื่อวันที่ : ๒๗ พ.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๔๙ น.

"รำลึกรักบุหงา"

น่าสนใจ​​และน่าติดตามดีครับ​​...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14123 ], [58.10.216.238]
เมื่อวันที่ : ๒๘ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๘.๑๗ น.

สวัสดีครับ​​คุณadd

ขออนุญาต​​เอาเนื้อเพลงท่อนสุดท้าย...​​​​ที่ผู้เขียนไม่น่าลืม
"โอ...​​เล..โอเลเนื้อคุณ..กลิ่นเหมือนพิกุล หอมจริงบุหงาตันหยง...​​"
​​ไปเติมในท่อนสุดท้ายของเนื้อเพลงด้วยนะครับ​​!

ด้วย​​ความขอบคุณ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-14718 ], [83.180.250.224]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๑, ๐๐.๐๖ น.

คริก คริก "คนแก่ก็มีหัวใจเหมือนกัน" อ่านถึงตรงนี้แล้ว​​ยิ้มกริ่มเลย​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น