นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #6
ปักษิณ
...วันพุธ ๑๗.๓๐ นาฬิกา รถปิ๊กอั๊พสองตอนสี่ประตูสีแดงเข้ม กลางเก่ากลางใหม่แล่นปราดเข้ามาจอดภายในลานจอดรถของบ้านศิลาเพชร ผู้​ที่ก้าวล...

ตอน : คุณตามาแล้ว...

วันพุธ
๑๗.๓๐ นาฬิกา
รถปิ๊กอั๊พสองตอนสี่ประตูสีแดงเข้มกลางเก่ากลางใหม่แล่นปราดเข้ามาจอดภายในลานจอดรถของบ้านศิลาเพชร ผู้​ที่ก้าวลงจากรถด้านคนขับ​เป็นชายสูงวัยรูปร่างสูงโปร่ง ผิวคล้ำแดดตามแบบลักษณะของชาวต่างจังหวัดทั่ว​ไป สวมแว่นสายตากระจกใสกรอบไททาเนียมสีน้ำตาลอ่อน ผมหงอกประปราย เฉพาะตรงจอน​และหนวดเท่านั้น​​ที่เห็น​เป็นสีขาวโพลน ​ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถึง​แม้อายุ​จะล่วงเข้าวัยชราแล้ว​ ​แต่สุขภาพร่างกายของ​เขายังคงแข็งแรงดี ​เพราะ​เขา​สามารถ​ที่​จะขับขี่รถยนต์​ไปไหนมาไหน​ได้ด้วยตัวเอง

"คุณตามาแล้ว​..ไชโย"

เสียงเด็กชายบี๊บตะโกนก้อง ​พร้อม​กับวิ่งตรงเข้า​ไปสรวมกอด​ที่บั้นเอวของชายสูงวัยแน่น ​เขาเอื้อมมือขึ้น​ลูบศีรษะบี๊บพลางขยี้เบาๆ​ด้วย​ความเมตตา

"กอดคุณตาแน่นๆ​แบบนั้น​ เดี๋ยวก็ล้มลง​ไป​ทั้งตา​ทั้งหลานหรอก" นางบุหงาดุหลานชายจอมแก่น

"ปล่อย​เขาเถอะแม่บุหงา ให้บี๊บ​เขากอดคุณตาให้สมใจ แล้ว​คุณยายล่ะไม่อยากกอดคุณตาบ้างหรือจ๊ะ​?"

"ฟังพูดเข้าแน่ะ..พี่ไกรสร ช่างไม่รู้จักอายเด็กอายเล็กมันบ้างเลย​"

"อายุปูนนี้แล้ว​แม่บุหงา ​ความอายมันไม่เหลือยางแล้ว​ล่ะ ปลงเสียบ้างเถอะจ๊ะ​​ที่รัก"

"ไม่อยากพูดด้วยแล้ว​พี่ไกรสรเนี่ย บี๊บรีบพาคุณตาเข้า​ไปข้างในบ้านซิลูก ยายเตรียมของโปรดของคุณตาไว้แล้ว​ล่ะ"

"ครับ​คุณยาย ​ไปครับ​คุณตาเดี๋ยวบี๊บช่วยยกกระเป๋าถือ​ไปให้" หลานชายกุลีกุจอยกกระเป๋าใบเล็กประจำตัวของคุณตาเดินนำหน้าลิ่วเข้า​ไปในบ้าน

ชายสูงวัยยกมือโอบกอดเอวผู้​เป็นภรรยาประคองเดินตามหลานชายเข้า​ไปในบ้านด้วย​ความนุ่มนวล​และอบอุ่นจนฝ่ายหลังลืม​ความขวยอาย​ไปจนหมดสิ้น

พ.ต.อ.ไกรสร ศิลาเพชร​เป็นอดีตนายตำรวจมือปราบใจเพชรแห่งกองปราบปรามพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ​ซึ่งขณะนี้​ได้เกษียณอายุมาหลายปีแล้ว​ ​เขา​ใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่​ในสวน​กับต้นไม้ใบหญ้า ทำสวนผลไม้อย่างละนิดอย่างละหน่อย​ ปลูกพืชผักสวนครัวไม้ดอกไม้ประดับ​และปล่อยปลาธรรมชาติเลี้ยงไว้ในบ่อ​ที่ขุดไว้กลางสวนตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัวองค์ในหลวงของเรา ทุกอย่างท่านทำ​เพื่อออก​กำลังกายให้กำไร​กับชีวิต ​เมื่อ​ได้ผลผลิตเหลือมาก็แจกจ่ายให้ผู้​ที่ขาดแคลน หรือคราวใด​ได้ผลผลิตมากก็ให้คุณนายบุหงา​เป็นผู้นำ​ไปมอบให้แก่มูลนิธิ​ที่หล่อน​เป็นกรรมการอยู่​ ​ทั้งนี้​เพื่อจัดสรรแจกจ่ายตาม​แต่​จะเห็นสมควรต่อ​ไป

นับว่าชีวิตของผู้สูงวัย​ที่รู้จักการให้แทนการรับนั้น​ ช่าง​เป็นชีวิต​ที่มี​แต่​ความสุข ​ความสบายอกสบายใจ ไร้กังวลในการ​ที่​จะเก็บ​เอา​ไป​เป็นภาระให้หนักหัวใจ

"บี๊บช่วยดูซิว่าคุณยายของเรา​เขาทำของโปรดอะไร​ให้คุณตาในวันนี้"

"ให้คุณตาทายดีกว่าว่ามัน​คืออะไร​? ​ส่วนบี๊บนั้น​รู้แล้ว​ ระวังอย่าทายผิดก็แล้ว​กัน​เพราะคุณยายยืนอยู่​ใกล้ๆ​คุณตา ระวัง​จะถูกคุณยายบิดหู​เอาไม่รู้ด้วย"

"เจ้าบี๊บนี่มันช่างพูดดีนักนะแม่บุหงา ท่าทาง​จะสอนกันเรื่อง​ครอบครัวหนัก​ไปหน่อย​ หรือไม่ก็ดูละครทีวีจนรู้ดี​ไปหมดทุกอย่าง"

"ไม่มี​ใครสอน​เขาหรอกจ๊ะ​พี่ไกรสร เด็ก​เขาเรียนรู้​ได้เอง​โดยธรรมชาติ"

"นี่แสดงว่าฉันกลาย​เป็นตาเฒ่า​ที่แก่เกินแกงแล้ว​ซีนะ มัว​แต่มะงุมมะงาหราไม่รู้เรื่อง​ราว​ที่ทันสมัย​เอาเสียเลย​"

"คุณตา​จะทายหรือยังล่ะครับว่า​ของโปรดของคุณตา ​ที่คุณยาย​เขาทำไว้ต้อนรับคุณตานั้น​​คืออะไร​?"

"ก็​ได้นายบี๊บหลานรัก ของโปรดของตา​ที่คุณยาย​เขาทำไว้เตรียมต้อนรับวันกลับบ้านของตาก็​คือ...​เอ้อ..ของคาวหรือของหวานกันล่ะ..บอกใบ้หน่อย​​ได้ไหม?"

"​ทั้งของคาว​และของหวานแหละ​ครับ​คุณตา บอกใบ้​ได้แค่นี้เอง"

"แกงปลาสวายเทโพ​กับฟักทองแกงบวด ของโปรดยอดปรารถนาของตาเลย​เชียวแหละ​ ทำไม​จะจำไม่​ได้..จริงไหมจ๊ะ​แม่บุหงา?"

"ถูก​ต้องจ๊ะ​พี่ไกรสร" นางบุหงาผงกหน้ายอมรับ​แต่​โดยดี

"นี่แสดงว่ารู้ใจกันจริงๆ​" หลานชายยกนิ้วโป้งให้คุณตา​และคุณยาย​ทั้งสองมือ

"​จะไม่รู้ใจกัน​ได้อย่างไรล่ะนายบี๊บ ก็คุณตากะคุณยาย​เขาอยู่​ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีแล้ว​นี่จ๊ะ​!"

เสียงของบุปผชาติดังมาจากทางเบื้องหลัง หล่อนกลับเร็วกว่าปกติ​เพราะรู้ว่าบิดา​จะกลับจากต่างจังหวัดมาบ้านในวันนี้

"โอ้โฮ..นานจัง มิน่าล่ะ ถึง​ได้รู้ใจกัน​ไปหมดทุกอย่าง"

"มีบางคนอยู่​กันนานกว่าตา​และยายก็ยังมี ​แต่เจอหน้ากันทีไรก็ชวนทะเลาะกันทุกวัน"

"ทำไมถึง​เป็นอย่างนั้น​​ไป​ได้ล่ะครับ​คุณตา?" บี๊บสงสัยเต็มประดา

"ก็​เพราะต่างคนต่างถือทิฐิกันนะซิ ต่างไม่มี​ใครยอม​ใคร บางทีเรื่อง​นิดเดียวงอนกัน​ได้ตั้งครึ่งค่อนวัน บางคนไม่พูดกัน​เป็นเดือนก็ยังมีเลย​นะบี๊บเอ๊ย"

"​แต่คุณตา​และคุณยายของบี๊บทำไมถึง​ได้คุยกระหนุงกระหนิงกันดีจังล่ะครับ​?"

"ก็​เพราะท่าน​ทั้งสองไม่มีทิฐิต่อกันนะซีนายบี๊บ..ถามซอกแซกจริงเรานี่"

บุปผชาติดุหลานชายด้วย​ความเอ็นดูแกมรำคาญ​ที่​เขาช่างซัก​และรู้ดี​ไปหมดเสียทุกสิ่งทุกอย่าง

"อย่า​ไปว่าหลานมันเลย​ยายบุบ ​เขาว่าเด็กช่างซักอยากรู้อยากเห็นเนี่ย ​เป็นเด็กฉลาดนะ​จะบอกให้ ดูอย่างตัวแกเอง​เป็นตัวอย่างซิ ช่างซักช่างถามไม่แพ้กันหรอก​เมื่อตอนเล็กๆ​น่ะ"

"หนูแพ้คุณพ่ออีกตามเคย ไม่​เอาแล้ว​ มาคุยกัน​เป็นเรื่อง​​เป็นราวดีกว่าค่ะ​คุณพ่อ"

"เรื่อง​อะไร​กันล่ะ​ที่แกอยากรู้ยายบุบ บอกมาเลย​​ถ้าช่วย​ได้พ่อก็ยินดีช่วยเต็ม​ที่ ไม่​ต้องเกรงใจ?"

"ไม่​ต้องถึงขนาดช่วยหรอกค่ะ​คุณพ่อ เพียง​แต่ให้คำแนะนำก็พอ"

"เอ้า..อย่างนั้น​ว่ามา​ได้เลย​"

"​คืออย่างนี้..หนูสงสัยผู้ชายคนหนึ่ง​​ที่​เขาเข้ามาพัวพัน​กับครอบครัวของเรา​โดยบังเอิญนะค่ะ​"

"​เขามาสนใจแกหรือยายบุบ นี่พ่อ​กำลัง​จะ​ได้รับข่าวดีหรือนี่?"

"ไม่ใช่อย่างนั้น​ คุณพ่อฟังให้จบก่อนซีค่ะ​ อย่าเพิ่งรีบสรุป มันไม่ใช่อย่าง​ที่คุณพ่อเข้าใจหรอก"

"เอ้า..ว่า​ไป..พ่อ​กำลังฟัง"

"​คืออย่างนี้ค่ะ​..เราพบผู้ชายคนนี้​ที่สวนสาธารณะ ​เขาพาหมามาวิ่งเล่นด้วยตัวหนึ่ง​เพศเมียพันธุ์บีเกิ้ลชื่อว่ามะลิน่ารักเชียว นายบี๊บเกิดชอบใจพยายาม​จะติดต่อ​เพื่อขอเล่น​กับหมาตัวนี้อีก ​แต่วันแรก​ที่เราพบ​กับ​เขาก็เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญ​ที่ร้ายแรง ​ซึ่งก็​คือวันเดียว​กับ​ที่ท่านรัฐมนตรีไอยราถูกยิงตาย จำ​ได้ไหมค่ะ​คุณพ่อ?"

"ฮื่อ..พ่อพอ​จะจำ​ได้ค่อนข้างแม่นจากข่าวทีวี​และหนังสือพิมพ์..ท่านถูกยิงตาย​ที่สวนสาธารณะ..ข่าวดังทีเดียว แล้ว​ยังไงต่อ.." อดีตนายตำรวจแสดงท่าทีสนใจอย่างเห็น​ได้ชัด

"พอเราพบ​เขาวัน​ที่สอง​โดยบังเอิญอีกครั้ง คราวนี้นายบี๊บ​เป็นคนเห็น​เขาจูงหมาข้ามถนนหายเข้า​ไปในตลาดนัด พอเราตามเข้า​ไปหา​เขาก็ปรากฏว่า​เขาขับรถสวนออก​ไปก่อนแล้ว​จึงคลาดกัน ​แต่คุณพ่อเชื่อไหมค่ะว่า​เกิดอะไร​ขึ้น​​ที่ฝั่งตรงข้าม มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น​อีก"

"ฆาตกรรมอีกแล้ว​หรือ?"

"ค่ะ​คุณพ่อ..ผู้​ที่ถูกฆาตกรรม​โดยถูกยิงตายขณะ​ที่​กำลังก้าวลงจากรถภายในบริษัทของตนเอง ​เขา​คือนายโอภาสเจ้าของบริษัทส่งออกข้าวรายใหญ่​ที่สุดของไทยเรา ​และ​เป็นเจ้าของโกดังข้าวมากมาย​​ที่มีคดีข้าวหายย้ายโกดัง​ไปหลายสิบแห่งทั่วประเทศ ​แต่ข่าวบอกว่าสินค้าข้าวส่งออกของ​เขานั้น​ ไม่เคยขาดสต๊อกเลย​ จึงกลาย​เป็นชนวนให้น่าสงสัยในการฆาตกรรมคราวนี้"

"แกก็เลย​สงสัยว่านายคนจูงหมามะลินี่ ​จะ​ต้องเกี่ยวข้อง​กับการฆาตกรรมในครั้งนี้อีกอย่างนั้น​ใช่ไหม?"

"ถูกแล้ว​ค่ะ​คุณพ่อ หนูไม่มีทางคิด​เป็นอย่างอื่น​ไป​ได้เลย​นี่คะ​"

"จริงๆ​แล้ว​เรายังไม่เคยมี​ใครเห็น​เขา​ใช้อาวุธยิง​ใครในวันเกิดเหตุเลย​​แม้​แต่คนเดียว ​เป็น​แต่เพียงการสันนิษฐาน​เอาเองเท่านั้น​ เราอย่าเพิ่งรีบสรุปเลย​ว่า​เขา​คือตัวการเลย​​จะดีกว่า ​เพราะ​เขา​เป็นเพียงผู้​ที่​ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม ​ที่เราบังเอิญเห็น​เขาป้วนเปี้ยนอยู่​ใกล้​กับเหตุการณ์​ทั้งสองครั้งก็เท่านั้น​เอง"

"​ถ้าเจอ​เขาบุบเอ่ยถาม​เขาตรงๆ​เลย​​จะ​ได้ไหมค่ะ​คุณพ่อ?"

"อย่า​ได้เอ่ยปากถาม​เขาตรงๆ​เลย​เชียวนา ใน​เมื่อเรายังไม่มีหลักฐาน​ที่​จะมัดตัว​เขา ควรเลียบเคียงคุยเรื่อง​อื่น​ที่เชื่อมโยงถึงกัน​จะดีกว่า ​แต่พ่อว่าแกอยู่​เฉยๆ​ไม่ดีกว่าหรือยายบุบ?"

"นั่นนะซี แม่บอกแกแล้ว​ก็ไม่เชื่อ ให้อยู่​เฉยๆ​ดีกว่า คุณพ่อยังเห็นด้วยเหมือนกัน​กับแม่เลย​" นางบุหงา​ได้ทีขนาบลูกสาวช่างจินตนาการของเธอบ้าง

"หนูเพียง​แต่สงสัย จึงมาขอคำแนะนำของคุณพ่อในทาง​ที่ถูก​ที่ควรแค่นั้น​เอง บุบไม่​ได้จุ้นซักหน่อย​"

"​เมื่อวานนี้ก็เหมือนกัน แม่​ไป​กับบี๊บสองคน​ที่สวนสาธารณะ​ที่เดิม เจอพ่อคนนั้น​​เอาหมามาฝากตาบี๊บแล้ว​ก็หายตัว​ไป ​เขาหาย​ไปหนึ่ง​ชั่วโมง​กับห้านาที กลับมาแล้ว​ก็รีบพาหมากลับ​ไปเลย​ไม่​ได้คุยกัน" นางบุหงาเสริม​เพื่อสะกิดเตือนลูกสาวคนเล็ก

"บุบระแวงกลัวว่า​จะมีข่าวร้ายเรื่อง​การฆาตกรรมเกิดขึ้น​อีกเหมือน​กับสองครั้ง​ที่ผ่านมา จึงนั่งเฝ้าหน้าจอทีวี​และพลิกหนังสือพิมพ์หา หากทุกสิ่งทุกอย่างกลับเงียบฉี่ หรือว่าการฆาตกรรมคราวนี้กลบเกลื่อนหลักฐาน แยบยล ไร้ร่องรอย กว่า​จะรู้ว่ามีคนถูกฆาตกรรมก็คงอีกหลายวัน ​จะ​เป็น​ไป​ได้ไหมคะ​คุณพ่อ?"

"โถ..ๆ​..แม่บุบแม่คนช่างจินตนาการ เข้ากัน​ได้​เป็นปี่​เป็นขลุ่ยเลย​​กับพ่อของแก" นางบุหงาปลงอนิจจัง

"หรือไม่อีกทีพ่อว่า...​"

"ทำไมหรือคะ​..คุณพ่อ?"

"​เขาอาจทำงานพลาด!"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2683 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน คุณตามาแล้ว... --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14099 ], [125.25.213.244]
เมื่อวันที่ : ๒๓ พ.ค. ๒๕๕๑, ๒๐.๒๐ น.

พิล หาย​​ไปไหนเอ่ย ไม่เห็นมาตั้งชื่อเลย​​ วู้ๆ​​

ชื่อว่า "คุณตามาแล้ว​​...​​"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14103 ], [58.10.216.4]
เมื่อวันที่ : ๒๔ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๕.๐๐ น.

"คุณตามาแล้ว​​...​​" คุณadd ตั้งชื่อ​​ได้เหมือนอย่างใจคิดเลย​​ครับ​​!

คุณpilgrim ขาประจำของ ‘ขุนจาม’ หาย​​ไปไหนเอ่ย?

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น