นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #5
ปักษิณ
...วันอังคาร ๐๖.๑๐ นาฬิกา ชายหนุ่มค่อยๆ​เคลื่อนรถโตโยต้า โคโรลล่าอัลติสสีเทาดำออกจากสวนสาธารณะแห่งนั้น​อย่างช้าๆ​ หาก​แต่พอ...

ตอน : ธุระของคนจูงหมา

วันอังคาร
๐๖.๑๐ นาฬิกา
ชายหนุ่มค่อยๆ​เคลื่อนรถโตโยต้าโคโรลล่าอัลติสสีเทาดำออกจากสวนสาธารณะแห่งนั้น​อย่างช้าๆ​ หาก​แต่พอโผล่ออกมานอกถนนแล้ว​​เขากลับพลันเร่ง​ความเร็วขึ้น​ทันทีอย่างว่องไว ​ทั้งนี้​เพราะ​เขารู้ดีว่าในเวลา​ที่จำกัดเช่นนี้ ​เขา​ต้องรีบเร่งทำงานให้เสร็จสิ้น​โดยรวดเร็ว​และแม่นยำเหมือนทุกๆ​ครั้ง​ที่ผ่านมา

คน​ที่ออกมาวิ่งจ๊อกกิ้งภายในหมู่บ้าน​ที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างหมู่บ้านเมืองอินทร์ธานีนั้น​ ดูเงียบเหงาวังเวงในตอนเช้า​ ​เพราะหมู่บ้าน​ที่ใหญ่โตอย่างนี้นานๆ​จึง​จะมีคนวิ่งจ๊อกกิ้งผ่านมาหรือมีรถแล่นผ่านมาสักที

เส้นทางจากปากทางเข้าหมู่บ้าน​ซึ่งมีทางเข้า-ออกสองทางนั้น​มียามเฝ้าอยู่​อย่างแข็งแรง ​โดย​จะมียามคอยจดหมายเลขทะเบียนรถ​ที่เข้าออก​โดยแลกบัตรประจำตัวผู้ขับขี่​ที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ของหมู่บ้านติดแสดงไว้​ที่หน้ากระจกรถ

สำหรับรถของชายหนุ่ม​เขา​ได้แอบสแกนสติ๊กเกอร์ของหมู่บ้านเมืองอินทร์ธานีติดกระจกหน้ารถไว้เหมือนของจริงทุกประการ ฉะนั้น​การขับรถผ่านเข้าออกของชายหนุ่มจึง​ได้รับการยกเว้น​เพราะ​เป็นรถ​ที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าของรถอาศัยอยู่​ภายในหมู่บ้านเมืองอินทร์ธานีแห่งนี้

ยาม​ที่หน้าประตูจึงทำท่าตะเบ๊ะมือพรึบพรับ ​พร้อม​กับโบกมือให้ขับรถผ่าน​ไป​ได้ทันที​โดยสะดวก​!

​ซึ่งนี่ก็​คือ​ความสะเพร่าหละหลวม​และผิดพลาดไม่รอบคอบของหน่วยรักษา​ความปลอดภัย​ที่คอยตรวจตราการเข้า-ออกภายในหมู่บ้าน

​เขาขับรถแล่นผ่านวงเวียนแห่ง​ที่สองก่อน​ที่​จะจอดรถหลบเข้าข้างทางตรงบริเวณศาลาพักผ่อน​ที่มีสวนหย่อมเล็กๆ​จัดไว้อย่างสวยงามข้างทะเลสาบ

ชายหนุ่มเดินลงเข้า​ไปนั่งพักบนเก้าอี้สนามข้างกระโจมริมทะเลสาบจำลองของหมู่บ้านเมืองอินทร์ธานี ​โดยหยิบขวดน้ำดื่มติดมือลง​ไปด้วย

สมาธิของชายหนุ่มนิ่ง​พร้อม​ที่​จะปฏิบัติภารกิจ​ที่​ได้รับมอบหมายอย่างสมบูรณ์แล้ว​ ​เขาสูดหายใจลึกๆ​ขณะ​ที่มือกระชับ​กับกระเป๋าสะพาย​ที่แนบอยู่​ข้างกาย

​เขาแลเห็นยามประจำหมู่บ้านขี่รถจักรยานผ่าน​ไป พลางโบกมือ​และยิ้มให้อย่าง​เป็นมิตร เสียงกระดิ่งดีดกังวานดังกิ๊งก๊องๆ​ อัน​เป็นสัญญาณ​ที่แสดงบอกว่านี่​คือยามรักษา​ความปลอดภัย​ได้ขี่รถจักรยานผ่านมา

ร่างของยามรักษา​ความปลอดภัยบนรถจักรยานก็ค่อยๆ​ลับโค้งเลี้ยวเข้าซอย​ที่มีบ้านของผู้มีอัน​จะกินปลูกสร้างเรียงรายอยู่​​เป็นตับ ​โดย​แต่ละหลังคาเรือนต่างประชันขันแข่งกันสร้างกำแพงบ้านราว​กับกำแพงคุกก็ไม่ปาน แทบ​จะมองไม่เห็น​ทั้งภายใน​และภายนอกว่ามีเหตุการณ์อะไร​เกิดขึ้น​บ้างใน​แต่ละวินาที

ชายหนุ่มแลเห็นคนวิ่งจ๊อกกิ้งเลี้ยวโค้งวงเวียนมา​แต่ไกล ท่าทางจังหวะ​ที่วิ่งอย่างมั่นคงเสมอต้นเสมอปลาย สวมเสื้อยืดสีชมพูคาดดำลายขวาง กางเกงวอร์มสีดำ สวมถุงเท้า​และรองเท้าสำหรับวิ่งสีขาว มีหมาตัวน้อยจูงมาด้วยสายจูงสีส้มสะดุดตา

ชายหนุ่มเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือ​ซึ่งบอกเวลา ๐๖.๓๐ นาฬิกา

​เขาล้วงมือเข้า​ไปในกระเป๋าสะพาย​พร้อม​กับลุกขึ้น​ยืน ในขณะ​ที่ชายคน​ที่จูงหมาวิ่งจ๊อกกิ้งนั้น​มาถึงท้ายรถโตโยต้าโคโรลล่าอัลติสของ​เขาพอดิบ​พอดี

ภายใต้อุ้งมือของชายหนุ่ม​ที่ซุกอยู่​ในกระเป๋าสะพายนั้น​เริ่มเปียกชื้น เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้น​เต็มหน้าผาก หน้าซีด ใจสั่นหวิวอย่างไรชอบกล

​เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย​ ตั้งแต่รับงานพิเศษนี้มานาน ​เขาจ้องมองเป๋ง​ไป​ที่ดวงตาใสซื่อของเจ้าหมาตัวน้อย

​เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตรงออกมายืน​ที่หน้ารถ ชายคน​ที่​กำลังวิ่งจ๊อกกิ้ง​และสุนัขของ​เขาก็ค่อยๆ​ชะลอฝีเท้า​และหยุดกึกลงตรงหน้า​ที่ชายหนุ่มยืนอยู่​

เจ้าหมาน้อยเอียงคอมอง​เขาอย่างสนเท่ห์ เห่าทักทายเสียงเล็กกว่าเจ้ามะลิเล็กน้อย แสดงท่าที​เป็นมิตร​เมื่อ​ได้กลิ่นของเจ้ามะลิจากตัวของชายหนุ่ม

"จุ๊ย์ๆ​..ๆ​ อย่าส่งเสียงดัง​ไปสิข้าวเหนียว!"

"อ๋อ ​เขาชื่อข้าวเหนียว?"

"ครับ​มันชื่อเจ้าข้าวเหนียวครับ​ ​ต้องขอโทษด้วยนะครับ​คุณ เช้า​นี้อากาศดีจังนะครับ​?"

ชายคน​ที่วิ่งจ๊อกกิ้งกล่าว​กับชายหนุ่ม​ที่สะพายกระเป๋า ​พร้อม​กับยกผ้าขนหนูสีขาว​ซึ่งพกอยู่​ในกระเป๋ากางเกงวอร์มออกมาซับเหงื่อ​ที่ใบหน้า​และลำคอ

"ครับ​อากาศดีจริงๆ​ครับ​ ช่วงเช้า​อย่างนี้สดชื่นดีจัง เจ้าตัวเล็กนี้ชื่อข้าวเหนียว ชื่อ​เพราะดีนะครับ​ ผมก็มีพันธุ์เดียวกันนี้​แต่​เป็นตัวเมียชื่อเจ้ามะลิ มันมีแค่สองสีเท่านั้น​ขาดสีน้ำตาลไหม้​ไปหนึ่ง​สี เสียดายวันนี้ไม่​ได้พามาด้วย"

พูดจบชายหนุ่มก็ล้วง​เอากระดูกเทียมชิ้นเขื่องของเจ้ามะลิออกมายื่นส่งให้เจ้าข้าวเหนียวด้วยไมตรี ​ซึ่งมันก็ฉลองศรัทธาด้วยการลงหมอบเคี้ยวอย่างมี​ความสุข

"วันหลังพามาเจอกันซีครับ​ เจ้าข้าวเหนียวคง​จะดีใจมาก​ที่มี​เพื่อนเล่น"

"ครับ​!..วันหลัง​จะพามาด้วย เจ้ามะลิคง​จะชอบมากเหมือนกัน​ถ้ามี​เพื่อนวิ่งเล่น​ที่​เป็นหมาพันธุ์เดียวกันอย่างนี้ คุณออกวิ่งจ๊อกกิ้ง​แต่เช้า​ๆ​อย่างนี้ทุกวันหรือครับ​?"

"ไม่ทุกวันหรอกครับ​ แล้ว​​แต่โอกาส​จะอำนวย ​แต่​ส่วนมาก​จะ​เป็นตอนเช้า​ๆ​อย่างนี้ ผมชอบ​เพราะอากาศเย็นสบายดี" ชายเจ้าของเจ้าข้าวเหนียวพูดยิ้มๆ​

"เห็นทีผม​ต้องขอตัวก่อนละครับ​ ผม​ต้องรีบ​ไปทำงาน ลาก่อนนะข้าวเหนียว แล้ว​ค่อยเจอกันใหม่"

ชายหนุ่มกล่าวลา​พร้อม​กับขยุ้มหัวเจ้าข้าวเหนียวหนึ่ง​ที​และลูบหัวมันเบาๆ​ก่อน​ที่​จะก้าวขึ้น​รถยนต์ขับจากมาด้วยหัวใจ​และ​ความรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกเลย​ทีเดียว!


*********


วันอังคารวันเดียวกัน
๒๐.๓๐ นาฬิกา
บุปผขาติรู้สึกโล่งอกทันที​ที่การวิเคราะห์ข่าวเด็ดประจำวันจบลง เธอกดเปลี่ยนหาดูตามช่องอื่นๆ​จนครบทุกช่อง ก็ปรากฏว่าวันนี้ไร้วี่แววของการฆาตกรรมโหดสะเทือนขวัญ ตาม​ที่เธอคาดหวังไว้ว่า​จะเจอ มีเพียงข่าวการระเบิด​และการลอบซุ่มโจมตีรายวันของขบวนการก่อการร้ายทางภาคใต้เท่านั้น​​ที่​เป็นข่าวฆาตกรรมโหดประจำวัน จนผู้คนทั่ว​ไปพากันเอือมระอา มองเห็น​เป็นเรื่อง​ปกติธรรมดา​ไปแล้ว​สำหรับสังคมไทย รออยู่​​แต่เพียงว่า​เมื่อไหร่​จะมี​พระเอกขี่ม้าขาวมาปราบพยศลง​ได้เท่านั้น​เอง


"น้าบุบกดเปลี่ยนช่องจนบี๊บเวียนหัว​ไปหมดแล้ว​นะครับ​!" เสียงยอดชายนายบี๊บโวยวาย​กับน้าสาว

"นั่นนะซี แม่เห็นเรากดเปลี่ยนช่องดูข่าวเสียจนพลอยเวียนหัว​ไปด้วยอีกคนเหมือนกัน"

"น่าน..โดนเล่นงาน​ทั้งยาย​ทั้งหลานทีเดียว​พร้อมกันสองคนอย่างนี้ บุบก็เสียเปรียบนะซีคะ​ เล่นสองรุมหนึ่ง​อย่างนี้ไม่แฟร์เลย​นะคะ​คุณแม่"

"ก็มันจริงไหมล่ะ เหมือนอย่างเจ้าบี๊บมันว่า เปลี่ยน​ได้เปลี่ยนดีกดอยู่​นั่นเอง"

"หนูอยากดูข่าวฆาตกรรมรายวัน​ที่เกิดขึ้น​​เมื่อเช้า​นี้ยังไงคะ​แม่ก็ มันสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล"

"เลย​ทำให้แม่บุบผิดหวังอย่างนั้น​หรือ ​ที่ไม่มีข่าวฆาตกรรมร้ายเกิดขึ้น​?"

"บุบกลับดีใจต่างหาก​ที่การคาดคะ​เนของบุบผิดพลาด ​เป็นการเช็คดู​เพื่อให้แน่ใจเท่านั้น​เองว่าผู้​ที่เสนอข่าวไม่​ได้รายงานตกหล่น"

"​เป็น​เอามาก..แม่บุบ เธอนี่ช่างเหมือนพ่อเธอเข้าทุกวันแล้ว​รู้ไหมจ๊ะ​แม่บุบ?"

"เหมือนอย่างไรค่ะ​แม่?"

"แหมก็ตอน​ที่พ่อแก​เขายังไม่เกษียณเนี่ยนะ ช่าง​เป็นคนขี้สงสัย เห็นอะไร​ไม่​ได้​เป็นสงสัย​ไปหมด ​แต่ก็ดี​ที่​เป็นอาชีพของ​เขา การแก้ไขสืบเสาะหาตัวการคดีร้ายๆ​นี่นะ​เขาถนัดนักเชียวล่ะ จินตนาการ​เป็นช่องๆ​​ไปจนคลี่คลายคดีสำคัญๆ​​ได้เยอะแยะทีเดียว"

"มิน่าล่ะ..แม่ถึง​ได้บอกว่าหนู​เป็นคนช่างจินตนาการ!"

"ก็จริงหรือเปล่าล่ะ?"

"​แต่คุณพ่อท่าน​เป็นตำรวจนี่คะ​ การสืบสวนสอบสวนมันก็​ต้อง​ใช้จินตนาการประกอบ​กับวิจารณญาณ​และ​ความรอบคอบในการแกะรอยฆาตกรรมหรือเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ ​ซึ่งบางครั้งก็ช่างแยบยลเสียจนไม่​สามารถ​ที่​จะตามทัน"

"นี่เธอถอดแบบคุณพ่อของเธอมาเปี๊ยบเลย​จริงๆ​นะแม่บุบ..แม่ยอมแพ้แล้ว​ล่ะ แม่คนช่างจินตนาการ"

"แล้ว​​เมื่อไหร่คุณพ่อท่านถึง​จะเข้ามาล่ะคะ​ บุบชักคิดถึงท่านเหมือนกันแฮะ?"

"เดี๋ยว​เขาเบื่อหรือเซ็ง​เขาก็เข้ามาเองแหละ​แม่บุบ ป่านนี้ทำสวนจนตัวดำ​เป็นเหนี่ยง​ไปแล้ว​ก็ไม่รู้ คนอะไร​หาเรื่อง​ให้ตัวเอง​ต้องลำบากลำบนไม่เข้าเรื่อง​ แค่บำนาญอย่างเดียวก็สบายถม​ไปแล้ว​ ลูกๆ​ก็ทำงานกันหมดทุกคน"

"บุบว่าตามใจคุณพ่อ​เขาเถอะคะ​คุณแม่ ​เมื่อ​เขาสบายใจ คนเราชอบไม่เหมือนกันทุกคน อย่างคุณแม่ชอบงานสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้หรือตกทุกข์​ได้ยาก ก็ไม่เห็นมี​ใครขัดคุณแม่สักคน ลูกๆ​เห็นพ่อแม่ต่างมี​ความสุข ทำงานหรือทำสิ่ง​ที่ตัวเองชอบไม่คิดมากกังวล​กับชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ ลูกหลานทุกคนก็พลอยมี​ความสุข​ไปด้วย บุบ​และพี่บุษโชคดีมาก​ที่มีพ่อแม่​เป็นตัวอย่าง​ที่ดีในการทำตัวให้มีคุณค่าต่อครอบครัว​และสังคมประเทศชาติ"

บุปผชาติร่ายยาว แสดง​ความคิดเห็นอันถ่องแท้ของเธอ​ที่มีต่อพ่อแม่ผู้มี​พระคุณ

"มีลูกสาว​เป็นคนช่างฝันช่างจินตนาการก็ดีอย่างนี้แหละ​ แม่บุบพูดให้พ่อแม่​ได้ชื่นใจอย่างนี้ ทำให้แม่มี​กำลังใจ​ที่​จะอยู่​ทำคุณประโยชน์ให้​กับสังคม​และบ้านเมืองต่อ​ไปอย่างไม่ย่อท้อ"

นางบุหงาตรงเข้าสวมกอดลูกสาวคนเล็ก​และหลานชาย​พร้อมกันทีเดียว​ทั้งสองคน น้ำตาแห่ง​ความปิติซึมออกมาคลอเบ้าอย่างช่วยไม่​ได้

"บี๊บก็​จะ​เป็นคนดีของสังคมเหมือนกันครับ​คุณยาย​และน้าบุบ"

บี๊บพลอยเอ่ยให้สัญญา​ไปด้วยอีกคน ทำให้น้ำตา​ที่คลอเบ้าอยู่​ของผู้อาวุโสกว่าพาลไหลลงมานองแก้ม​ทั้งสองข้างอย่างยาก​ที่​จะอดกลั้น​ได้ต่อ​ไป


*********


ฉะนั้น​​เมื่อบุษบากลับมาถึงบ้าน​และเดินเข้ามาในห้องรับแขก ภาพ​ที่เธอเห็น​ทั้งสามคนนั่งกอดกันน้ำตาไหลซึม จึงทำ​เอาเธอแทบช็อก​และประหลาดใจไม่น้อยเลย​ทีเดียว ​ซึ่งทำให้เธอพาลคิด​ไปว่าอาจ​จะมีเหตุร้ายอะไร​เกิดขึ้น​ต่อคนในครอบครัวอย่างแน่นอน

"แหมกอดกันกลมเชียวสามคนนี่ มีเหตุร้ายแรงอะไร​เกิดขึ้น​หรือคะ​คุณแม่?"

"ไม่มีเหตุร้ายอะไร​หรอกแม่บุษ พวกเรา​กำลังซาบซึ้งใน​ความดีงามของชีวิตครอบครัวของเราอยู่​นะจ๊ะ​"

"​ความดีงามของชีวิตครอบครัว?" บุษบาท​วนคำมารดา

"ใช่แล้ว​ไม่ผิดหรอก แม่บุบ​เขาพูดถึง​ความดีงามของพ่อ​กับแม่​ที่​เป็นตัวอย่าง​ที่ดีให้เธอ​ทั้งสอง​และหลาน​ได้เห็น​เป็นแบบอย่าง​ที่ดีมาตลอด ​ได้ฟังแล้ว​มันสุด​ที่​จะซาบซึ้งจนกลั้นต่อมน้ำตา​เอาไว้ไม่อยู่​เลย​ทีเดียว"

"แล้ว​​ไป ทำ​เอาตกอกตกใจ​ไปหมด! นึกว่ามี​ใคร​เป็นอะไร​​ไปเสียอีก อ้อ!..เกือบลืม​ไปวันนี้บุษโทร.คุย​กับคุณพ่อด้วยล่ะค่ะ​"

"คุณพ่อว่าอย่างไรบ้าง​พี่บุษ?" น้องสาวถามอย่างกระตือรือร้น

"ท่านบอกว่า​จะกลับเข้ามาบ้านวันพรุ่งนี้"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2682 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน ธุระของคนจูงหมา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fishbud [C-14092 ], [206.227.160.12]
เมื่อวันที่ : ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๒๖ น.

ธุระของคนจูงหมา ดีมั๊ยคะ​​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-14094 ], [125.25.242.194]
เมื่อวันที่ : ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๔๐ น.

ชื่อ "โล่งใจ...​​" ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-14098 ], [58.10.216.229]
เมื่อวันที่ : ๒๓ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๗.๐๘ น.

สวัสดีครับ​​คุณfishbud
&
สวัสดีครับ​​คุณadd

ขอบคุณ​​ทั้งสองท่าน​​ที่​​ได้ร่วมสนุกในการตั้งชื่อตอน

ขอ​​ใช้ชื่อนี้ของคุณfishbudครับ​​ เข้าท่าดี...​​

"ธุระของคนจูงหมา"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น