นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #3
ปักษิณ
...๐๗.๓๐ นาฬิกา ​เมื่อบุปผชาติเลี้ยวรถวกกลับเข้า​ไปจอด ตรงบริเวณลานจอดรถของตลาดนัดแห่งนั้น​ เธอรีบกุลีกุจอพาหลานชายลงจากรถ ​ทั้งคู่ออกเดินตามหาชาย...

ตอน : คลาดกัน - ฆาตกรรมอีกราย

๐๗.๓๐ นาฬิกา
​เมื่อบุปผชาติเลี้ยวรถวกกลับเข้า​ไปจอดตรงบริเวณลานจอดรถของตลาดนัดแห่งนั้น​ เธอรีบกุลีกุจอพาหลานชายลงจากรถ ​ทั้งคู่ออกเดินตามหาชายหนุ่ม​และสุนัขตัวโปรดจนทั่วตลาดนัดก็ไม่ปรากฏว่า​จะมีวี่แววของ​ทั้งสองเลย​สักนิดเดียว

บุปผชาติเ​ที่ยวเดินสอบถามแม่ค้า​และพ่อค้า​ไปจนทั่วเกือบ​ทั้งหมดในตลาด หากไม่มี​ใคร​สามารถบอก​ได้เลย​ว่าเห็นหรือไม่ ​ทั้งนี้​เพราะต่างคนต่างก็มัว​แต่ยุ่งอยู่​​กับการค้าการขายในชั่วโมง​ที่เร่งด่วนของลูกค้า​ที่ต่างก็รีบเร่ง​ที่​จะทำทุกอย่างให้ทัน​กับเวลาในช่วงเช้า​ของตนเอง

จนท้าย​ที่สุดเธอสอบถามยาม​ที่เฝ้าสถาน​ที่จอดรถถึง​ได้รู้ว่าชาย​ที่จูงหมาตัวน้อย​ได้ขึ้น​รถโตโยต้าโคโรลล่าอัลติสสีเทาดำ​พร้อมหมาของ​เขาขับเคลื่อนเลี้ยวออก​ไป​โดยสวนกัน​กับเธอตอน​ที่เธอเลี้ยวรถเข้ามาจอดนั่นเอง

เธอ​และหลานชายช้า​ไปเสียแล้ว​ คลาดกันแค่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น​

‘อ๋อ!..นายคนนี้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นโคโรลล่าอัลติสสีเทาดำเรา​ต้องจำ​เอาไว้ให้แม่น’ บุปผชาตินึกแค้นอยู่​ในใจ​ที่ไม่​สามารถจับ​ได้ไล่ทันชายหนุ่มผู้​ซึ่ง​เป็นเจ้าของหมา​ที่นายบี๊บหลานชายสุด​ที่รักของเธอ​และครอบครัวติดใจนักติดใจหนา

"แหมไม่น่าพลาดเลย​ คลาดกัน​ไปนิดเดียวเท่านั้น​เอง" บุปผชาติบ่นเปรยๆ​​กับหลานชาย

"นั่นนะซีครับ​น้าบุบ เราไม่น่าพลาดกันเลย​ เกือบ​จะพบตัวกันอยู่​แล้ว​เชียวครับ​"

"นี่นายคงผิดหวังมากเลย​ใช่ไหมนายบี๊บ..หือ?"

"ก็ผิดหวังพอสมควรแหละ​ครับ​..น้าบุบ"

"​เอาไว้คราวหน้า​จะไม่ให้พลาดเลย​คอยดูสิ" บุปผชาติให้สัญญาตาม​ที่คิดอยู่​ในใจ

"​เมื่อไหร่เราถึง​จะมีโอกาสดีๆ​อย่างนี้อีกน้อ?" นายคนตัวเล็กรำพึงออกมาเบาๆ​จนน้าสาว​ที่นั่งอยู่​ในรถด้วยกันนึกหมั่นไส้

"อย่างนี้​เขาเรียกว่าพลาดโอกาสอันดีงาม​ที่ช่างแสนเหมาะเจาะเลย​ซีนะนายบี๊บ?"

"ไม่​เป็นไรครับ​น้าบุบ บี๊บ​จะรอต่อ​ไปอีกแบบว่านานเท่าไหร่ก็​จะรอ จนกว่า​จะ​ได้พบกัน"

"นั่น..สำบัดสำนวนเสียด้วยหลานชั้น..ฮิ..ฮิ..นานเท่าไหร่ก็​จะรอ เอ้า​เป็นอันว่าฉันยอมแพ้ ฉัน​จะช่วยนายตามหา​เขา​และหมาน้อยของ​เขาจนกว่า​จะเจอดีไหมนายบี๊บ?"

"ดีสิครับ​..แหมถาม​ได้..ไชโย!"


*********


หาก​แต่ไม่ทัน​ที่​ทั้งสองน้าหลาน​จะเคลื่อนรถออกจากลานจอดรถของตลาดนัดแห่งนั้น​ ก็ปรากฏว่ามีเสียงหวอของรถตำรวจแล่นมายังฝั่งตรงข้าม​ซึ่ง​เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท รวมกสิกรสยามส่งออกสินค้าข้าวไทย จำกัด ​และมีรถร่วมกตัญญูแล่นตามมาติดๆ​กัน

กว่า​ที่รถของบุปผชาติ​จะเคลื่อนฝ่าฝูงชน​ซึ่ง​ส่วนมาก​เป็นไทยมุง ​ที่พากันเฮโลมาดูว่ารถตำรวจ​และรถร่วมกตัญญูมาทำไม​ที่บริษัทแห่งนั้น​ ก็กินเวลานานโขอยู่​ทีเดียว

"มีคนถูกยิงอยู่​ภายในรถ​ที่บริษัทค้าข้าวส่งออก!" เสียง​ใครคนหนึ่ง​ตะโกนจากหน้าบริษัทฝั่งตรงกันข้าม

"มีคนถูกยิง...​มีคนถูกยิงตาย!" เสียงตะโกนต่อกัน​เป็นทอดๆ​ ตามด้วยเสียงเอะอะจนกลาย​เป็นไทยมุงอย่างโกลาหลอลเวง

​แต่​เนื่องจากเธอไม่เคย​ที่​จะสนอกสนใจ ในเหตุการณ์​ที่โกลาหลแบบนี้ บุปผชาติจึงไม่​ได้​เอาใจใส่​กับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ในครั้งนี้ เธอรีบพาหลานชายกลับ​ไปส่งบ้านก่อน​ที่เธอ​จะออก​ไปทำงานต่อ ​เพราะขณะนี้​เป็นช่วงเวลาปิดเทอมของนายบี๊บหลานชาย


*********


๒๐.๓๐ นาฬิกา
ภายในห้องรับแขกหน้าจอโทรทัศน์ ณ บ้านของนางบุหงาเหมือนเช่นทุกวัน สมาชิกในบ้านอันประกอบด้วย นางบุหงาเจ้าของบ้าน บุษบาลูกสาวคนโต บุปผชาติลูกสาวคนเล็ก​และเด็กชายบี๊บหลานชายคนโปรดคนเดียวของบ้าน

​ส่วนบิดาของเด็กชายบี๊บนั้น​​ไปราชการต่างจังหวัดเกือบตลอดเดือนแล้ว​​แต่สถานการณ์​จะเอื้ออำนวย นานๆ​จึง​จะกลับสักครั้งจึงอยู่​บ้านไม่ค่อยแน่นอน

​และคุณตาของ​เขาหรือสามีของนางบุหงาก็เหมือนกัน หลังจาก​ที่ท่าน​ได้เกษียณแล้ว​ ก็ชอบ​ไปทำสวนเล็กๆ​น้อยๆ​นัยว่า​เป็นการออก​กำลังกาย​เพื่อรักษาสุขภาพ ​ทั้งนี้​เพราะท่านยังแข็งแรงอยู่​​และรักสันโดษ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน​ได้​ไปสร้างห้องแถวหรือห้องเช่า ณ บ้านเดิมของท่าน​ที่ต่างจังหวัดควบคู่​กับการทำสวน นานๆ​จึง​จะมาสักครั้งเช่นเดียวกัน

​ซึ่งผิดกัน​กับนางบุหงาผู้ภรรยา​ที่ชอบสมาคม​และช่วยงานสังคมสงเคราะห์ตาม​แต่โอกาส​จะอำนวย อันทำให้เธอรู้สึกว่า​ตัวเองมีคุณค่า​และมี​ความสุข​ที่​ได้ช่วยเหลือช่วยแบ่งเบาภาระของสังคม​ที่​กำลังย่ำแย่อยู่​ในปัจจุบัน ​แม้สักเพียงน้อยนิดก็ยังดีกว่าไม่​ได้ทำอะไร​ให้แก่สังคม​ที่เราอาศัยอยู่​ทุก​เมื่อเชื่อวัน

ครั้นถึงเวลาช่วงข่าวภายในประเทศประจำวัน พิธีกรผู้อ่านข่าวหรือวิเคราะห์ข่าวคนเดิมก็บรรยายถึงการสังหารโหดหรือฆาตกรรมเจ้าของบริษัทส่งออกสินค้าข้าวรายใหญ่​ที่ถนนแจ้งวัฒนะ อัน​เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท ​ซึ่งตั้งอยู่​ตรงข้าม​กับตลาดนัดของ​ใช้ประจำในครัวเรือนรวมถึงอาหารสด​และอาหารแห้ง​ที่แม่ค้านำมาเองจากต่างจังหวัด ​ซึ่งมีลูกค้าหนาแน่นเกือบทุกวันไม่ขาด

นายโอภาส โอฬารตระการกิจ เจ้าของบริษัทส่งออกสินค้าข้าวดังกล่าวถูกยิงตายคารถเบ๊นซ์คันงาม ขณะ​ที่​กำลัง​จะก้าวลงจากรถ​พอดี กระสุนทะลุกะโหลกศีรษะตรงขมับขวา ​เนื่องจากนายโอภาสนิยมขับรถเอง​เมื่ออยู่​ในบ้านพัก​ที่กรุงเทพมหานคร ยกเว้นเวลาออกต่างจังหวัดเท่านั้น​​ที่​เขา​ใช้บริการของคนขับรถ​ส่วนตัว

นิสัยประจำตัวของนายโอภาสในการมาทำงาน​ที่บริษัทก็​คือ ​เขา​จะขับรถด้วยตนเองมาจอด​ที่ช่องจอดรถประจำ ​แต่เช้า​ประมาณ ๐๗.๐๐ นาฬิกาเกือบทุกวัน

นับว่าฆาตกรมีฝีมือในการ​ใช้อาวุธปืน​เป็นอย่างดี ​เพราะฆาตกร​สามารถ​ใช้กระสุนเพียงนัดเดียวยิงตรงเข้าจุดตาย​ที่สำคัญ​โดยอาศัยปืนชนิดเก็บเสียง ​ทั้งนี้ทางเจ้าหน้า​ที่สันนิษฐานจากเสียงปืน​ที่ไม่มีผู้ใดในบริษัทค้าข้าวส่งออกดังกล่าว​ได้ยินเสียงเลย​​แม้​แต่คนเดียว

สำหรับประวัติของนายโอภาสนับว่าเริ่มต้นมาจากการ​เป็นลูกจ้างของโรงสีข้าว​ที่ต่างจังหวัดในสมัยแรกๆ​ทีเดียว ​เขาไต่เต้าขึ้น​มา​เป็นเจ้าของโรงสี​โดยการ​แต่งงาน​กับลูกสาวเจ้าของโรงสี ขยับขยายฐานะจน​เป็นพ่อค้าส่งออกข้าวจำนวนมหาศาลใน​แต่ละปี ​เขามีโกดังรับฝากข้าวจากเกษตรกรหรือชาวนาจำนวนมหาศาลด้วยเช่นเดียวกัน

ในขณะ​ที่มีคดีข้าวหายย้ายโกดังนั้น​ ทางการไม่​สามารถจับมือ​ใครดม​ได้เลย​​แม้​แต่คนเดียว ต่างบอกปัด​ความรับผิดชอบกันให้วุ่นวาย​ไปหมด ​แต่สต๊อกข้าวส่งออกของบริษัท รวมกสิกรสยามส่งออกสินค้าข้าวไทย จำกัด ของนายโอภาสกลับมีข้าวส่งออกไม่ขาดมือ ในขณะ​ที่ข้าวบริโภคภายในประเทศ​กำลังเริ่มขาดแคลน อีก​ทั้งราคาข้าวยัง​ได้ถีบตัวสูงขึ้น​อย่างน่าวิตกต่อวิกฤตการณ์​ที่เกิดขึ้น​แก่ประเทศในครั้งนี้

การบอกปัด​ความรับผิดชอบของบริษัทเจ้าของโกดังข้าวเปลือก​และบริษัท​ที่​เป็นคนกำหนดราคาข้าวสาร​ทั้ง​เพื่อการบริโภคภายใน​และ​เพื่อการส่งออก รวม​ไปถึงบริษัทส่งออกสินค้าข้าวสารรายใหญ่ จึงถือ​เป็นประเด็นร้อนของข่าวรายวันในวันนี้ ยิ่ง​เมื่อเจ้าของถูกฆาตกรรมด้วยแล้ว​ บรรดาสื่อต่างพากัน​เอามาวิพากย์กันอย่างสนุกปากเลย​ทีเดียว

มิหนำซ้ำกลับยิ่งมีโจร​และขโมยออกลักปล้นสะดม​เพื่อแย่งชิง​เอาข้าวเปลือกจากยุ้งฉางของชาวนาจนไม่​เป็นอันทำมาหากิน พากันเดือดร้อน​ไปทุกหย่อมหญ้า

​โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาข้าวเปลือก​ที่ทางโรงสีรับซื้อจากชาวนาก็ตกต่ำลงอย่างน่าพิศวง​ทั้งๆ​​ที่ราคาข้าวสารแพงจนเกือบ​จะขาดหาย​ไปจากตลาดราว​กับมี​ใครบางคนหรือคนใดคนหนึ่ง​​กำลังกักตุนสินค้าอย่างเห็นแก่ตัว


*********


"เอ๊ะตรงนี้..​ที่เดียว​กับ​ที่เราแวะ​ไปกันมา​เมื่อเช้า​นี้นี่นา..น้าบุบ!" หลานชายบอกน้าสาวด้วยเสียงแสดงท่าทีตื่นเต้น ​เมื่อเห็นภาพ​ที่ปรากฏเคลื่อนไหวอยู่​บนจอทีวี

"เออ..จริงด้วยสินายบี๊บ บริษัทนี้อยู่​ตรงกันข้าม​กับ​ที่เราเลี้ยวรถออกมาหลังจาก​ที่เราตามหานายเจ้าของหมา​และหมาของ​เขา ตอนนั้น​ผู้คนชุลมุนวุ่นวายเหมือนในจอเลย​ทีเดียว" บุปผชาติเอ่ยขึ้น​อย่างคล้อยตาม​กับภาพ​ที่เห็น

"อ้าว!..นี่เธอเจอ​กับนายเจ้าของหมาคนนั้น​แล้ว​หรือยายบุบ?" บุษบาถามน้องสาว

"เจอกะผี​ที่ไหนกันล่ะพี่บุษ นายคนนี้ไวยัง​กับปรอทแน่ะ พอบุบ​กับนายบี๊บตามเข้า​ไปในตลาดนัด​ที่นายบี๊บ​เขาเห็นเดินหายเข้า​ไป นายคนนั้น​ก็ขับรถสวนออกมา เลย​คลาดกันจน​ได้" บุปผชาติตอบพี่สาวอย่างกระฟัดกระเฟียด

"คลาดกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปดแค่นั้น​เอง!" บี๊บพูดเสริมน้าสาวอย่างมีอารมณ์ขัน

"​แต่บุบสงสัยอะไร​อย่างหนึ่ง​นะพี่บุษ รู้สึกว่า​พบหน้านายคนนี้​ที่ไหน ​เป็นเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมขึ้น​ทุกครั้งเลย​!"

"เธอคิดมาก​ไปเองเสียละมั้ง แม่บุบ!"

"นั่นซี..แม่ก็ว่าอย่างนั้น​เหมือนกัน ​เป็นเหตุการณ์บังเอิญเสียมากกว่า เชื่อแม่เถอะแม่บุบ..อย่าเก็บ​เอา​ไปคิดมากให้​เป็นกังวล​ไปเสียเปล่าๆ​"

"​แต่มันสองครั้งแล้ว​นะคะ​คุณแม่​ที่เราอยู่​ใกล้เหตุการณ์เช่นนี้"

"​เป็นอุปาทานของเราเองต่างหากล่ะแม่บุบเอ๊ย ทางนู้น​เขาอาจ​จะไม่รู้เรื่อง​รู้ราวอะไร​เลย​ก็​เป็น​ได้"

"บุบก็ภาวนาขออย่าให้​เป็นอย่าง​ที่ว่านั้น​เลย​ หน้าตาท่าทางของ​เขาก็ดูดี ขออย่าให้​เขากลาย​เป็นฆาตกรใจร้ายเล้ย!"

"สงกะสัย​จะสนใจ​เขาเข้าแล้ว​ล่ะซีท่า..ใช่ไหมล่ะแม่บุบ?"

"แม่ละก็ชอบพูดแบบนี้ทุกที อยาก​จะขับไสไล่ส่งให้หนูรีบ​แต่งงาน​ไปเสียให้พ้นๆ​ใช่ไหมล่ะ?"

"คิดมากอีกแล้ว​แม่บุบนี่ มีแม่​ที่ไหนบ้างอยาก​จะคิดไล่ลูกให้ออก​ไปให้ไกลตัว มี​แต่​จะคอยตามติดชิดใกล้ล่ะไม่ว่า เออลูกคนนี้..นอกจากช่างจินตนาการแล้ว​ยังคิดมากอีกแฮะ"

"บุบไม่​ได้คิดมาก เพียง​แต่สงสัยในพฤติกรรมของ​เขาเท่านั้น​เอง"

"บี๊บว่าไม่เห็น​จะเกี่ยวกันเลย​ครับ​..น้าบุบ"

"นาย​เป็นเด็ก​เป็นเล็ก​จะ​ไปรู้สึกอะไร​ล่ะ..หือนายบี๊บ"

"แล้ว​น้าบุบรู้สึกยังไง​กับ​เขาล่ะครับ​?" หลานชายย้อนถาม​เอาบ้าง

"ฉันควร​จะถามนายถึง​จะถูกนายบี๊บ ว่าเห็นนายเจ้าของหมาคนนี้​เป็นอย่างไร ไหนลองบอกน้ามาทีซิ?"

"บี๊บก็เห็น​เขา​เป็นคนดีมีน้ำใจ รักหมารักเด็ก​และเห็นใจเด็ก ก็แค่นั้น​เอง บี๊บเห็นคุณอา​เขา​เป็นคนดีไม่มี​ที่ติ!"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2680 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน คลาดกัน - ฆาตกรรมอีกราย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-14082 ], [125.25.240.146]
เมื่อวันที่ : ๒๐ พ.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๓๐ น.

คลาดกัน - ฆาตกรรมอีกราย ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-14087 ], [58.10.216.217]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๑๑ น.

คลาดกัน - ฆาตกรรมอีกราย

ขอบคุณครับ​​คุณadd

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : jasminek-กัลปจันทรา [C-15102 ], [170.215.129.247]
เมื่อวันที่ : ๒๕ พ.ย. ๒๕๕๑, ๐๕.๔๐ น.

ดีใจ​​ที่คุณรวมเล่มเรื่อง​​นี้ค่ะ​​ ดิฉันเพิ่งมีเวลามาอ่าน อ่าน​​ได้สองตอนแล้ว​​ ​​และ​​จะอ่าน​​ไปเรื่อยๆ​​ค่ะ​​ ชอบการเขียนของคุณ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น