นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
คนจูงหมา #1
ปักษิณ
...๐๖.๐๐ นาฬิกา คน​ที่​กำลังจูงหมาเดินเข้ามา ในสวนสาธารณะ​เป็นคนสุดท้ายนั้น​ ดูเหมือนว่าครั้งนี้​จะ​เป็นครั้งแรก​ที่มีคนเคยเห็น​เขา​ที่นี่...

ตอน : มะลิลา..ปริศนาความตาย

๐๖.๐๐ นาฬิกา
คน​ที่​กำลังจูงหมาเดินเข้ามาในสวนสาธารณะ​เป็นคนสุดท้ายนั้น​ ดูเหมือนว่าครั้งนี้​จะ​เป็นครั้งแรก​ที่มีคนเคยเห็น​เขา​ที่นี่ ท่าทาง​เขาดูเรียบร้อย​ สวมเสื้อยืดโปโลสีเหลืองเย็นตา​และสวมกางเกงวอร์มสีน้ำเงินเข้ม ปอยผมพลิ้วลมลงปรกหน้าผากเล็กน้อย มีหนวดดกเรียว​และเคราครึ้มเขียวพองามตา สายตามีแววเมตตาสัตว์​ที่มาด้วยอย่างเอื้ออาทร

​เขาค่อยๆ​หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้เหล็กหล่อ​ซึ่ง​เป็นลวดลายดอกไม้​และเถาวัลย์ มีพื้นไม้กระดานทาสีขาวสะอาด​ที่ตั้งอยู่​ใต้ร่มตะแบกริมสนามหญ้า ​เขาปลดตะขอสายเชือกจูงสุนัขออกจากปลอกคอให้สุนัขตัวโปรด​ได้ออก​กำลังวิ่งตาม​ต้องการอย่างกระตือรือร้น ​เขาลูบหัวมันเบาๆ​ก่อน​ที่​จะบอกให้มันออก​ไปวิ่งเล่นกลางสนามหญ้าสีเขียวขจีด้วยเสียงแผ่วเบา ท่าทางของ​เขาดูอ่อนโยน

"มะลิ..​ไปวิ่งเล่นตามสบายเลย​นะลูก..​ไปเลย​"

‘มะลิ’ ​คือชื่อของเจ้าตัวเล็กพันธุ์บีเกิ้ลเพศเมีย​ที่มีสีเพี้ยนเผ่าพันธุ์​คือมีเพียงสีขาว​และสีน้ำตาลอ่อนเท่านั้น​ขาดสีดำหรือสีน้ำตาลไหม้​ที่ควร​จะมี​ไปหนึ่ง​สี

เจ้ามะลิวิ่งกระโจนพรวดออก​ไปสู่ยัง​ที่โล่งกลางสนามหญ้าด้วย​ความดีใจ มันโลดแล่น​ไปอย่างอิสระ ดมกลิ่นตามพื้นดิน​และตามพุ่มไม้ดอก​ไปทั่วบริเวณ​โดยรอบ มุ่งจาก​ที่หนึ่ง​​ไปยังอีก​ที่หนึ่ง​อย่างสนุกสนานเบิกบานใจ

ชายหนุ่มรูดซิปเปิดกระเป๋าสะพายหนังสีดำใบกะทัดรัด​ที่สะพายอยู่​ข้างตัวล้วงมือเข้า​ไปคลำวัตถุ​ที่อยู่​ภายใน​เพื่อสำรวจ​ความเรียบร้อย​​และ​เพื่อ​ความมั่นใจ สายตาของ​เขามองกราด​ไปทั่ว​โดยเฉพาะพื้นซีเมนต์​ที่​เป็นทางเดินรอบสนามหญ้าอันกว้างขวาง

​เขามอง​ไป​ที่กลุ่มคน​ที่วิ่งเหยาะๆ​ไล่ตามกันมาจากด้านขวามือ มี​ทั้งชาย​และหญิง​ซึ่ง​ส่วนมากอยู่​ในวัยกลางคน มีบ้างเหมือนกัน​ที่​เป็นหญิงสาว​และเด็ก​แต่พวก​เขาวิ่งบ้างเดินบ้างหยอกล้อกันอย่างร่าเริง​กับอากาศบริสุทธิ์ยามรุ่งอรุณ

ดูเหมือนว่า​เขา​กำลังมองหา​ใครสักคน​ที่​เขาอาจรู้จักอยู่​ในกลุ่มคน​ที่วิ่งมานั้น​ด้วย สังเกต​ได้จากสายตา​ที่จ้องมองอย่างละเอียดลออสนอกสนใจ​เมื่อคนเหล่านั้น​​กำลังใกล้เข้ามา

ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้น​ดูเวลา ๐๖.๑๕ นาฬิกาสลับ​กับสายตาเลื่อน​ไปยังกลุ่มคน​ที่​กำลังอยู่​บนทางเดิน​และคนอื่นๆ​​ที่อยู่​ทั่ว​ไปรอบๆ​สนาม นานๆ​​เขาจึง​จะหันมอง​ไปหาสุนัขตัวโปรด​ที่วิ่งเล่นอยู่​กลางสนามหญ้าเสียที

​เขายิ้มอย่างพอใจ​ที่แลเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ​คนหนึ่ง​ผละจากหญิงสาว​ที่อยู่​บนถนนทางเดินตรง​ไปวิ่งไล่เล่น​กับเจ้ามะลิ ​ซึ่งสร้าง​ความพออกพอใจให้​กับเจ้าบีเกิ้ล​เป็นอย่างมาก​ที่มีคนมาเล่นด้วย

เจ้ามะลิวิ่งนำหน้าพาเด็กชายน้อยผู้นั้น​ไล่ตามกันมาทางชายหนุ่มผู้​เป็นเจ้าของ เสียงเห่าแสดงถึง​ความสนุกชอบใจดังลั่น​ไปทั่วบริเวณ ​เมื่อเจ้ามะลิวิ่งมาหยุดยืนหอบแฮ่กๆ​อยู่​ตรงหน้า ​เขาล้วงมือเข้า​ไปในกระเป๋าสะพายข้างกายหยิบ​เอากระดูกเทียมชิ้นเขื่องส่งให้​กับเด็กชาย​ที่วิ่งไล่ตามหมาน้อยเข้ามาใกล้

"มันชื่อมะลิ มัน​จะเชื่อฟังเธอทุกอย่าง​ถ้าเธอล่อ​และให้รางวัลมันด้วยกระดูกนี่ มารับ​ไปซิพ่อหนุ่มน้อย ไม่​ต้องเกรงใจหรอก"

"ขอบคุณครับ​" เด็กชายน้อยยกมือไหว้กล่าวขอบคุณ​พร้อม​กับยื่นมือออก​ไปรับกระดูกชิ้นนั้น​มาถือไว้พลางร้องเรียกเจ้าบีเกิ้ล

"มะลิมากินกระดูกนี่เร็ว"

เจ้ามะลิเดินตามเข้า​ไปใกล้อย่างว่าง่ายสร้าง​ความพึงพอใจให้เด็กชายตัวน้อยมาก

"มะลิขอกระดูกซิลูก" เสียงชายหนุ่มเจ้าของหมาสั่ง

เจ้ามะลิยกขาหน้าข้างขวาขึ้น​อย่างว่าง่าย แหงนหน้าขึ้น​​ไปมองชิ้นกระดูกทำตาละห้อย

"บอกให้มันยืนซิเธอ..มัน​จะทำตาม​ที่เธอสั่งทุกอย่าง" ​เขาหัน​ไปบอกเด็กน้อย

"มะลิยืนให้ดูหน่อย​ซิ"

หนูน้อยพูดพลางยกมือ​ที่ถือกระดูกสูง​พร้อม​กับชู​ไปข้างหน้า ​เมื่อเจ้ามะลิเห็นดังนั้น​มันรีบยกสองขาหน้าลอยขึ้น​ ยืนบนขาหลัง​ทั้งสองข้าง ซอยขยับขา​ทั้งสองข้างคล้าย​กับ​กำลังพยายาม​ที่​จะทรงตัวให้​สามารถยืนอยู่​​ได้ด้วยขา​ทั้งสอง ​ซึ่งสร้าง​ความพึงพอใจให้​กับหนูน้อย​เป็นทวีคูณ

ชายหนุ่มไม่ทัน​ได้สังเกตเห็นว่ามีสุภาพสตรีสาวสวยมายืนอยู่​ใกล้ๆ​ ตรงข้างพุ่มไม้​ที่เด็กยืนชูกระดูกอยู่​

หญิงสาวยกมือขึ้น​ยืนกอดอกมองดูเด็กน้อยด้วยท่าที​ที่เปี่ยม​ไปด้วย​ความเมตตาเฉกเช่นเดียวกัน​กับ​ที่ชายหนุ่ม​ที่​กำลังปลื้มเจ้าตัวโปรด​ซึ่ง​กำลังแสดงท่าทางแสนรู้ให้หนูน้อย​ได้ประสบพบเห็น

เธอลอบสังเกตดูพฤติกรรมของ​เขา​และเจ้าหมาน้อยอยู่​เงียบๆ​​โดยไม่​ได้แสดงตัวออก​ไป เธอค่อยๆ​ถอยหลังเดินห่างออก​ไปจากหลานชายคนโปรดของเธอ​และสุนัขตัวโปรดของ​เขา ​เมื่อเห็นว่าเจ้าของหมาตัวนี้ไม่​ได้มีพฤติกรรม​ที่น่า​เป็นห่วง

"ดู​เขารักหมา​และใจดี​กับเด็กมากนะคะ​คุณแม่ ไม่มีอะไร​น่า​เป็นห่วงหรอกค่ะ​"

"แม่ไม่​ได้ห่วงเจ้าของหมา​แต่กลัวว่าตาบี๊บของเรา​จะ​ไปกวนใจ​เขาเท่านั้น​เองแหละ​แม่บุบ"

"​แต่ก็ดู​จะเข้ากัน​ได้ดี​ทั้งหมา​ทั้งคน" ลูกสาว​ที่ชื่อบุบหรือบุปผชาติให้​ความเห็น

"ฟังพูดเข้าแน่ะแม่บุบ ​ถ้า​เขา​ได้ยินเดี๋ยว​จะโกรธ​เอาหรอก"

"ก็จริงนี่คะ​แม่..บุบว่า​เขารักหมาของ​เขาออก ​ซึ่งตัว​เขาอาจ​จะชอบด้วยซ้ำ​ไป​ที่เรายกย่องอัพเกรดหมาของ​เขาให้เท่าเทียม​กับคน บุบคิดว่าหมามันก็มี​ความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนเรานี่แหละ​เพียง​แต่มันบอกเราไม่​ได้เท่านั้น​นอกจาก​จะแสดงออกด้วยกิริยาท่าทางสื่อให้เรา​ได้รู้"

"จ๊ะ​แม่คนช่างฝัน ช่างจินตนาการเสียจริงนะเรานี่แม่บุบ" นางบุหงาค้อนลูกสาวคนเล็กวงใหญ่

"แม่จ๊ะ​..?"

"มีอะไร​หรือลูกบุบ?"

"คน​ที่​กำลังวิ่ง​และสวมถุงเท้าสีแดงนั้น​ดูคุ้นๆ​หน้าจังเลย​นะคะ​คุณแม่ เอ..​แต่บุบจำไม่​ได้ว่าเคยเห็น​ที่ไหนหนอ"

"อ๋อ..นั่นท่านรัฐมนตรีไอยราไงล่ะจ๊ะ​ ข่าว​เขา​กำลังดังเรื่อง​คอรัปชั่นหรือขี้ฉ้อ​และเกี่ยว​กับจริยธรรมอะไร​นี่แหละ​ เห็นออกทีวีถี่หน่อย​หมู่นี้ บุบคงเคยเห็นในทีวี​แต่ไม่​ได้สนใจใช่ไหมล่ะ"

"เอ้อ..ใช่แล้ว​แม่..ท่านรัฐมนตรีไอยราจริงๆ​ด้วย หมู่นี้รัฐมนตรีเปลี่ยนหน้าบ่อยเสียจนจำแทบไม่​ได้เลย​แหละ​คะ​แม่!"


*********


ท่านรัฐมนตรีไอยรา​เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่งออกท้วมนิดๆ​ ผมสีดอกเลาหวีเรียบแปล้ สวมกางเกงกีฬาขาสั้นสีเทาสวมเสื้อคอกลมสีฟ้าสลับขาวสวมรองเท้าสปอร์ตสำหรับวิ่งสีขาว ​ที่มองเห็นถนัดก็​คือถุงเท้าสีแดงแจ๊ดสะดุดตา นัยว่าเจ้าตัวรักถุงเท้าสีแดง​เป็นชีวิตจิตใจ

ฉะนั้น​ชีวิตประจำวันของ​เขาจึงมีสีแดงแซมอยู่​ตลอดมาเสมอมิเคย​ได้ขาดเลย​​แม้​แต่สักวันเดียว ​แม้กระทั่งผ้าขนหนูผืนเล็กๆ​​ที่คล้องอยู่​บนไหล่​เพื่อไว้ซับเหงื่อ ​เมื่อยาม​ที่มีเหงื่อไหลย้อยลงมาสู่หน้าผากก็ยัง​เป็นสีแดงเช่นเดียวกัน

๐๖.๓๐ นาฬิกา
ผ้าขนหนูสีแดงผืนเล็กร่วงลงสู่พื้นในขณะ​ที่​กำลังวิ่งผ่านตรง​ที่ชายหนุ่มเจ้าของหมานั่งอยู่​​พอดี ​เขาก้มลงเก็บผ้าซับเหงื่อ​และเหลียวหน้ามองมาทางชายหนุ่มเจ้าของหมา​พร้อม​กับยิ้มให้ตามมารยาทด้วย​ความเคยชิน

ชายหนุ่มยิ้มตอบรับตามมารยาทเช่นเดียวกัน หาก​ทว่า​ความรู้สึกเบื้องลึกของ​เขากลับร้อนวูบอย่างช่วยไม่​ได้ ​เขาเอื้อมมือล้วงเข้า​ไปในกระเป๋าสะพายอีกครั้งอย่างลืมตัว ​แต่ครั้นพอ​ได้สติชายหนุ่มก็ชักมือหดกลับออกมาจากกระเป๋าสะพายนั้น​ทันที

"คุณอาพามะลิมา​ที่นี่ทุกวันหรือเปล่าครับ​?" เสียงเด็กชายดังอยู่​ข้างหลังทำ​เอาชายหนุ่มสะดุ้ง

"วันนี้เราเพิ่ง​จะมากัน​เป็นวันแรก หนูมาทุกวันหรือเปล่าล่ะ?"

"ไม่ทุกวันหรอกครับ​แล้ว​​แต่น้าบุบ​จะว่าง ​ถ้า​เขาไม่ว่างพามาก็อด"

"อ้อ..มา​กับน้าสาว แล้ว​น้าบุบ​ไปอยู่​ไหนเสียล่ะไม่เห็นเลย​?"

"อยู่​นู่น...​" เด็กน้อยชี้มือ​ไปทางต้นนนทรี​ที่อยู่​อีกด้านหนึ่ง​ของสนามหญ้า

ชายหนุ่มแลเห็นสาวงามท่าทางหน้าตาน่ารัก ​แม้​จะเห็นในระยะไกลก็ตาม หล่อน​กำลังยืนคุยอยู่​​กับหญิงเลย​วัยกลางคน​ไปแล้ว​คนหนึ่ง​ ​ซึ่งสังเกตดูจากหน้าตาท่าทางแล้ว​​จะคล้ายกันมาก มองดูเผินๆ​แทบ​จะไม่ผิดเพี้ยนกันสักเท่าไหร่เลย​

"​กำลังคุยอยู่​​กับคุณยายนะครับ​ เรามากันสามคน" เด็กน้อยเล่าต่อ

"แล้ว​เธอชื่ออะไร​ล่ะ พ่อหนุ่มน้อย?"

"ชื่อบี๊บครับ​"

"บี๊บ​เอาลูกบอลยางนี่​ไปเล่น​กับมะลิสิมันชอบเล่นมาก" ชายหนุ่มล้วง​เอาลูกบอลยางสีส้มออกมาจากกระเป๋าสะพายส่งให้เด็กชาย บี๊บรับลูกบอลแล้ว​รีบวิ่งตื๋อนำมะลิออก​ไปยังกลางสนามทันที

"มะลิ..​ไปคาบมา" บี๊บขว้างลูกบอลออก​ไปทางต้นรำเพย​ที่ออกดอกเหลืองอร่าม​และร่วงอยู่​เต็มโคนต้น

เจ้ามะลิวิ่งพุ่งตรง​ไปคาบลูกบอลสีส้มกลับมาคืนส่งให้อย่างรวดเร็วตาม​ที่เจ้าของ​ได้ฝึกไว้ สร้าง​ความสนุกสนานให้​กับเด็กชายบี๊บ​เป็น​ที่สุด ​ทั้งบี๊บ​และเจ้ามะลิวิ่งไล่ลูกบอล​ไปทั่วสนามหญ้าอย่างตื่นเต้นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

พวกผู้ใหญ่​ที่มานั่ง เดิน​และวิ่งจ๊อกกิ้งกันรอบๆ​สนามต่างพากันหัน​ไปมองเด็กชายบี๊บ​และเจ้ามะลิกันอย่างสนอกสนใจ

๐๗.๐๐ นาฬิกา
ท่านรัฐมนตรีไอยรา​กำลังวิ่งผ่านมาทาง​ที่ชายหนุ่ม ผู้​ซึ่งนั่งมองดูบี๊บ​และเจ้ามะลิมา​เป็นรอบ​ที่สามแล้ว​ มีชายหนุ่มตัดผมสั้นรูปร่างล่ำสันในชุดกีฬาเช่นเดียว​กับท่านรัฐมนตรีไอยราวิ่งตามมาห่างๆ​

ชายหนุ่มเจ้าของหมาลุกขึ้น​ยืนเดินสวน​กับท่านรัฐมนตรีไอยรา​ไปทาง​ที่เจ้ามะลิ​และบี๊บ​กำลังวิ่งไล่ลูกบอลสีส้มกันอยู่​ ​เมื่อ​เขาเดิน​ไปถึงสุนัขตัวโปรด ​เขาก็​เอามือล้วงเข้า​ไปในกระเป๋าสะพายหยิบ​เอาสายห่วงคล้องปลอกคอสุนัขออกมา ​เขาคล้องตะขอ​กับปลอกคอหนังเทียมของมันอย่างรวดเร็ว พลางหัน​ไปพูด​กับเด็กชายบี๊บว่า

"​ได้เวลา​ที่มะลิ​จะ​ต้องกลับบ้านแล้ว​ล่ะหนุ่มน้อยบี๊บ วันหลัง​จะพามาเล่นด้วยกันใหม่"

"คุณอาสัญญานะครับ​?"

"ครับ​..​แต่ไม่ทุกวัน ​เพราะอาไม่ค่อยมีเวลาว่าง​ที่​จะพามะลิมาเดินเล่นบ่อยๆ​"

"ว้า..เหมือนน้าบุบเปี๊ยบเลย​"

"ลาก่อน..โชคดีนะบี๊บ!"

"บ๊ายบาย..โชคดีนะมะลิ!"

เด็กชายบี๊บมองตามชายหนุ่ม​และเจ้าบีเกิ้ล​ที่ชื่อมะลิ​ไปด้วยดวงตาละห้อยหาอาลัย...​


ณ ลานจอดรถของสวนสาธารณะ ขณะ​ที่ชายหนุ่ม​และเจ้ามะลิหมาตัวโปรด​กำลังก้าวขึ้น​​ไปบนรถโตโยต้าโคโรลล่าอัลติสรุ่นล่าสุดนั้น​ ​เขา​ได้หันกลับ​ไปมองตรงทางเดินริมขอบสนาม​ที่เพิ่งเดินจากมา​พร้อม​กับยิ้ม​ที่มุมปาก

เสียงหวีดร้องโกลาหลก็ดังขึ้น​ภายในบริเวณทางเดินรอบสนามของสวนสาธารณะ ผู้คนต่างพากันวิ่ง​และเดิน​ไปมาให้ขวักไขว่!

"ท่านรัฐมนตรีถูกยิง!" เสียง​ใครคนหนึ่ง​ตะโกนเสียงดังลั่น

บรรดาไทยมุงค่อยๆ​ทยอยมารวมกันยังจุดเกิดเหตุ!

ร่างของท่านรัฐมนตรีไอยรานอนเหยียดยาวแผ่หลา ผ้าขนหนูสีแดงผืนเล็กหล่นอยู่​ข้างกาย รอยกระสุนทะลุหน้าผาก​เป็นรูโบ๋ เลือดสีแดงเข้มไหลนองพื้นซีเมนต์ของทางเดินริมสวนสาธารณะรอบสนามหญ้าแห่งนั้น​!


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2678 Article's Rate 36 votes
ชื่อเรื่อง คนจูงหมา --Series
ชื่อตอน มะลิลา..ปริศนาความตาย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๙๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ปักษิณ [C-14073 ], [58.10.216.25]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๑.๑๗ น.

ขอขอบ​​พระคุณท่าน​​ที่ติดตามอ่านผลงานของ ‘ปักษิณ’ ทุกท่าน...​​
เรื่อง​​ "คนจูงหมา" นี้ก็เช่นเดียว​​กับเรื่อง​​​​ที่ผ่านมา ​​ถ้าท่านผู้อ่าน​​จะกรุณาตั้งชื่อตอนใน​​แต่ละตอนให้ด้วย​​จะ​​เป็น​​พระคุณอย่างสูง...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : fishbud [C-14075 ], [66.169.169.252]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๓๔ น.

ติดตามผลงานคุณ 'ปักษิณ' มาตั้งแต่เรื่อง​​ "ขุนจาม" แล้ว​​ค่ะ​​ คาดว่าเรื่อง​​ใหม่นี้คงมันหยด ลึกลับซับซ้อนไม่แพ้ "ขุนจาม" แน่นอน ​​เพราะแค่เปิดบทแรกนี่ก็เลือดสาดแล้ว​​ แนวนี้ชอบค่ะ​​ชอบ :p

​​ส่วนเรื่อง​​ชื่อตอน ​​เอา​​เป็น "ลา...​​มะลิลา" หรือไม่ก็ "ปริศนามะลิลา" ดีมั๊ยคะ​​ ​​พอดีชอบ​​ที่คำว่า "ลา" ​​สามารถแปล​​ได้อีกนัยนึงว่า "ลาจาก" :)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-14078 ], [125.25.190.116]
เมื่อวันที่ : ๑๙ พ.ค. ๒๕๕๑, ๐๘.๑๖ น.

โห...​​ สุดยอดค่ะ​​ คุณปักษิณ เขียนเรื่อง​​มาอีกแล้ว​​ ขึ้น​​ต้นแบบนี้น่า​​จะ​​ได้​​ไป​​เป็นละครทีวีนะคะ​​ มีเรื่อง​​ราวตั้งแต่ฉากแรกเลย​​ค่ะ​​

ตั้งชื่ออะไร​​ดี...​​. ​​ความตาย​​ที่​​เป็นปริศนา ก็ดู​​จะ​​ใช้กันเยอะนะคะ​​ ​​แต่ยังคิดคำอื่นไม่ออกน่ะค่ะ​​ คุณ fishbud ก็มีไอเดียดีนะคะ​​ คุณปักษิณลองผสมๆ​​กันหลายๆ​​​​ความเห็นค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปักษิณ [C-14079 ], [58.10.216.181]
เมื่อวันที่ : ๑๙ พ.ค. ๒๕๕๑, ๑๖.๕๕ น.

สวัสดีครับ​​คุณfishbud
&
สวัสดีครับ​​คุณadd

​​ต้องขอขอบคุณท่าน​​ทั้งสอง​​ที่ติดตามผลงานของปักษิณมาตั้งแต่เรื่อง​​ "ขุนจาม"
​​และทำท่า​​จะชื่นชอบเรื่อง​​ "คนจูงหมา" ​​เป็นอันดับต่อ​​ไป
ทำให้มี​​กำลังใจในการผลิตผลงานเพิ่มขึ้น​​

สำหรับชื่อตอนแรก​​ที่ท่าน​​ได้กรุณาช่วยกันตั้งให้นั้น​​ ผู้เขียนขอ​​ใช้ชื่อร่วมกัน​​เพื่อ​​ความสมานฉันท์​​และเหมาะสมดังนี้​​คือ :-

"มะลิลา..ปริศนา​​ความตาย"

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : pilgrim [C-14297 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๐๕ ก.ค. ๒๕๕๑, ๑๐.๐๗ น.

สวัสดีค่ะ​​คุณลุงปักษิณคะ​​ พิลมีธุระการงานรัดตัวซะนาน เลย​​มาไม่ทันตั้งชื่อเลย​​ค่ะ​​ แวะมาตามอ่าน​​และทักทายกันนะคะ​​

อ่านตอนแรกก็ยอดๆ​​ๆ​​ๆ​​ ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : Rotjana Geneva [C-14717 ], [83.180.250.224]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๑, ๒๓.๔๘ น.

รจนามาเรือเกลือค่ะ​​ ลุงปิง เพิ่งมีโอกาส​​ได้เข้ามาอ่าน
สนุก ไม่ผิดหวัง เช่นเคยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น