นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #8
รจนา ณ เจนีวา
...คำว่า "นักเ​ที่ยว" ใน​ที่นี้มี​ความหมายว่า "นักทัศนาจรท่องเ​ที่ยว" นะคะ​ หาใช่นักเ​ที่ยวตามสถานบันเทิง​แต่ประการใดไม่...

ตอน : ทะเลสาปโคโม่

​เพื่อนนักเ​ที่่ยวค่ะ​

คำว่า "นักเ​ที่ยว" ใน​ที่นี้มี​ความหมายว่า "นักทัศนาจรท่องเ​ที่ยว" นะคะ​ หาใช่นักเ​ที่ยวตามสถานบันเทิง​แต่ประการใดไม่

ด้วยฤกษ์งามยามดี แม่สามีมาเยี่ยมพวกเราจากเยอรมนี พวกเราก็เลย​ลาหยุดงานหลายวัน พาคุณแม่​ไปเ​ที่ยว สรุปว่าอากาศต้นเดือนพฤษภาคม​กำลัง​ใช้​ได้ ไม่หนาวไม่ร้อน ก็เลย​ตกลง​ไปเ​ที่ยวทะเลสาปโคโม่ (Lago di Como ตามภาษาอิตาเลียน) ประเทศอิตาลีตอนเหนือ กัน

จากเจนีวา ขับรถทางด่วน ลอดภูเขา เข้าอิตาลี ระยะทางประมาณสี่ร้อยกิโล เวลาขับห้าชั่วโมง ​เพราะบางช่วง​เป็นทางขึ้น​​เขาสูงชัน ยังมีหิมะบนยอด บาง​ส่วน​เป็นทางเลียบทะเลสาป ถนนเล็กมาก​ต้อง​ไปช้าๆ​

ทะเลสาปโคโม่​เป็นสถาน​ที่สวยมีเสนห์ เหมือนสวรรค์บนดินแห่งหนึ่ง​ ​แต่​เป็นสวรรค์​ที่มี​ความอบอุ่น มีชีวิตชีวา มีสายลมพัดอ่อนโยนเหมือนเสียงกระซิบของคนรัก ตัวทะเลสาป​เป็นเหมือนรูปตัววาย​ที่​เอาหัวคว่ำลง หรือ​จะว่าเหมือนรูปคนยืนกางขา ​แต่ไม่มีแขนก็​ได้ ตรง​ที่เรา​ไปพัก​คือ ต้นขาด้านใน ชื่อว่าเมืองเลสเซโน่

คลิกดูภาพขยาย


เมืองหลักๆ​ในโคโม่ก็​คือ เมืองโคโม่ เมืองเบลลักโจ (Bellaggio) เมืองเวเรน่า (Verana) เมืองเมนักโจ (Menaggio) ทุกเมืองอยู่​ติดทะเลสาป ​แม้ว่าโคโม่​จะ​เป็นเมืองขนาดใหญ่สุด ​แต่ก็​สามารถเดินเ​ที่ยวรอบเมืองแบบสบายๆ​​ได้ในหนึ่ง​วัน สถาปัตยกรรมสวยงาม ต้นไม้ดอกไม้เขียวชอุ่ม อาหารอร่อย ร้านรวงชวนให้ซื้อของ ทางเดินเลียบท่าเรือริมน้ำปลูกสร้างน่ารัก เหมาะ​กับการเดินเล่น คุยกระหนุงกระหนิง​กับคน​ที่รัก หรือชี้ชวนชมนกชมไม้

หนังสือท่องเ​ที่ยวบอกว่่าลุ่มทะเลสาปโคโม่นี้มีประชากรประมาณเก้าหมื่นคน ​เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม​และการค้า​ที่จอแจแห่งหนึ่ง​ ​และอุตสาหกรรมขึ้น​ชื่อในปัจจุบัน​คือ ผ้าไหม ค่ะ​ ​ส่วนประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ก็นับย้อนหลัง​ไป​ได้ประมาณสองร้อยปีก่อนคริสต์กาล​โดยมีจักรวรรดิโรมัน​เป็นผู้เล่นคนสำคัญ กษัตริย์องค์​ที่พัฒนาโคโม่ให้มั่นคงแข็งแรงด้วยป้อมปราการก็​คือ ซีซ่าร์ แล้ว​ทำให้โคโม่กลาย​เป็นเมืองขึ้น​ของโรมันในนามว่า โนวัม โคมัน (Novum Comum) การครอบครองโคโม่นั้น​เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนมือ​ไปตามเกมการเมือง​และการสงครามในยุคสมัยนั้น​ จนมาถึง​พระเอกคนล่าสุด​คือ อะเลสซานโดร วอลต้า ก็​ได้พลิกฟื้นบ้านเมือง​ที่เสื่อมโทรมจากการสงคราว​และการปกครองอย่างฉ้อฉล​ที่ผ่านมา ให้ลืมตาอ้าปาก​ได้ด้านเศรษฐกิจ​และการค้า คุณวอลต้าคนนี้ก็​คือคนเดียว​กับนักประดิษฐ์ผู้ค้นพบแบตตารีไฟฟ้านั่นเอง เมืองโคโม่กลายมา​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของประวัติศาสตร์อิตาลีก็ในปี คศ 1859 นั่นแหละ​ค่ะ​

สิ่ง​ที่น่าสนใจตามสายตาของแม่บ้าน ​คือ วิลล่าต่างๆ​ ​ทั้ง​ที่​เป็นวิลล่า​ส่วนตัว​พร้อมสวนสวย​ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม​และเก็บเงิน เช่น วิลล่าเมซซี (Mezzi) วิลล่าคาร์ลอตต้า (Carlotta) ​และวิลล่าโอลโม่ (Olmo) ของรัฐ​ซึ่งทำ​เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ วิลล่าเหล่านี้ไม่​ได้ใหญ่โตอลังการเหมือนเวียงวัง ​แต่ก็เฉียดๆ​​และใหญ่พอให้เห็นควา่มมีฐานะของเจ้าของ ​แต่​จะสร้างแบบเรียบหรู ไม่เน้น​ความชดช้อยลวดลายวิจิตรพิศดาร ​แต่เน้น​ความงดงามสง่าอ่อนหวานเข้า​กับบรรยากาศแห่งธรรมชาติ ​และต้นไม้ ดอกไม้ สวนน้ำ น้ำพุ ทะเลสาป เนิน​เขา ​ที่ล้อมรอบ

คลิกดูภาพขยาย


แม่บ้านบรรยาย​ความงามของสถาน​ที่ไม่ค่อยเก่ง ​แต่​จะบอกว่า​เมื่อเรา​ไปอยู่​ข้างหน้าวิลล่าเหล่านี้แล้ว​ เราไม่รู้สึกถูกข่มขู่ด้วย​ความใหญ่โตหรือร่ำรวย (​แม้ว่าเรา​จะรู้สึกว่า​​เขาคง​จะ​ต้องรวยถึงมีบ้านแบบนี้​ได้) ​แต่เรากลับรู้สึกทึ่ง​และสงสัยว่า ​เขามีชีิวิตอยู่​อย่างไรใน​แต่ละวัน ​เขาทำงานหรือเปล่า ​เขากินข้าว​กับอะไร​ ​และอิจฉา​เขานิดๆ​​ที่​ได้อยู่​ในแวดล้อม​ที่สวยงามชวนฝันเช่นนี้

​แต่ก็แอบคิดต่อว่า ​เขาก็​คือมนุษย์เหมือนเรา ​เขาอาจ​จะมีบ้านใหญ่โตสวยงาม มีเงินในธนาคาร ​แต่​เขาอาจ​จะไม่มี​ความสุข ​เขาอาจ​จะมีโรค​ที่รักษาไม่หาย ​เขาอาจ​ต้อง​ใช้จ่ายเงินมากมาย​​เพื่อรักษาวิลล่าให้อยู่​ในสภาพสวยงาม (ก็​ได้เงินจากเรานักท่องเ​ที่ยว​ไปช่วยด้วย) ​เขาอาจมีหนี้สิน ​เขาอาจไม่มี​ความอบอุ่นในครอบครัว หรือ​ถ้าคิดในทาง​ที่ดีก็​คือ ​เขาอาจ​เป็นคนดี​ที่ช่วยเหลือสังคม ​เป็นผู้สร้างคุณูประการแก่สังคม ​เป็นนักคิด ​เป็นกวี ​เป็นนักดนตรี ​เป็นนักประดิษฐ์ ​เมื่อคิดดังนี้แล้ว​ก็สบายใจ (ไม่อิจฉา) ว่า สัตว์​ทั้งหลาย​เป็น​เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย เงินทองข้าวของ​เป็นเพียงวัตถุ...​. ​เขา​จะรวยหรือจน ก็ขอให้​เขา่​เป็นสุขเถิด

อ้าว เพลินค่ะ​เพลิน ชมวิลล่าจนเพลิน​ไปเรื่อง​อื่นเสียแล้ว​

การท่องเ​ที่ยวเมืองโคโมนี่มีสองวิธีค่ะ​ วิธีแรก​คือขับรถเปิดประทุนรอบทะเลสาป (หรือปิดประทุนก็​ได้หากไม่มีรถเปิดประทุน) ​เพื่อชม​ความงามให้ทั่วถึงทุกจุด แล้ว​ก็แวะเดินเ​ที่ยว​แต่ละเมืองตามอัธยาศรัย ​จะกินกาแฟ กินข้าว ซื้อของ ถ่ายรูป เ้ข้าพิพิธภัณฑ์ ขึ้น​รถไต่​เขาชมวิวบนยอด​เขา ก็สุดแท้​แต่ใจ ร้านอาหาร​ที่นี่ตกแต่งง่ายๆ​ ​และอาหารอร่อย​เป็น​ส่วนใหญ่ สม​กับ​เป็นอาหารอิตาเลียน ​ถ้าสั่งพิซซ่าหรือพาสต้า​จะไม่ผิดหวัง ​แต่ของกินอย่างหนึ่ง​​ที่ขึ้น​ชื่อ ​คือ ปลาเค็มย่างแห้งค่ะ​ เรียกว่า Missoltino ปลา​ที่นำมาทำเค็มนี้​เป็นปลาจากทะเลสาปหน้าตาใกล้เคีึยง​กับปลาซาร์ดีน กิน​โดยโรยน้ำมันมะกอก​และน้ำส้มสายชูไวน์แดง หรือ​เอาคลุก​กับเส้นพาสต้า หรือทาน​กับ แป้งข้าวโพดอบ​ที่เรียกว่า โพเลนต้า (Polenta)

คลิกดูภาพขยาย


การท่องเ​ที่ยวอีกแบบสำหรับคนไม่มีรถ หรือมี ​แต่ไม่อยากขับก็​คือ ขึ้น​เรือเฟอร์รี่ ค่ะ​ ​ส่วนใหญ่ออกทุกครึ่งหรือหนึ่ง​ชั่วโมง จากเมืองหนึ่ง​​ไปอีกเมืองก็ประมาณสิบยี่สิบนาทีเท่านั้น​ หากไม่​ได้ข้ามจากตอนใต้​ไปตอนเหนือ จากนั้น​ก็เดินเ​ที่ยวใน​แต่ละเมือง ก่อนมาจับเรือเ​ที่ยวต่อ​ไป เ​ที่ยวแบบนี้​จะสนุกกว่า ​และ​ได้เห็น​ความสวยงามของโคโม่จากกลางน้ำ มอง​ไป​ที่ชายฝั่งค่ะ​

แม่บ้านกลับมาแล้ว​ก็ยังฝันอยากกลับ​ไปเ​ที่ยวอีก ​แต่​ต้องรอเก็บเงินก่อนค่ะ​

พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ​

แม่บ้านช่างเ​ที่ยว

 

F a c t   C a r d
Article ID S-266 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน ทะเลสาปโคโม่ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๘๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-1296 ], [210.86.188.3]
เมื่อวันที่ : ๐๒ ก.ค. ๒๕๔๗, ๐๘.๑๑ น.

"มีสายลมพัดอ่อนโยนเหมือนเสียงกระซิบของคนรัก" สำนวนเขียนคุณรจนา ไพเราะ กลมกล่อม เหมือนเสียงร้องเพลงของคุณชายถนัดศรีฯ ​​ที่ลุงเปี๊ยกเชื่อว่า คุณชายเธอร้องเพลง​​เพราะ ​​เพราะเธอมี​​ความสุข ประกาย​​ความสุขจึงหลั่งไหลออกมา​​เป็นน้ำเสียงชวนฟัง ไพเราะ​​โดยธรรมชาติ

อ่านงานเขียนชิ้นนี้ของคุณรจนา ณ เจนีวา ​​ได้​​ความรู้สึกชนิดเดียวกัน ​​เพราะสื่อผ่านประกาย​​ความสุขออกมาจากข้างในเหมือนกัน

ผู้อ่านอย่างผม พลอย​​ได้รับ​​ความสุขจากผลงานนี้ด้วย ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนา ณ เจนีวา [C-1316 ], [62.202.168.217]
เมื่อวันที่ : ๐๙ ก.ค. ๒๕๔๗, ๑๖.๐๐ น.

ลุงเปี๊ยกคะ​​
ขอบคุณสำหรับคำชม​​ที่เหมือน "การขานรับ​​และ​​กำลังใจอันอบอุ่นจากหมู่มิตร" ค่ะ​​ ผู้อ่านมี​​ความสุขใจ ผู้เขียนก็พลอยมี​​กำลังใจ​​ไปด้วย
​​จะตั้งใจเขียนต่อ​​ไป​​เพื่อแฟนๆ​​ค่ะ​​ อาจ​​จะเพิ่ม​​ความหลากหลายในเรื่อง​​​​ที่เขียนให้มากขึ้น​​ด้วย
ขอบคุณค่ะ​​
รจนา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น