นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #28
ปักษิณ
...วันพฤหัสบดีขึ้น​ ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๗.๐๐ นาฬิกา การสืบสวนสอบสวนคดีขุนจาม ผ่าน​ไปอย่างน่าตื่นเต้น ท่ามกลางคณะสื...

ตอน : อวสานขุนจาม

วันพฤหัสบดีขึ้น​ ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๗.๐๐ นาฬิกา
การสืบสวนสอบสวนคดีขุนจามผ่าน​ไปอย่างน่าตื่นเต้น ท่ามกลางคณะสืบสวนสอบสวน​ที่​เป็น​ทั้งผู้ดู​และผู้ฟังต่างก็ร่วมลุ้นกันอย่างใจหายใจคว่ำ

เจ๊กทู้ผู้อารมณ์ดียก​เอาข้าวต้มปลาหม้อใหญ่ส่งกลิ่นหอมฉุยชวนน้ำลายไหล มา​พร้อมหมวยเกี้ยลูกสาว​และชาวบ้าน​ที่​เป็นลูกมือช่วยยกหม้อบัวลอยน้ำขิงมาช่วยบริการอีกสองคน ทำให้บรรยากาศ​ที่​กำลัง​จะถึงขั้นตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย​เมื่อกระเพาะ​ได้ทำการย่อยอาหารตามปกติ

รอจนเจ๊กทู้​และคณะจาก​ไปอีกครั้งหนึ่ง​ การสอบสวนก็เริ่มต้นต่อจาก​ที่ค้างอยู่​ทันที

"ไหนพี่บรรจงว่าอย่างไร ​จะพาผม​ไปดูเครื่องทองหยอง​ที่ว่านั้น​​ได้หรือยังล่ะครับ​ หรือว่ากลัวผม​จะหักคอกดราคา?" นายสอนแย็ปต่อเรื่อง​เดิม

"ไม่​ต้องมาพูด​กับกูไอ้จอมกะล่อน เ​ที่ยวป้ายขี้โยน​ความผิดให้คนอื่นรับเคราะห์แทน กูว่ามึงนั่นแหละ​​คือไอ้ขุนจามจอมฟันกบาลมนุษย์คนนั้น​ ผู้กองครับ​ผมว่ามันนี่แหละ​ครับ​​คือตัวการ มันถึง​ได้แอบแฝง​เอามีด​และขวานทำที​เป็นมาค้ามาขายของเก่า ถุย..​ที่แท้ก็ไอ้มหาโจรจอมกะล่อน เ​ที่ยวปลิ้นปล้อน​ไปวันๆ​"

"จุ๊ย์..ๆ​..ๆ​..แตกคอกันเสียแล้ว​ เวรแท้ๆ​พวกชอบเฉาะกบาลมนุษย์นี่ ยังไม่ทันไรกรรมตามทันเสียแล้ว​กระมังวะ?" ผู้ใหญ่เต้หัน​ไปพูด​กับทิดแร่สารวัตรกำนัน

"เรายังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด โทษ​ใครคนใดคนหนึ่ง​​ไป ​ถ้าถูกก็ดี​ไป ​แต่​ถ้าไม่ถูกมัน​จะ​เป็นบาปติดตัว​ไป แล้ว​อีกอย่างมัน​จะหวนกลับ​เอามาเล่นเรา​ได้นะครับ​" ทิดแร่ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

"​ที่ผมพูดมา​ทั้งหมดนี้​เป็น​ความจริง​ทั้งสิ้น ผมเองไม่​ได้​เป็นญาติทางเมียพี่บรรจงอะไร​เลย​ ​เป็นสิ่ง​ที่เราสองคนอุปโลกน์กันขึ้น​มา​ทั้งนั้น​"

ครั้นนายสอนพูดมาถึงตอนนี้ทำให้คณะ​ที่มาร่วม​เป็นพยานในการสอบสวนคดีขุนจามจอมสังหารโหดในครั้งนี้ ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาโจทย์ขานกันจนฟังไม่​ได้สรรพ จนกระทั่งนายร้อยตำรวจเอกยุทธนาเป่านกหวีดให้สัญญาณนั่นแหละ​จึง​ได้สงบลง​ได้

​เมื่อเหตุการณ์​เป็นปกติแล้ว​ผู้กองหนุ่มหัวหน้าสถานีตำรวจบ้านลำกระเฉดแห่งนี้จึง​ได้ประกาศให้ทุกคน​ได้ทราบ​ความจริง​ทั้งหมดว่า

"ผมขอประกาศให้ทุกคนทราบ​ความจริงว่านายสอนพ่อค้าเร่ผู้นี้​คือนายตำรวจกองปราบปรามพิเศษ​ที่ทางการ​ได้ส่งมาทำคดีสังหารโหดนี้​โดยเฉพาะ​เป็นกรณีพิเศษ ​เขา​คือนายร้อยตำรวจเอกไกรสร ศิลาเพชร"

​ทั้งหมด​ที่ผู้กองหนุ่ม​ได้ประกาศ​ความจริงออก​ไป ยิ่งสร้าง​ความประหลาดใจให้แก่ผู้​ที่อยู่​ในห้องสอบสวน ​โดยเฉพาะคณะพรรค ๕ สมย. ​และคณะครู​ทั้งหมดรวมถึงม่ายสาวแก้วตา​และซินแสจี่เคี้ยงต่างพากันอ้าปากหวอ​ไปตามๆ​กัน ​เพราะไม่มี​ใครคาดคิดเลย​ว่านายสอนพ่อค้าเร่ผู้​ที่ทำตัวให้น่าสงสัยว่า​จะ​เป็นฆาตกรขุนจามเสียเองนั้น​ ​ต้องกลับตาลปัตรกลาย​เป็นนายตำรวจกองปราบปรามพิเศษ​ไป​ได้ใน​ที่สุด

​แม้​แต่กำนันอนุกูลเองก็ไม่​ได้ระแคะ​ระคายมาก่อนเลย​ รวม​ความแล้ว​ก็มี​แต่ผู้กองยุทธนาเพียงผู้เดียวเท่านั้น​​ที่รู้เรื่อง​นี้ตลอดเวลามาตั้งแต่แรก ​ที่​เขาเก็บ​เป็น​ความลับเสมอมาก็​เพื่อผลทางคดีเท่านั้น​เอง

"แล้ว​ก็ไม่บอกเสีย​แต่แรก ให้เราหลงผิดคิดว่า​เป็นตัวการเฉาะกบาลคนอยู่​เสียนานนมเน สวัสดีครับ​ผู้กองไกรสร" ทองตีบสันติบาลนอกสังกัดยกมือไหว้พลางเดินเข้า​ไปหาอย่างอารมณ์ดี

"ทีนี้ทุกคนเชื่อ​และ​พร้อม​ที่​จะฟังผมหรือยังล่ะครับ​?" นายตำรวจกองปราบถามยิ้มๆ​

"พวกเราเชื่อคุณแล้ว​ผู้กองไกรสร ทีนี้พอ​จะบอก​ได้หรือยังละครับว่า​​ใคร​คือขุนจามจอมโหดตัวจริง" กำนันอนุกูลตอบแทนผู้​ที่อยู่​ในห้องสอบสวน​ทั้งหมด

"​ได้ครับ​ท่านกำนัน...​ขุนจามฆาตกรจอมโหดผู้นี้ก็​คือ...​" ชายหนุ่มกระพุ่มมือไหว้หันหน้า​ไปทางลุงสิงห์พ่อเสี่ยวของ​เขาพลางพูดว่า

"ขอโทษนะครับ​พ่อ ฆาตกรขุนจามก็​คือ..พ่อสิงห์หรือนายสิงห์ผู้นี้นี่เอง!"

ทันที​ที่​เขาพูดจบลุงสิงห์ก็สะบัดตัวฮึดฮัด เตรียมตัว​ที่​จะป้องกันตัวเต็ม​ที่​เพราะถือว่าตัวเอง​เป็นยอดนักมวยเอก ​เมื่อจ่าสุนทร​และผู้หมู่สมบุญเดินตรงรี่เข้า​ไป​เพื่อ​จะสวมกุญแจมือของ​เขานั้น​ กำปั้นพะเนินหินอันทรงพลังของลุงสิงห์ก็จับเปาะเข้า​ที่กระโดงคางของผู้หมู่ตำรวจหนุ่ม​ที่อายุคราวลูกหงายหลังล้มตึงลง​ไปกอง​กับพื้นอย่างไม่​เป็นท่า

​เมื่อจ่าสุนทรเห็นดังนั้น​ก็กระโดดเข้าล็อกคอเสือเฒ่าทางด้านข้าง หาก​แต่ถูกลุงสิงห์ก้มตัวลง​เอานิ้วทิ่มกระบอกตา จนจ่าสุนทรร้องจ๊ากด้วย​ความเจ็บปวด ​เขารีบปล่อยมือ​ที่รัดคอลุงสิงห์ทันที

หากลุงสิงห์จอมโหดกลับ​ต้องสะดุ้งจนตัวงอ​เป็นกุ้ง ​เมื่อโดนเข่าของ​ใครคนหนึ่ง​​ซึ่งยืนอยู่​ใกล้ตัวอัดเข้า​ที่ท้องตรงลิ้นปี่อย่างถนัดถนี่ เสียงดังบึ๊ก ตามด้วยกำปั้น​ที่กกหูข้างซ้ายอีกที ทำให้ลุงสิงห์เซแซ่ดๆ​ล้มลงนอน​กับพื้นห้องทำตาปริบๆ​อย่างงุนงง

เจ้าของเข่ามหากาฬ​และกำปั้นตะลุมพุกนั้น​​จะ​เป็น​ใคร​ไปไม่​ได้นอกจากไอ้สินเกลอผูกเสี่ยวของ​เขานั่นเอง ​เพราะ​ทั้งคู่ฝึกมวยมาจากสำนักเดียวกันต่างรู้ชั้นเชิงกันอย่างแทบ​จะว่าหมดไส้หมดพุงเลย​ก็​ได้ ลุงสิงห์มองหน้าเสี่ยวรักอย่างน้อยใจ น้ำตาของลูกผู้ชาย​ที่ชื่อไอ้สิงห์คลอเบ้า​เป็นครั้งแรก

ทิดแร่สารวัตรกำนัน​และผู้ใหญ่เต้กระโดดเข้าร่วมวงประกบจับแขนของลุงสิงห์กระทิงเฒ่าไพล่หลัง​และล็อกกุญแจมือจนสำเร็จ


*********


ร.ต.อ.ไกรสร ศิลาเพชร ​ได้แฝงตัวเข้ามา​เพื่อคลี่คลายคดีขุนจามจอมขวานผู้สังหารโหดในรอบหลายสิบปี​ที่ผ่านมานี้ ​เขาบังเอิญมีบิดา​เป็นเสี่ยวรัก​กับลุงสิงห์ขุนจาม ​เพราะลุงสินหรือนายสินรู้ประวัติของนายสิงห์​เพื่อนรักอย่างถ่องแท้ว่า...​

...​​เมื่อสมัยหนุ่มๆ​นายสิงห์นั้น​เคยมีอาชีพเดิม​ที่น่าหวาดเสียวสำหรับคนทั่ว​ไปนั่นก็​คือ นายสิงห์​ได้​ไป​เป็นเพชฌฆาตมือสังหารของโรงฆ่าสัตว์ในการทุบหัวโค กระบือ​และสุกร อยู่​มาครั้งหนึ่ง​นายสิงห์เกิดทุบหัววัวตัวหนึ่ง​แล้ว​ไม่ตายทันที ​เพราะเชือก​ที่ผูกคอเกิดหลุด​และหันหน้ากลับตรงเข้าทำร้าย​โดยขวิดนายสิงห์จนล้มลงสลบ​ไป...​

...​ภายหลัง​เมื่อ​เขาฟื้นขึ้น​มาวัวเคราะห์ร้ายตัวนั้น​ จึงถูกจับมามัด​กับหลัก​เพื่อทุบอีกครั้งหนึ่ง​ คราวนี้นายสิงห์​ได้​ใช้ด้านคมของขวานฟันเปรี้ยงเข้ากลางกะโหลกเต็มแรงจนกะโหลกแยกเลือดไหลโกรก ​เพื่อให้ตายสนิทสมใจนายสิงห์จึงเชือดคอด้วยมีดคมกริบปาดหลอดลมจนสิ้นใจแน่นิ่ง...​

...​ตั้งแต่นั้น​มาพฤติกรรมในการสังหารสัตว์ของนายสิงห์ก็เปลี่ยน​ไป ​โดยเปลี่ยน​เป็นจามด้วยคมขวาน​และเชือดหลอดลมแทนการทุบด้วยค้อนหรือขวาน จนชื่อเสียงเลื่องลือว่าการฆ่าสัตว์ของโรงฆ่าสัตว์​ที่นายสิงห์​เป็นมือสังหารประจำอยู่​นั้น​กระทำทารุณกรรมต่อสัตว์ก่อน​ที่​จะนำมา​เป็นอาหารมนุษย์...​

...​ฉะนั้น​​ต่อมาอีกสองปี​เขาจึงถูกปลดจากตำแหน่งเพชฌฆาตมือสังหาร​เนื่องจาก​เขาไม่มีสมาธิ​ที่​จะสังหารด้วยวิธีทุบธรรมดาอีกต่อ​ไป...​

...​ทำให้ฐานะทางการเงินของนายสิงห์ไม่ค่อย​จะราบรื่นสม่ำเสมอ ​โดยเฉพาะ​กับนางมณฑาภรรยา​ที่ไม่ยอมออก​ไปหาราย​ได้มาเสริม ​ทั้งนี้​เพราะหล่อน​เป็นคนมาจากในเมืองใหญ่ หล่อนอ้างว่าภรรยามีหน้า​ที่เพียงอย่างเดียว​คือหุงข้าว​และทำ​กับข้าวให้สามีกินเท่านั้น​ หล่อนไม่มีหน้า​ที่ในการหาเงินหรือเก็บหอมรอมริบ ​เพราะทุกอย่าง​คือหน้า​ที่ของนายสิงห์​ทั้งหมด...​

...​​เมื่อมาคบ​กับนายก้อน​เพื่อนขี้เหล้า​ซึ่งมาตะเภาเดียวกัน​คือชักหน้าไม่ถึงหลัง​ทั้งตัวนายก้อนยัง​ต้องส่งเสียนางสำรวยม่ายลูกติดอีกครอบครัวหนึ่ง​อย่างลับๆ​...​

...​ทีนี้​เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันเข้าตาจน ขาดเงินขาดทองเข้าจริง ไม่มี​แม้​แต่เงิน​จะ​ไปเชื่อเหล้า​เขามากินมาดื่ม นายก้อนจึงตระบัดสัตย์​ที่ให้ไว้​กับหลวงพ่ออั้น ​โดยร่วม​กับนายเบี้ยว​และนายขอดผู้​ที่เคยร่วมฝังสมบัติด้วยกัน​ซึ่งมี​ทั้งหมด ๕ คน อัน​ได้แก่นายก้อน นายเบี้ยว นายขอด นายแดง​และนายสิน ​ทั้งสามร่วมกันละ​ซึ่ง​ความสัตย์ขุดสมบัติแบ่งกัน​โดย​ได้ร่วม​กับนายสิงห์ด้วยอีกคนรวม​เป็นสี่คนด้วยกัน...​

...​​ต่อมาภายหลังนายก้อน​กับนายสิงห์​ได้วางแผนหักหลังนายเบี้ยว​และนายขอด​โดยหวัง​ที่​จะฮุบ​เอาสมบัติไว้เพียงสองคน นายสิงห์จึงสังหาร​ทั้งคู่ด้วย​ความชำนาญ​คือจามด้วยขวาน​และปาดคอ แล้ว​นำศพ​ไปขุดหลุมฝังไว้อย่างมิดชิดในป่าช้าวัดหนองแข้นั่นเอง...​

...​นายก้อนเกิดหัวดีโลภมากชวนมรรคนายกบรรจง​ไปขุดกรุอีก​แต่ลุงสิงห์สะกดรอยตาม​ไป ​เมื่อรู้ว่านายก้อนตีตัวออกห่าง จึงสังหารเสียด้วยขวาน​และเชือดคอตาม​ความเคยชิน นายบรรจงกลัวตายยอมเข้าพวก​กับลุงสิงห์ ​ทั้งยังยอมรับ​กับลุงสิงห์ว่า​เขารับจ้างนางเปลื้องเมียนายก้อนให้หลอกนางสำเนียง​ไปข่มขืน​เพื่อชิงแหวนพลอยโกเมนเรือนทองดังกล่าว ให้ลุงสิงห์ช่วยกำจัด​พระสังเวียน ​เมื่อนางสาวสำเนียงฟื้นขึ้น​กลางทางโวยวายขัดขืนลุงสิงห์จึงสังหารด้วยขวาน​และเชือดคอตามเคย...​

...​ขากลับมาเดินผ่านศาลเจ้าโพธิ์ไทรเห็นนายสมปอง​กำลังนั่งกินขนมปังอยู่​มีกระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย จึงนึกอยากปล้นชิงทรัพย์เลย​รัดคอจนสลบ​และชิงเงิน​ทั้งหมด​ไปฝังดินไว้​ที่ข้างเสาหงส์​เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานตามเดิม...​

...​มรรคนายกบรรจงนัดแนะ​กับเสืออ่อนให้มาขุดกรุตาม​ที่​ได้ขุดค้างกันไว้วันก่อน​โดยนัดแนะพบกัน​ที่คูน้ำหลังป่าช้า​แต่ก็หักหลัง​โดยบอก​ความลับให้แก่ลุงสิงห์​ได้รับทราบ เสืออ่อนจึง​ต้องพบจุดจบลงด้วยประการฉะนี้...​


*********


๒๐.๓๐ นาฬิกา
ขณะ​ที่จ่าสุนทร​กำลังไขกุญแจมือ ​โดยมีผู้หมู่สมบุญคุมอยู่​ข้างหลัง​เพื่อดันลุงสิงห์ให้ตามหลังมรรคนายกบรรจงเข้า​ไปในห้องขังนั้น​ ​โดยไม่มี​ใครคาดคิดลุงสิงห์ก็หมุนตัวกลับ ผลักตำรวจ​ทั้งสองล้มลงแล้ว​วิ่งกระโจนพรวดพราดลงบันได​ไปอย่างรวดเร็ว

ข้างล่าง​ที่ด้านหน้าโรงพักบ้านลำกระเฉดมีแม่ค้าขายฝรั่งดอง​กำลังยืนเฉาะฝรั่งอยู่​ ลุงสิงห์วิ่งตรงรี่เข้า​ไปแย่งมีดจากมือแม่ค้า จนแม่ค้าวิ่งหนีกระเจิงด้วย​ความหวาดกลัว ลุงสิงห์วิ่งหวนกลับ​ไปทางบ้านหนองแข้เหนือ​โดยถือมีดหราอยู่​ในมือ

นายเหลือมโยกตัวเดินผ่านท่ามกลางหมู่ไม้​และ​กำลังร้องเพลงโปรดอยู่​เสียงดังลั่นเหมือนเคย

"...​จามมะนาโป...​จามมะนาโป
อย่ามาโต...​อย่ามาโต
เดี๋ยวโดนขวานงาม
เดี๋ยวโดนจาม...​จามมะนาโป
จามมะนาโป...​จามมะนาโป...​"

เสียงเพลง​ที่ร้องหยุดชะงักลง​เมื่อรู้สึกว่า​มีคนวิ่งมาข้างหลัง ยังไม่ทัน​ที่นายเหลือม​จะหันหลังกลับ​ไปดูเสียงมีดก็ทิ่มหลังดังจึ๊ก หาก​แต่เพียงแสบๆ​เหมือนมีเลือดออกซิบๆ​

สัญชาติญาณของการป้องกันตัวด้วย​ความเคยชิน นายเหลือมรีบกระชากขวานลูกงามประจำตัวออกมาทันทีอย่างรวดเร็ว ​พอดี​กับ​ที่อีกฝ่ายจ้วงแทงซ้ำมาอีกครั้งหวังเป้าหมายพุงกะทิของนายเหลือม...​

​เป็นจังหวะประจวบ​กับ​ที่นายเหลือมฟาดขวานจามลงกลางกบาลของฝ่ายตรงข้ามอย่างถนัดถนี่...​

โพละ!!

เสียงดังปานทุบกะลามะพร้าว!

ลุงสิงห์ขุนจามจอมโหดหงายหลังล้มตึงลง​กับพื้นถนน ตาเหลือกถลนชักกระตุกก่อน​ที่​จะสิ้นใจเหมือนวัวถูกทุบ มันสมองกระจายเลือดไหลแดงนองพื้นสะท้อน​กับแสงเดือนขึ้น​ ๑๔ ค่ำ​ที่เริ่มทอแสงนวลอร่าม...​..!


***** อวสาน *****

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2645 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน อวสานขุนจาม --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-13976 ], [202.91.18.205]
เมื่อวันที่ : ๑๖ เม.ย. ๒๕๕๑, ๐๗.๒๒ น.

โอ้โฮ.. จบแบบโช๊ะเดียว กระบาลแยกเลย​​

ฮา ๆ​​ สนุกมาก ๆ​​ ครับ​​ลุงปิง ยอดมากเปิดเรื่อง​​ด้วยนายเหลือม จบเรื่อง​​ด้วยนายเหลือม จามมะนาโป...​​ ฮา ๆ​​ เจ๋งจริง ๆ​​ ​​เป็นซีรีส์​​ที่วางตัวละครไว้ครบเครื่องจริง ๆ​​

กุหลาบ ๕ ดอกครับ​​ วู๊.. เจ๋ง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13980 ], [58.10.216.32]
เมื่อวันที่ : ๑๖ เม.ย. ๒๕๕๑, ๑๙.๒๐ น.

ขอบคุณครับ​​ลุงเปี๊ยกสำหรับคำนิยม...​​

ทำให้มี​​กำลังใจ​​ที่​​จะผลิตผลงานในแนวนี้ต่อ​​ไป

ด้วย​​ความนับถืออย่างจริงใจ...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-13984 ], [124.121.116.192]
เมื่อวันที่ : ๑๗ เม.ย. ๒๕๕๑, ๒๒.๑๖ น.

​​และแล้ว​​ ขุนจามของเราก็มาถึงตอนจบแล้ว​​

อิๆ​​ๆ​​ๆ​​ ตอนแรก​​ที่ทาย​​เป็นมรรคนายกบรรจง ผิด​​ไปนิดหน่อย​​ ​​เพราะฆาตกรตัวจริง​​คือ ลุงสิงห์

ตอนแรกว่า​​จะทายอยู่​​เหมือนกัน ​​เพราะมีเค้าลางให้เห็น ตอน​​ที่เปรียบมวยกัน ก็นึกสงสัยอยู่​​ค่ะ​​ ​​แต่ตอนนั้น​​ ยังไม่เห็นแรงจูงใจของลุงสิงห์ แล้ว​​ก็เห็น​​เป็น​​เพื่อน​​กับลุงก้อนด้วย ก็เลย​​ไม่คิดว่า ลุงสิงห์​​จะ​​เป็นฆาตกรตัวจริงค่ะ​​


ชื่อตอนจบ ขอเสนอ...​​.. อวสานขุนจาม หรือ กรรมบันดาล

​​แต่​​ถ้า​​จะให้ดี ลองรอท่านอื่นๆ​​ ดูก่อนก็​​ได้นะคะ​​

มายกนิ้วให้ลุงปิง ด้วยคนค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปักษิณ [C-13988 ], [58.10.216.143]
เมื่อวันที่ : ๑๘ เม.ย. ๒๕๕๑, ๒๓.๓๓ น.

ขอบคุณครับ​​คุณpilgrim​​ที่ช่วยกรุณาตั้งชื่อตอน

"อวสานขุนจาม"

จนครบ​​เป็นตอนสุดท้าย...​​

​​และขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งครับ​​...​​

​​ที่ให้เกียรติติดตามอ่านจนจบครบทุกตอน...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : add [C-14000 ], [125.25.211.84]
เมื่อวันที่ : ๒๑ เม.ย. ๒๕๕๑, ๒๓.๐๕ น.

อุย...​​ สยองน่ากลัว

คุณปักษิณเขียนเรื่อง​​เก่งมากค่ะ​​

"โพล๊ะ!!" นี่คง​​จะไม่มีไม้ตรีนะคะ​​ รวม​​ทั้งคำของลุงเปี๊ยก(​​ที่​​เป็นอักษรต่ำ​​ทั้งหลาย)ด้วยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ปักษิณ [C-14004 ], [58.10.216.239]
เมื่อวันที่ : ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑, ๐๔.๕๑ น.

ขอบคุณอีกครั้งครับ​​คุณadd ​​ที่ช่วยกรุณาตรวจทาน

โพละ!!

แก้ไขแล้ว​​ครับ​​!

ด้วย​​ความนับถือในน้ำใจ...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : Rotjana Geneva [C-14724 ], [85.232.162.246]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๑, ๐๔.๓๒ น.

ติดตามอ่านรวดเดียวจบ ผูกเรื่อง​​เยี่ยมมากค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น