นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #27
ปักษิณ
..."ถึงอย่างไรผมก็ไม่เกี่ยวอยู่​ดีแหละ​ครับ​ ผมบริสุทธิ์ ผมไม่​ได้ฆ่า​ใคร?" มรรคนายกบรรจงร้องคร่ำครวญ "อย่าแก้ตัวเลย​ครับ​ท่านมรรคนายก หลอก​ได้​แม้ก...

ตอน : เผยโฉมหน้าฆาตกร

"ถึงอย่างไรผมก็ไม่เกี่ยวอยู่​ดีแหละ​ครับ​ ผมบริสุทธิ์ ผมไม่​ได้ฆ่า​ใคร?" มรรคนายกบรรจงร้องคร่ำครวญ

"อย่าแก้ตัวเลย​ครับ​ท่านมรรคนายก หลอก​ได้​แม้กระทั่ง​พระสงฆ์องค์เจ้า" ทองตีบสันติบาลนอกสังกัดสำทับส่ง

"ฉะนั้น​คน​ที่สวมชุดหมีขนสัตว์ก็​คือนายสอนอย่างนั้น​ซิ ใช่ไหมทิดจง?" ผู้ใหญ่สมนึกผู้พ่ายรักถามบ้างทำท่าคล้าย​กับอยาก​เอาคืน

"ผมไม่รู้!"

"นายสอนขายของเก่าคง​ต้องมีชุดหมีเหมือนกันแบบนี้ไว้จำหน่าย ​ได้ขายให้​ใคร​ไปบ้างหรือเปล่า?" เสียงกำนันอนุกูลเอ่ยถามนายสอน

"ผมไม่เคยมีชุดเสื้อผ้าแบบนี้จำหน่ายเลย​ครับ​ พวกเสื้อผ้ารองเท้านี่ผมยกเว้นไม่ยอมจำหน่ายหรือซื้อขายเด็ดขาด มีเฉพาะเครื่องมือช่าง​และเครื่อง​ใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันเท่านั้น​เองแหละ​ครับ​ท่านกำนัน"

"อย่าโกหกเลย​นายสอน ผมเฝ้าสังเกตคุณ​กับมรรคนายกบรรจงมาหลายวันแล้ว​ ​แม้​จะไม่​สามารถบอกหรือจับ​ได้ว่าคุณ​คือฆาตกร ​แต่ผมก็เห็นคุณถือขวานวิ่งในตอนเช้า​มืดวันหนึ่ง​ ผมเห็นกระ​จะคาสองตานี่เลย​ทีเดียว ตอน​ที่ผมโผล่ขึ้น​จากคูน้ำในเช้า​วันนั้น​ หลวงพี่สองรูปนี้ท่านยังเห็นคุณใส่เสื้อกล้ามนุ่งกางเกงขาสั้นวิ่งโทงๆ​ ใช่ไหมครับ​หลวงพี่สมชาย​และหลวงพี่บัญชา?" ทองตีบรีบพูดดักคอพลางหัน​ไปถาม​พระภิกษุ​ทั้งสองรูป

"ใช่แล้ว​โยม ​แม้​จะเห็นหน้าไม่ถนัด​แต่สังเกตจากรูปร่างแล้ว​น่า​จะไม่ผิดตัวหรอกครับ​โยมทองตีบ" หลวงพี่สมชาย​เป็นผู้ตอบ

"อาตมาจำ​ได้แม่นในกิริยาท่าทางของคน​ที่วิ่งถือขวานว่าเคยเห็น​ที่ไหน เพิ่งนึกออก​เมื่อมาเห็นหน้าโยมสอนนี่แหละ​ เคยเห็นชัดๆ​วัน​ที่โยมมา​กับทิดจง​เพื่อ​เอามีดกะขวาน​ไปขายให้ครูจำรัสวันนั้น​นั่นเอง" หลวงพี่บัญชาบรรยาย​ความตาม​ที่เพิ่งนึก​ได้

"คงไม่แก้ตัวอีกนะว่าไม่ใช่ตัวนายสอนเอง ​แต่​เป็น​ใคร​ที่มีรูปร่างคล้ายกัน ​เพราะผมเห็นมา​กับตาตัวเองชัดๆ​?" ทองตีบพูดบอกเหมือน​กับ​จะย้ำ

"ผมยอมรับครับ​คุณทองตีบว่า​ที่วิ่งเช้า​วันนั้น​​คือตัวผมเอง ​แต่ผมก็แค่วิ่งจ๊อกกิ้งออก​กำลังตอนเช้า​ตามปกติเท่านั้น​เอง ​ที่เห็นผมถือขวานก็​เพราะผมกลัวฆาตกร​จะจามกบาลผมเหมือนกันผมเลย​พกขวาน​ที่ผมมีติดมือ​ไปด้วย​เพื่อป้องกันตัว"

"​เพื่อป้องกันตัวหรือ​จะ​เอา​ไปฟันกบาล​ใครกันแน่หือนายสอน?"

"ท่าทางผมคงเหมือนขุนจามมากนักนะซีครับ​นี่ ​แต่ผมขอยืนยันว่าผมแค่​ไปวิ่งจ๊อกกิ้งจริงๆ​"

"คุณวิ่งจ๊อกกิ้ง​ไปถึง​ที่ไหนถึงไม่มี​ใครพบคุณอีกในวันนั้น​ วิ่งไวยังกะจรวด ตึ๊กๆ​ๆ​หาย​ไปเลย​มองตามแทบไม่ทัน?"

"ผมวิ่งมาหาผู้กอง​ที่โรงพักบ้านลำกระเฉดครับ​..ในตอนเช้า​วันนั้น​"

"วิ่งมาหาผู้กอง!? จริงหรือครับ​ผู้กอง?" ทองตีบทวนคำ​พร้อม​กับถามด้วย​ความฉงนสนเท่ห์

"จริงครับ​คุณทองตีบ.." ผู้กองหนุ่มยอมรับ

"เอ๊ะ..แล้ว​​เขาวิ่งมาหาผู้กองทำไมล่ะครับ​?"

"แล้ว​ผม​จะเล่าให้ฟังทีหลัง..หมู่สมบุญช่วยลง​ไปตามคน​ที่รออยู่​บนบ้านพักของผมให้ขึ้น​มาบนโรงพักนี้หน่อย​ซิ"

"ครับ​ผม"

​เมื่อนายสิบตำรวจโทสมบุญเดินคล้อยหลัง​ไป นายร้อยตำรวจเอกยุทธนาก็สั่งให้จ่านายสิบตำรวจสุนทรไขกุญแจมือปล่อยตัวนายสอนให้​เป็นอิสระ ทันที​ที่​ได้รับอิสรภาพ​เขาก็เดินตรง​ไปหาทองตีบ​ที่ยืนอยู่​ข้างโต๊ะของกลาง ​พร้อม​กับยื่นมือมาให้จับ สร้าง​ความงุนงงให้​กับทองตีบ​และผู้อื่น​ที่​กำลังมองดูอยู่​ด้วย​ความแปลกใจ

"ขอบคุณมากคุณทองตีบ​ที่หูไวตาไวสนใจ​ไปหมดทุกอย่าง ​ถ้าปราศจากคุณเสียคนคดีนี้คง​จะลงเอย​ได้ยาก" นายสอนกล่าวยิ้มๆ​

"ผมไม่เข้าใจ หมาย​ความว่าอย่างไรนายสอน ผมสงสัยว่าคุณ​คือตัวขุนจามจอมเฉาะกบาลคนนะครับ​?" ทองตีบยืนยันอย่างงุนงงในหัวใจเต็มประดา

"แล้ว​คุณ​จะเข้าใจเองแหละ​ครับ​คุณทองตีบ ​เมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง​ได้คลี่คลายกระจ่างลงแล้ว​ คุณมี​ส่วนสำคัญมากในการสืบหาตัวคนร้ายในครั้งนี้"

"นี่แสดงว่าคุณไม่ใช่ฆาตกรโหดขุนจามนั่นจริงๆ​หรือนายสอน?"

"ไม่ใช่ผมแน่นอนคุณทองตีบ เชื่อผมเถอะครับ​"

"ผมก็ไม่ใช่เหมือนกัน ผม​เป็นมรรคนายกวัด​จะ​ไปฆ่า​ใคร​ได้อย่างไรกัน บอก​เขาหน่อย​ซินายสอนช่วยบอกให้​เขาไขกุญแจมือปล่อยตัวผม​ได้แล้ว​!" มรรคนายกบรรจงตะโกนเสียงดังลั่น

"คุณอาจ​จะไม่ใช่ตัวฆาตกร ​แต่คุณก็มี​ความผิดฐาน​เป็นผู้ร่วมคิดในฆาตกรรมครั้งนี้อยู่​ดี" ผู้กองเอ่ยขึ้น​บ้าง

"​แต่ผมก็เพียงทำตามคำบอกเล่าไหว้วานจากป้าเปลื้องเท่านั้น​ผิดด้วยหรือ?"

"ผิดแน่นอน..​ถ้าเหตุการณ์​ที่คุณทำนั้น​​คือการหลอกให้ผู้อื่น​ไปถูกทำร้าย​และถูกฆาตกรรมเช่นนี้ ผิดอย่างมหันต์ทีเดียวเชียวแหละ​ครับ​"

"ผม​จะ​ไปรู้​ได้อย่างไรว่า​เขา​จะฆ่า​จะแกงกันล่ะครับ​ ผมไม่​ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นอะไร​ด้วยเลย​ ​เป็นแพะรับบาปแท้ๆ​"

"​เป็นแพะรับบาปมัน​ต้องถูกจามกบาลเหมือนอย่างสามคนนั่นซีวะจึง​จะถูก จริงไหมหือผู้ใหญ่สมนึก?" นายตี๋โชเฟอร์สิบล้อจอมโวยคุยเสียงดัง​กับผู้ใหญ่สมนึกผู้พ่ายรัก

"ใช่..อย่างงี้มัน​ต้องถูกเชือดลูกกระเดือกให้เลือดกระฉูดด้วย มันจึง​จะสาสม​กับ​ความผิด​ที่กระทำ" ผู้ใหญ่ผู้พ่ายรักผสมโรง​เอาคืนอย่างคะนองปาก


*********


ยังไม่ทัน​ที่​ใครทัน​จะกล่าวสิ่งใดต่อ​ไป ก็ปรากฏว่าผู้หมู่สมบุญ​ได้พาชายคนหนึ่ง​ก้าวเข้ามาในห้องสอบสวน ชายผู้นี้มีผมสีดอกเลาประปรายใบหน้าคมเข้ม​แม้​จะล่วงเลย​เข้าสู่วัยชราแล้ว​ หาก​แต่ท่าทางยังดูกระฉับกระเฉงแข็งแรงสำหรับคน​ที่อายุเลย​หกสิบ

ทันที​ที่แลเห็นใบหน้าของชายผู้​ที่เข้ามาใหม่ ลุงสิงห์ถึง​กับอ้าปากค้างอย่างลืมตัว แกขยี้ตา​เพื่อให้แน่ใจว่าไม่​ได้ตาฝาด​ไปแน่ กระพริบตาถี่ยิบก่อน​ที่​จะเอ่ยถามชื่อออก​ไปดังๆ​จนคน​ที่อยู่​ในห้องสอบสวนต่างพากันหันหน้ามุ่งสายตามองดิ่งตามกันตรงมายังชายสูงอายุผู้มาใหม่​เป็นจุดเดียว

"ไอ้สิน..ไอ้สินใช่ไหมวะนั่น?"

"เออ..ข้าเองไอ้สิงห์​เพื่อนยาก!"

คน​ทั้งสองต่างโผผวาเข้าหากันด้วย​ความดีใจ​ที่ไม่​ได้เจอกันเสียนาน ต่างคนต่างตบหลังตบไหล่กันด้วย​ความปิติยินดี

"​ไปยังไงมายังไงวะนี่ไอ้สิน ​แต่..​แต่ว่าเอ็งตาย​ไปแล้ว​นี่หว่า เอ็ง​เป็นผีมาหลอกข้าใช่ไหมวะนี่?"

"ข้ายังไม่ตายดอกไอ้สิงห์ ​ถ้าข้าตาย ข้า​จะมายืนคุย​กับเอ็งอยู่​นี่​ได้ยังไงวะ?"

"อ้าว..ก็ไหนไอ้สอนลูกชายเอ็งมันบอกว่าเอ็งตายแล้ว​นี่หว่า!"

"ไอ้หนู..เอ็งบอกไอ้สิงห์​ไปอย่างนั้น​จริงๆ​หรือวะ?" นายสินหันมาถามลูกชาย

"ครับ​พ่อ ผมบอกพ่อสิงห์​ไปอย่างนั้น​จริงๆ​ครับ​"

"งั้นเอ็งก็จงมากราบขอโทษ​เขาเสียซีวะ มานี่ไอ้หนู..มากราบ​เขาเสียดีๆ​ ​เขา​จะ​ได้อโหสิกรรมให้เอ็ง"

นายสอนพ่อค้าเร่ตัวดีเดินก้มหน้าเซื่องๆ​มาหาลุงสิงห์ พลางก้มลงกราบลงบนฝ่ามือของลุงสิงห์​ที่ยื่นออกมารับ​พร้อม​กับกล่าวขอขมาลาโทษ​ที่​ได้ล่วงเกิน

"ขอพ่อสิงห์จงยกโทษให้ลูกด้วยเถิด​ที่​ได้ล่วงเกินพ่อเสี่ยว​ทั้ง​ที่ตั้งใจ​และไม่​ได้ตั้งใจ ขอพ่อจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าผู้น้อยด้วยเถิด..สาธุ"

"เออ..ข้ายกโทษให้เอ็งไอ้ลูกชาย ข้า​จะไม่ถือโทษโกรธเ​คืองเอ็งเลย​ ข้ายกโทษให้​ทั้งหมด ขอให้เอ็งจงสบายใจ​ได้ไม่​ต้องห่วงว่าข้า​จะโมโห​ที่เอ็งหลอกข้าให้เชื่อ​ได้อย่างสนิท​เป็นตุ​เป็นตะเลย​ทีเดียว ฮะ..ฮะ..ฮะ..ๆ​..ๆ​"

"ขอบคุณครับ​พ่อสิงห์..ต่อ​ไปผม​จะ​ได้ทำงานด้วย​ความสบายใจ​ที่พ่อ​ได้ยกโทษให้​และไม่โกรธผมอีกต่อ​ไป"

"หมาย​ความว่าอย่างไรวะ ​ที่เอ็งว่า​จะ​ได้ทำงานด้วย​ความสบายใจเนี่ยหือไอ้ลูกชาย?" ลุงสิงห์ทำหน้าฉงน

"ก็หมาย​ความว่า..ต่อ​ไปนี้​ถ้าผมพูดว่ากล่าวล่วงเกินอะไร​แก่พ่อสิงห์อีกพ่อก็​จะไม่ถือโทษโกรธผมอีกยังไงละครับ​"

"เออ..ไอ้สอนเอ็งเข้าใจพูดแท้ๆ​มันช่างถูกใจนักเลงอย่างข้านัก ลูกชายไอ้สินนี่มันแน่ว่ะ ช่างสำบัดสำนวนเหมือนพ่อมันตอนหนุ่มๆ​ไม่มีผิดเลย​โว้ย ให้มัน​ได้อย่างนี้ซีวะลูกเสือไม่ทิ้งลาย ฮะ..ฮะ..ฮ้า" ลุงสิงห์หัวเราะร่วนด้วย​ความถูกใจ

"นี่มันเรื่อง​อะไร​กันล่ะครับ​ผู้กอง ​เมื่อปล่อยตัวนายสอนแล้ว​ก็ปล่อยตัวผมเสียด้วยอีกคนซีครับ​ รำคาญ​จะแย่อยู่​แล้ว​" เสียงมรรคนายกบรรจงบ่น​ที่ถูกปล่อยให้​เป็นหมาหัวเน่าอยู่​คนเดียว​โดยไม่มี​ใครสนใจ

"ท่านมรรคนายก รำคาญอะไร​กันนักหนาเชียว ทีท่านมรรคนายกหลอกให้อีสำเนียงมัน​ต้องทรมาทรกรรมน่ะ ทำไมตอนนั้น​ถึงไม่เห็นท่านมรรคนายกบ่นสักคำ" ทองตีบเอ่ยดักคอ​เพื่อยั่วให้โมโห

"ก็ไม่รู้นี่ว่ามัน​จะ​ต้องถูกฆ่าตาย ไม่น่าเชื่อคารมป้าเปลื้องเล้ย..ซวยแท้ๆ​" มรรคนายกพยายามบ่นให้ออกห่างตัว

"อย่า​ไปมัวโทษป้าเปลื้องเพียงผู้เดียวเลย​ ยอมรับเสียเถิดว่าเรานั้น​มี​ส่วนรู้เห็น​เป็นใจด้วยเต็มประตู"

"​จะให้บอกกี่ครั้งกันแน่ว่าผมบริสุทธิ์ ผมไม่เกี่ยวด้วยเลย​จริงๆ​ครับ​ผู้กอง"

"พี่บรรจงจำ​ได้ไหมว่าเคยบอกผมไว้ว่าอย่างไร?" นายสอนเอ่ยถามมรรคนายกบรรจงผู้​ที่เคย​เป็นนายหน้าช่วยซื้อขายของเก่าให้แก่ชาวบ้านหนองแข้ระยะหนึ่ง​

"เคยบอกว่าอย่างไร เกี่ยว​กับเรื่อง​อะไร​รึนายสอน?"

"ก็เรื่อง​สมบัติของเก่าแก่อย่างไรล่ะ ​ที่เคยบอกผมว่ามีคน​เขา​จะขายให้ อยากให้ผมดู​เพื่อตีราคาค่างวดยังไงล่ะครับ​ จำไม่​ได้แล้ว​หรือ?"

"ผมเคยบอกนายสอนอย่างนั้น​หรือ?" มรรคนายกบรรจงทำหน้าตาตื่น

"ใช่..ยังนัด​กับผมเลย​ว่า​ถ้าผมกลับมาจากการเร่ขายคราวหน้า พี่บรรจง​จะพาผม​ไปดูของกันอย่างไรล่ะครับ​ ตอนนี้ผมกลับมาแล้ว​​และ​พร้อม​ที่​จะ​ไปดู​เพื่อตีราคาตาม​ที่พี่บรรจง​ต้องการแล้ว​ยังไงล่ะครับ​ ​จะพาผม​ไปดูกัน​ได้หรือยัง?"

"ใส่ร้าย..นายสอนใส่ร้ายผมครับ​ผู้กอง อย่า​ไปเชื่อ​เอาอะไร​​ที่ไหนมาพูด นี่แสดงว่า​จะยก​ความผิดให้ผมรับเคราะห์​ไปคนเดียว​ทั้งๆ​​ที่ผมไม่รู้เรื่อง​รู้ราวอะไร​ด้วยเลย​อย่างนั้น​สิ ใช่ไหมนายสอน..ไอ้คนกะล่อน..​ถ้ากูออก​ไป​ได้​จะไม่​เอามึงไว้แน่"

"นี่พี่บรรจงขู่ผมนะครับ​!"

"ไม่​ได้ขู่​แต่กูพูดจริงๆ​ มึงช่างตลบตะแลงนักไอ้กะล่อนเอ๊ย!" มรรคนายกบรรจงสบถออกมาอย่างโกรธจัด


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2644 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน เผยโฉมหน้าฆาตกร --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13983 ], [124.121.116.192]
เมื่อวันที่ : ๑๗ เม.ย. ๒๕๕๑, ๒๒.๑๐ น.

โอ้โฮ ลุงปิงหาย​​ไปซะหลายวันเลย​​ค่ะ​​ แฟนๆ​​ มารอกันตรึม

ตอนนี้ ขอตั้งชื่อว่า เผยโฉมหน้าฆาตกร พอ​​จะไหวไหมคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13987 ], [58.10.216.143]
เมื่อวันที่ : ๑๘ เม.ย. ๒๕๕๑, ๒๓.๑๖ น.

กราบขออภัย​​ที่ทำให้ผู้อ่านรอนาน​​ไปหน่อย​​...​​

"เผยโฉมหน้าฆาตกร"

ชื่อตอนยังคงตั้ง​​ได้ชวนให้น่าติดตามอ่านเหมือนเดิม

ขอบคุณครับ​​คุณpilgrim

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น