นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #50
pilgrim
...เราเดินออกจากปราสาทฮิเมจิ ด้วย​ความรู้สึกสองประการ หนึ่ง​​เมื่อยสุดๆ​ สุดใจขาดดิ้น ​และ สอง หิวจังเลย​ มีอะไร​กินมั่งละเนี่ยแถวนี้...

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (3. แดดยามบ่ายที่สวนโคโค-เอน)

เราเดินออกจากปราสาทฮิเมจิ ด้วย​ความรู้สึกสองประการ หนึ่ง​​เมื่อยสุดๆ​ สุดใจขาดดิ้น ​และ สอง หิวจังเลย​ มีอะไร​กินมั่งละเนี่ยแถวนี้

วันนี้ เพิ่ง​เป็นวันแรกในญี่ปุ่น พวกเราก็เลย​ยังจดๆ​จ้องๆ​ ตะลึงตึงๆ​ ​กับราคาอาหาร​ที่ขึ้น​ป้ายโชว์ไว้ ​พร้อม​กับ​ที่ใจคิดว่า "ทำไมมันแพงอย่างนี้หว่า"

​แต่สำหรับฉัน ​ที่เคยอยู่​ในประเทศ​ที่มีค่าเงินคิด​เป็นปอนด์ละ 70 บาท​มาแล้ว​ ฉันก็ยังคิดว่า ยังไงญี่ปุ่นก็ยังถูกกว่า

​แม้กระนั้น​ เ​ที่ยวนี้ ไม่​ได้​เอาตังค์มาเยอะ ​เนื่องจากถูกหลานปิ๊กสกัด บอกว่า "อาพิล ไม่​ต้องแลกมาเยอะ ผมรับรองว่าแค่นี้พอแล้ว​ นอกเสียจากว่าอาพิล​จะมาช้อปปิ้ง ซื้อข้าวของกลับ​ไป"

วันแรกฉันก็เลย​​ใช้เงินแบบจดจ้องๆ​ กลัวว่ามัน​จะไม่มีเหลือถึงวันสุดท้าย
แถมดูรายการของหลานปิ๊กผิดด้วย

หลานปิ๊กกะงบให้เราคร่าวๆ​ว่า ค่าอาหารเช้า​คนละประมาณ 200 เยน (ประมาณ 60 บาท​) ​ส่วนมื้ออื่นก็ราวๆ​ 1,000 เยน (ประมาณ 300 บาท​)
​แต่ฉันดูผิด ว่าทุกมื้อให้กินแค่ 200 เยน ฉันจึงเกิดอาการเหนียวสุดฤทธิ์ ​เพราะกลัวตังค์ไม่พอ​ใช้ เจออะไร​​ที่แพงเกินกว่า 300 เยน ก็ไม่ยอมซื้อ ​เพราะกลัวเกินงบ

ดังนั้น​ มื้อกลางวัน ฉันจึงบอกน้องเขย​และน้องสาวว่า เรา​ไปหาของกินกัน​ที่ตลาดนัดริมทาง ​ที่เราเดินผ่านมา​เมื่อเช้า​ดีกว่า ​เพราะร้านอาหารมี​แต่ราคาจานละ 500 เยนขึ้น​​ทั้งนั้น​


​เมื่อเดินมาถึงตลาดนัด ก็เจอ​กับพวกเราบางคน​กำลังนั่งรับประทานของขบเคี้ยวใส่กระทงกันอยู่​ จึงเข้า​ไปร่วมวง ​และหาซื้อของ​ที่มีขายตามร้าน​ที่​เป็นแผงๆ​ แถวนั้น​มากินบ้าง

​ที่ตลาดนัดแห่งนั้น​ บรรยากาศดีมาก อากาศเย็นสบาย แดดออกจัดจ้า ​และมีต้นไม้เปลี่ยนสี ขึ้น​​เป็นแนวเหลืองลออ

หลานปิ๊กบอกว่า นี่​คือเทศกาลเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ร่วง ช่างน่ารักเสียจริง

คลิกดูภาพขยาย


ฉันซื้อลูกชิ้นปลาท่อนยาวๆ​ คล้ายๆ​ หื่อก้วยบ้านเรามากิน ​แต่​ที่ญี่ปุ่น​เขามีหลายแบบ เช่น ทำจากปลาหมึก ทำจากหมู ทำจากมันเทศ แครอท มีหลากหลายมาก
รสชาติอร่อย จนอยากกินอีกท่อน ​แต่​เมื่อคิดว่ามันเกินงบ ก็​ต้องอดใจไว้

ตอนนั้น​ก็คิดว่า กินๆ​​ไปก่อน ไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่หรอก ขืนกินให้อิ่ม ก็เปลืองงบแย่..แหะๆ​ๆ​ๆ​ๆ​

ฉัน​เป็นกังวลถึงงบประมาณ เลย​เอ่ยปากถามน้องเขยว่า ตาปิ๊กให้เรากินแค่มื้อละ 200 เยน ​จะไหวเหรอ มันไม่อิ่มเลย​อ้ะ สงสัยคง​ต้องกลับ​ไปกินมาม่า​ที่โรงแรมทุกเย็นแน่เลย​

อ้อ...​ลืมเล่า​ไปว่า เ​ที่ยวนี้ ฉันขนมาม่า โจ๊กซอง ​และน้ำพริก​ไปกินเพียบ ​เพราะกะ​จะประหยัด ไม่อยาก​ใช้ตังค์เยอะ

​ถ้าท่านผู้ใด คิด​จะ​ไปเ​ที่ยวต่างประเทศ​และไม่อยากจ่ายเงินค่าอาหารเยอะ ขอรับประกันค่ะ​ ว่าอาหารสำเร็จรูปพวกนี้ ​จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋า​ได้เยอะมาก ​ถ้าไม่รังเกียจว่ามัน​เป็นของถูก ​และอาจมีรสชาติไม่ถูกปาก

​แต่สำหรับฉัน บะหมี่สำเร็จรูป เคยช่วยชีวิตมาหลายครั้ง ​โดยเฉพาะ ​เมื่อยามเดินทาง​ไปต่างประเทศ แล้ว​หาของเผ็ดๆ​ กินไม่​ได้ ก็​ได้ "มาม่า" ช่วยแก้เลี่ยนมา​ได้หลายครั้ง

​และสำหรับนักเรียนไทยแถวเมือง​ที่ฉันเรียน บะหมี่สำเร็จรูป ถือ​เป็นของรัก ของหวง ​ที่ไม่จำ​เป็นไม่เคยเรียก​ใครกิน ​เพราะมัน​เป็นของหายาก

ตอน​ที่ฉันเรียนอยู่​อังกฤษ เวลากลับมาเยี่ยมเมืองไทย ของ​ที่พวกเราซื้อติดกลับมาอังกฤษ กันเต็มกระเป๋า แทบทุกคน ก็​คือ บะหมี่สำเร็จรูปรสต่างๆ​ ​โดยเฉพาะ รส​ที่ไม่มีขาย​ที่อังกฤษ

บะหมี่สำเร็จรูป​ที่มีขายในเมือง​ที่ฉันอยู่​ ​จะมี​แต่รสหมูสับ​กับต้มยำกุ้ง ​แต่พวกเรา​ที่สรรกิน มัก​จะอยากกินรสจำพวก เยนตาโฟ เป็ดพะโล้ น้ำตก พริกไทยดำ ประมาณนั้น​

​และราคาขาย​ที่อังกฤษ บะหมี่หนึ่ง​ซองก็ตกราวๆ​ เกือบยี่สิบบาท​ (ขณะ​ที่เมืองไทยขาย ซองละ 5 บาท​)
แถมบางรสหาไม่​ได้ เห็นไหมคะ​ ว่ามันสมควร​เป็นของรัก ของหวง

ดังนั้น​ ​ไปญี่ปุ่นเ​ที่ยวนี้ ฉันจึง​ได้นำของรักของหวงของฉันติดตัว​ไปด้วย

น้องเขยฉัน​ได้ยินฉันเปรย ก็เลย​บอกว่า"มื้อละ 200 เยน นั่นแค่มื้อเช้า​นะครับ​ ​เพราะ​เขา​จะให้เรากินง่ายๆ​ ​ส่วนมื้อกลางวัน มื้อเย็น ​เขาให้เรามื้อละ 1,000 เยน"

พอฉัน​ได้ยินดังนี้ก็ตบมือด้วย​ความดีใจ
...​เย้...​เรา​จะไม่ผอมแล้ว​ 1,000 เยน กิน​ได้ตามสบายเลย​ โถ หลงสงสารพยาธิในท้องเสียแทบแย่ ว่าคราวนี้มัน​จะ​ต้องมาอดแห้งอดแล้ง

อิ่มหนำจากอาหารมื้อกลางวัน พวกเราก็เริ่มออกเดิน​ไป​ที่จุดหมายใหม่ ​คือ สวนโคโคเอน ​ที่อยู่​ติด​กับปราสาทฮิเมจิอีกด้านหนึ่ง​นั่นเอง

ทางเข้าสวน​แต่ละชั้น
คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย


สวนโคโค-เอนในยามบ่ายสวย​และสงบมาก พวกเราเดินผ่านประตูทางเข้า ฉันเห็นมีหนังสือภาพถ่ายในสวนขาย ก็เลย​หยิบหนังสือชูให้เจ้าหน้า​ที่​ที่เฝ้าประตูดู ว่าฉันอยากซื้อเล่มนี้

เจ้าหน้า​ที่ก็ค้อมคำนับ แล้ว​บอกว่า "ไฮ่" ​ซึ่งหมายถึงอาการตอบรับ ว่า​กำลัง​จะหยิบหนังสือมาให้ฉัน แล้ว​มารับเงินจากฉัน​ไป
เวลา​เขาพูดคำว่า "ไฮ่" นี้ เสียงมันพ้อง​กับคำว่า "ให้" ของภาษาไทยมาก

ทำให้ฉันอดคิดในเวลาต่อๆ​ มาไม่​ได้ว่า "บอกว่า "ให้" แล้ว​ทำไมมา​เอาเงิน​ที่เราทุกทีเลย​ฟะ...​ฮ่าๆ​ๆ​ๆ​ๆ​"

ออกนอกลู่นอกทาง​ไปหลายลี้แล้ว​ กลับมาชมสวนกันต่อดีกว่า

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย


สวนโคโค-เอน นี้​เป็นศิลปะของการจัดสวนตามสไตล์ญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ ภายในสวนใหญ่แบ่งออก​เป็นสวนย่อยๆ​ ถึง 9 สวน

ภูมิทัศน์ของสวนหลักๆ​ ก็ประกอบด้วย สระน้ำ​ที่มีปลาคาฟแหวกว่ายในลำธาร ต้นไม้ น้ำตก สวนไผ่ สวนสน สวนดอกไม้​และศาลาริมสวน
​ที่สำคัญ สวนแห่งนี้ มีศาลาชงชา ​ที่สาธิตวิธีชงชาแบบญี่ปุ่นขนานแท้​และดั้งเดิมด้วย

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


เราเดินชมสวนโดโค-เอน จนเย็น เกือบ​ได้เวลา​ที่นัด​กับหลานปิ๊ก​เอาไว้​ที่สถานีรถไฟ ก็เลย​ออกจากสวน เดินกลับสถานีรถไฟ แล้ว​ก็นั่งพักกัน​เป็นระยะๆ​ ​พร้อมเข้าห้องน้ำ ด้วย​ความ​เมื่อยขบ ​ที่เดินย่ำเท้ากันมา​ทั้งวัน
เราเดินอออกมาอีกทาง ก็เลย​เจอตลาดนัดต้นไม้ยามเย็น มีไม้น่ารักๆ​สวยงามมากมาย​ ​แต่เสียดาย แสงไม่ค่อยพอ​จะถ่าย

คลิกดูภาพขยาย


มีลูกตะปุ่มตะป่ำ

คลิกดูภาพขยาย


ขากลับเดินตัดเข้าย่านช็อปปิ้งเซนเตอร์ของฮิเมจิ เลย​ถือโอกาสเดินสำรวจร้านค้าเสียด้วย

คลิกดูภาพขยาย


​ที่ญี่ปุ่นนี้ ​จะมีร้านค้าขวัญใจทัวริสต์ไทยอยู่​แห่งหนึ่ง​ ​ซึ่งมีกระจาย​ไปทั่วเมือง ​คือร้าน 100 เยน นั่น​คือ ของทุกอย่างในร้าน​จะขายราคา 100 เยน ​และบวกภาษีอีก 5 เยน

ก็มี​ทั้ง ของ​ใช้กระจุก กระจิก ขนม ของกินเล่น สมุด ดินสอ เครื่องครัวเล็กๆ​ ดูๆ​แล้ว​ ก็น่าซื้อดีเหมือนกัน

ฉันซื้อสมุดมา​ได้เล่มหนึ่ง​กะ​จะ​เอามาทำสมุดบันทึกการเดินทาง

จากนั้น​ เราก็เดินมาถึงชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟ ​ที่​เป็นศูนย์อาหาร เลย​ถือโอกาสกินอาหารเย็นเสียเลย​

น้องเขย น้องสาว แยก​ไปกินราเม็ง บะหมี่ญี่ปุ่น
​ส่วนฉัน​กับพี่เนย นั่งกินทาโกะยากิ หรือขนมครกญี่ปุ่นกัน

ตอนแรก ฉันไม่​ได้สั่งทาโกะยากิ ​แต่สั่งสปาเก็ตตี้ ​แต่ทำไมตอนรับของแล้ว​จ่ายตังค์มันกลาย​เป็นทาโกะยากิก็ไม่รู้ ​จะพูดกันก็พูดไม่รู้เรื่อง​ ​เพราะคนขายพูด​ได้​แต่ญี่ปุ่น ​แต่เราพูด​ได้​แต่ไทย​กับภาษาปะกิด

ก็เลย​​ต้องนั่งกินทาโกะ ยากิ​ไปตามสภาพ ​แต่มื้อนี้ ไม่ค่อยอร่อยเท่า​ที่ควร

จากนั้น​ เราก็ขึ้น​รถไฟกลับเกียวโตกัน กลับมาเกียวโต ฉันก็เลย​มากินบะหมี่สำเร็จรูป​ที่​เอามาจากเมืองไทยเสียหนึ่ง​ห่อ ​เพื่อแก้เลี่ยนจากทาโกะยากิ
นี่ฉัน​จะ​ไปรอดไหมเนี่ย...​.แค่อาหารเย็นมื้อแรก ก็เลี่ยนซะแล้ว​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2642 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (3. แดดยามบ่ายที่สวนโคโค-เอน) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๙๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงปิง [C-13981 ], [58.10.216.32]
เมื่อวันที่ : ๑๖ เม.ย. ๒๕๕๑, ๑๙.๓๔ น.

ชมภาพ "สวนโคโค-เอน" แล้ว​​ช่างสวย​​และดูสุขสงบสมจริงตามคำบรรยาย...​​

ไม่​​ต้องบอกก็รู้ว่าผู้อุปถัมภ์รายการ​​คือ "มาม่า"...​​ไฮ่..(ให้?)..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-14391 ], [83.189.153.38]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ก.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๕๕ น.

สวยจริง ๆ​​ ค่ะ​​ พิล เห็นแล้ว​​อยาก​​ไปเ​​ที่ยวมาก

รจก็ชอบมาม่ารสเย็นตาโฟ (เส้นหมี่ขาว) เหมือนกันเลย​​...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น