นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #19
ปักษิณ
...วันพุธขึ้น​ ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๔.๐๐ นาฬิกา หนุ่มสมปองรู้สึกประหลาดใจ ครามครัน​ที่จู่ๆ​กำนันอนุกูลก็โผล่เข้ามาที...

ตอน : ไหวตัว

วันพุธขึ้น​ ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๒๔ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๔.๐๐ นาฬิกา
หนุ่มสมปองรู้สึกประหลาดใจครามครัน​ที่จู่ๆ​กำนันอนุกูลก็โผล่เข้ามา​ที่บ้านของนายแดง​ซึ่งขณะนั้น​ไม่อยู่​บ้าน สารภีน้องสาว​และโสภาแม่เลี้ยงของ​เขาก็ไม่มี​ใครอยู่​บ้านด้วยเช่นเดียวกัน ​เพราะ​ทั้งคู่เดินทางเข้าตลาดในเมืองกันตั้งแต่เช้า​​และยังไม่มีทีท่าว่า​จะกลับ

สมปองรู้จักท่านกำนันอนุกูลดี ​ทั้งนี้​เพราะนายแดงบิดาของ​เขา​ได้พา​ไปฝากเนื้อฝากตัวให้กำนัน​ได้รู้จักตั้งแต่วันแรก​ที่พบกัน

"สวัสดีครับ​ท่านกำนัน มาหาพ่อหรือครับ​?"

"ฮื่อ!..ลุงแดงอยู่​หรือเปล่าล่ะ?"

"ไม่อยู่​ดอกครับ​ พ่อ​ไปธุระ​กับท่าน​พระครูตั้งแต่เช้า​ยังไม่กลับเลย​ครับ​"

"เออนี่นายสมปอง วัน​ที่นายถูกปล้น​ที่ข้างศาลเจ้าโพธิ์ไทรนั้น​ นายเคยเห็นของสิ่งนี้บ้างหรือเปล่า?"

"ของอะไร​ครับ​?"

"ของชิ้นนี้มีคนเห็นหล่นอยู่​บนพื้นดินข้างศาลเจ้าโพธิ์ไทร​ที่นายนอนหลับอยู่​ตอนถูกตำรวจจับ​ไปสอบสวนวันนั้น​น่ะ ช่วยดูให้หน่อย​ซิว่าของสิ่งนี้เนี่ย​เป็นของนายสมปองหรือเปล่า?"

พูดจบกำนันอนุกูลก็หยิบ​เอากล่องพลาสติกเล็กๆ​คล้ายกล่อง​พระเครื่อง ​ที่ห่อ​เอาไว้ด้วยกระดาษชิ้น​กำลังพอเหมาะ​กับกล่อง ​เขาคลี่กระดาษเปิดฝากล่องพลาสติกให้ชายหนุ่มดูสิ่งของ​ที่อยู่​ภายใน

สมปองมองเห็น​เป็นแหวนพลอยโกเมนสีแดงเข้มเรือนทองงดงามสุกปลั่งอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนเลย​ในชีวิต!

ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางพูดว่า

"อย่าว่า​แต่แหวนสวยวงนี้เลย​ครับ​ ทองเท่าหนวดกุ้งชั่วชีวิตของผมก็ไม่เคยมีไว้​เป็นสมบัติเหมือน​กับคนอื่น​เขา"

"นายรู้ไหมว่าแหวนวงนี้​เป็นของ​ใคร?"

"ไม่ทราบครับ​กำนัน​แต่ไม่ใช่ของผมแน่นอน"

"นายเคยเห็นแหวนวงนี้มาก่อนหรือเปล่า ผม​ต้องการ​ความจริง?"

"ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย​ครับ​ จนกระทั่งกำนัน​เอามาให้ดูนี่แหละ​​เป็น​ความสัตย์จริงครับ​"

"เห็นทีนาย​จะ​ต้อง​ไปแก้ตัวอีกรอบ​ที่โรงพักแล้ว​ล่ะนายสมปอง ​เพราะว่าแหวนวงนี้​คือแหวนของสาวสำเนียง​ที่หาย​ไปในวัน​ที่เธอถูกฆาตกรรม"

สมปองตกตะลึงหน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือด ​เขามองหน้ากำนันหนุ่มด้วยดวงตาละห้อยคล้าย​กับ​จะขอ​ความเมตตา

"หมาย​ความว่ากำนัน​จะจับผมส่งตำรวจอีกหรือครับ​?"

"เปล่าหรอกสมปอง..เพียง​แต่อยากขอเชิญนาย​ไป​ที่โรงพัก​เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยว​กับแหวนวงนี้เท่านั้น​ ​เพราะคน​ที่พบแหวนวงนี้​ที่บนพื้นดินข้างศาลเจ้า​เขายืนยันว่าเก็บ​ได้ในวัน​ที่เกิดเหตุฆาตกรรม ​ทั้ง​ที่อยู่​ห่างจากจุด​ที่พบศพมาก เราอยากรู้ว่ามันมาหล่นอยู่​​ที่ข้างศาลเจ้าโพธิ์ไทร​ได้อย่างไร นาย​เป็นคนเดียว​ที่อยู่​ใกล้​กับเหตุการณ์​ที่สุดในวันนั้น​"

"ผมไม่รู้​จะบอกอย่างไรใน​เมื่อผมไม่เคยเห็นแหวนวงนี้มาก่อนเลย​ในชีวิต" หนุ่มสมปองตอบแบบยืนกรานกระต่ายขาเดียว

"หรือว่า​เป็นหมีตัว​ที่นายว่ารัดคอนายแล้ว​ทำแหวนหล่นไว้หลังจากสังหารสาวสำเนียงแล้ว​อย่างนั้น​หรือ?"

"ผมไม่ทราบ ​และไม่รู้ด้วยว่ามัน​คือตัวอะไร​กันแน่ มันเหมือน​กับคน​ที่มีขนยาวรุงรัง อีกอย่าง​ที่สำคัญก็​คือผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาของมัน​เป็นอย่างไร ​เพราะผมสลบ​ไปเสียก่อนไม่ทัน​ได้ต่อสู้อะไร​เลย​ ​ได้​แต่ดิ้น​เพื่อ​เอาตัวรอดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น​ ​แต่ก็สู้แรงมันไม่​ได้"

"ฉันว่านาย​ไปแก้ตัวเรื่อง​นี้​ที่โรงพักดีกว่า ในฐานะ​ที่ลุงแดงพ่อของนาย​เป็นคน​ที่น่านับถือมาก​ที่สุดในตำบลบ้านหนองแข้ของเรานี้ ฉันในนามกำนันขอ​เอาเกียรติ​เป็นประกัน​และเชื่อว่านายคง​จะไม่ใช่ฆาตกรโหด ฉัน​จะขอ​เอาตำแหน่งกำนันประกันตัวนายออกมาเองไม่​ต้องกลัวอะไร​​ทั้งสิ้น ​ถ้าเราบริสุทธิ์จริงเสียอย่าง ​ไปกันเถอะเดี๋ยวฉัน​จะกลับมาส่งนาย​ที่บ้านนี้เอง"

"​เอาอย่างนั้น​ก็​ได้ครับ​ท่านกำนัน"

พูดจบนายสมปองหนุ่มพเนจรจากซับไพรวัลย์ก็ก้าวขึ้น​นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของกำนันอนุกูล ​ที่เตรียม​พร้อมอยู่​แล้ว​บึ่งออกจากบ้านเหนือมุ่งตรง​ไปยังสถานีตำรวจภูธรบ้านลำกระเฉดในทันที


*********


๑๗.๐๐ นาฬิกา
ณ บ้านพักครูของครูจำรัส
บรรดาสมาชิก ๕ สมย.ต่างพากันมาอย่าง​พร้อมหน้า​พร้อมตา ​จะมีเพิ่ม​เป็นพิเศษอีกคนหนึ่ง​ก็​คือท่านครูใหญ่อุดมเดชผู้​ซึ่งเลื่อมใสในอุดมการณ์ปล่อยวางของ ๕ สมย. อันสังเกต​ได้จากสุราขาว ๒ ขวด​ที่นอนสงบนิ่งอยู่​ในถุงกระดาษตราหมากรุก​ที่ท่านหิ้วติดท้ายรถมอเตอร์ไซค์มาด้วย

นอกเหนือจากนี้ยังมีดอกกุหลาบสีแดงหอบใหญ่​พร้อมแจกันกระเบื้องเคลือบใบโต​ที่ใส่ถุงหอบหิ้วกันมาพะรุงพะรัง​โดยครูวันเพ็ญเจ้าของรูปร่างอวบอั๋นทรงงามอร่ามตา​และครูสำอางผู้เอวบางร่างน้อย ​ซึ่ง​ทั้งคู่ต่างก็อยู่​ในชุดข้าราชการครู​เพราะเพิ่งเลิกจากการสอนมาหมาดๆ​

สุภาพบุรุษฮ้งคนไม่เต็มเต็ง​แต่​ทว่าเรียบร้อย​​ที่สุดในคณะสมาชิก ๕ สมย.​ได้รับอาสา​เอากุหลาบหอบใหญ่นั้น​​ไปจัดการเด็ดปักแจกันใบเขื่องสีน้ำตาลอมชมพูเคลือบใบนั้น​ด้วย​ความตั้งอกตั้งใจ​ที่​จะให้ประณีตสวยงาม

​เขาตัดขลิบกลีบดอกช่อใบราว​กับนักตกแต่ง​ที่มีฝีมือก็ไม่ปาน!

​เมื่อหนุ่มฮ้งเอียงคอมองจนประทับใจแล้ว​จึงบรรจงยกขึ้น​​ไปตั้งไว้กลางโต๊ะเอนกประสงค์​ที่ปูผ้าพลาสติกลายลูกไม้สีชมพูเตรียม​พร้อมรออยู่​แล้ว​ด้วยสีหน้า​ที่แสดง​ความพึงพอใจอย่างเห็น​ได้ชัดเจน

ทองตีบ​และผู้ใหญ่สมนึกต่างปรบมือให้เกียรติหนุ่มสติบวม​ที่​สามารถทำงาน​ได้ดีเกิน​ความคาดหมายของทุกคน

"ฝีมือไอ้ฮ้งนี่ไม่เบาเลย​ทีเดียว สงสัยว่าในวันงาน​แต่งจริงๆ​​ต้องจองตัวไว้จัดดอกไม้เสียแล้ว​ละกระมังครูจำรัส?"

"ด้วย​ความยินดี​เป็น​ที่ซู๊ด" หนุ่มฮ้งกล่าว​พร้อม​กับโค้งคำนับอย่างสวยงาม

"ไม่น่าเชื่อเลย​ว่าไอ้ฮ้ง​จะมีฝีมือขนาดนี้?" ผู้ใหญ่สมนึกพูดเปรยขึ้น​เบาๆ​

"กินเหล้า​กับมันทุกวันเพิ่งเห็นฝีมือวันนี้นี่เอง!" ทองตีบยอมรับ​โดยดุษฎี

"ตอน​ที่​ไปเลือกซื้อดอกไม้​และแจกัน​ที่ตลาดในเมืองยังไม่คิดเลย​ว่าประดับแจกันแล้ว​​จะสวยสดงดงาม​ได้ขนาดนี้ ฝีมือจัดดอกไม้ของคุณฮ้งเนี่ยเยี่ยมจริงๆ​ขอบอก" ครูวันเพ็ญสาวทรงงามเอ่ยชมออกมาตรงๆ​ ทำ​เอาหนุ่มฮ้งเหนียมอายจนบิดตัวม้วน​ไปมาด้วย​ความขวยเขิน

บรรดาข้าวปลาอาหาร​ที่ตั้งอยู่​ขนโต๊ะล้วนแล้ว​​แต่​ได้รับอภินันทนาการมาจากร้านเจ๊แก้วตา ด้วย​ความยินดีในการฉลอง​ที่​จะประกาศอำลาชีวิตโสด​โดย​จะเริ่มต้นเพลาๆ​เหล้ายาปลาปิ้งลงตั้งแต่วันนี้​เป็นต้น​ไป หลังจาก​ที่หลงทางสำมะเลเทเมามาเสียนาน

​เนื่องจากวันนี้​เป็นวันดีวันพิเศษ ประจวบ​กับแก้วตาพยายามทำตัวให้ว่างเธอจึงควงยอดชายนายจี่เคี้ยงซินแสสุดเลิฟมางานฉลองของครูจำรัสด้วย

จึงเท่า​กับว่า​เป็นการแสดง​ความยินดีกัน​เป็นการภายใน ​เพื่อฉลองชิมลางให้​เพื่อนฝูงคนสนิทใกล้ชิดกัน​ได้มาแสดง​ความยินดีกันล่วงหน้าใน​ความสุขสดชื่น ​ที่​จะมีขึ้น​อีกไม่นานข้างหน้าทีเดียว​พร้อมกันถึงสองงานเลย​ทีเดียว

การเลี้ยงฉลองครั้งนี้​เป็นการเลี้ยงฉลอง​เป็นการภายในดังกล่าวแล้ว​​ระหว่างครูจำรัส​และครูสำอาง​กับ​เพื่อนสมาชิก ๕ สมย.เท่านั้น​มิมีผู้ใด​ได้รับเชิญให้เอิกเกริก

​ส่วนแก้วตานั้น​ยินดีพานายจี่เคี้ยงมาร่วมฉลองด้วย​โดยไม่​ได้บอกกล่าวแก่ผู้ใดเลย​อีกเช่นกัน ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ก็​เพราะว่าเจ๊แก้วตาชอบพอ​และไว้วางใจใน​เพื่อนร่วมแก๊งสมาชิก ๕ สมย.​เป็นพิเศษ

อันว่าวันนี้นั้น​ถือ​ได้ว่า​เป็นวัน​ที่พิเศษสุดของเหล่าบรรดาสมาชิก ๕ สมย. ​เพราะ​ได้มีการกระทำอนุสัญญากันว่า ​จะพยายามดื่มของมึนเมาให้น้อย​ที่สุดในงานคืนนี้ ​โดยบนโต๊ะนั้น​มีตั้งไว้เพียงแค่สองขวด​ที่ครูใหญ่อุดมเดชท่าน​ได้กรุณาพกมาด้วยเท่านั้น​

หมดแล้ว​หมดเลย​!

​ทั้งนี้​เพื่อ​เป็นการสนับสนุนให้งานไม่​ต้องล่มหรือเบี้ยวลงกลางคันอย่างเด็ดขาด ​เพราะทุกคน​ทั้งหมดต่างพากันเกรงใจครูจำรัส​เพื่อนผู้มีน้ำใจมาก​ที่สุดคนหนึ่ง​ของคณะสมาชิก ๕ สมย.

อนึ่ง​เพราะ​ถ้าเจ้าของงานเองเมาหยำเปเหมือนเดิมจนจำสารรูปตัวเองไม่​ได้​และไม่รู้ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​บ้าง ชีวิตนี้คงรันทด​ไปอีกนาน ​และอีกอย่างงานฉลองครั้งนี้ก็คง​จะดูไม่จืดทีเดียวเชียวแหละ​​พระคุณท่าน

คืนนี้โชเฟอร์สิบล้อมาล่ากว่า​เพื่อน ​เพราะมัว​แต่ทำยอดคิวคะแนนเ​ที่ยวส่งหินอย่าง​เอา​เป็น​เอาตาย ทำงานแข่ง​กับเวลา​โดยไม่รู้จักโมงยาม

​ที่​เขามาถึงนั้น​​เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว​ นายตี๋จอมโวยรีบขอโทษขอโพย​เพื่อนฝูง​เป็นการใหญ่

"วันนี้ล่อเสียหกเ​ที่ยว วิ่ง​ระหว่าง​เขางู​กับบ้านโป่งเนี่ยจนแทบ​จะหลับตาขับรถ​ได้เลย​ จำหลุมบ่อ​ได้หมดทุกแหล่งแห่ง​ที่ พรุ่งนี้ก็​ต้อง​ไปต่อ เชื่อไหมว่าบางคนวิ่ง​ทั้งคืนก็ยังมี นั่งหลับคารถ​ไปก็หลายคน ก็​เพราะฝืนทรมานสังขารนี่แหละ​...​สวัสดีครับ​ครูใหญ่"

ประโยคสุดท้าย​เขาหัน​ไปทักทายครูใหญ่ผู้อาวุโสผู้​ซึ่งนั่งเด่นอยู่​หัวโต๊ะ​พร้อม​กับกระพุ่มมือไหว้

"สวัสดีคุณตี๋ ​เอาแรงๆ​นี่สักสองเป๊กซี่​จะ​ได้ทัน​เพื่อน​เขา"

"เห็นที​จะ​ต้องขอตัวละครับ​ครูใหญ่ วันนี้ไม่อยากให้งานเสีย ​เพราะผมรู้ตัวดีว่าผม​จะขาดสติสัมปชัญญะทันที​ที่เมา​ได้​ที่ ไม่รู้ว่าอะไร​ถูกอะไร​ควร อีกอย่างพวกผม​ทั้งห้าคนก็​ได้ตั้งปณิธานกันไว้แน่วแน่แล้ว​ว่า​จะพยายามดื่มให้น้อย​ที่สุดในวันนี้ อะแฮ่ม! ​ถ้าไม่ตบะแตกกันเสียก่อน"

"พวกคุณทุกคนนี่ช่างรักษาคำมั่นสัญญากันเสียจริงนะ ผมเชื่อแล้ว​ละครับว่า​​ความรักพวกพ้อง​ที่ฝังลึกอยู่​ในหัวใจของพวกคุณเนี่ย สุดเกิน​ที่​จะประมาณค่าหรือตี​เป็นราคาออกมา​ได้เลย​ ผมขอชมเชย!"

"ขอบคุณครับ​ครูใหญ่..​แต่พวกเรา" โชเฟอร์จอมโวยหันหน้า​ไปพูด​กับพรรคพวกสมาชิก ๕ สมย.​ที่นั่งฟังอยู่​ "วันนี้มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น​ว่ะ!"

"เหตุการณ์ประหลาดอะไร​ล่ะ?" ทองตีบ​เป็นคนแรก​ที่ซัก

"​คือ​เมื่อตอนกลางวันใกล้เ​ที่ยง ข้าขับรถบรรทุกหินมาถึงด่านหนองตะแคงเห็นกำนันอนุกูลยืนซุบซิบอยู่​​กับตำรวจ พอตำรวจกั้นข้าให้หยุดรถ​เพื่อตรวจของผิดกฎหมาย​และอาวุธ​แต่ไม่​ได้บอกรายละเอียด แถมกำนันแกล้งหันหลังให้ข้า แล้ว​มิหนำซ้ำยังทำ​เป็นมองไม่เห็นข้าเสียอีก"

"เฮ้ย! ​เขาอาจ​จะไม่เห็นเอ็งจริงๆ​ก็​ได้!"

"ไม่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้ คนเห็นหน้ากันอยู่​ทุกวัน ​โดยเฉพาะข้าไม่เคยโดนค้นอาวุธหรือของผิดกฎหมายมาก่อนเลย​นะ​ที่ด่านนี้ ​เพราะรถของข้าวิ่งสายนี้​เป็นประจำแทบ​จะทุกวัน"

"หรือว่า​เขา​จะค้น​เพื่อหาอาวุธของกลางคดีสังหารโหด​ทั้งสามรายนั่น!?"

"อืม.ม! น่าคิดแฮะ พวกเราโดนกันหมดทุกคนไม่เว้น​แม้​แต่ไอ้ฮ้ง"

"มีคนคอยสอดส่องดูพฤติการณ์ของพวกราทุกฝีก้าวมาหลายวันแล้ว​จนข้ารู้สึกอึดอัด​จะแย่อยู่​แล้ว​​ที่จู่ๆ​ก็มีคนคอยมาถามโน่นถามนี่ตลอดเวลา..เฮ้อ!"

"ยังงี้..พวกเรา​จะทำอย่างไรกันดีล่ะ?"

"​เอาอย่างนี้ก็แล้ว​กัน...​." ทองตีบยื่นหน้ามาพูดราวกระซิบ


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2631 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ไหวตัว --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13860 ], [124.121.105.169]
เมื่อวันที่ : ๑๘ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๑๔ น.

ตอนนี้ น่า​​จะ​​เป็น "ไหวตัว" ดีไหมคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13862 ], [58.10.216.142]
เมื่อวันที่ : ๑๙ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๒๐ น.

ดีจังครับ​​ "ไหวตัว"

ขอบคุณครับ​​คุณpilgrjm

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น