นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #48
pilgrim
...มีคนมาชวน​ไปเ​ที่ยวญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายน คน​ที่ชวนก็​คือลูกชายของพี่อ้วน ผู้วายชนม์ ผู้​ที่รักการย่ำโลก​เป็นชีวิตจิตใจ...

ตอน : เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (1. เมื่อชีพจรลงเท้า กระเป๋าก็เริ่มรั่ว)

คลิกดูภาพขยาย


มีคนมาชวน​ไปเ​ที่ยวญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายน
คน​ที่ชวนก็​คือลูกชายของพี่อ้วน ผู้วายชนม์ ผู้​ที่รักการย่ำโลก​เป็นชีวิตจิตใจ

ตอนแรกไม่​ได้คิดตั้งใจ​จะ​ไปญี่ปุ่นเลย​...​ ​เพราะกระเป๋าตังค์ยังฉีก​เนื่องมาจากการเดินทาง​ไปรับปริญญา​ที่อังกฤษ​เมื่อเดือนกรกฎาคม

​แต่หลานปิ๊กบอกว่า ถูกมากๆ​เลย​นะ อาพิล​กับราคาแค่นี้ ​เพราะปิ๊กจัดเองแบบรวมตัวกัน​ไปเ​ที่ยว ไม่​ได้จัด​เป็นทัวร์ เรา​จะ​ไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ในฤดูใบไม้ร่วงกัน...​
..ใบไม้เปลี่ยนสี..วู้..โอ้โฮเฮะ..น่าสน...​น่าสน

ฉันก็เลย​ตอบตกลง​ไป​กับหลานปิ๊กอย่างจิตใจเลื่อนลอย ด้วย​ความอยาก​ไป ในขณะ​ที่ก็คิดถึงเงิน​ที่ยังเหลือในกระเป๋า​ไป​พร้อมๆ​ กัน

​เมื่อต้ดสินใจว่า​จะ​ไปแน่แล้ว​ ​โดยไม่เกรงใจเงินในกระเป๋า หลานปิ๊กก็จัดแจงจอง​ที่พัก ให้ข้อมูลการเดินทางมา​เป็นระยะๆ​

แล้ว​ฉันยัง​ไปชักชวนคนอื่นๆ​ มาเข้าขบวนร่วมหัวจมท้าย​ได้อีก ​ได้แก่น้องสาว น้องเขย หลานชาย ​และ​เพื่อนอีกสองคน

คนหนึ่ง​​คือพี่แจ๊ว ​ที่ฉันบิน​ไปชวนถึงออสเตรเลีย ​ส่วนอีกคนหนึ่ง​ ​คือ​เพื่อนของพี่แจ๊ว​ที่ยังอยู่​​ที่ทำงานเดียวกัน​กับฉัน ​คือพี่เนย

เรานัดเจอกัน​ที่สนามบินสุวรรณภูมิตอนค่ำวันศุกร์ ​เพราะเครื่องบิน​ที่​จะ​ไปสนามบินคันไซ โอซาก้า ​จะออกราวๆ​สี่ทุ่ม

คราวนี้เราบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ​ซึ่งบริการดี​ใช้​ได้ ถูกใจกรรมการค่ะ​

​ที่ว่าถูกใจ ​เพราะคุณแอร์เธอยิ้มจากน้ำใสใจจริง ไม่ใช่ยิ้มเย็นๆ​อย่างกะเจ้าหนี้​จะมาทวงหนี้ผู้​โดยสาร

อยู่​บนเครื่องบิน ฉันก็หลับๆ​ตื่นๆ​ตามเคยค่ะ​

เรามาถึงสนามบินคันไซ ในเขตโอซาก้ากัน​เมื่อยามเช้า​ตรู่ราวๆ​ตีห้า

จากนั้น​ ก็​ต้องผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง แล้ว​เร่งรีบ​ไปซื้อตั๋วรถไฟ Kansai Pass​เพื่อเข้าเกียวโตกัน

กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นก็ค่อนข้างซีเรียส ตรวจ​แต่ละคนนานเหมือนกัน ​โดยเฉพาะสาวๆ​ ​จะตรวจนานมาก​เป็นพิเศษ

ไม่ใช่​เป็น​เพราะ เจ้าหน้า​ที่แกปิ๊งสาวๆ​ หรอกค่ะ​

​แต่แกกลัวว่าคุณสาวๆ​ ​จะเข้า​ไปทำมาหากิน ในบ้านแกต่างหาก
เจ้าหน้า​ที่​แต่ละคนก็หน้าตาราว​กับหน้ากากเสือ ​คือบึ้งตึง ดุดันตามสไตล์ญี่ปุ่น

พวกเราก็ภาวนาให้รอดด่าน​ไป​โดยเร็วเถิด

​เพราะตามกำหนดการปิ๊กบอกว่า ​ถ้าเราซื้อตั๋วรถ​ได้ทันเวลา ก็​สามารถ​เอากระเป๋า​ไปเก็บ​ที่โรงแรม​ที่พักในเกียวโต​ได้ก่อน แล้ว​ค่อยย้อนมาเ​ที่ยว
​แต่​ถ้าซื้อตั๋วไม่ทัน ก็​ต้อง​เอากระเป๋าสัมภาระ​ทั้งหลายเก็บไว้ในตู้ล็อคเกอร์ของทางสถานีรถไฟ แล้ว​ออก​ไปเ​ที่ยวกันเลย​

พวกเราเลย​รีบกันตาหูเหลือก จึงใน​ที่สุดก็ทัน
ก็เลย​นั่งรถไฟสายฮารูกะไลน์ เข้าเกียวโต

รถไฟญี่ปุ่น​เป็นอะไร​​ที่...​วิ่งไวมาก ขนาดไม่ใช่รถไฟชิงกันเซน ​แต่​เป็นรถด่วนพิเศษ special rapid ก็วิ่งกันระเบิดเถิดเทิง หยุดจอดเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้น​

ภายในรถไฟมีช่องให้เก็บกระเป๋าต่างหากตรงบริเวณประตู​และ​ระหว่างตู้รถ คล้ายๆ​รถไฟ​ที่อังกฤษ
​แต่​ความสะอาดนั้น​ต่างกันมาก

รถไฟอังกฤษดูเผินๆ​ ก็สะอาดดี ​แต่บางครั้งเบาะนั่งก็มอมแมม ​เพราะฝรั่งชอบ​เอาเท้าพาดเบาะฝั่งตรงข้าม เวลาไม่มีคนนั่ง

​แต่รถไฟญี่ปุ่น พื้นรถเรียบ​เป็นมันแผล็บ ราว​กับไม่มี​ใครเคยขึ้น​ ราวโครเมียมมันวับ เบาะนั่งสะอาด ​เพราะคนญี่ปุ่น​ส่วนใหญ่สุภาพ คงไม่มีวัฒนธรรมยกเท้าพาดเบาะ

พนักงานตรวจตั๋ว​จะเข้าออก​แต่ละโบกี้ ​จะโค้งคำนับอย่างงาม จนสามัญชนอย่างฉันกระดาก

ฉันนั่งหลับๆ​ตื่นๆ​ ​เพราะยังง่วงนอนค้างจากบนเครื่องบิน ​แต่ก็ทัน​ได้เห็นแสงเรืองรองของ​พระอาทิตย์ยามเช้า​ลอยตัวขึ้น​สู่ฟ้า

คลิกดูภาพขยาย


​และ​ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเหลืองลออข้างทาง ​แต่ด้วย​ความ​ที่รถวิ่งเร็ว ​และไม่มีขาตั้งกล้อง ภาพจึงไหวเบลออย่าง​ที่เห็น

คลิกดูภาพขยาย


สองข้างทาง​เป็นแปลงผัก​และบ้านเรือน​ที่กระจาย​เป็นหย่อมๆ​ ห่างกัน

คลิกดูภาพขยาย


​เมื่อมาถึงสถานีเกียวโต ฉันเริ่มตื่นตระหนก​กับผู้คนมากมาย​ยุ่บยั่บ​ที่เดินกันขวักไขว่ ​และ​พร้อมทุก​เมื่อ​ที่​จะชนคน​ที่มาเก้ๆ​กังๆ​ขวางทาง

คลิกดูภาพขยาย


​เอาละซี...​เราก็​เป็นนักท่องเ​ที่ยวแปลกถิ่นมา ​ความเงอะงะย่อมเข้ามาเยือน


ก็​ต้องคอยระวังตัวกันหน่อย​ อย่า​ได้​ไปขวางทาง​ใคร​เขา​เป็นอันขาด

ขนาดน้องเขยฉัน แกตัวสูงใหญ่ ยังถูกชนซะกระเด็น ​แต่คน​ที่กระเด็นออก​ไป ​คือ คนชน

กลุ่มของเราค่อนข้างใหญ่มีสมาชิกหลายคน จึง​ต้องคอยตามหลานปิ๊กให้ทัน
หลานปิ๊กบอกตั้งแต่ก่อนมาแล้ว​ว่า

หนึ่ง​ สมาชิกของนักท่องเ​ที่ยวกลุ่มนี้​จะ​ต้องมีทักษะในการ​เอาตัวรอดสูง ​เพราะการขึ้น​รถเมล์ รถไฟเ​ที่ยวกันเอง อาจพลัดหลงกัน​ได้ ​เพราะฉะนั้น​ ​จะหลงกันยังไง ก็​จะ​ต้องหาทางกลับโรงแรมให้ถูก

สอง ​ต้องมี​กำลังขา​ที่แข็งแกร่งในการเดิน ​เพราะในการเดินเ​ที่ยว​แต่ละวัน ​จะโหดขนาดหลานปิ๊กจัดระดับไว้ว่า สี่ดาว ห้าดาว...​.

สาม เตรียมรองเท้าคู่​ที่ใส่สบาย​ไป​จะดีกว่าคู่​ที่ใส่แล้ว​สวย ​เพราะเดินโหด ​ถ้าเตรียม​ไปสองคู่ก็ยิ่งดี ​เนื่องจากคู่แรกอาจมีการเดินจนพัง​ได้ในชั่วไม่กี่วัน


ฟังคำขู่ของหลาน ฉันก็พลันหัวหด..โอ้แม่เจ้า...​นี่เรามาเ​ที่ยวหรือเรา​กำลัง​จะมาออกศึกกันนี่

วันแรก พวกเราจึงเดินตามหลานปิ๊กกันต้อยๆ​ เหมือนแม่ไก่​กับลูกไก่ ลากกระเป๋าเดินข้ามถนน​ไปฝากไว้​ที่โรงแรม โรงแรม​ที่พัก​ใช้เวลาเดินจากสถานีเกียวโตราวๆ​ 10 นาที ไม่ไกลมาก

จากนั้น​ จึงออกมาซื้ออาหารเช้า​แบบสำเร็จรูปกินในร้าน Lawson ​ซึ่ง​เป็นร้านท็อปฮิตของญี่ปุ่น ลักษณะคล้ายๆ​ 7-11 บ้านเรา

แล้ว​ก็กลับ​ไป​ที่สถานีเกียวโตอีกครั้ง ​เพื่อขึ้น​รถไฟ​ไปเ​ที่ยวปราสาทฮิเมจิกัน

...​.ศึกซามูไร เวอร์ชั่นพิลกริม​กำลัง​จะเริ่มแล้ว​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2630 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน เที่ยวญี่ปุ่นแบบวุ่นเล็กๆ (1. เมื่อชีพจรลงเท้า กระเป๋าก็เริ่มรั่ว) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงปิง [C-13850 ], [58.10.216.141]
เมื่อวันที่ : ๑๗ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๔.๓๑ น.

ใบไม้เปลี่ยนสีสวยจริงๆ​​
อิจฉารถไฟญี่ปุ่น​​ที่ไม่มีเรือดกัดเหมือนรถไฟบ้านเรา
​​จะรออ่าน ‘ศึกซามูไร’ ต่อ​​ไปครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-13859 ], [124.121.105.169]
เมื่อวันที่ : ๑๘ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๑๒ น.

รถไฟเมืองไทย สุดยอดจริงๆ​​ ค่ะ​​

บางขบวนไม่มีเรือด ​​แต่มีแถมข่มขืนค่ะ​​...​​เศร้าจัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-13905 ], [125.25.157.29]
เมื่อวันที่ : ๓๐ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๘.๒๑ น.

เหอๆ​​ น่าอิ-ฉา คนอาไร้ ชีพจรลงเท้า เ​​ที่ยว​​ได้ตลอด กระเป๋าไม่ฉีกบ้างเลย​​นะ อิอิ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น