นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #5
รจนา ณ เจนีวา
...เหตุ​ที่แม่บ้านเล่าเรื่อง​นายบอนน์ ก็​เพราะอยากให้​เพื่อนๆ​​ได้รู้จักตัวแทนชายชาวพื้นเมืองสวิสฯ​ที่ผันตัวมา​เป็นนักธุรกิจ...

ตอน : ลูกผู้ชายชื่อนายบอนน์ (สอง)

แฟนๆ​คอลัมน์คะ​

เหตุ​ที่แม่บ้านเล่าเรื่อง​นายบอนน์ ก็​เพราะอยากให้​เพื่อนๆ​​ได้รู้จักตัวแทนชายชาวพื้นเมืองสวิสฯ​ที่ผันตัวมา​เป็นนักธุรกิจ​ที่​เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ​ของตนเอง ​และยังคง​ใช้ชีวิต​ส่วนตัว​ที่เรียบง่าย สมถะ ​เป็นตัวแทน​ที่มีชีวิตชีวาคนหนึ่ง​ของประเทศนี้

นายบอนน์​เป็นผู้ชาย (​ที่​ต้องเน้นเพศ ​เพราะในประเทศนี้​เขาให้การยอมรับเพศ​ที่สาม ​และยอมให้มีการ​แต่งงาน​ที่ถูก​ต้องตามกฎหมายของเพศ​ที่สาม -- จั่วหัวเรื่อง​​เอาไว้ให้ท่านอยากอ่านต่อ) ก็เลย​สนใจเรื่อง​เครื่องยนต์กลไก เฝ้าศึกษาหา​ความรู้ในเรื่อง​นี้ ตามประสานักเรียนดี​แต่ยากจน ​ได้​ไป​เป็นเด็กฝึกงานในโรงงาน จนเริ่มมีฝีมือบ้าง ก็​ไปเรียนตัว​เพื่อ​เอาประกาศนีบัตรวิชาชีพชั้นสูงต่อ​ไป แน่นอนว่านายบอนน์หัวดี ขยัน จึงเรียนอย่างขยันตั้งใจจนจบ​ได้ประกาศนียบัตร

ในแง่ชีวิต​ส่วนตัวของนายบอนน์ ​ซึ่งคนเล่าไม่​ได้บอกว่า เกิดขึ้น​ควบคู่​ไป​ระหว่างเรียนหนังสือ​และก่อร่างสร้างตัวหรือไม่ ​แต่พอเหมา​เอา​ได้ว่าคงใช่

​เมื่อแตกเนื้อหนุ่มเต็ม​ที่ ก็ตกหลุมรัก​กับ​เพื่อนนักเรียนสาวในหมู่บ้านด้วยกัน ​แม้ว่า​จะพอระแคะ​ระคายว่า​เพื่อนสาวคนนี้มีแฟนหลายคนก็ไม่ว่ากัน สุดท้ายก็​แต่งงานกันมีลูกหนึ่ง​คน หลังจากมีลูกกันสามคนแล้ว​ ไม่ทราบว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ ภรรยาคนแรกเริ่มมีอาการประหลาด หายตัว​ไปทีละหลายๆ​วัน ไม่ดูแลลูกเต้า นายบอนน์​ได้รับทราบด้วย​ความเศร้าใจว่าเธอมีปัญหาทางเพศ​ต้องมีผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ​ซึ่ง​เป็นโรค​ที่​ต้องรับการรักษา ​แต่ก็ไม่ีหาย สุดท้ายทนไม่ไหว ฟ้องหย่า​เพราะ​เป็นการหยามศักดิ์ศรีผู้​เป็นสามี​ที่รักเดียวใจเดียว

คลิกดูภาพขยาย


คดีหย่าของนายบอนน์นั้น​ ถือ​เป็นคดีแรกในประเทศนี้​ที่ศาลพิจารณาให้ลูกอยู่​​กับฝ่ายชาย ​และฝ่ายหญิง​ต้องทำงานส่งเงินเลี้ยงลูก​ไปจนกว่าเด็กๆ​​จะโตเลี้ยงดูตัวเอง​ได้ นายบอนน์​เอาสำเนาคำสั่งศาล​เป็นภาษาเยอรมันให้พวกเราดู นายบอนน์เล่าว่าอดีตภรรยาคนแรก​ต้องซมซานทำงานต่างๆ​ สุดท้าย​ไป​เป็นคนขับแทกซี่​เพื่อส่งเงินให้ลูกๆ​ ซ้ำร้ายยังถูกผู้​โดยสารปล้นทำร้าย​เอาในวันหนึ่ง​

ชีวิิตดำเนินต่อ​ไป นายบอนน์เลี้ยงลูกๆ​​ทั้งสาม ด้วย​ความรัก​และอดทน แล้ว​ก็​ได้มาเจอศรีภรรยาคน​ที่สอง ​แต่งงานมีลูกด้วยกันอีกหนึ่ง​คน รวม​เป็นสี่ แล้ว​ก็เหมือนมีกรรมบันดาล ภรรยาคนนี้เกิดป่วยด้วยอาการเครียดไม่​สามารถรับภาระการเลี้ยงเด็กสี่คน​ได้ ​ต้องเข้าสถานพยาบาล​ไปบำบัดทางจิตต่อ​เนื่อง จนท้าย​ที่สุดก็​ต้องหย่าขาดกัน​ไป ลูกๆ​อยู่​​กับนายบอนน์ เหตุการณ์ทางฝั่งภรรยาคนนี้ไม่มีข่าวต่อ​ไป

นายบอนน์คนมีกรรมเรื่อง​ภรรยา ​ได้มาท่องเ​ที่ยวเมืองไทย ​และ​ได้พบรัก​กับสาวสวยชาวไทยเชื้อสายจีน ท้ายสุด​ได้​แต่งงานกัน ตอนนั้น​ ลูกๆ​​ที่ติด​กับภรรยาสองคนก่อนก็คงเริ่มโตกันแล้ว​ ไม่​ได้​เป็นภาระภรรยาคนสุดท้ายนี้​แต่ประการใด ชีวิต​แต่งงานราบรื่น มีพยานรัก​เป็นลูกสาวหนึ่ง​คน ภรรยาขยันทำมาค้าขาย ช่วยกันสร้างฐานะ​ใช้ชีวิตในประเทศสวิตฯ

​แต่ท้าย​ที่สุด คนมีกรรมก็ยังคงมีกรรมต่อ​ไป ภรรยาชาวไทยเริ่มไม่ค่อยมี​ความสุข​กับชีวิตเงียบๆ​​ที่ทำ​แต่งานของนายบอนน์ ก็เลย​ขอแยกทาง​ไปใน​ที่สุด ​โดยภรรยาก็ยังคงทำงานค้าขาย​และรับจ้างอยู่​ในหมู่บ้านไม่ไกลกันสักเท่าไร ลูกสาวก็เติบโตเรียนกฎหมาย​ที่สวิตฯ ​ได้พบปะกันพ่ออย่างสม่ำเสมอ

นายบอนน์มารักการบิน​ได้อย่างไรไม่มีหลักฐานแน่ชัด ​แต่เธอหลงเสน่ห์การบิน ​และอิสระเสรีบนท้องฟ้า สู้ทำงานเก็บหอมรอบริบเก็บเงินซื้อโรงกลึงเครื่องยนต์ในราคาล้านฟรังก์ ทำงานซ่อมบำรุงเครื่องยนต์​โดยอาศัยมือ​และฝีมือของตน​และคนงานเพียงไม่กี่คน ก็ดำเนินธุรกิจ​ได้รุ่งเรืองดี ไม่จัดว่า​เป็นเศรษฐี ​แต่มีฐานะอยู่​​ได้ไม่เดือดร้อน มีเงิน​ไปซื้อเครื่องบินขนาดหก​ที่นั่ง บิน​ไปไหนมาไหนตามใจรัก

คลิกดูภาพขยาย


​เมื่อสี่ห้าปี​ที่ผ่านมา นายบอนน์วางแผนการบิน ข้ามประเทศ ข้ามทวีป จากสวิตฯ​ไปเมืองไทย ​ใช้เวลาบินเก้าวัน หยุดแวะพักตามเมืองหลักๆ​ พวกเรา​ได้เจอนายบอนน์ก็​ที่เมืองไทย ​เพราะพวกเราก็​ไปหัดบินเครื่องบินเล็กสอง​ที่นั่ง เลย​​ไปรู้จักกัน

นายบอนน์พูดไทย​ได้มากพอสมควร ​แม้​จะยังไม่​เป็นประโยคยาวๆ​ คงด้วยอานิสงค์​ที่เคยมีภรรยา​เป็นคนไทย ​และ​ความ​ที่รักเมืองไทย ​ต้องแวะเวียนมาปีละหลายๆ​เดือน สุดท้ายก็​ไปร่วมลงทุน​กับ​เพื่อนๆ​นักบินซื้อสนามบิน​ส่วนตัวแถวเมืองเชียงใหม่ ​เอาไว้กะรับนักท่องเ​ที่ยว​ไปบินชมวิวด้วย ​จะว่านายบอนน์​ต้องการราย​ได้จากตรงนี้ก็น่า​จะไม่ใช่แล้ว​ ​เพราะลำพังธุรกิจโรงกลึง​ที่บ้านเกิดก็อยู่​​ได้สบายอักโข

​โดยนิสัย​ส่วนตัว นายบอนน์​เป็นคนสุภาพ ​แต่ติด​จะขี้อายนิดๆ​ ​เมื่อสนิทแล้ว​จึง​จะคุยด้วยมากขึ้น​ นายบอนน์พูดเยอรมัน​เป็นภาษาหลัก ภาษาอังกฤษ​ใช้การ​ได้ ​ถ้าไม่อายจนเกิน​ไป ​ส่วนภาษาไทย​เอา​ไปขอข้าวกิน​ได้สบาย

นอกจากนั้น​ นายบอนน์ชอบมี​เพื่อน​เป็นสาวไทย ​ที่​เป็น​เพื่อนจริงๆ​ ​และ​เพื่อนสวิสฯของนายบอนน์ในรัศมีสิบกิโลเมตรต่างก็มีภรรยา​เป็นชาวไทย​ทั้งนั้น​ นายบอนน์รัก​ความ​เป็นไทยหลายๆ​อย่าง รู้จักชีวิตพื้นบ้านในเมืองไทยค่อนข้างดี อาจ​เพราะสาวไทย​ที่​เป็นภรรยาของ​เพื่อนนายบอนน์ต่าง​เป็นคนมาจากต่างจังหวัด รวม​ทั้งอดีต ภรรยานายบอนน์​ที่​เป็นคนนครพนมด้วย ​แต่ก็ตั้งข้อสงสัยแบบฝรั่งทั่ว​ไปด้วยว่า ทำไมคนไทย​เป็นอย่างนั้น​ ​เป็นอย่างนี้ คล้ายๆ​นายไมเคิล ไรท์ ​ที่เขียนลงมติชนรายสัปดาห์

เรื่อง​นี้ไม่มีหักมุมค่ะ​ คิดว่านายบอนน์​กับเมืองไทยคงผูกพันกัน​ไปอีกนานเท่านาน ตราบ​ที่นายบอนน์ไม่เบื่อ​กับการเดินทางเสียก่อน

แม่บ้าน​เพื่อนนายบอนน์

 

F a c t   C a r d
Article ID S-263 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน ลูกผู้ชายชื่อนายบอนน์ (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๗๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-1259 ], [210.86.188.2]
เมื่อวันที่ : ๒๐ มิ.ย. ๒๕๔๗, ๐๖.๕๖ น.

เขียนเล่าสิ่งละอัน พันละน้อย ครั้งละสั้นๆ​​ อ่านพอเพลินๆ​​ แบบนี้ เหมาะ​​กับการอ่านบนเน็ตมากครับ​​ ​​จะสังเกตว่า เรื่อง​​ใดๆ​​ก็ตาม จุดประกาย​​ความคิด​​ได้​​ทั้งนั้น​​ ​​และลักษณะบท​​ความ​​ที่ดี เพียงมีประเด็นหลักอันเดียว ก็​​สามารถสร้าง​​ความสมบูรณ์ให้งานเขียน​​ได้

ขอชื่นชม ​​และ​​จะติดตามอ่านต่อ​​ไปครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น