นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #18
ปักษิณ
...วันพุธขึ้น​ ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๑.๐๐ นาฬิกา นายตี๋ขับรถสิบล้อคู่กายบรรทุกหิน เต็มคันจาก​เขางู ราชบุรี ​เพื่อ​ไปส่...

ตอน : ของกลางที่ชานเรือน

วันพุธขึ้น​ ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๒๔ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๑.๐๐ นาฬิกา
นายตี๋ขับรถสิบล้อคู่กายบรรทุกหินเต็มคันจาก​เขางู ราชบุรี ​เพื่อ​ไปส่งลูกค้า​ที่อำเภอบ้านโป่ง ผ่านบ้านหนองตะแคง เห็นกำนันอนุกูล​กำลังยืนคุยอยู่​​กับตำรวจ​ที่ป้อมยามตำรวจทางหลวง

ในทันที​ที่เห็นรถสิบล้อคัน​ที่นายตี๋ขับผ่าน ตำรวจนายหนึ่ง​ก็ปราดออกมาโบกมือให้จอดข้างทางตรงใกล้ๆ​หน้าป้อมยาม​พร้อม​ทั้งบังคับให้นายตี๋ลงจากรถ​เพื่อทำการตรวจค้นภายในห้องคนขับ

"ขอตรวจค้นอาวุธ​และสิ่งผิดกฎหมายหน่อย​ ขอ​ความร่วมมือด้วยโชเฟอร์"

"เชิญตามสบายครับ​จ่า มี​แต่หินอย่างเดียวเท่านั้น​เองแหละ​ครับ​วันนี้"

"แสดงว่าวันอื่นมี ​แต่วันนี้ไม่มีงั้นสิ?"

"โธ่จ่า..เงิน​จะซื้อ​กับข้าว​กับปลากลับ​ไปให้เมียยัง​จะไม่พอ ผม​จะมีปัญญา​เอาเงิน​ไปซื้อของผิดกฎหมาย​ได้​ที่ไหนล่ะครับ​จ่า"

"เฮ้ย! แล้ว​นี่ขวดอะไร​วางอยู่​ข้างเบาะนั่งเนี่ยฮึ..โชเฟอร์?"

"ขวดยาธาตุ ๔ ตรากิเลนจ่าก็เห็นอยู่​แล้ว​นี่นา ผม​เป็นโรคกระเพาะเลย​​ต้องพกไว้ประจำ"

"เอ..​แต่ทำไมกลิ่นมันไม่ค่อย​จะเหมือนยาธาตุเลย​ล่ะเนี่ยโชเฟอร์?" จ่านายสิบตำรวจเจ้าปัญหาบิดเกลียวเปิดฝาขวดพลางยกขึ้น​ดม​พร้อมทำจมูกฟุดฟิด

"กลิ่นใหม่ครับ​จ่า บริษัท​เขาผลิตกลิ่นใหม่ รสชาติดีกว่าเดิม จ่าลองจิบดูก็​ได้ครับ​รับรองเจริญอาหารดีด้วยครับ​"

"เชิญจิบ​ไปคนเดียวเถิดพ่อคุณ พ่อโชเฟอร์ขี้เมานี่มันกลิ่นเหล้าชัดๆ​ เดี๋ยวก็ยึดใบอนุญาตขับขี่เสียเลย​ดีมั้ง โทษฐานโกหกเจ้าพนักงาน!?"

"โธ่จ่าครับ​..แหมล้อเล่นนิดเดียวก็ไม่​ได้.."

เจ้าหน้า​ที่ตำรวจสองนายช่วยกันขึ้น​​ไปตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย​และสิ่งของ​ที่​ต้องสงสัย​ที่สำคัญบางอย่างบนรถจนทั่ว ​เมื่อไม่พบสิ่งใดสักครู่ก็กลับลงมา​พร้อม​กับบอกให้เคลื่อนรถออก​ไป​ได้ ​โดยกำนันอนุกูลแสร้งทำที​เป็นว่ามองไม่เห็นนายตี๋ ​และไม่ยอมหันหน้ามามองทาง​ที่นายตี๋ยืนอยู่​เลย​

ครั้นนายตี๋​จะเอ่ยเรียกก็กระไรอยู่​ จึงสตาร์ทเครื่องขับรถออก​ไปด้วย​ความสงสัยในพฤติกรรมของกำนันอนุกูล​เป็นอย่างมาก​ที่ไม่น่า​ที่​จะจำคนจำรถไม่​ได้​เพราะเจอหน้ากันเกือบ​จะทุกวัน


*********


๑๓.๐๐ นาฬิกา
เช่นเดียวกัน​กับผู้ใหญ่สมนึก นับจากวัน​ที่​เขาอกหักจากแก้วตาม่ายสาวพราวเสน่ห์เจ้าของร้าน​กับแกล้มเลิศรสแล้ว​ ​เขาก็ไม่​ได้กล้ำกรายเข้า​ไป​ที่ร้านของแก้วตาอีกเลย​ ​เขาพยายามขี่รถจักรยานยนต์เลี่ยงหลบเส้นทางบ้านปากท่ออยู่​​เป็นประจำ

หมอเช้า​แพทย์ประจำตำบล​และทิดแร่สารวัตรกำนันจอดรถมอเตอร์ไซค์ยืนคุยกันอยู่​​ที่หน้าศาลเจ้าโพธิ์ไทร ​เมื่อผู้ใหญ่สมนึกขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาถึง​ทั้งสองก็รีบโบกมือเรียกให้หยุด

"​ได้ข่าวว่าอกหักเสียท่าแป๊ะเคี้ยงเหรอครับ​..ผู้ใหญ่?" หมอเช้า​ออกปากกล่าวสรรพยอก

"ครับ​..เรามันไม่มีฝีมือ สู้ผู้สูงวัยไม่​ได้ ​เขาสุขุมนุ่มลึกกว่า"

"แล้ว​ทีนี้ย้าย​ที่กินเหล้า​ไป​ที่ไหนกันล่ะครับ​ผู้ใหญ่?" ทิดแร่สารวัตรกำนันเอ่ยถามขึ้น​บ้าง

"ก็​ไปมันเรื่อยๆ​ตามยะถากรรม สะดวก​​ที่ไหนก็แวะ​ที่นั่น ไม่​ได้กะเกณฑ์ว่า​จะ​ต้อง​เป็นร้านโน้นร้านนี้ให้ยุ่งยาก"

"แล้ว​วันนี้นัดกัน​ที่ไหนครับ​ผู้ใหญ่?"

"​ที่บ้านครูจำรัส​เป็นจุดเริ่มต้น ​เพราะนัดกันไว้​กับคุณทองตีบ​และไอ้ฮ้ง"

"แล้ว​นายตี๋ไม่มาด้วยรึ?"

"​เขาว่า​ไปส่งหิน​ที่บ้านโป่งวันนี้อาจ​จะกลับมาดึกหน่อย​ ​ถ้าไม่คลาดกันก็อาจเจอกันรอบดึกก็​ได้ไม่แน่"

"มีจุดหมายนัดพบกันหรือเปล่าล่ะครับ​?"

"ไม่มีหรอกครับ​ ​แต่สัญชาตญาณปีศาจสุราวิญญาณแอลกอฮล์มันสิง เดี๋ยวไอ้ตี๋คงหาเจอเองนั่นแหละ​ ​เป็นธรรมชาติของมัน"

"ฟังดูน่าเลื่อมใสจริงๆ​..พับผ่า!" หมอเช้า​อุทานเสียงดัง

"หมอ​จะ​ไปด้วยกันไหมครับ​ วันนี้ยังวันอยู่​เลย​ พี่บุญปลูกคงไม่ว่าหรอกครับ​"

ผู้ใหญ่สมนึกหมายถึงนางบุญปลูกภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของหมอเช้า​

"เฮ้ย! ​เขาไม่ยุ่ง​กับผมหรอก ​เขามัว​แต่เพลินผลิตน้ำใบบัวบกบรรจุขวดส่งตลาดอยู่​ ​เขาไม่มีเวลามาตอแย​กับผมหรอกผู้ใหญ่"

"​ถ้าอย่างนี้ก็​ต้อง​ไปด้วยกันซีครับ​"

"วันนี้คงไม่​ได้ดอก ผมมีธุระ​จะเข้าจังหวัดเสียด้วย ​ต้องขอตัวก่อนนะผู้ใหญ่ ​เอาไว้วันหน้าก็แล้ว​กัน"

"แล้ว​ทิดแร่ล่ะไม่​ไปเรอะวันนี้ มีรายการพิเศษแถมด้วยนา"

"จริงรึ..ผู้ใหญ่?"

"จริงซิ..ครูจำรัส​เขา​จะฉลองก่อน​ที่​จะอำลาชีวิตโสด"

"ข่าวใหม่ ข่าวใหญ่ จริงรึเปล่าเนี่ยผู้ใหญ่"

"ก็จริงนะซิ ผม​จะหลอกทิดแร่ทำไมให้ป่วยการ ว่า​แต่​จะ​ไปหรือไม่​ไปก็ว่ามา ​ได้เวลานัดแล้ว​เดี๋ยว​จะคลาดกันเสียอีก"

"ผมมีธุระด่วน​กับกำนัน​ที่ท่ารถเมล์ คงไม่ว่าง​ไป ​เอาไว้วันหลังก็แล้ว​กัน เชิญผู้ใหญ่ตามสบายเถอะครับ​ ขอฝากแสดง​ความยินดี​กับครูจำรัสด้วย"

"​ถ้าอย่างนั้น​ผมขอตัว​ไปก่อนแล้ว​ สวัสดีหมอเช้า​ สวัสดีทิดแร่"


*********


๑๓.๓๐ นาฬิกา
ผู้ใหญ่เต้​และมรรคนายกบรรจงพากันเดินจากวัดหนองแข้ลัดมาหลังโรงเรียนตรง​ไปยังบ้านพักครู​ที่​ซึ่งครูจำรัสอาศัยอยู่​ ขณะนั้น​โรงเรียนยังไม่เลิก ​เมื่อ​ไปถึง​ทั้งคู่จึงออกเดินสำรวจ​ไปรอบๆ​บริเวณบ้าน ​เพื่อหาเบาะแส​ที่​จะนำ​ไปสู่คดีฆาตกรรมอันลือลั่น

ทันที​ที่ขึ้น​​ไปบนระเบียงผู้ใหญ่เต้ก็​ต้องตกตะลึง​กับสิ่ง​ที่แลเห็นวางอยู่​บนนอกชานริมบันได

"ทิดจงขึ้น​มาดูอะไร​นี่ เราเจอของกลางเข้าให้แล้ว​!" ผู้ใหญ่เต้ร้องเรียกเสียงสั่น

"ของกลางอะไร​กันผู้ใหญ่?"

"เฮ้ย! อย่าเอ็ด​ไปทิดจง" ผู้ใหญ่เต้ทำหน้าล่อกแล่กคล้าย​กับกลัว​ใคร​จะ​ได้ยิน

"อาวุธสังหารของกลางยังไงล่ะ ขึ้น​มาดูสิ"

​เมื่อมรรคนายกบรรจงก้าวขึ้น​​ไปบนระเบียงก็​ต้องเสียวเย็นวูบเข้า​ไปในทรวงอกราว​กับกลืนน้ำแข็งเข้า​ไป​ทั้งก้อน ​เพราะภาพ​ที่เห็นนั้น​ก็​คือ มีดปาดตาล​และขวานคมกริบวางเรียงกันอยู่​บนนอกชานริมบันได มรรคนายกบรรจงชะงักงัน​ไปชั่วครู่ก็เอ่ยราว​กับเพิ่งนึกขึ้น​มา​ได้ว่า

"มีดกะขวานเนี่ย นายสอนพ่อค้าเร่เพิ่ง​เอามาขายให้ครูจำรัส​เมื่อวันก่อนนี้เองแหละ​"

"​แต่มัน​คืออาวุธ​ที่​ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมมิใช่รึทิดจง?"

"น่าสงสัยเหมือนกัน​แต่ว่า.."

"​แต่ว่าอะไร​ล่ะทิดจง?"

"​เขาซื้อขายกันภายหลังการฆ่ากันสองรายแรกเสียอีก หรือว่า​เป็นอาวุธ​ที่​ใช้สังหารเหยื่อราย​ที่สาม?"

"ดูคราบเลือดนี่สิทิดจง"

พูดพลางผู้ใหญ่เต้ก็จับด้ามขวานพลิกขึ้น​ดู ทำให้​เขาเบิกตากว้างด้วย​ความพิศวง

"มีคราบเลือดจริงๆ​ด้วยซี เปรอะเลย​ด้ามออกมาด้วย แห้งกรังเชียว"

"น่าสงสัยเสียแล้ว​ครูจำรัสนี่!?"

"ทิดจงแน่ใจนะว่าอาวุธ​ทั้งสองชิ้นนี้เพิ่งซื้อมา ดูทีซิว่าใช่สองอัน​ที่ซื้อขายกันหรือเปล่า?"

"ของมันเหมือนของ​ใคร​จะ​ไปจำตำหนิรูปพรรณ​ได้ล่ะผู้ใหญ่? เอ..หรือว่า​เป็นกลลวง?"

"กลลวงยังไงล่ะ?"

"ก็แกล้งซื้ออาวุธ​ทั้งสองชิ้นให้เหมือนกัน ​ทั้งมีด​และขวาน​เพื่อให้เราไขว้เขวไง"

"อืม..ม..น่าคิดเหมือนกัน ​ถ้าอย่างนั้น​เรา​เอาของกลาง​ทั้งสองชิ้นเนี่ย​ไปให้กำนัน​และผู้กองดูดีกว่า"

"เดี๋ยว​เอาหนังสือพิมพ์ห่อ​ไป นั่นไงมีอยู่​​พอดีหนึ่ง​เล่มตรงมุมระเบียง เร็วหน่อย​รีบ​ไปกันเถอะก่อน​ที่ครูจำรัส​จะกลับมาเจอ"

ผู้ใหญ่เต้​และมรรคนายกบรรจงรีบนำกระดาษหนังสือพิมพ์ห่ออาวุธของกลาง​ทั้งสองชิ้น​ที่ริบมา​ได้จากบ้านพักครูจำรัส พากันเดินลิ่วตรง​ไปยัง​ที่​ทั้งสอง​ได้จอดรถจักรยานยนต์​เอาไว้ข้างศาลาการเปรียญ ​เพื่อเดินทางนำ​ไปส่งให้เจ้าหน้า​ที่ตำรวจ

​ทั้งสองคน​ได้แวะ​ที่บ้านกำนันอนุกูลก่อน​เพื่อแจ้งข่าวดี หลังจากนั้น​ก็รีบ​เอาของกลาง​ไปส่งไว้​ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลลำกระเฉด


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2629 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ของกลางที่ชานเรือน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13858 ], [124.121.105.169]
เมื่อวันที่ : ๑๘ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๒.๐๙ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณปักษิณ

ตอนนี้ น่า​​จะ​​เป็น "ของกลาง​​ที่ชานเรือน" นะคะ​​

พี่แอ๊ดยังไม่มาช่วยซะที

อิๆ​​ๆ​​ๆ​​ ขำจังค่ะ​​ เขียนเรื่อง​​นักสืบ คนเขียนก็ปลอมตัวมา...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13861 ], [58.10.216.142]
เมื่อวันที่ : ๑๙ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๑๒ น.

"ของกลาง​​ที่ชานเรือน"

ขอบคุณครับ​​คุณpilgrim

ชื่อตอนเหล่านี้ฟังดูเข้าทีดี​​ทั้งนั้น​​เลย​​ครับ​​
ทำให้คนเขียนไม่ออกนอกรอย
เพียงย้อนกลับ​​ไปดูชื่อตอนก็พอ​​จะจำเค้าเรื่อง​​​​ได้

ขออนุญาตแปะติด​​เป็นการถาวรเลย​​นะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น