นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #15
ปักษิณ
...วันพุธขึ้น​ ๖ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๔.๐๐ นาฬิกา นายเหลือมก้าวลงจากรถเมล์ สายกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ ​ที่หน้าตลาดลำกระเฉด...

ตอน : ฆาตกรรมซ้ำซาก

วันพุธขึ้น​ ๖ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๔.๐๐ นาฬิกา
นายเหลือมก้าวลงจากรถเมล์สายกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ ​ที่หน้าตลาดลำกระเฉด ​พร้อมด้วยนายหลอดน้องชายหนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ ​ทั้งคู่ผิวคล้ำมีรอยสักลายพร้อย​ไป​ทั้งตัว มีเจ้าหน้า​ที่ตำรวจในเครื่องแบบสองนายเดินตามลงมาด้วย นายเหลือมถูกสวมกุญแจมือติดกันอยู่​ด้านหน้า ​ส่วนนายหลอดนั้น​ติดตามมา​เป็น​เพื่อนพี่ชาย ​เพื่อป้องกันการวิสามัญฆาตกรรม ด้วย​ความ​เป็นห่วง​เป็นใยในสวัสดิภาพของพี่ชาย

จ่านายสิบตำรวจสุนทร​และนายสิบตำรวจตรีสมบุญเตรียมตัว​พร้อมต้อนรับ​โดยยืนรออยู่​​ที่ท่าจอดรถบ้านลำกระเฉดด้วยท่าทีกระวนกระวาย ​เมื่อมากันครบ​ทั้งผู้​ต้องหา​และเจ้าหน้า​ที่ผู้นำส่งมอบ ​ทั้งหมดก็รีบรุด​ไปยังสถานีตำรวจภูธรบ้านลำกระเฉดทันที

ผู้กองยุทธนา​พร้อมตำรวจ​ทั้งสี่นายพานายเหลือม​ไป​ที่บ้านลำน้ำเจิง ​เพื่อค้นบ้านหาหลักฐาน​ที่นายเหลือมอ้างถึง​ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

สิ่งนั้น​ก็​คือ..ขวาน!

ขวานคู่กาย​ซึ่ง​เขาพกพาอยู่​​เป็นประจำวัน นายเหลือมอ้างว่า​ได้เก็บรักษาไว้อย่างดีก่อน​ที่​เขา​จะเดินทาง​ไปด่านเจดีย์สามองค์​เพื่อเยี่ยมญาติ​ที่ป่วยหนัก ​แต่อนิจจา​เขา​ต้องถูกจับหลังจาก​ที่​ได้เดินทาง​ไปถึงเพียงวันเดียว

​ที่สถานีตำรวจภูธรด่านเจดีย์สามองค์อำเภอสังขละ นายเหลือมอ้างถึง​ความบริสุทธิ์ต่างๆ​นาๆ​ กล่าวอ้างถึงสิ่งใดก็มิมีผู้ใดยอมเชื่อ ​เพราะทางตำรวจ​ที่โน่นมีหมายจับติด​ไปจองจำผู้​ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม

ปรากฏว่า​เมื่อ​ไปถึงบ้านลำน้ำเจิง การค้นหาหลักฐานตามคดีฆาตกรรม​เป็น​ไปตามคำอ้างของนายเหลือมว่า​เขานั้น​บริสุทธิ์จริง ​เพราะขวานเล่มนั้น​ยังคงวางสงบนิ่งอยู่​​ที่บนชั้นข้างหัวนอนของนายเหลือมเอง ​และชุดเสื้อผ้าชุด​ที่ใส่​ไปทำงานก็ยังอยู่​เรียบร้อย​พับไว้อย่างดี ไม่มีคราบเลือดให้เห็นใดๆ​​ทั้งสิ้น

​เมื่อปราศจากหลักฐาน​และพยานบุคคล​ที่ชี้ตัวนายเหลือม ผู้กองยุทธนาจึงให้ปล่อยตัวนายเหลือมพ้นข้อหา​ไป ​แต่ก็ยังไม่วายบอก​กับ​เขาว่า นายเหลือมนั้น​ยังอยู่​ในข่ายผู้​ต้องสงสัยในคดีของการฆาตกรรมลุงก้อน

​ส่วนคดีของสาวสำเนียงนั้น​ ไม่​สามารถ​ที่​จะนำมาเกี่ยวโยงกัน​ได้เลย​ ​เพราะว่าคืนวัน​ที่เกิดเหตุ​คือวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๒ นายเหลือมไม่​ได้อยู่​ใกล้​ที่เกิดเหตุเลย​สักนิด ด้วยตัว​เขานั้น​​ได้​ไปถึงบ้านญาติ​ที่ด่านเจดีย์สามองค์เรียบร้อย​แล้ว​

​แม้ว่า​เขา​จะไร้มลทิน​ทั้งสองคดี ​เพราะขาดหลักฐาน​และพยาน​ที่​จะชี้ตัว​เขา​ได้ ​แต่​เขาก็ยังคง​เป็นผู้​ต้องสงสัย​ที่ห้ามออกนอกพื้น​ที่อยู่​ดี

นายเหลือมชวนนายหลอดน้องชายแวะร้านลุงดีเจ้าจำนำ​ที่ตลาดลำกระเฉดหลังจากถูกปล่อยตัวออกมาจากโรงพักลำกระเฉด​เพื่อฉลองอิสรภาพ​ที่​ได้รับมาหมาดๆ​

ฉะนั้น​ราวๆ​สามทุ่มคืนนั้น​เสียงเพลง ‘จามมะนาโป’ ​ที่ขาดหาย​ไปหลายคืนหลังจากเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมหฤโหดสองรายซ้อนติดๆ​กัน ก็เริ่มดังขึ้น​อีกครั้งหนึ่ง​​ซึ่งทำให้ชาวบ้าน​ที่มีบ้านอยู่​ริมถนนสายลำกระเฉด-ลำน้ำเจิงจึงมี​ความรู้สึกใจชื้นขึ้น​ราว​กับเหตุการณ์​ได้หวนกลับคืน​เป็นปกติแล้ว​

"จามมะนาโป...​จามมะนาโป
อย่ามาโต...​อย่ามาโต
เดี๋ยว​จะโดนขวานงาม
เดี๋ยวโดนจาม...​จามมะนาโป
จามมะนาโป...​จามมะนาโป...​"

หาก​แต่ข้อ​ความในเนื้อเพลงคำว่า "จามมะนาโป" นั้น​เสียดลึกเข้า​ไปถึงหัวใจของผู้ฟัง ทำให้อดหวนนึกถึงศีรษะ​ที่ถูกจามในลักษณะเดียวกันของเหยื่อฆาตกรรม​ทั้งสองรายไม่หาย ​ได้ยินเสียงเพลงนี้คราใดจึงชวนให้ขนหัวลุกซู่ขึ้น​มาอย่างช่วยไม่​ได้

เสียงตุ๊กแกร้องจากโพรงต้นมะขาม​และเสียงกอไผ่เสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าดของกระแสลม​ที่พัดผ่านทุ่งโล่งมาจากหนองน้ำใหญ่ข้ามมายังหมู่บ้านประสานสอดสำเนียงรับกันอย่างมีชีวิตชีวา ​แม้​แต่จักจั่นเรไรก็พากกันกรีดปีก​และส่งเสียงร้องระงม​ไปทั่วเสมือนหนึ่ง​ต้อนรับการกลับคืนถิ่นของเสียงเพลง "จามมะนาโป" ของนายเหลือม​ที่ดังก้องกังวานขึ้น​มาอีกคำรพหนึ่ง​


*********


ทองตีบเดินเด้งหน้าเด้งหลังอยู่​แถวๆ​ตลาดลำกระเฉด​ทั้งวัน ​โดยสันติบาลนอกสังกัดผู้นี้​ได้เริ่มปฏิบัติการ​ที่ร้านลุงดีตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว​ ครั้นพอตกเย็นก็ย้าย​ไปขลุกอยู่​​ที่ใต้ถุนโรงพักบ้านลำกระเฉด ​เพื่อ​จะมาสืบหาผู้​ต้องขัง​ที่ถูกจับ​ที่ศาลเจ้าโพธิ์ไทรตั้งแต่​เมื่อคืนก่อน ​ซึ่งก็​คือนายสมปองนั่นเอง

หากปรากฏว่าลุงแดงช่างไม้​และช่างก่อสร้างโบสถ์​ได้มารับตัวกลับบ้าน​ไปเสียก่อน ​ซึ่งทำให้ทองตีบอุทานออกมาด้วย​ความดีใจ ​ทั้งนี้ทองตีบเข้าใจ​เอาเองว่าเหตุ​ที่หนุ่มสมปองถูกอายัดตัวก็​เพราะ​ความเข้าใจผิดแท้ๆ​

​แต่การ​ที่​จะให้​เขาหาตัวผู้กระทำผิด​ที่แท้จริงมาลงโทษชดเชยแทนนั้น​​เป็น​ไปไม่​ได้อย่างเด็ดขาด ​เพราะคนอย่าง​เขา​จะมีน้ำหน้า​ไปหาพยานหลักฐาน​ที่ไหนมา​ได้เล่า

​ที่สำคัญ​ที่สุดก็​คือ...​

คนร้ายผู้มีขนเต็มตัว​ที่ปล้นชิงทรัพย์สมบัติของหนุ่มสมปองนั้น​​คือ​ใคร?

ทำไมจึง​ได้ปล้น​และทำร้าย​เขาในวันเดียวกัน​กับ​ที่เกิดเหตุฆาตกรรมสาวสำเนียง?

หลักฐานบัตรประชาชน​และสิ่งของ​ทั้งหมดของหนุ่มสมปองอยู่​ ณ ​ที่ใด?

เหล่านี้​คือข้อสังเกต​ที่น่าสงสัย​เป็นอย่างยิ่งสำหรับทองตีบสันติบาลนอกสังกัด​ที่ครุ่นคิดคำนึงอยู่​ตลอดเวลา!

หนุ่มขี้เมาหยำเปอดีตตำรวจสันติบาลคาดเดา​เอาเองว่า​ถ้าเจอต้นตอของปัญหา​ซึ่งก็​คือ..

ของกลางเพียงชิ้นหนึ่ง​ชิ้นใด​ที่หาย​ไปจากตัวของผู้ตายหรือผู้​ที่ถูกทำร้ายคนใดคนหนึ่ง​ หาก​แม้นรู้ว่าอยู่​ ณ ​ที่ใด​กับ​ใครก็​สามารถ​ที่​จะพอสรุปหาตัวฆาตกร​ได้​โดยไม่ยากเย็นจนเกิน​ไปนัก!


*********


๒๑.๓๐ นาฬิกา
เหล้าขาวหมด​ไปเกือบสองขวดแล้ว​ ​แต่ทองตีบสันติบาลนอกคอกยังคงหาคำตอบใดๆ​ไม่​ได้เลย​ ​เขาชวนหนุ่มฮ้งให้เดินโซซัดโซเซ​ไปล้มฟุบอยู่​หน้าบันไดบ้านของนางสำรวยแม่ของสำเนียง หมา​ที่ใต้ถุนบ้านต่างพากันเห่าเกรียวส่งเสียงขรม​เมื่อจำกลิ่นจอมขี้เมา​ทั้งสองเกลอ​ได้

"ป้าสำรวย..ๆ​..ๆ​" เสียงทองตีบตะโกนเรียก

"ว่ายังไงล่ะพ่อทองตีบ เมาร่อนหา​ที่ลงไม่​ได้หรืออย่างไรกันถึงถ่อมาถึง​ที่นี่​ได้"

"ฉันมีเรื่อง​สำมะคัญอยาก​จะปรึกษา​กับป้าสำรวยหน่อย​จ๊ะ​"

"เรื่อง​อะไร​หรือพ่อทองตีบ ว่ามา​ได้เลย​!"

"ก็เรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับการตายของแม่สำเนียง​เขานะซีป้า" ทองตีบผ่อนโทนเสียงให้เบาลงจนเกือบ​เป็นเสียงกระซิบ "ป้าอย่าเอ็ด​ไป ฉัน​จะถามอะไร​ป้าหน่อย​เดียวเท่านั้น​เองแหละ​"

"เอ้า..ถามมาเลย​พ่อคุณ ยืน​จะไม่อยู่​แล้ว​ยัง​จะมาทำอวดเก่งอีกแน่ะ"

"สวัสดีครับ​ป้าคนสวย" เสียงหนุ่มฮ้งเอ่ยทักนางสำรวย​พร้อมชิดเท้าตรงพนมมือแต้ยกขึ้น​จรดหน้าผาก ยิ้มแหยๆ​จนเหงือกแห้ง

"หวัดดีพ่อฮ้ง..สบายดีหรือจ๊ะ​"

"สบายดีมากครับ​พ้ม" หนุ่มฮ้งตอบ​พร้อมชิดเท้าตรงอยู่​ในท่าเดิม

"​คืออย่างนี้ครับ​ป้าสำรวย วัน​ที่สำเนียงเสียชีวิตนั้น​ มีของมีค่าติดตัวหาย​ไปบ้างหรือเปล่า ผมหมายถึงของ​ที่สำเนียง​เขา​ใช้ติดตัวอยู่​​เป็นประจำน่ะมีอะไร​หาย​ไปบ้าง?"

"อ๋อ..ของมีค่านะหรือ เออ..จริงซิข้าเกือบลืม​ไปแล้ว​เหมือนกัน ของ​ที่อีสำเนียงมัน​ใช้ติดตัวอยู่​​เป็นประจำ อ้อ! ข้านึกออกแล้ว​ ก็แหวนพลอยโกเมนสีแดงเข้มเรือนทองของเก่าของข้าเอง ข้าเพิ่งยกให้มันใส่ติดตัวไว้​เมื่อปีกลายนี้เอง"

"แหวนพลอยโกเมนเรือนทอง?" ทองตีบทวนคำเหมือนรำพึง​กับตัวเอง

"ใช่แล้ว​พ่อทองตีบ แหวนพลอยโกเมนเรือนทองหาย​ไปในวันเกิดเหตุ"


*********


วันพฤหัสบดีขึ้น​ ๗ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๘ ธันวาคม ๒๕๐๑
๐๗.๓๐ นาฬิกา
ร่าง​ที่จมคูน้ำอยู่​ ณ หลังป่าช้าวัดหนองแข้นั้น​ ถูกฟันหัวแบะแยกตรงหน้าผาก​และมีรอยถูกเฉือน​ที่คอเหวอะหวะเช่นเดียวกัน​กับสภาพศพของสองเหยื่อฆาตกรรม​ที่เพิ่งทำบุญสวดศพเสร็จ​ไปหมาดๆ​

​เป็น​ที่น่าสังเกตว่าฆาตกรรม​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งสามรายนั้น​ ต่างอยู่​ไม่ห่างกันเท่าไหร่เลย​!

ผู้​ที่พบศพคราวนี้ก็​คือมรรคนายกบรรจง​ที่บังเอิญมาสำรวจป่าช้า ​เพื่อเตรียมการในการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ของวัดหนองแข้ ​โดย​จะจัดการค้นหาสุสานของศพไร้ญาติ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ขุดขึ้น​​ไปบำเพ็ญบุญบังสุกุลอุทิศ​ส่วนกุศลให้แด่ศพไม่มีญาติเหล่านั้น​​พร้อมกันทีเดียว ​ซึ่งท่านหลวงพ่อ​จะ​ได้กำหนดนัดหมายวัน​และเวลาให้ในภายหลัง

ผู้กองยุทธนา​และกำนันอนุกูลต่างก็พากันโล่งอก​ไปถนัด ​เมื่อการชันสูตรศพปรากฏว่าร่างของผู้​ที่ถูกฆาตกรรม​เป็นราย​ที่สามนั้น​ก็​คือ "เสืออ่อน" จอมวายร้าย​ที่​กำลังหลบหนีคดี​ความต่างๆ​​ที่ล้วนแล้ว​​แต่​เป็นคดีอุกฉกรรจ์อยู่​​ทั้งสิ้นนั่นเอง

"มรรคนายกบรรจง​เป็นผู้พบศพเช้า​วันนี้เองครับ​ผู้กอง" จ่านายสิบตำรวจสุนทรรายงาน

"บังเอิญผมมาตรวจป่าช้า​แต่เช้า​ครับ​ ​เพื่อเตรียม​พร้อมในการค้นหาศพไร้ญาติ​ที่ถูกฝัง​และทำตำหนิไว้ตามแผนผัง พบศพเสืออ่อนเข้า​โดยไม่​ได้ตั้งใจ ​เมื่อวานนี้เองยังเห็นขับรถเครื่องหนีผู้กองอยู่​แหม็บๆ​เอง​ไปเสียแล้ว​"

"​เป็น​ที่น่าสังเกตว่าสถาน​ที่เกิดเหตุ​แต่ละรายนั้น​ อยู่​ไม่ไกลกันเท่าไหร่เลย​"

"หมาย​ความว่าอย่างไรครับ​ผู้กอง?" มรรคนายกบรรจงซักด้วยสีหน้างวยงง

"ก็หมาย​ความว่าน่า​จะมีเหตุอื่น นอกจากการฆาตกรรมธรรมดานะซี แล้ว​อีกอย่างอะไร​รู้ไหมครับ​?"

"อะไร​หรือครับ​?"

"ฆาตกรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการสังหารเหยื่อ​คือเชือดคอเหยื่อ​และฟันหัวเหยื่อจนแบะ ​เพราะเหยื่อ​ทั้งสามราย​ที่ตายมีลักษณะการถูกฆ่าในสภาพเดียวกัน​ทั้งหมด"

"ฆาตกรรมซ้ำซาก!"

"ก็ทำนองนั้น​ ​เป็นการฆาตกรรมตามจิตใต้สำนึกของตัวเอง มีแบบแผนการสังหารอย่างละเอียดอ่อน ​โดย​ได้เตรียมการมาก่อนอย่างแยบยล"

"มิน่าล่ะ มันถึง​ได้เชือดคอทุกราย!"

"มัน​ต้อง​เป็นคนพวก​ที่มีอุปกรณ์ในการสังหาร​พร้อมอยู่​ในมือ​เพื่อเตรียมการ หรือไม่ก็อาจมีฆาตกรสองคน​ที่ถนัดอาวุธกันคนละอย่าง"

ผู้พูดๆ​ด้วยสำเนียงของคนเมาเหล้าจนคออ่อน เสียงอ้อแอ้เต็มทีหาก​แต่หนักแน่นมั่นคง เจ้าของเสียงก็​คือทองตีบอดีตสันติบาลตกงาน

​ทั้งผู้กองยุทธนา มรรคนายกบรรจง​และจ่านายสิบตำรวจสุนทร ต่างพากันหันขวับมาเกือบ​จะ​พร้อมกัน​เมื่อ​ได้ฟัง​ความเห็นของคนขี้เมาหยำเป​ที่ไม่น่า​จะคิดจินตนาการ​ได้​เป็นฉากๆ​แบบนี้

"คุณทองตีบพูดถูก" ผู้กองตำรวจหนุ่มยืนยัน "อาจ​จะมีฆาตกรตั้งแต่สองคนขึ้น​​ไป​ที่ถนัดอาวุธกันคนละอย่าง เข้าจู่โจมเหยื่อ​พร้อมกัน​เอาชนิดทีเดียวจอดเลย​นั่นแหละ​"

"อืม..มม! น่ากลัวจริงๆ​แฮะ"มรรคนายกบรรจงพูดด้วยน้ำเสียงแสดงถึง​ความวิตกกังวล

"นั่นนะซีครับ​..น่ากลัวจนคาดไม่ถึงทีเดียวเชียวล่ะครับ​" ทองตีบคล้อยตามด้วยสำเนียงกึ่งกังขากึ่งยิ้มเยาะแกมสมเพชอยู่​ในที


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2626 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ฆาตกรรมซ้ำซาก --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13842 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มี.ค. ๒๕๕๑, ๐๗.๔๐ น.

สวัสดีค่ะ​​คุณปักษิณ ดีจังพี่แอ๊ดมาช่วยตั้งชื่อ บางตอนใจตรง​​กับพิลด้วยค่ะ​​

ตอนนี้ขอตั้งว่า "สืบหาหลักฐาน" แล้ว​​กันนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-13843 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มี.ค. ๒๕๕๑, ๐๗.๔๑ น.

เอ หรือ​​จะ​​เอา "ฆาตกรรมซ้ำซาก" ​​ที่คุณปักษิณเขียน​​เอาไว้ก็ดีค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-13845 ], [58.10.216.241]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๔.๓๙ น.

ขอบคุณครับ​​คุณพิลกริม ขอเลือก...​​

"ฆาตกรรมซ้ำซาก"

ก็แล้ว​​กันนะครับ​​!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : add [C-13871 ], [125.25.157.182]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๓๑ น.

ชื่อ ฆาตกรรมซ้ำซาก ดีแล้ว​​ค่ะ​​

คุณปักษิณ ช่วยแก้ไข ...​​เจดีสามองค์...​​ ด้วยนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ปักษิณ [C-13873 ], [58.10.216.120]
เมื่อวันที่ : ๒๓ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๗.๐๔ น.

‘เจดีย์สามองค์’ แก้ไขแล้ว​​ครับ​​

ขอบคุณครับ​​คุณadd

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น