นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #13
ปักษิณ
...วันจันทร์ขึ้น​ ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ลุงสิงห์หิ้วขวดเหล้าออกมาวางบนแคร่ ณ ระเบียงนอกชานหน้าบ้าน...

ตอน : ผีหลอก...!?

วันจันทร์ขึ้น​ ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๗.๐๐ นาฬิกา
ลุงสิงห์หิ้วขวดเหล้าออกมาวางบนแคร่ ณ ระเบียงนอกชานหน้าบ้านเหมือนทุกวัน ป้ามณฑายก​เอาสำรับ​กับแกล้มอันมีพล่าปลาส้ม​ที่ทำจากปลาสร้อย​ที่​ได้จากคลองหลังบ้านตั้งแต่ตอนหน้าน้ำขึ้น​​เมื่อเดือนก่อน​พร้อมผักแนม​และต้มโคล้งปลากระทิงย่างรมควันกาบมะพร้าวส่งกลิ่นหอมฉุยน่ากิน

"วันนี้ฉันทำพิเศษนะพี่สิงห์ เห็นว่า​จะมีแขกมาหาจากเพชรบุรีใช่ไหม?" ป้ามณฑาเอ่ยบอกสามี​เป็นเชิงถามกลายๆ​หลังจากวางสำรับลงบนแคร่แล้ว​

"ใช่จ๊ะ​แม่มณฑา ทิดจง​เขาพามานะ ​เขาบอกว่ามีของดีของหายากมาฝากด้วย ข้าก็เลย​อยากรู้ว่าของดี​ที่ว่านั่นน่ะ มัน​คืออะไร​กันแน่? ก็เท่านั้น​เองแหละ​แม่มณฑา"

"พี่สิงห์ก็เลย​เตรียมตัวต้อนรับ​เขาเต็ม​ที่เลย​หรือจ๊ะ​?"

"ข้าก็แค่อยากรู้เท่านั้น​เอง หรือว่าแกไม่อยากรู้ล่ะ?"

"​ที่ฉันทำ​กับแกล้มให้​เป็นพิเศษวันนี้ก็​เพราะอยากรู้นี่แหละ​จ๊ะ​พี่"

"อ้าวนั่นทิดจงมา​พอดี เลี้ยวรถเครื่องเลย​โค้งเข้ามาโน่นแล้ว​"

นายบรรจงแล่นรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดตรงตีนบันไดบ้าน ก้าวลงจากรถ​พร้อมนายสอน​ที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วย ถอดรองเท้าแตะ​และก้าวขึ้น​บันไดมาบนนอกชาน​พร้อมยกมือไหว้สองผัวเมีย​ที่ยืนรอรับอยู่​ วางถุงผ้าใบใหญ่​ที่​เอามาด้วยลงบนพื้นข้างๆ​แคร่​ที่ตั้ง​กับแกล้มสุราก่อน​ที่​จะนั่งลงบนพื้นกระดาน​ที่ขัดจนมันปลาบ

"ลุงสิงห์ครับ​นี่​คือนายสอนญาติกัน​เขามาจากเมืองเพชร ​เป็นพ่อค้าเร่ขายของเก่า​ใช้แล้ว​ทุกชนิด ​เขารู้ว่าพี่สิงห์​เป็นครูมวย​ที่มีชื่อเสียงจึงให้ผมพามากราบคารวะ​เพื่อฝากเนื้อฝากตัว​เพราะพ่อ​เขาสั่งไว้ก่อนตายว่า​ถ้ามาทางบ้านหนองแข้นี้ให้แวะมาเยี่ยมกราบลุงสิงห์ให้​ได้"

"พ่อเอ็ง​เป็น​ใครชื่ออะไร​ล่ะ?" ลุงสิงห์เอ่ยถามหนุ่มพ่อค้าเร่

"ชื่อสินครับ​ พ่อ​เขาบอกไว้ก่อน​จะเสียว่ามี​เพื่อนผูกเสี่ยวอยู่​คนหนึ่ง​​ที่ตำบลหนองแข้นี้ สั่งไว้ว่า​ถ้าผมผ่านมาทางนี้ให้แวะมาเยี่ยมเยียนกราบเท้าพ่อ​ที่ชื่อสิงห์ให้​ได้ ​เพราะพ่อไม่มีโอกาสกลับมาอีกเลย​ตั้งแต่จากบ้านหนองแข้​ไป" ชายหนุ่มพ่อค้าเร่ก้มลงกราบลงแทบเท้าของลุงสิงห์ ​เขาถือวิสาสะเรียกลุงสิงห์ว่าพ่อตามธรรมเนียมของคน​ที่ผูกเสี่ยวกัน

"เออลูกไอ้สินหรอกเรอะ พ่อเอ็งกะข้า​เป็นเกลอผูกเสี่ยวกันตั้งแต่รุ่นตะกอ มันฝึกมวยมากะข้า​พร้อมกัน มัน​ไปอยู่​ปราณบุรีไม่ใช่เมืองเพชรนี่หว่า?"

"อ๋อ..ครับ​พ่อ​กับแม่อยู่​ปราณบุรีตั้งแต่ผมเกิด ผมเองนั้น​​ที่มาจากเมืองเพชรก็​เพราะผมมา​ได้เมีย​ที่บ้านลาด"

"เออ..ข้าเข้าใจแล้ว​ ไอ้สินมันเสียแล้ว​ ​ส่วนแม่เอ็งละวะยังอยู่​หรือเปล่า?"

"ยังอยู่​ครับ​ แม่อยู่​​กับน้องสาว​ที่​เขาน้อย ปราณบุรี ผมมีของมาฝากพ่อด้วย..นี่อยู่​นี่ยังไงล่ะครับ​"

นายสอนจัดแจงแก้มัดปากถุงผ้าล้วง​เอากล่องกระดาษสีน้ำตาล​ที่อยู่​ภายในออกมายื่นให้ลุงสิงห์ ​และล้วง​เอาผ้าซิ่น​ซึ่ง​เป็นผ้าทอลายดอกข้าวตอกจากราชบุรี​ที่สวยงามออกมายื่นส่งให้ป้ามณฑา ​ซึ่งเธอก็ยื่นมือออกมารับด้วย​ความยินดีทันที​ที่มองเห็นลายผ้า

"ขอบใจพ่อสอน​ที่มีน้ำใจ​เอาของมาฝาก ผ้าซิ่นนี้ลายสวยจัง เข้าใจซื้อเข้าใจเลือกจริงนะพ่อ นี่​ถ้ารู้ว่า​เป็นลูกของเสี่ยวรักพี่สิงห์ละก็เรียกให้มาพักด้วยกัน​ที่นี่แล้ว​"

"ผ้าลายดอกข้าวตอกของไทยยวนจากบ้านห้วยไผ่ จังหวัดราชบุรีนะครับ​ ผม​ไปค้าขายแถวนั้น​ เห็นสวยดีเลย​ซื้อมา​เป็นของฝาก"

"นั่นซิพ่อสอนพัก​ที่ไหนกันล่ะเนี่ย?" ลุงสิงห์เปรยถามขึ้น​บ้าง

"ผมพัก​ที่บ้านพี่บรรจงครับ​ ​เขา​เป็นญาติห่างๆ​ทางเมียผม​พอดี พัก​ที่บ้านพี่บรรจงดีแล้ว​ครับ​สะดวก​สบายทุกอย่าง"

"ดีแล้ว​​ที่มี​ที่พัก ไหนข้าขอดูหน่อย​ซิว่าพ่อสอน​เอาอะไร​มาฝากบ้าง?"

ลุงสิงห์จัดแจงเปิดฝากล่องออกดูด้วย​ความอยากรู้ว่าของฝาก​ที่​ได้รับนั้น​​คืออะไร​กันแน่ ​เมื่อเห็นสิ่งของภายในทำให้แกยิ้มออกมาด้วย​ความพอใจ ล้วงมือหยิบ​เอาขวาน​กำลังเหมาะมือยกขึ้น​ดูคมขวานสะท้อนแสงสว่างเงาแวบ ​และ​เมื่อแกล้วงหยิบ​เอามีดปาดตาล​ที่ด้าม​เป็นมันเลื่อมขึ้น​มาอีกเล่มหนึ่ง​ ​ความพอใจยิ่งฉายแววปิติราว​กับ​ได้ของถูกใจ​ที่สุด

"มะ..มากินข้าวกินเหล้ากัน วันนี้แม่ครัวเอก​เขาทำพล่าปลาส้ม​กับต้มโคล้งปลากระทิงย่างรมควันหอมฉุยเชียว ​เอาเลย​ไม่​ต้องเกรงอกเกรงใจ..เชิญ"

ลุงสิงห์รินเหล้าใส่แก้วยื่นส่งให้คนละแก้ว​เป็นการนำร่อง​พร้อม​กับชนแก้วกัน​ทั้งสามคน ​และยกแก้วขึ้น​ชูประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด

"สำหรับมิตรภาพของเรา ข้าไอ้สิงห์​กับลูกชายของไอ้สินเสี่ยวรัก"

"ครับ​​เพื่อมิตรภาพของเรา" นายสอน​และมรรคนายกบรรจงพูดตามอย่าง​พร้อมเพรียงกันราว​กับประสานเสียง

"​แต่ก่อน​ที่ข้า​จะเมา ข้าขอเตือนขอติงเอ็งสักนิดหนึ่ง​นะ แล้ว​อย่าโกรธข้าล่ะ ​คืออย่างนี้..โบราณ​เขาถือนะเรื่อง​ให้ของมีคมกันเนี่ย! ​แต่​เพื่อ​เป็นการแก้เคล็ดข้าขอซื้อมีดปาดตาล​กับขวานเล่มนี้ในราคา ๖ บาท​ก็แล้ว​กัน สำหรับเอ็ง​กับข้าไม่​เป็นไร​เพราะไอ้สินมัน​เป็นเสี่ยวรักของข้าเอง"

พูดจบลุงสิงห์ก็ล้วงหยิบเหรียญบาท​ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้นตัวเก่ง เลือกนับ​ได้หกเหรียญยื่นส่งใส่มือให้ นายสอนพ่อค้าเร่รับไว้​และยัดลงในกระเป๋าเสื้อ​พร้อม​กับยิ้มเจื่อนๆ​

"ด้วย​ความยินดีครับ​! แล้ว​ผม​จะจำใส่ใจไว้ครับ​พ่อ" นายสอนรับคำด้วยสีหน้าปูเลี่ยนๆ​อย่างชนิด​ที่บอกไม่ถูก!

"​ที่จริงของ​ที่ข้า​ต้องการมาก​ที่สุดตอนนี้ก็​คือเครื่องมือก่อสร้าง​ที่จำ​เป็น ​เพราะข้า​กำลัง​จะซ่อมแซมบ้านช่องใหม่เสียทีหนึ่ง​" ลุงสิงห์เอ่ยถึง​ความในใจ​ที่คิดไว้นานแล้ว​

"พ่อ​ต้องการอะไร​ละครับ​ผม​สามารถหาให้​ได้ทุกอย่าง มี​ทั้งพวกเครื่องมือช่างไม้ ช่างปูน ช่างไฟฟ้า ช่างเหล็ก ช่างประปาหรือช่างทาสี ของผมมี​ทั้งนั้น​"

"ข้าอยาก​ได้สว่านไฟฟ้า เลื่อยตัดเหล็ก​และค้อนปอนด์ เอ็งพอ​จะจัดหาให้ข้า​ได้ไหมล่ะ?"

"​ได้ครับ​พ่อ ผมมีอยู่​อย่างละหนึ่ง​ชิ้น​พอดี ของอยู่​​ที่บ้านพี่บรรจง"

"ดี​ถ้าอย่างนั้น​ข้าขอซื้อ​ทั้งสามชิ้น​ที่ว่า พรุ่งนี้​เอามาส่ง​ได้เลย​"

"สำหรับของพ่อรายการ​ที่สั่งซื้อนี้ผมคิดราคาพิเศษ ​โดย​จะคิดแค่ราคาต้นทุนเท่านั้น​ครับ​"

"แล้ว​​แต่เอ็ง​จะเห็นสมควรก็แล้ว​กัน เท่าไหร่ก็เท่านั้น​"

"ขอบ​พระคุณมากครับ​พ่อ​ที่เมตตาช่วยอุดหนุน"

"ไม่ช่วยลูกของไอ้สินเกลอแก้วแล้ว​​จะ​ไปช่วย​ใคร​ที่ไหนละวะ? เอ้า..เรามาฉลอง​ความสำเร็จของเอ็งกันต่อดีกว่า เอ้าเชิญ.." พูดจบลุงสิงห์ก็ยกแก้วขึ้น​ชูเบื้องหน้าคน​ทั้งสอง


*********


๒๒.๐๐ นาฬิกา
ปัง!
เสียงอัดแน่นฝ่า​ความมืดของรัตติกาลดังกังวาน​ได้ยิน​ไปไกล

เสียง​ที่​ได้ยินนั้น​ฟังคล้าย​กับเสียงกัมปนาทของปืนลูกซองดังมาจากทางถนนใหญ่ คาดคะ​เนว่าคง​ต้องมีเหตุร้ายอย่างใดอย่างหนึ่ง​เกิดขึ้น​อย่างแน่นอน

สักครู่เสียงรถมอเตอร์ไซค์​ซึ่งปิดไฟหน้ามืดสนิทก็แล่นปราดผ่านหน้าบ้านลุงสิงห์เลย​เข้า​ไปข้างในหมู่บ้านเหนือด้วย​ความราดเร็ว ​เพราะ​ถ้าเลย​ลึกเข้า​ไปข้างในนั้น​ก็​จะ​สามารถ​ที่​จะทะลุออก​ไป​ได้ถึงบ้านวังเย็น ​ซึ่งก็​สามารถ​ที่​จะเลย​ทะลุออก​ไปทางบ้านแพ้ว​และแม่กลอง​ได้ รถจี๊ปตราโล่ของเจ้าหน้า​ที่ตำรวจเปิดไฟสว่างจ้าแล่นไล่หลังตาม​ไปติดๆ​

มรรคนายกบรรจงผลุดพรวดพราดลุกขึ้น​ยืนชะเง้อคอมองตามดูเหตุการณ์​แม้​จะมองเห็นไม่ทันก็ตาม ทำให้นายสอนพ่อค้าเร่ผลุดลุกขึ้น​ยืนตาม​ไปด้วย

"เสียงอะไร​กันพี่สิงห์ ฉัน​ได้ยินเสียงปืนแล้ว​ก็มีเสียงรถวิ่งกันครืดคราด​ไปหมด" ป้ามณฑายื่นหน้าโผล่ถามมาจากห้องนอน

"ไม่รู้เหมือนกันข้า​ได้ยิน​แต่เสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่ง​ไปก่อน​เพราะมันไม่เปิดไฟ แล้ว​ก็มีรถจี๊ปตำรวจวิ่งตามหลัง​ไป เอ็งเห็นอะไร​ไหมวะทิดจง?"

"ข้าก็เห็นเหมือน​กับลุงนั่นแหละ​"

"​เขา​จะรีบ​ไปไหนกันนะ?"

"ฉันว่าไอ้รถเครื่องคันนั้น​มันคงแล่นหนีตำรวจมาแน่ๆ​เลย​ ลง​ได้วิ่งไล่ตามกันพรวดพราดแบบนี้"

"หรือว่าตำรวจไล่ตามจับฆาตกร​ที่ฆ่าไอ้ก้อนวะ?" ลุงสิงห์รีบสรุป

"​ถ้า​จะให้ดี ฉันว่าเราออก​ไปรอฟังข่าว​ที่ร้านเจ๊ตาดีไหม?" ทิดจงออก​ความเห็น

"ข้าว่าเรานั่งคอยฟังข่าวอยู่​​ที่นี่ดีกว่า ขืนออก​ไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจ​จะโดนลูกหลงเข้าก็​ได้นะโว้ย" ลุงสิงห์ว่า

"ดีเหมือนกัน​กำลังอร่อยต้มโคล้งปลากระทิงของป้ามณฑาอยู่​​พอดี เดี๋ยวฉัน​เอาเข้า​ไปอุ่นในครัวให้เอง"

พูดจบมรรคนายกบรรจงก็ยกชามโคมต้มโคล้งใบใหญ่ลุกขึ้น​เดินตรงดิ่งเข้า​ไปในครัว​ที่มีชานยื่นติดต่อกัน​กับชานหน้าบ้าน เสียงเทแกงต้มโคล้งคืนลงหม้อ เกลี่ยถ่านไฟ​ที่แดงริบหรี่ในเตาให้ลุกโชนขึ้น​ เสียงพัดไฟกระพือดังพรึ่บพรั่บอยู่​ สักครู่ใหญ่มรรคนายกหนุ่มก็เดินยิ้มเผล่ยกชามต้มโคล้งปลากระทิงออกมาจากในครัว

หาก​ทว่าแทน​ที่บุคคล​ทั้งสอง​ที่นั่งดื่มรออยู่​ข้างนอกชานหน้าระเบียง​จะมองเห็นใบหน้ายิ้มเผล่ของมรรคนายกบรรจง ลุงสิงห์​และนายสอน​กับทำตาโตคล้าย​กับเห็นผีก็ไม่ปาน

​เพราะภาพ​ที่ปรากฏเบื้องหน้าของคน​ทั้งสองนั้น​!

กลับกลาย​เป็นว่ามีร่างหนึ่ง​​กำลังเดิน​เป็นเงาทาบออกมาจากในครัวเบื้องหลังของมรรคนายกบรรจง ร่างนั้น​​เป็นเงาใหญ่โตดำมืดเดินตามมาด้วย ​ซึ่งมองดูแล้ว​ราว​กับว่า​เป็นเงาเดียวกัน​กับเงาของนายบรรจงเอง

"ไอ้ก้อน..น!" เสียงลุงสิงห์ตะโกนลั่นอ้าปากหวอ

มรรคนายกหนุ่ม​ที่​กำลังยกชามโคมต้มโคล้ง​ที่อุ่นเสร็จใหม่ๆ​​กำลังร้อนๆ​เริ่มมีอาการมือสั่นเทาอย่างเห็น​ได้ชัด ต้มโคล้งหกกระ​เพื่อมเรี่ยราดรดขาคนยกจนร้อนอ้าปากซู้ดดังลั่น ​แต่มือก็ไม่ยอมปล่อยชามด้วย​ความเสียดาย

​เขาเอี้ยวคอเหลียวมอง​ไปทางข้างหลังของตัวเองทันที​ที่​ได้ยินเสียงลุงสิงห์เรียกชื่อลุงก้อน ภาพ​ที่เห็นทำให้​เขายิ่งตกตะลึง​เป็นสองเท่า ​เขารีบวิ่งพรวดเดียวถึงแคร่​ที่ตั้งขวดเหล้า​และ​กับแกล้ม รีบวางชามต้มโคล้งลงบนแคร่โครมใหญ่จนน้ำแกงกระฉอกหกเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น​เอง

"ลุงก้อนจริงๆ​ด้วย พุทโธ ธรรมโม สังโฆ อิติปิโส ภะคะ​วา...​.สาธุ..​ไปสู่​ที่ชอบๆ​เถิดลุงก้อน" มรรคนายกบรรจงสวดมนต์ปากคอสั่นพลางยกมือท่วมหัวไหว้ประหลกๆ​

"ข้านึกว่าข้าเห็นไอ้ก้อนคนเดียวเสียอีก"

"ชัดสองตาเลย​ ลุงก้อนยืนทำหน้าเศร้าอย่างไรพิกลแฮะ"

"พิกลยังไงพี่บรรจง?" นายสอนผู้​ที่เห็นเพียง​เป็นเงาดำมืดตามมาข้างหลังของมรรคนายกบรรจง ​แต่ไม่​ได้เห็นผีตาม​ไปด้วยซักอย่างอยากรู้

"ทำปากพะงาบๆ​เหมือน​กับ​จะบอกอะไร​บางอย่างให้รู้อย่างนั้น​แหละ​"

"อะไร​บางอย่าง​ที่ทิดจงว่าเนี่ย หมาย​ความว่าอย่างไรล่ะ?"

"​จะ​ไปรู้​ได้อย่างไรกัน ก็ฉันไม่ใช่ผีนี่?!" มรรคนายกบรรจงตอบสะบัดแบบโมโห​ทั้งๆ​​ที่ยังกลัว สังเกต​ได้จากสำเนียง​ที่ยังสั่นอยู่​


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2624 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ผีหลอก...!? --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-13835 ], [125.25.183.132]
เมื่อวันที่ : ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๒๘ น.

ตั้งชื่อว่าอะไร​​ดีนะ "ผีหลอก...​​" ดีไหม? ลองรอท่านอื่นๆ​​ช่วยตั้งด้วยนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13839 ], [58.10.216.149]
เมื่อวันที่ : ๑๒ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๕.๓๑ น.

ดีครับ​​คุณadd

"ผีหลอก...​​!?"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น