นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #12
ปักษิณ
..."อายุ ๖๖ ปีครับ​ผู้กอง" นายแดงตอบ​พร้อม​กับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรู้สึกงวยงงในคำถาม​ที่ไม่เห็น​จะเกี่ยว​กับสถานการณ์ในขณะนี้สักนิดเดียว "ลุงแดงเ...

ตอน : กว่าจะได้พบพ่อ..

"อายุ ๖๖ ปีครับ​ผู้กอง" นายแดงตอบ​พร้อม​กับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรู้สึกงวยงงในคำถาม​ที่ไม่เห็น​จะเกี่ยว​กับสถานการณ์ในขณะนี้สักนิดเดียว

"ลุงแดงเคยขึ้น​​ไปอยู่​​ที่จังหวัดพิษณุโลกใช่ไหมครับ​?"

"เคยครับ​ เคยขึ้น​​ไป​กับหลวงพ่ออั้นเรานี่แหละ​ครับ​ ราวๆ​สักยี่สิบกว่าปีแล้ว​ครับ​ ขึ้น​​ไปสร้างวัด สร้างศาลาการเปรียญ สร้าง​พระอุโบสถกันกลางหมู่บ้าน​ที่ทำไร่กันอยู่​ไกลบ้านไกลเมือง"

"เราขึ้น​​ไปสร้างวัดใหม่​ที่บึงปลาทูกัน สมัยนั้น​บึงปลาทู​เป็นหมู่บ้าน​ที่กันดานมาก" ท่านหลวงพ่ออั้นพูดเสริมขึ้น​บ้าง

"บึงปลาทูนี่อยู่​แถวซับไพรวัลย์ อำเภอวังทองใช่ไหมครับ​?"

"ครับ​เลี้ยวเข้าจากบ้านซับไพรวัลย์เลย​เข้า​ไปอีกไกลพอ​ได้เชียวแหละ​ครับ​ เทียว​ไปเทียวมาอยู่​หลายปีเหมือนกันกว่า​จะแล้ว​เสร็จสมบูรณ์"

"หลวงพ่ออั้นนี่ท่านมี​ความมานะบากบั่นในการอุทิศตน​เพื่อศาสนา​โดยแท้เลย​นะครับ​"

"ครับ​..ท่านมี​ความเพียรพยายามสร้างวัดจาก​ที่ท่าน​ได้เคย​ไปธุดงค์​เมื่อครั้ง​ที่ท่านยังหนุ่มอยู่​ ​เพื่อ​เป็นศูนย์รวมของชาวพุทธในถิ่นกันดานห่างไกล​ความเจริญ"

"ลุงแดง​ไป​กับท่านตอนไหนกันครับ​?"

"ก็ตั้งแต่ตอน​ที่ท่านเริ่มสร้างวัดนั่นแหละ​ครับ​ ผม​กับทิดสิน​ไปกัน​เป็นรุ่นแรกๆ​เลย​ครับ​ เริ่มสร้างศาลาการเปรียญก่อนอื่น ท่านมี​ความพยายามในการแกะสลักลวดลายฉลุตามเชิงชาย หน้าจั่ว หน้ามุข หน้าบันรวมถึงช่อฟ้าใบระกา ก็​เป็นบุญบารมีจากฝีมือของท่านหลวงพ่ออั้นท่าน​ทั้งสิ้น"

"ลุงแดงยังพอ​จะจำชื่อสมปอง​ได้ไหมครับ​?"

"​ใครกันครับ​สมปอง ผู้หญิงหรือผู้ชายกันครับ​"

"ผู้ชายครับ​ อายุราวๆ​ยี่สิบห้าปี"

"ผมไม่รู้จักหรอกครับ​ เด็กรุ่นหลังเนี่ยมีเยอะแยะ บ้านอยู่​​ที่หมู่ไหนกันละครับ​ บ้านเหนือหรือว่าบ้านใต้?"

"​เขาไม่ใช่คนแถวนี้หรอกครับ​ลุง ​เขามาจากซับไพรวัลย์ พิษณุโลก"

"มาจากซับไพรวัลย์ ผมไม่เคยรู้จักคนชื่อสมปองเลย​ครับ​ ​เป็น​ความสัตย์จริง"

"ลุงแดงจำผู้หญิงคน​ที่ชื่อฟองจันทร์​ได้ไหมล่ะครับ​?"

"ฟองจันทร์!" ลุงแดงอุทานออกมาอย่างลืมตัว สีหน้า​เขาเผือด​ไปทันที แกตกตะลึงนิ่งอึ้งอยู่​ครู่ใหญ่ก่อน​ที่​จะทวนคำถามของผู้กองตำรวจหนุ่ม

"ชื่อฟองจันทร์เกี่ยวข้องอะไร​ด้วยหรือครับ​ผู้กอง?"

"เกี่ยวซีครับ​ลุง ก็นายสมปอง​คือลูกชายของคน​ที่ชื่อฟองจันทร์"

"สมปอง​คือลูกของฟองจันทร์!?" เสียงอุทานอีกครั้งหนึ่ง​ของลุงแดงดังขึ้น​กว่าเดิม "ไหนผู้กองว่า​เขาอายุเท่าไหร่นะครับ​?"

"อายุประมาณ ๒๕ ปีเห็น​จะ​ได้ล่ะครับ​"

"​เขาบอกหรือเปล่าว่าพ่อ​เขาชื่ออะไร​?"

"ชื่อแดงครับ​ ผมเลย​ลองสุ่มถามลุงแดงดูเผื่อว่า​จะใช่ลูกชายของลุง ​จะ​ได้​เป็นบุญกุศล​ที่ช่วยให้พ่อลูก​เขา​ได้เจอกันเสียที"

"โอ้..สมปองลูกพ่อ ​ถ้าแม่​เขาชื่อฟองจันทร์จริง ​เขาก็น่า​จะ​เป็นลูกชายของผมเองแหละ​ครับ​ ตอนนี้​เขาอยู่​​ที่ไหนเล่าครับ​ผู้กอง?"

"อยู่​​ที่โรงพักครับ​ ผมกักตัวไว้​ที่โรงพัก!"

"กักตัว! หมาย​ความว่าอย่างไรกันครับ​ สมปอง​เขาถูกจับหรือครับ​?"

"ครับ​ ​เขาไม่​ได้ถูกจับเสียทีเดียว เพียง​แต่ว่า​เขา​เป็นผู้​ต้องสงสัยในคดีเกี่ยว​กับการฆาตกรรม​ที่เกิดขึ้น​​เมื่อวันก่อน จึงถูกกักตัวไว้ชั่วคราวเท่านั้น​ อีกอย่าง​เนื่องจาก​เขาไม่มีหลักฐาน​ที่​จะแสดงตัวว่า​เขา​คือ​ใคร? ผมจึงมี​ความจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องกักตัว​เขา​เอาไว้ก่อนเท่านั้น​เองแหละ​ครับ​"

"ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย​ว่าฟองจันทร์มีลูก ​ถ้ารู้ผมคงรีบกลับ​ไปหาเธอนานแล้ว​ละครับ​"

"ไม่​เป็นไรหรอกทิดแดง ​เมื่อรู้อย่างนี้ก็ดีแล้ว​ โยมก็รีบ​ไปช่วยลูกมันเถอะ ขาดเหลืออะไร​ก็บอกอาตมา​ได้เสมอ อาตมายินดีช่วยเหลือเต็ม​ที่"

"ขอบคุณครับ​หลวงพ่อ แค่นี้ผมก็ซึ้งใน​พระคุณของหลวงพ่อมากแล้ว​ละครับ​"

"​ถ้าอย่างนั้น​ผมก็ขอลาหลวงพ่อเลย​นะครับ​ แล้ว​ผม​จะพยายามเร่งสืบหาเบาะแสของเจ้าพวกขโมยขุดกรุ มารศาสนาพวกนี้ให้​ได้​โดยเร็ว ​ไปกันเถอะลุงแดง! ​ไปโรงพัก​กับผม​จะ​ได้รับนายสมปองลูกชายลุงกลับบ้านเสียที" ผู้กองตำรวจหนุ่มถือโอกาสเอ่ยลาท่าน​พระครูอั้นเจ้าอาวาสทันที

"ผมขอบคุณผู้กองมากเลย​ครับ​​ที่นำ​เอาข่าวดี​ที่สุดในชีวิตมาบอกผม ไม่ว่า​เขา​จะ​เป็น​ใครหรือ​เป็นอะไร​ก็ตามผม​จะ​ต้องชดเชยให้​เขาเต็ม​ที่ในสิ่ง​ที่ผม​ได้ละเลย​หน้า​ที่ในฐานะพ่อ​ที่ดี​ไปเสียนาน"

"ดีแล้ว​ทิดแดง ​ไปรับขวัญลูกชายเสียแล้ว​อย่าลืมพามันมาพบ​กับอาตมาด้วยละโยม"

"ครับ​หลวงพ่อ ข้อนี้ผมไม่ลืมเด็ดขาด ผมขอกราบลาหลวงพ่อก่อนละครับ​ เชิญเลย​ครับ​ผู้กอง ​ไปกันเถอะครับ​"


*********


วันจันทร์ขึ้น​ ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๒.๓๐ นาฬิกา
นายสมปองเดินตามลุงแดงผู้​เป็นบิดาก้าวลงจากสถานีตำรวจภูธรบ้านลำกระเฉดด้วยใบหน้า​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความปิติยินดี ​แม้ว่าใบหน้าของชายหนุ่ม​จะยังซีดเซียวอยู่​บ้างก็ตาม นายร้อยตำรวจเอกยุทธนาหัวหน้าสถานีเดินตามลงมาส่งถึงหน้าบันได นายสมปองยกมือไหว้กราบลาผู้กองหนุ่มอีกครั้งก่อนเดินหันหลังตามลุงแดงออก​ไปทางถนนใหญ่ข้างคลองลำกระเฉด

ลุงแดงพาลูกชายกลับ​ไปยังบ้านของแก​เพื่ออาบน้ำชำระร่างกายใหม่ สมปอง​ได้พบ​กับนางโสภาภรรยาของนายแดง​และสารภีลูกสาวหรือน้องสาวคนละแม่ของ​เขา สารภีมีอายุราวๆ​ ๒๐ ปี ​ซึ่งอ่อนกว่า​เขา ๕ ปี

หลังจาก​ที่ลุงแดง​ได้แนะนำให้นางโสภารู้จัก​กับลูกชาย​และสารภีรู้จัก​กับพี่ชายคนละแม่แล้ว​ ดูว่า​ทั้งคู่ก็ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่​โดยไม่แสดงทีท่ารังเกียจรังงอนเลย​​แม้​แต่น้อย ​และตัวของสมปองเองก็ยินดีไม่แพ้กัน​เพราะ​เขา​ได้เล่า​ความจริงให้ทุกคนฟังว่านางฟองจันทร์แม่ของ​เขา​ได้เสียชีวิต​ไปแล้ว​ตั้งแต่ปีกลาย

สมปองบอกว่า​เขา​ได้พยายามทุกวิถีทาง​ที่​จะสืบเสาะหาบิดาของ​เขาให้พบให้​ได้ ​ทั้งนี้​เพราะก่อน​ที่นางฟองจันทร์​จะเสียชีวิต นาง​ได้บอก​ความจริงแก่​เขาว่าบิดาของ​เขา​คือ​ใคร มาจากไหน ​แต่ไม่ทราบว่า​จะยังมีชีวิตอยู่​หรือว่าตาย​ไปแล้ว​เท่านั้น​ ​ถ้าอยากรู้เรื่อง​ราว​และอยากพบให้มา​ที่บ้านหนองแข้ จังหวัดนครปฐมก็​จะรู้​ความจริง​ทั้งหมด

ญาติโกโหติกาทางฝ่ายบิดา​ที่บ้านบึงปลาทู ตำบลซับไพรวัลย์ก็ไม่มีเลย​สักคนเดียว ​เขาจึงจำ​เป็น​ต้องรวบรวมเงินทองอยู่​หลายเดือนกว่า​จะหาเงิน​ได้พอค่ารถ​ไปกลับ เผื่อใว้ในกรณี​ที่ตามตัวบิดาไม่พบก็​จะกลับ​ไปตั้งหลักเริ่มต้นชีวิตใหม่​ที่บ้านบึงปลาทู ตำบลซับไพรวัลย์ตามเดิม

นับว่าโชคดี​ที่​เขา​ได้พบ​กับบิดาก่อน​ที่เหตุการณ์​จะบานปลาย​ไปกันใหญ่!

สมปองเล่าถึงเหตุการณ์​ที่​เขาถูกปล้น​โดยไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ​เพราะ​เมื่อ​เขาขึ้น​รถเมล์สายใต้มาลง​ที่ปากทางบ้านลำกระเฉดก็​เป็นเวลาพลบค่ำ​พอดี ตรงหน้าปากทาง​ที่ปกติ​จะมีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างสองสามคันจอดรอรับคน​โดยสาร​ที่ลงจากรถเมล์​เพื่อ​ไปส่งยังในหมู่บ้านตลอดเส้นทางจนถึงบ้านลำน้ำเจิงนั้น​ ​เนื่องจากวัน​ที่สมปองเดินทางมาถึงนั้น​มีเหลือเพียงคันเดียว​ที่มาจอดรับ​และโชคร้าย​ที่มีคนว่าจ้างให้​ไปส่ง​ที่บ้านลำน้ำเจิงก่อนหน้า​ที่สมปอง​จะลงจากรถเมล์ไม่นาน

​เมื่อสอบถามชาวบ้าน​ที่ลำกระเฉดถึงเส้นทาง​ไปหนองแข้ ​เขาจึงเดินดุ่มๆ​ตรงตามเส้นทาง​ไปเรื่อยๆ​ ​โดยกะว่า​จะสอบถามอีกที​เมื่อถึงหน้าวัดหนองแข้แล้ว​ ​แต่ด้วย​ความ​ที่ไม่เคยชิน​และรู้เส้นทางว่าตรงไหน​เป็นทางเลี้ยวเข้าวัด ​เขาจึงเดินเลย​วัดหนองแข้​ไปจนถึงศาลเจ้าโพธิ์ไทร

ด้วย​ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาตลอดสองวันตั้งแต่เดินทางออกจากบึงปลาทูมาจนถึง ณ ศาลเจ้าโพธิ์ไทร สมปองจึงนั่งลงหยุดพักเหนื่อย​ที่หน้าศาลเจ้านั้น​เอง

ชายหนุ่มหยิบ​เอาเสบียงก็​คือขนมปังไส้หมูหย็องน้ำพริกเผา​ที่เตรียมมาด้วย​พร้อมกระบอกน้ำพลาสติก​ที่ซื้อมาจากสถานีรถขนส่งสายใต้ขึ้น​มากินรองท้อง​เพื่อประทัง​ความหิว

สมปองเพิ่ง​จะบิขนมปังไส้หมูหย็องน้ำพริกเผาเข้าปาก​ได้เพียงคำ​ที่สองเท่านั้น​เอง ก็ปรากฏว่ามีมือลึกลับ​ที่มองไม่เห็นเข้ากระโดดล็อกคอ​เขาแน่น ​ที่​เขาสังเกต​ได้เพียงอย่างเดียวก็​คือมือ​ที่ล็อกคอ​และตามเนื้อตัว​ที่แข็งแรง​ซึ่งรัด​เขาแน่นอยู่​นั้น​เต็ม​ไปด้วยขนยาวรุงรังทั่ว​ทั้งตัว​ที่สัมผัสถูกเนื้อ​ต้องตัว​เขาตลอดเวลา ​และ​ที่สำคัญใบหน้า​และศีรษะของสมปองปรากฏว่า​ได้มีวัตถุแข็งคล้ายโลหะอะไร​สักอย่างถูกเหวี่ยงมากระทบ​โดยแรงอยู่​ตลอดจนรู้สึกเจ็บช้ำปวดร้าวระบม​ไปหมด

สมปอง​ได้พยายามดิ้นรนต่อสู้​เพื่อป้องกันตัวเอง ​ทั้งถีบเตะทุบถอง​แต่ก็ทำ​ได้ไม่ถนัดนัก ​ทั้งนี้​เพราะ​ความแข็งแกร่งของเจ้าของมือ​ที่รัดคอ​เขาอย่างแน่นหนาอยู่​นั่นเอง จนกระทั่งชายหนุ่มค่อยๆ​อ่อนแรง อึดอัด หายใจติดขัด​และ​เป็นลมสิ้นสติ​ไปใน​ที่สุด

ชายหนุ่มมารู้สึกตัวอีกทีก็ปรากฏว่า​เขาถูกลากมานอนแผ่หลาอยู่​เบื้องหลังของศาลเจ้าโพธิ์ไทรนั่นเอง ​เขานอนแน่นิ่งอยู่​อย่างนั้น​จนใกล้สว่าง พลัน​เขาก็​ได้ยินเสียงโจทย์ขานว่ามีการฆ่ากันตาย

สมปองแลเห็นคนหลายคนพากันวิ่งผ่านหน้าศาลเจ้าโพธิ์ไทร​ไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงเอะอะวิ่งวุ่นกันจ้าละหวั่น

ด้วยอารามตกตะลึง​และตกใจกลัว ​เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง​ได้บังเกิดขึ้น​อย่างเร็วมาก ทำให้สมปองคิดอะไร​ไม่ออกจึงปีนขึ้น​​ไปแอบหลบซ่อนตัวอยู่​บนศาลเจ้าโพธิ์ไทร ​ซึ่ง​เขากะว่า​จะรอให้เหตุการณ์เงียบสงบแล้ว​ค่อยโผล่ออกมาใหม่

​แต่การณ์กลับปรากฏว่า​เขา​ได้เผลองีบหลับ​ไปด้วย​ความอ่อนเพลีย​เพราะพิษบาดแผลจากการต่อสู้​และอดนอน

สมปองมารู้สึกตัวอีกทีก็ต่อ​เมื่อมีคนมาปลุก เจ้าหน้า​ที่ตำรวจถามคำถาม​ที่​เขาไม่​สามารถตอบคำถาม​ได้​ทั้งหมด ​ทั้งนี้ก็​เพราะเอกสารในการแสดงตัวตนของ​เขา​ได้สูญหาย​ไปจนหมดสิ้น ​โดยเฉพาะ​เมื่อ​เขา​เป็นคนต่างถิ่น​ที่ไม่มี​ใครรู้จัก​เขาเลย​สักคนเดียว

​และ​ที่ร้าย​ที่สุด​เขาอยู่​ใกล้​กับสถาน​ที่เกิดเหตุ​ที่สาวสำเนียงถูกฆาตกรรมในคืนเดียวกันเสียด้วย

ช่าง​เป็นเหตุบังเอิญเสียนี่กระไร!


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2622 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน กว่าจะได้พบพ่อ.. --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-13825 ], [125.24.100.136]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๔๗ น.

"กว่า​​จะ​​ได้พบพ่อ.."ดีหรือเปล่าคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-13826 ], [125.24.100.136]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๔๙ น.

ศูนย์หาย ​​เป็น สูญหาย ค่ะ​​ คุณปักษิณ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปักษิณ [C-13832 ], [58.10.216.249]
เมื่อวันที่ : ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๒.๕๖ น.

"กว่า​​จะ​​ได้พบพ่อ.."

ดีครับ​​..ชื่อตรง​​ความหมายดี
‘สูญหาย’ แก้แล้ว​​ครับ​​
ขอบคุณครับ​​คุณadd

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น