นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #11
ปักษิณ
...วันอาทิตย์ ขึ้น​ ๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๐๖.๐๐ นาฬิกา แสงทองเริ่มทอแสงรำไรริมขอบฟ้า หากถนนหนทางยังคงสลัวรางอยู่​ด้วย...

ตอน : สะดุดใจ

วันอาทิตย์ ขึ้น​ ๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๑
๐๖.๐๐ นาฬิกา
แสงทองเริ่มทอแสงรำไรริมขอบฟ้า หากถนนหนทางยังคงสลัวรางอยู่​ด้วยหมอกหนาอย่างอ้อยอิ่ง

​พระภิกษุสมชาย​กับ​พระภิกษุบัญชาเริ่มออกบิณฑบาต​โดยเดินตามกันมาด้วยท่าทีสำรวมไม่พูดไม่จา ขณะ​ที่เดินผ่านต้นยางคู่​ที่สูงตระหง่านก็อดแหงนคอชำเลืองมองดูยอดยางไม่​ได้ด้วย​ความเคยชิน หาก​แต่ใจกลับไพล่นึก​ไปถึงร่างของโยมก้อน​ที่นอนเลือดโซมกายอยู่​ใกล้ๆ​กัน​เมื่อหลายวันก่อน ​ความคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ทำให้ขนลุกเกรียวซู่ขึ้น​มาอย่างช่วยไม่​ได้

อย่างคาดไม่ถึงขณะ​ที่​พระภิกษุ​ทั้งสองรูป​กำลังย่างเท้าเดินเลี้ยวขวา​ไปทางหมู่ ๓ บ้านหนองแข้เหนือหรือบ้านเหนือนั้น​ ก็พลันปรากฏมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น​อย่างรวดเร็ว

มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากทางทิศใต้ซ้ายมือเสียงดังตึก..ๆ​..ๆ​..ๆ​ อย่างสม่ำเสมอ ผ่านหน้า​พระภิกษุ​ทั้งสองรูป​ไปอย่างรวดเร็ว หลวงพี่สมชายสังเกตเห็นในมือขวาของชายผู้นั้น​กำขวานขนาด​กำลังเหมาะมือ​ไปด้วย ท่าทางของมือ​ที่ถือขวานรู้สึก​ได้ถึง​ความมั่นอกมั่นใจ เจ้าของร่าง​ที่วิ่งผ่าน​ไปนั้น​สวมกางเกงขาสั้นสีทึบคล้ายสีดำ ​ส่วนเสื้อ​ที่สวม​คือเสื้อกล้ามสีขาว ​แต่​เนื่องจากเช้า​วันนี้หมอกยังคงลงจัด ท้องฟ้าจึงยังไม่เปิดแสงสว่างให้พอ​ที่​จะมองเห็นใบหน้าคนวิ่ง​ได้ถนัด ​ทั้งนี้ก็​เพราะว่าชายคนดังกล่าววิ่งผ่าน​ไปอย่างรวดเร็วมาก

ทันที​ที่มองเห็นขวานในมือของชายคน​ที่วิ่งผ่าน​ไปทำ​เอาหลวงพี่​ทั้งสองขนลุกเกรียวขึ้น​มาอีกคำรพหนึ่ง​ หากครั้งนี้มันเสียววาบเข้า​ไปถึงขั้วหัวใจเลย​ทีเดียว

"หลวงพี่บัญชา คุณเห็นเหมือนผมหรือเปล่าว่าฆาตกรเพิ่งวิ่งผ่านหน้าเราสองคน​ไปแหม็บๆ​"

"นั่นซิวิ่งถือขวานโทงๆ​​ไปแบบนั้น​ แสดงว่าเพิ่ง​จะฆ่า​ใครมาหยกๆ​อย่างแน่นอน เราควร​จะทำอย่างไรกันดี บอกให้​ใครรีบ​ไปแจ้ง​ความดีไหมครับ​"

"เรายังไม่เห็น​กับตาขืนพูด​ไป​ถ้าจับไม่​ได้ไล่ไม่ทันหรือว่าไม่​เป็น​ความจริง เรา​จะกลาย​เป็นเด็กเลี้ยงแกะ​ไปเปล่าๆ​นะหลวงพี่"

"เอ..ยังงั้นเรา​จะทำอย่างไรกันดีล่ะครับ​?"

"ถือว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ก็แล้ว​กัน ทำหน้า​ที่โปรดสัตว์ของเราต่อ​ไปดีกว่า"

"​แต่ในฐานะพลเมืองดี เราควร​จะบอกเบาะแสหรือข้อสงสัยนี้แก่​ใครสักคนจริงไหมครับ​?"

"​ไปต่อเถอะครับ​เดี๋ยวชาวบ้าน​เขา​จะรอ สายบ้านเหนือนี้บ้านเรือนยิ่งเยอะอยู่​ด้วย ​เอาไว้กลับมาแล้ว​ค่อยว่ากันใหม่"

"ครับ​ เชิญนำ​ไปเลย​ครับ​หลวงพี่สมชาย"


*********


๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๐.๐๐ นาฬิกา
หลวงพ่ออั้น​และนายแดง​ได้หวนกลับเข้า​ไปในโบสถ์ใหม่อีกครั้ง ​และอยู่​จนเลย​ฉันเพล ​โดยท่าน​ได้ให้นายแดงเตรียม​เอาอาหารกลางวันเข้า​ไปด้วย ​ทั้งสอง​พระอาจารย์​และศิษย์ก้นกุฏิ​ได้อยู่​ทำงานต่อกันจนสี่โมงเย็นจึง​ได้เปิดประตูโบสถ์โผล่ออกมา

นายแดง​ได้เดินออก​ไปตามเจ้าแกละ​และอาจารย์เฮี้ยงรองเจ้าอาวาสให้เข้า​ไปช่วยกันขนของออกมาจาก​พระอุโบสถ ​โดยให้​เอาเข้า​ไปเก็บไว้ในห้องเก็บของลับพิเศษ​ที่อยู่​ด้านหลังภายในกุฏิของหลวงพ่ออั้นนั่นเอง

ท่านอาจารย์เฮี้ยงจึงให้​พระลูกวัดอีกสี่รูป​ไปช่วยกันขนของ ​ซึ่งก็มีลัง​และกล่องไม้สักเกือบ ๒๐ ใบ รวม​ทั้งไหซองใหญ่ ๕ ใบ​และหีบเหล็กอีก ๒ ใบ

ของ​ทั้งหมดนี้นายแดง​ได้ลำเลียงมาไว้​ที่ข้างประตู​พระอุโบสถทางด้านทิศตะวันตกก่อนแล้ว​​ที่​จะออกมาเรียกให้คนมาช่วยขน ฉะนั้น​จึงไม่มีผู้ใด​ที่รู้ว่าภายในหีบห่อ​และกล่องต่างๆ​นั้น​มีสิ่งใดบรรจุอยู่​บ้าง อีกอย่างท่าน​พระครูอั้นเจ้าอาวาส​ได้ล็อกกุญแจ​พระอุโบสถ​เอาไว้อย่างแน่นหนาภายหลังจาก​ที่ขนของออกมาหมดแล้ว​

หลวงพ่ออั้นสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดมิให้​พระภิกษุลูกวัดหรือผู้ใดพูดถึงเรื่อง​ราว​ที่เกิดขึ้น​นี้อีก​เป็นอันขาด ​โดย​ได้ให้อาจารย์เฮี้ยงสัญญาว่า​จะคอยกำชับดูแลเรื่อง​นี้อย่างเข้มงวด หาก​แม้ผู้ใดผิดสัญญา​จะมีการลงโทษอเปหิให้ออกจากวัด​ไปทันที

​แม้​พระภิกษุทุกรูป​จะให้สัญญา​แต่ก็ไม่วาย​ที่​จะมีการพูดถึงการล็อก​พระอุโบสถไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าออก​เป็นเวลาเจ็ดวันนั้น​ ​เพราะปกติ​พระภิกษุทุกรูป​จะ​ต้องลง​พระอุโบสถกัน​เป็นประจำวันอยู่​แล้ว​ ​แต่ท่านอาจารย์เฮี้ยง​ได้บอกว่าหลวงพ่อท่านให้ลุงแดงช่างฝีมือในการบูรณปฏิสังขรณ์​พระอุโบสถ​ได้รับอนุมัติให้เข้า​ไปทำการบูรณะซ่อมแซม​ได้​แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น​

​พระภิกษุสมชาย​ได้แจ้งข้อกังขาของท่าน​และ​พระภิกษุบัญชาต่อท่านอาจารย์เฮี้ยงรองเจ้าอาวาสถึงเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​เมื่อเช้า​มืดวันนี้ว่า

"ท่านอาจารย์ครับ​ ​เมื่อเช้า​มืดวันนี้ตอน​ที่ผม​และหลวงพี่บัญชา​กำลังออก​ไปบิณฑบาตสายบ้านเหนือ พวกเราเห็นมีคนวิ่งถือขวานวิ่งผ่านหน้าพวกเรา​ไปตรงต้นยางคู่หน้าวัด ผมสงสัยว่า​จะ​เป็นฆาตกร​ที่ฆ่าโยมก้อน​และโยมสำเนียงครับ​ ​เพราะผมเห็น​เขาวิ่งเร็วมาก วิ่งตึ๊กๆ​หายแวบ​ไปเลย​"

"คุณเห็นหน้า​เขาหรือเปล่าล่ะคุณสมชาย?"

"ไม่ทันสังเกตครับ​​เพราะ​เมื่อเช้า​หมอกลงจัดเห็นไม่ค่อยถนัดครับ​อาจารย์"

"​แต่คุณสองคนก็ยังเห็นว่า​เขาถือถือขวานวิ่งผ่าน​ไป ​และสงสัยว่า​จะ​เป็นฆาตกรเสียด้วย"

"ครับ​อาจารย์"

"อืม..ม..ม!..​เขา​แต่งตัวอย่างไรล่ะคุณสมชาย"

"นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำใส่เสื้อกล้ามสีขาวนวลๆ​ ท่าทางรีบร้อนมาก วิ่งเร็วปรื๋อเลย​"

"เอ..เท่า​ที่เห็นวิ่งตอนเช้า​ๆ​ก็​จะมีก็​แต่จ่าสุนทร​กับหมู่สมบุญเท่านั้น​แหละ​ ​ที่​เขาพากันวิ่งออก​กำลังกายกันประจำตอนเช้า​ตรู่อย่างนั้น​ คนอื่นอาตมายังไม่เคยเห็นมี​ใคร​ที่วิ่งแบบนี้อีกเลย​นี่นา"

"วิ่งออก​กำลังกายทำไมถึง​ต้องถือขวาน​ไปด้วยอย่างนั้น​ล่ะครับ​อาจารย์"

"นั่นแหละ​​คือปัญหา​ที่เรา​ต้องคิดให้​ได้ว่า​เขา​เป็น​ใคร​และทำไม​ต้องวิ่งถือขวาน?"

"​ถ้าไม่ใช่คนวิ่งออก​กำลังกาย ก็​ต้อง​เป็นฆาตกรซีครับ​"

"​ใคร​คือเหยื่อล่ะครับ​คุณสมชาย"

"​แต่วันนี้ไม่มีข่าวการฆ่ากันตายใช่ไหมครับ​อาจารย์?"

"ยังไม่เห็นมี​ใครพูดถึงเรื่อง​การฆ่ากันตายเลย​นี่ในวันนี้"

"แสดงว่าผมเข้าใจผิดนะซีครับ​?"

"ก็คงทำนองนั้น​แหละ​คุณสมชาย ขืน​ไปแจ้ง​ความหรือโวยวาย​ไปคน​เขาก็​จะหาว่า​พระวัดเรานี่​เป็นกระต่ายตื่นตูม"

"ดีนะครับ​​ที่ผมมาปรึกษาอาจารย์ก่อน ไม่อย่างนั้น​ผมคงปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่ออย่างแน่นอนเลย​ทีเดียว"

"ตอนนี้เรา​ต้องสืบให้​ได้ว่า​ใคร​คือคน​ที่วิ่งถือขวานตอนเช้า​เท่านั้น​เอง"

"ขอบคุณครับ​อาจารย์"


*********


วันจันทร์ขึ้น​ ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๑
๐๙.๓๐ นาฬิกา
ร.ต.อ.ยุทธนากราบนมัสการท่าน​พระครูอั้น​เมื่อเข้า​ไปพบท่านบนกุฏิของท่านตามคำขอของท่าน​พระครู​ที่ให้มรรคนายกบรรจง​ไปเชิญ​เขาให้มาพบ​ที่วัด

"อาตมามีเรื่อง​สำคัญอยาก​จะบอกผู้กองอย่างหนึ่ง​"

"เรื่อง​อะไร​หรือครับ​หลวงพ่อ?"

"​คือ​เมื่อวันก่อน​คือวันเสาร์​ที่ผ่านมานี้ ​ได้มีคนร้ายเข้า​ไปขุดสมบัติ​ที่ใต้ฐานชุกชีของวัด ​ได้ของ​ไปหลายรายการ​ซึ่งอาตมา​ได้ทำสำเนาหลักฐานรายการสิ่งของให้ท่านผู้กองหนึ่ง​ชุด​เพื่อตามหาของกลาง นี่ครับ​หลักฐาน"

"ครับ​หลวงพ่อ..เอ..​แต่ว่าเดี๋ยวก่อนครับ​หลวงพ่อ ก่อนอื่นหลวงพ่อควรพาผม​ไปดู​ที่เกิดเหตุก่อนนะครับ​"

"​ได้ซิผู้กอง ​แต่อาตมา​ต้องขอเรียนให้ทราบว่าของ​ที่เหลืออาตมา​ได้ย้ายมาไว้ในห้องเก็บของข้างหลังกุฏิของอาตมาหมดแล้ว​นะครับ​ผู้กอง"

"อ้าว..แล้ว​หลักฐาน​ที่เกิดเหตุก็เปลี่ยนแปลง​ไปหมดแล้ว​นะซีครับ​?"

"ขณะนี้อาตมา​กำลังให้ช่างทำการกลบร่องรอย​ที่เกิดเหตุอยู่​ในโบสถ์"

"แล้ว​ผม​จะหาร่องรอย​ได้จาก​ที่ไหนกันละครับ​ ใน​เมื่อหลวงพ่อให้คนของหลวงพ่อ​ไปกลบรองรอยหลักฐานหมดแล้ว​ดังนี้"

"​คืออย่างนี้ครับ​ผู้กอง อาตมา​ต้องการให้เรื่อง​นี้​เป็น​ความลับสุดยอด อาตมาเองก็ไม่​ได้แพร่งพรายให้​ใครรู้เลย​ มีเพียงอาตมา​และทิดแดงช่าง​ที่​กำลังบูรณะซ่อมแซมอยู่​ในขณะนี้เท่านั้น​เพียงสองคนเท่านั้น​​ที่รู้เรื่อง​นี้ ​จะมีอีกคนก็​คือผู้กองนี่แหละ​​คือบุคคล​ที่สาม ​แม้​แต่​พระลูกวัด​และคน​ที่อยู่​ในวัดก็ไม่มี​ใครรู้เรื่อง​สักคนเดียว"

"หลวงพ่อ​ต้องการให้ผมทำอย่างไรละครับ​?"

"ผู้กองก็เพียง​แต่คอยสืบหาเบาะแสของตัวคนร้ายให้​ได้ ​เพื่อ​ที่ว่า​เขา​จะ​ได้ไม่​ไปทำอย่างนี้​ที่อื่นอีกในภายหน้า"

"​แต่คนพวกนี้มันเลวเข้ากระดูกจน​เป็นสันดานแล้ว​ คง​จะหาทางแก้​ได้ยากมากเชียวนะครับ​หลวงพ่อ"

"ถึงอย่างไรก็​ต้องพยายามลองดู เผื่อ​จะ​ได้​เป็นบุญกุศลต่อ​ไปในภายภาคหน้า"

"ครับ​ตกลงผม​จะลองสืบดูตามวิธีของผม ​แต่ตอนนี้ผมขอเข้า​ไปดู​ที่เกิดเหตุก่อนสักนิด​ได้ไหมครับ​?"

"เชิญครับ​ผู้กองเดี๋ยวอาตมา​จะพา​ไป"

พูดจบท่าน​พระครูอั้นก็ลุกขึ้น​ยืนอย่างกระฉับกระแฉง เดินนำหน้าฉับๆ​ตรง​ไปยัง​พระอุโบสถหลังงาม​ที่มีอายุเก่าแก่นั้น​ทันที

ภาพ​ที่เห็นอยู่​เบื้องหน้าของนายร้อยตำรวจเอกหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรบ้านลำกระเฉดก็​คือ ภาพ​ที่นายแดง​กำลังปูกระเบื้องเซรามิคปิดรอยชำรุดของ​พระอุโบสถอยู่​​ที่ด้านหลัง​พระประธาน ​ซึ่งรอย​ที่ซ่อมใหม่นั้น​มี​ความกว้าง​และ​ความยาวประมาณหนึ่ง​เมตรห้าสิบเซนติเมตร ​ส่วน​จะลึกเท่าใดนั้น​ไม่​สามารถ​ที่​จะบอก​ได้ นอกจากนายแดงหรือหลวงพ่อเท่านั้น​​ที่รู้เรื่อง​ดี

"​ความกว้างของหลุม​ที่ถูกขุดก็เท่า​ที่ผู้กองมองเห็นนั่นแหละ​ครับ​ ​ส่วน​ความลึกก็ประมาณราวเมตรครึ่งกว่าๆ​มิดเลย​ราวนมของนายแดง​ไปหน่อย​เดียว" ท่าน​พระครูพูดบอกราว​กับว่าท่านเดาใจผู้กองหนุ่ม​ได้ถูก​ต้องตรงเผงเลย​ทีเดียว

"ขอบคุณครับ​หลวงพ่อ"

"ทิดแดง นี่​คือผู้กองยุทธนา​เขา​จะมาขอดู​ที่เกิดเหตุหน่อย​ ทิดแดงช่วยให้รายละเอียด​กับท่านผู้กอง​เขาหน่อย​ก็แล้ว​กันนะ"

"ครับ​หลวงพ่อ สวัสดีครับ​ผู้กอง" นายแดงยกมือไหว้นายร้อยตำรวจเอกหนุ่มหลังจากวางมือจากเกรียงฉาบปูนเรียบร้อย​แล้ว​

ผู้กองหนุ่มแห่งโรงพักบ้านลำกระเฉดยกมือขึ้น​รับไหว้ มองหน้านายแดงราว​กับสะดุดอะไร​บางอย่าง ก่อน​ที่​จะเอ่ยถามขึ้น​ว่า

"ลุงแดงอายุเท่าไหร่แล้ว​ครับ​?"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2621 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน สะดุดใจ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-13824 ], [125.24.100.136]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๔๑ น.

มาตั้งชื่อตอนว่า "สะดุดใจ" ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13831 ], [58.10.216.249]
เมื่อวันที่ : ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๒.๔๙ น.

ขอบคุณครับ​​คุณadd

"สะดุดใจ"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น