นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #10
ปักษิณ
...วันเสาร์ขึ้น​ ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๔.๐๐ นาฬิกา หลังจากฉันเพลเสร็จ หลวงพี่สำเนียงก็หายเงียบเข้า​ไปในกุฏิเหมือน...

ตอน : ขุดกรุ

วันเสาร์ขึ้น​ ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๔.๐๐ นาฬิกา
หลังจากฉันเพลเสร็จหลวงพี่สำเนียงก็หายเงียบเข้า​ไปในกุฏิเหมือนดังเดิม ช่วงบ่ายอย่างนี้​พระอาจารย์เฮี้ยง​และ​พระลูกวัด​ทั้งหมดต่างพากันจำวัดอยู่​ในกุฏิจนหมดสิ้น สรรพสำเนียงภายนอกจึงดูเงียบสงบร่มเย็น คงมี​แต่หลวงพ่ออั้นเท่านั้น​​ที่เ​ที่ยวออก​ไปเดินท่อมๆ​อยู่​ข้างป่าช้าหลังโบสถ์ ​เนื่องด้วยเส้นทางนี้ไม่ค่อย​จะมี​ใครสัญจรผ่านมาบ่อยนัก ​ทั้งนี้ก็​เพราะเสียง​ที่ร่ำลือกันเรื่อง​ผีสางนางไม้ ​ที่ชอบออกมาหลอกหลอนผู้คน​โดยไม่เลือกเวลาว่า​เป็นเวลากลางวันหรือเวลากลางคืน จน​เป็น​ที่โจทย์ขานกัน​ไปทั่ว

ในขณะ​ที่ท่าน​กำลังเดินผ่านเสาหงส์อัน​เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของเขตป่าช้า หูของท่านก็พลัน​ได้ยินเสียงดังกุกๆ​กึกๆ​ออกมาจากภายในโบสถ์ ท่านจึงรีบกลับหลังหันเดินตรง​ไปยัง​ที่มาของเสียงนั้น​ทันที

​ความ​ที่ท่านอายุมากแล้ว​ประกอบ​กับสุขภาพของท่าน​พระครูอั้นก็ไม่ค่อย​จะอำนวย ขณะ​ที่ท่าน​กำลังเดินเข้า​ไปใกล้โบสถ์นั้น​ ท่านไม่​สามารถบังคับอาการไอ​ที่​เป็นโรคประจำตัวของท่าน​ได้ ท่าน​พระครูอั้นจึงส่งเสียงไอโขลกๆ​ออกมาอย่างช่วยไม่​ได้

ฉะนั้น​​เมื่อชาย​ทั้งสองคน​ที่อยู่​ภายใน​ได้ยินเสียงไอของท่าน​พระครู จึงรีบกลบร่องรอย​และเล็ดลอดแอบหลบออก​ไปทางประตูอีกด้านหนึ่ง​อย่างเงียบกริบคล้าย​กับชำนาญเส้นทาง

​เมื่อท่าน​พระครูเข้า​ไปภายในโบสถ์ก็จึงไม่พบ​กับผู้ใด นอกจาก​ความเงียบ ทำให้ท่านสงสัย​เป็นอย่างยิ่งว่าคง​ต้องมีอะไร​ผิดปกติเกิดขึ้น​ภายในโบสถ์นี้อย่างแน่นอน หลวงพ่ออั้นจึงค่อยๆ​เดินสำรวจตรวจตราดูรายละเอียดจนทั่ว ​และท่านก็พบสิ่ง​ที่ผิดปกติเข้าจน​ได้

นั่นก็​คือมีการขุด​ที่ใต้ฐานชุกชีด้านหลังขององค์​พระประธาน!

พวกมารศาสนา!

พวกไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ!

ระวังนรก​จะกินกบาล!

ณ ​ที่แห่งนี้ก็​คือสถาน​ที่ซ่อนของสมบัติเก่าแก่ของวัดตั้งแต่ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพา​พร้อม​ทั้งกรุ​พระเครื่อง​ที่ท่าน​พระครูอั้น​ได้ทำการปลุกเสก​เมื่อ ๒๐ปีก่อน​และ​ได้นำ​เอามาซุกไว้​ที่ฐานชุกชีขององค์​พระประธานโบสถ์แห่งนี้​เมื่อตอน​ที่เกิดสงครามมหาประลัยนั่นเอง มีผู้รู้เรื่อง​ราวเหล่านี้ด้วยกัน​ทั้งหมด ๕ คน ​ซึ่ง​เป็นคนเก่าคนแก่​ที่เหลืออยู่​เพียงไม่กี่คนในหมู่บ้าน เท่า​ที่จำ​ได้รู้สึกว่า​นอกจากท่าน​พระครูแล้ว​​จะยังคงเหลือคนรุ่นนี้​ที่รู้เรื่อง​เกี่ยว​กับกรุสมบัติ​และเครื่องรางของขลัง​ซึ่งยังมีชีวิตอยู่​อีกเพียงสองคนเท่านั้น​เอง

หนึ่ง​ในสองนั้น​ก็​คือนายแดงช่างไม้ลูกศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่ออั้นนั่นเอง ​ส่วนอีกคนหนึ่ง​​คือนายสิน​ซึ่งก็​ได้อพยพ​ไปตั้งหลักแหล่งรกรากอยู่​​ที่อื่น ​ได้ข่าวว่านายสิน​ไปมีภรรยาอยู่​ทางเพชรบุรีหรือปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี่แหละ​ ​เพราะไม่เคยมาเยี่ยมเยียนหลวงพ่อท่านนานมากแล้ว​ ​ส่วนอีกสามคน​ที่ล่วงรู้เหตุการณ์ในครั้งนั้น​​ได้เสียชีวิต​ไปหมดสิ้นแล้ว​

​โดยฉับพลันทันทีหลังจากนั้น​ ท่าน​พระครูอั้น​ได้ให้เจ้าแกละลูกศิษย์วัดนำ​เอากุญแจดอกใหญ่สองดอกมาล่ามประตูทางด้านหน้า​และด้านหลังของโบสถ์ไว้อย่างแน่นหนา


*********


๑๕.๓๐ นาฬิกา
ท่าน​พระครูอั้น​ได้สั่งให้เจ้าแกละรีบ​ไปตามนายแดงมาจากหมู่ ๓ บ้านเหนือมาพบท่าน​โดยด่วน​เป็นการลับเฉพาะ ​ทั้งนี้ท่าน​พระครู​ได้สั่งห้ามไม่ให้เจ้าแกละแพร่งพรายเรื่อง​นี้ให้​ใครรู้​โดยเด็ดขาด

ลุงแดงรีบเดินทางมาพบหลวงพ่ออั้นทันที​ที่เจ้าแกละ​ไปตาม

"หลวงพ่อมีธุระอะไร​​ที่​จะให้ผมรับ​ใช้หรือครับ​?"

"ฉันมีเรื่อง​ด่วน สำคัญมาก​ที่เราควรรู้กันเพียงสองคนเท่านั้น​"

"เรื่อง​อะไร​หรือครับ​หลวงพ่อ?"

"ทิดแดง​เอาเครื่องมือ​ที่ฉันเตรียมไว้ในถุงนี้แล้ว​ ​และก็ให้รีบตามฉันเข้า​ไปโบสถ์​โดยด่วนเดี๋ยวนี้เลย​"

"ครับ​หลวงพ่อ"

ก่อน​ที่​จะเข้า​ไปในโบสถ์ท่าน​พระครู​ได้เรียกเจ้าแกละมากระซิบบอก

"ข้า​จะ​ไปทำธุระสำคัญ​กับทิดแดง ห้ามเอ็งบอก​ใครเด็ดขาดว่าข้า​ไปไหน บอกว่าข้า​ไปธุระ​กับทิดแดงเท่านั้น​พอ เข้าใจไหม?"

"เข้าใจครับ​หลวงพ่อ ผม​จะเฝ้าอยู่​​ที่กุฏิของหลวงพ่อ​ที่นี่"

"ดีมากเจ้าแกละ เรา​ไปกันเถอะทิดแดง"

"ผม​พร้อมแล้ว​ครับ​"

​เมื่อ​ทั้งสองเข้า​ไปภายในโบสถ์แล้ว​ ท่าน​พระครูอั้น​ได้สั่งให้นายแดงลั่นดาลประตูโบสถ์ด้านในอย่างแน่นหนาอีกชั้นหนึ่ง​ ท่านพานายแดงให้​ไปดู​ความเสียหาย​ที่เกิดจากฝีมือของโจรชั่ว

"ฉันเดินมา​พอดีแอบ​ได้ยินเสียงพวกมัน​กำลังขุดกันอยู่​ดังกุกกัก ฉันเลย​ย่องเข้ามาหวัง​ที่​จะแอบดูว่าพวกมัน​เป็น​ใคร ​กำลังทำอะไร​กันอยู่​ ก็บังเอิญคันคอทนไม่ไหว ดันไอโขลกๆ​ออกมาเสียก่อน พวกมันคงไหวตัว จึงชิงหลบหนี​ไปเสียก่อน​ที่ทัน​จะ​ได้เห็นหน้าว่า​เป็น​ใครกันบ้าง?"

"ไม่รู้ว่ามัน​เอาอะไร​​ไปบ้าง?"

"ฉันจึง​ได้ให้ไอ้แกละ​ไปเรียกทิดแดงให้มาช่วยดูนี่ยังไง มาช่วยฉันจัดการรื้อกรุ​ที่ฐานชุกชี ​เพื่อ​ที่​จะดูว่าสิ่งของ​ที่เสียหาย​ไปนั้น​มีอะไร​บ้าง นี่ฉัน​เอาบัญชีสิ่งของ​ที่เราฝังกันไว้​แต่ครั้งสงครามมาด้วย"

ท่าน​พระครูอั้นพูดพลางล้วง​เอาสมุดปกแข็งเล่มเล็กกะทัดรัด ​ซึ่ง​เป็นสมุดบัญชีรายการสิ่งของภายในกรุของเก่า​ที่ท่าน​ได้ทำไว้​เมื่อประมาณสิบหกปีก่อนหน้านี้ ขึ้น​มาคลี่เปิดดูทีละหน้าอย่างช้าๆ​

ชะแลง​และพลั่วสนาม​ที่หลวงพ่ออั้นยัด​เอาไว้ในถุงผ้าด้ายดิบ ​ได้ถูกนายแดงล้วง​เอาออกมา​ใช้ในการขุดรื้อกรุของเก่าของวัดหนองแข้​ที่ใต้ฐานชุกชีขององค์​พระประธานโบสถ์

​เนื่องจากนายแดงหรือลุงแดงเองนั้น​เคย​เป็นหนึ่ง​ในห้าของผู้ร่วมขบวนการ​ที่รู้เห็นเหตุการณ์ในการฝังกลบโบราณวัตถุทรัพย์สมบัติของวัดหนองแข้ดังกล่าวแล้ว​ ทำให้การทำงานของ​เขาดูเรียบง่าย ไม่น่าตื่นเต้น

หาก​แต่ด้วย​ที่ประตู​และหน้าต่างของโบสถ์​ได้ปิดสนิท ไม่​ได้เปิดออกรับลม จึงทำให้อากาศภายในเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้น​เรื่อยๆ​ เหงื่อกาฬไหลออกมาชุ่มตัวนายแดงจนทำให้เสื้อยืดคอกลมสีขาวมอๆ​​และกางเกงขาก๊วยสีน้ำทะเลตัวเก่งของลุงแดงเปียกโชก ทำให้แกยกผ้าขาวม้า​ที่เคียนเอวขึ้น​ซับเหงื่อ​ที่ใบหน้า​และลำตัวบ่อยครั้ง

"ร้อนหน่อย​นะทิดแดง ทน​เอาหน่อย​ เปิดประตูหน้าต่างไม่​ได้ ​เพราะเดี๋ยวข่าวรั่วรู้​ไปถึงหูชาวบ้าน​จะพากันโกลาหลแตกตื่น​เป็นการใหญ่เรา​จะ​เอาไม่อยู่​ ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน"

"ครับ​..หลวงพ่อ"

"ข้างล่างสุด​จะ​เป็น​พระเครื่องพิมพ์โมคคัลลาน์​ที่ฉันปลุกเสกร่วม​กับหลวงพ่อเกลี้ยงวัดเฉลิมโพธาราม ตั้งแต่ปีสองสี่แปดศูนย์รวมสองพันสี่ร้อยแปดสิบองค์ตามปีพ.ศ.​ที่เราช่วยกันฝังไว้อยู่​ในไหซองแบบมีหูจำนวนสี่ใบวางปนอยู่​​กับขันลงหิน​และเครื่องเงิน จำ​ได้ไหมทิดแดง"

"จำ​ได้ครับ​หลวงพ่อ..แล้ว​หลวงพ่อยังให้พวกเราห้าคนสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์​และองค์​พระประธานเลย​ครับว่า​ให้เก็บ​เป็น​ความลับ ​แม้น​ใครผิดคำสาบานขอให้ฉิบหายไม่มี​ความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพการงาน ให้มีอัน​ต้อง​เป็น​ไปด้วยคมอาวุธอย่า​ได้ตายดี"

"ดี..จำ​ได้แม่นดีนี่ทิดแดง!"

"ผมจดใส่สมองไว้ทีเดียวเลย​แหละ​ครับ​หลวงพ่อ"

"ทิดแดงเองก็คงเห็นแล้ว​ ต่อสิ่ง​ที่บังเกิด​และปรากฏตามคำสาบาน ว่ามี​ความศักดิ์สิทธิ์เพียงใด"

"ครับ​หลวงพ่อ"

ลุงแดงผงกศีรษะรับคำ ​เขาทำท่า​จะพูดอะไร​ต่อ ​แต่แล้ว​ก็กลับนิ่งเงียบก้มหน้าก้มตา​ใช้พลั่วตะกุยคุ้ยดิน​และหินบริเวณใต้ฐานชุกชีต่อ​ไปอย่างตั้งอกตั้งใจ

"เจอแล้ว​ครับ​ชั้นบนสุด ​แต่เอ๊ะ..มีรอยขุด​ไปแล้ว​ครั้งหนึ่ง​นี่ครับ​หลวงพ่อ"

"ฉันรู้แล้ว​ มัน​เอาของข้างบน​ไปเกือบหมด คงพวก​เมื่อตอนกลางวันนี้นี่เอง ​ถ้าฉันไม่​ได้ยินเสียก่อนพวกมันคงขุด​เอา​ไปหมดกรุแน่เลย​ทีเดียว"

"แหม..พวกนี้ร้ายจริงๆ​ครับ​หลวงพ่อ รื้อค้นเสียกระจุยเลย​"

"เหลืออยู่​กี่กล่องล่ะทิดแดง?"

ท่าน​พระครูอั้นหมายถึงกล่องไม้​และหีบเหล็ก​ที่บรรจุสิ่งของเครื่อง​ใช้ในสมัยแรกๆ​ของหลวงพ่อองค์เดิม​ที่พาชาวบ้านอพยพมาอยู่​ใหม่ๆ​

"เหลือเพียงหีบเหล็กครับ​หลวงพ่อ พวกกล่องไม้​และหีบไม้ถูกรื้อออกจนหมดเกลี้ยงเลย​ครับ​"

"มันคงมากันหลายครั้งแล้ว​ล่ะพวกนี้ เหลือหีบอยู่​กี่ใบล่ะทิดแดง?"

"เหลือเพียงหีบเหล็กสองใบครับ​หลวงพ่อ"

"เอ..​แต่ว่ามันมี​ทั้งหมดรวมกันสามใบนี่ทิดแดง ตาม​ที่ฉันบันทึกไว้นี่ มีใบใหญ่สองใบ​และใบเล็ก​ที่บรรจุเครื่องเงิน​และทองอีกใบหนึ่ง​"

"เหลือ​แต่ใบใหญ่สองใบ ใบเล็กสุดหาย​ไปครับ​หลวงพ่อ"

"บ๊ะ..พวกนี้ตาแหลมแอบขโมย​เอากล่องดวงใจ​ไปทีเดียว" ท่าน​พระครูอั้นพูด​พร้อม​กับหัวเราะหึๆ​ในลำคอ

"หีบสองใบนี้หนัก​เอาเรื่อง​ทีเดียวครับ​หลวงพ่อ"

"ยกไหวไหมล่ะทิดแดง?"

"ไหวครับ​ ​แต่มันลื่นนิดหนึ่ง​​เพราะ​ความชื้น"

"ระวังหน่อย​นะ! ​ถ้าไม่ไหวฉัน​จะ​ได้ลง​ไปช่วย"

"ไหวครับ​หลวงพ่อ แค่นี้พอไหว..อึ๊บ!"

ลุงแดงเหวี่ยงหีบเหล็กใบโตขึ้น​มายังบนพื้น​ที่ปากหลุมริมฐานชุกชีทีละใบจนครบ​ทั้งสองใบ

หลวงพ่อท่านเห็นว่าเวลาเย็นมากแล้ว​ ท่านจึงบอกขอให้ลุงแดงหยุดพักเสียก่อน ​เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มขุดค้นกันใหม่ ​เพราะจากผลงานวันนี้สร้าง​ความพออกพอใจให้​กับท่าน​พระครูอั้น​เป็นอย่างมาก

"​เอาละทิดแดง วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาต่อกันใหม่"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2618 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ขุดกรุ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13813 ], [124.121.109.43]
เมื่อวันที่ : ๐๗ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๐๐ น.

ไหนๆ​​ ก็ยังไม่มีมาตั้งชื่อ พิลกริมก็ขอเหมาเลย​​ละกันนะคะ​​

ตอนนี้ ขอตั้งว่า "ขุดกรุ" ค่ะ​​

อ่านมาถึงตอนนี้ ยังเดาเหตุการณ์ต่อๆ​​ ​​ไปไม่ถูกเลย​​ค่ะ​​

นี่ดูเหมือน​​จะ​​เป็นเสน่ห์ของนิยายเชิงยอกย้อนซ่อนเงื่อนนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13816 ], [58.10.216.19]
เมื่อวันที่ : ๐๘ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๐.๑๙ น.

"ขุดกรุ" ขอบคุณครับ​​คุณพิลกริม

ยอมรับว่ายิ่งเขียนยิ่งหลงใหลใน​​ความยอกย้อนซ่อนเงื่อนปม​​ที่นับวัน​​จะสางยากขึ้น​​ทุกที จนน่ากลัวว่า "ขุนจาม" ​​จะ​​กำลังเข้าสิงปักษิณเสียแล้ว​​ก็ไม่รู้?
ยังไงก็​​จะพยายามค้นหาตัวเองให้เจอ
ขอบคุณ​​ที่ให้​​กำลังใจเสมอมา!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น