นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #9
ปักษิณ
...วันเสาร์ขึ้น​ ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๐๕.๐๐ นาฬิกา ​พระสังเวียนโผล่หน้า ออกมาจากกุฏิ​เมื่อ​ได้ยินเสียงเคาะระฆังทำวัต...

ตอน : รอยแผลปริศนา

วันเสาร์ขึ้น​ ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๑
๐๕.๐๐ นาฬิกา
​พระสังเวียนโผล่หน้าออกมาจากกุฏิ​เมื่อ​ได้ยินเสียงเคาะระฆังทำวัตรเช้า​เหมือนเคย วันนี้ท่านยังคงรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ใจคอยังไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัวดี ท่านบอก​กับตัวเองว่า เห็นท่าว่าวันนี้คง​ต้องหยุดออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ต่ออีกสักหนึ่ง​วัน​เป็นแน่แท้ ​ทั้งนี้ก็​เพื่อ​ที่​จะ​ได้พักผ่อนให้คลายทุกข์​ที่เกาะกินอยู่​ในหัวใจ จนกว่า​จะปรับตัวให้รู้สึกโล่งสบายกายสบายใจ ​เพราะ​เมื่อจิตสงบ​และอารมณ์​เป็นปกติแล้ว​ทุกสิ่งทุกอย่างก็​จะดีขึ้น​เองตามกฎแห่งธรรมชาติ จึงควรสงวนตัวทำสมาธิให้จิตใจสงบไว้ก่อน​จะดีกว่า

คิด​ได้ดังนั้น​แล้ว​ท่านจึงเปิดประตูกุฏิออกเดินดุ่มๆ​ตรง​ไปยังกุฏิของท่านอาจารย์เฮี้ยงทันที ​ซึ่งก็​เป็นเวลา​ที่ท่านอาจารย์​ได้ปิดประตูก้าวเข้ากุฏิ​ไปแล้ว​

"อาจารย์ครับ​ นี่ผม​พระสังเวียนเองครับ​"

"มีธุระอะไร​หรือคุณสังเวียน?"

"​คือว่า..อ้า..ผมขอหยุดพักต่ออีกสักวันนะครับ​ ยังไม่ค่อยดีขึ้น​เลย​ครับ​อาจารย์"

"ผมบอกคุณแล้ว​ไงว่าให้พยายามทำสมาธิ​เพื่อข่มจิตใจให้สงบ​จะ​ได้ไม่วอกแวกคิดอะไร​มาก ​แต่​เอาเถอะ​เมื่อคุณ​จะหยุดพักต่ออีกก็ตามใจ"

"ขอบ​พระคุณครับ​ท่านอาจารย์"

"อ้อ..แล้ว​คุณสังเวียนอย่าลืมออกมาฉันเช้า​ด้วยกันล่ะ เดี๋ยว​เป็นลม​เป็นแล้ง​ไป ก็​จะยิ่ง​ไปกันใหญ่"

"ครับ​อาจารย์"

ตลอดเวลา​ที่พูดคุยกันนั้น​ ​พระอาจารย์เฮี้ยงไม่​ได้โผล่หน้าออกมาคุย​กับ​พระลูกวัดเลย​ ​เพราะท่านมัว​แต่สาละวนอยู่​​กับการเตรียมตัวออก​ไปทำวัตรเช้า​ หากท่านโผล่หน้าออกมาเห็น​ความผิดปกติบนใบหน้าของ​พระสังเวียนแล้ว​ ท่านคง​จะแปลกใจไม่น้อยเลย​ทีเดียว


*********


๐๘.๐๐ นาฬิกา
ฉะนั้น​​เมื่อกลับจากบิณฑบาต​และ​พระมารวมกัน​ที่หอฉัน ​พระภิกษุทุกรูปจึงพากันหันมามองจ้อง​ที่ใบหน้าของ​พระสังเวียน​เป็นตาเดียว ​ที่​เป็นดังนี้ก็​เพราะปรากฏว่ามีรอยฟกช้ำดำเขียวบนใบหน้าของ​พระสังเวียนเช่นเดียวกัน​กับรอยแผลช้ำบวมบนใบหน้าของครูจำรัสแทบไม่มีผิดเพี้ยน

อาจารย์เฮี้ยง​เป็น​พระภิกษุรูปแรก​ที่ถาม​พระสังเวียนอย่างเรียบๆ​ หากไม่วายแฝงสีหน้าไว้ด้วยท่าทีสงสัยกลายๆ​

"หน้าคุณสังเวียน​ไปโดนอะไร​มาครับ​ ทำไมไม่เห็นมี​ใครบอก ผม​จะ​ได้ให้ไอ้แกละหรือทิดจงรีบพา​ไปหาหมอ​ที่อนามัย"

"ไม่​เป็นไรหรอกครับ​อาจารย์ แผลนิดหน่อย​เท่านั้น​เอง"

"โดนอะไร​มาล่ะครับ​?"

"ลื่นหกล้ม​เอาหน้าทิ่ม​ที่ใกล้ท่าน้ำ​เมื่อคืนก่อนนี้นะครับ​"

"เอ๊ะทำไมไม่เห็นมี​ใครบอกผมเลย​?"

"ผมล้มคนเดียวครับ​เลย​ยังไม่มี​ใครรู้"

"แปลก! ​ถ้ารู้​แต่แรกคืนก่อนผมคงไม่ขอร้องให้คุณลง​ไปสวดศพหรอก"

"ผมไม่อยากให้อาจารย์กังวลใจนะครับ​"

เสียงช้อนส้อม​และจานชามกระเบื้องกระทบกันแสดงให้รู้ว่า​พระท่าน​กำลังฉันจังหันกันอยู่​ ​โดยมีเจ้าแกละ​และมรรคนายกบรรจงคอยอำนวย​ความสะดวก​ในการประเคนสิ่งของขาดเหลือให้ตลอดเวลา​ทั้งคาวหวาน

ทันที​ที่สวดอนุโมทนาวิธีหรือสวดสัพพีฯเสร็จสรรพ ​พระสังเวียนก็รีบลุกเดินตรงแน่ว​ไปยังกุฏิของท่าน​และปิดประตูเงียบ ก่อน​ที่​พระภิกษุรูปอื่น​จะทัน​ได้ซักถามอะไร​ หาก​แต่หันมาถามกันเองด้วย​ความสงสัยกังขา เกี่ยว​กับรอยแผลบนใบหน้าของ​พระสังเวียนกันเสียงจ๊อกแจ๊กดังเอะอะ จน​พระอาจารย์เฮี้ยง​ต้องเอ่ยห้ามปรามนั่นแหละ​จึง​ได้สงบปากสงบคำกันไว้​ได้พักหนึ่ง​ ​แต่ครั้นพอปลอดคนก็​จะเริ่มพูดคุยวิจารณ์กันอย่างออกรส คิดกัน​ไปต่างๆ​นาๆ​


*********


๑๐.๐๐ นาฬิกา
"ผมว่า​พระสังเวียนไม่​ได้หกล้มหรอก" ​พระสมชายเอ่ย​กับ​พระบัญชา​ที่ข้างหอระฆังขณะ​ที่​กำลังช่วยกันกวาดใบไม้อยู่​ใกล้ๆ​กัน

"งั้นคุณว่า​เป็นอะไร​ล่ะ?"

"อีแบบนี้คง​ต้อง​ไปต่อสู้​กับ​ใครมาแหงเลย​"

"คุณรู้​ได้อย่างไรละครับ​?"

"สังเกต​เอาจากรอยแผลบนใบหน้า"

"ท่านบอกว่าล้มก็​ต้องล้มซิ ​เป็น​พระโกหก​ได้ยังไงกัน?"

"ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมวิจารณ์​ไปตาม​ที่เห็นนะครับ​คุณบัญชา"

"คุณเห็นด้วยหรือ?"

"ไม่ใช่..ผมไม่​ได้เห็นหรอก ​แต่คิดปะติดปะต่อ​ไปตามเรื่อง​ราว​ที่เกิดขึ้น​ต่างหาก"

"เรื่อง​ราว​เป็นอย่างไรหรือครับ​?"

"แหม..คุณบัญชาเนี่ยคุณไม่รู้เลย​จริงหรือว่าแกล้งทำ​เป็นไม่รู้กันแน่ ​เพราะ​เขาลือกันให้แซดว่าท่านสังเวียน​กับแม่สำเนียงคนตายนั้น​​เป็นแฟนกันมาก่อน ​โดยเฉพาะก่อนตายสองวัน เธอยังมาทำบุญถวายสังฆทาน ​และถือโอกาสถวายสบงจีวรใหม่ให้คุณสังเวียนเลย​"

"เคย​ได้รู้มาเหมือนกัน ​แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์มัน​จะเกี่ยวข้องกันตรงไหน​กับการตายของโยมสำเนียง?"

"​เป็น​แต่เพียงคาดเดากันเท่านั้น​เอง ​เมื่อท่านสังเวียนดันปรากฏว่ามีบาดแผลเกิดขึ้น​ในวันเกิดเหตุด้วยแล้ว​ ก็จึงทำให้น่าสงสัยกันเข้า​ไปใหญ่"

"ก็​เมื่อ​เขา​เป็นคู่รักกัน ​เขา​จะฆ่าเธอทำไมละครับ​?"

"เอ..อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามูลเหตุแห่งการฆ่าแกงกันนั้น​มัน​คืออะไร​กันแน่ ​แม้ตำรวจเองก็ยังไม่รู้ แล้ว​ผม​และคุณ​ที่อยู่​​แต่ในวัดเนี่ย ​จะ​ไปรู้เรื่อง​​ได้อย่างไร?"

"ผมว่าเราอย่า​ไปยุ่งเกี่ยว​กับเรื่อง​นี้เลย​​จะดีกว่า ​เพราะว่าดีไม่ดี​เขา​จะหาว่า ดี​แต่ชอบแส่​กับเรื่อง​ราวของชาวบ้าน ​ทั้งๆ​​ที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลย​สักนิด"

"​จะว่าอย่างนั้น​ก็ถูก ​แต่​ถ้าเรารู้ตัวฆาตกรว่า​เป็นคนในผ้าเหลือง แล้ว​ไม่แจ้งให้ทางการรู้ ก็​จะยิ่งทำให้เสื่อมเสียในวงการสงฆ์เข้า​ไปใหญ่ ​เพราะเราเองก็บวชเรียน​เพื่อถวายตนอุทิศให้​กับ​พระพุทธศาสนาจนหมดสิ้น"

"นี่ใจคอคุณสมชาย​จะ​ไปแจ้งเบาะแสเรื่อง​ราว​ที่น่าสงสัยนี้แก่ทางการจริงๆ​หรือครับ​?"

"คงไม่หรอกครับ​ เพียง​แต่​จะลองเลียบๆ​เคียงๆ​ถามท่านสังเวียนดูก็เท่านั้น​เอง ​เอาไว้ให้มั่นใจแล้ว​นั่นแหละ​ จึงค่อยกราบเรียนให้ท่านอาจารย์เฮี้ยงหรือหลวงพ่ออั้นทราบ ​ทั้งนี้แล้ว​​แต่การวินิจฉัยของ​พระผู้ใหญ่ท่านว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไปดี"

"เฮ้อ! ค่อยโล่งอก​ไปหน่อย​​ที่คุณไม่​ไปแสดงตัว​เป็นพลเมืองดีเสียเอง"

"ทำไมล่ะครับ​คุณบัญชา?"

"เปล่าหรอกครับ​ท่านสมชาย ผมเพียง​แต่ไม่อยากให้เรารีบสรุป​ใครคนใดคนหนึ่ง​จากพฤติการณ์เท่า​ที่มองเห็นภายนอกแค่นั้น​เอง"

"ข้อนี้คุณบัญชาพูดถูก​ต้องครับ​ เราควรลอบดูพฤติกรรม​และเหตุการณ์​ไปพลางๆ​ก่อนดีกว่า"

"อย่างนี้ดีครับ​ ​เป็นการให้เกียรติกัน ไม่ใช่เอะอะมีอะไร​ขึ้น​มาก็​จะโทษกันส่งเดช​ไปตาม​ที่ตัวเองเห็นเท่านั้น​"

"คุณนี่​เป็นคนดีจริงๆ​คุณบัญชา สมควรแล้ว​​ที่​ได้บวชเรียน​เป็นศิษย์ของตถาคต รู้จักมีสติรอบคอบ มีสมาธิ ผมเสียอีก​ที่วู่วามไม่เข้าท่า คิดปะติดปะต่อ​เอาเองตามรูปการ​ที่ตัวมองเห็นเท่านั้น​"

"แล้ว​ผม​จะช่วยสอดส่องดูแล​ความประพฤติของท่านสังเวียนด้วยอีกคน"

"สอดส่องท่านเรื่อง​อะไร​กันหรือครับ​หลวงพี่?"

เสียงห้าวกังวานของนายบรรจงมรรคนายกวัดหนองแข้เอ่ยขึ้น​ทางเบื้องหลังของ​พระภิกษุ​ทั้งสองรูป ทำ​เอา​พระหลวงพี่​ทั้งสองต่างพากันสะดุ้งเฮือกเกือบ​จะ​พร้อมกัน

"อ๋อไม่มีอะไร​หรอกครับ​ ก็เกี่ยว​กับเรื่อง​​ที่ท่านไม่ค่อยสบายใจนะครับ​" หลวงพี่สมชายตอบเลี่ยงๆ​​เพราะการโกหก​เป็นสิ่งไม่บังควรสำหรับ​พระภิกษุ ​โดยเฉพาะผิดศีลหนึ่ง​ในห้าข้อ​ที่แสดงโปรดญาติโยมอยู่​ทุก​เมื่อเชื่อวัน

"มิน่าล่ะ! เห็นท่านฉันเสร็จแล้ว​รีบเข้ากุฏิเงียบเชียบเลย​ทีเดียว อ้อ! หลวงพี่ครับ​นี่​คือนายสอนพ่อค้าเร่จากเพชรบุรี ​เป็นญาติห่างๆ​กัน​กับผม นี่พ่อสอนรู้จัก​กับหลวงพี่สมชาย​และหลวงพีบัญชาเสียหน่อย​ซิ เผื่อว่า​จะมีอะไร​​ที่​สามารถ​เป็นประโยชน์แก่ท่าน​ได้บ้าง"

"สวัสดีครับ​หลวงพี่​ทั้งสองมีอะไร​ขาดเหลือบอกผม​ได้เลย​นะครับ​ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน" ​เขาพูด​พร้อม​กับพนมมือไหว้คารวะ​พระ​ทั้งสองรูป

"สวัสดีนายสอน มีอะไร​มาขายบ้างล่ะ?" หลวงพี่สมชายเอ่ยทักแสดง​ความสนใจสินค้าของนายสอนให้เห็น ​ทั้งนี้​เพื่อเบน​ความสนใจจากเรื่อง​​ที่คุยค้างอยู่​เกี่ยว​กับหลวงพี่สังเวียน

"อ๋อ..ของผมมีเกือบทุกอย่างเทียวละครับ​ ไม่ว่าท่านหลวงพี่​ทั้งสอง​จะ​ต้องการสิ่งใด ผมขอรับประกันหาให้​ได้ครบทุกสิ่งทุกอย่าง"

"ทุกสิ่งทุกอย่างจริงหรือ?" หลวงพี่สมชายทำตาโต

"ครับ​ ผม​สามารถหาให้หลวงพี่​ได้ทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ​"

"เอ๊ะ..แล้ว​ในห่อใหญ่​ที่หอบมาด้วยนั้น​ มัน​คืออะไร​ล่ะ?" หลวงพี่บัญชาเอ่ยทักท้วงขึ้น​บ้าง ​พร้อมชี้มือ​ไปทางสิ่ง​ที่นายสอน​กำลังหอบอยู่​ในมือ

"มีด​และขวาน​พร้อมเครื่องลับชนิดพิเศษ รับรองคมกริบเชียวครับ​ ​และในกล่องนี้ก็​คือสว่านไฟฟ้าของเก่าบ๊อชท์เยอรมันแท้​และค้อนตอกตะปูอย่างดีของเก่าแท้เยอรมันเหมือนกัน ของเก่าเหล่านี้ผมคัดเลือกมา​กับมือทีเดียว รับประกันคุณภาพเยี่ยมไม่แพ้ของใหม่" นายสอนพรรณนาถึงคุณภาพให้หลวงพี่​ทั้งสองฟังด้วย​ความคล่อง สม​กับ​ที่​เป็นพ่อค้าของเก่าผู้เชี่ยวชาญ

"​ที่​เอามานี่พ่อสอน​เขา​จะ​เอา​ไปให้ครูจำรัสดู​ที่บ้านพักครู ​เพราะครู​เขาสั่งไว้ตั้งแต่​เมื่อคืนนี้" มรรคนายกบรรจงพูดเสริมขึ้น​

"ครูจำรัส?" หลวงพี่สมชายทวนคำ​พร้อม​กับขมวดคิ้วคล้าย​กับสงสัยอะไร​บางสิ่งบางอย่างอยู่​ในใจ

"ครับ​ครูจำรัส หลวงพี่ฟังไม่ผิดหรอกครับ​!" มรรคนายกบรรจงยืนยัน

"แล้ว​ทำไมถึง​ได้หอบพะรุงพะรัง รถ​ไปไหนเสียละครับ​?"

"​พอดีรถยางแฟบเกือบถึงหน้าวัด คงโดนตะปูหรือเรือใบยังไม่​ได้ดู ฝาก​เขาไว้​ที่บ้านตาหมาหัวโค้งกอไผ่ใกล้หน้าวัดนี่เอง แล้ว​พวกผมก็พากันเดินมานี่แหละ​ กะ​จะอ้อม​ไปยังบ้านพักครูจำรัส​ที่หลังวัด"

"ครูจำรัส​จะซื้อ​ไปทำไมหนอมีดกะขวานเนี่ย?" หลวงพี่สมชายพูดออกมาคล้าย​กับรำพึง


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2617 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน รอยแผลปริศนา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13810 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๐๗ มี.ค. ๒๕๕๑, ๐๗.๔๔ น.

คุณปักษิณคะ​​

ตอนนี้ ​​ความรู้สึกมันก้ำกึ่ง ​​เพราะไม่ทราบว่าน้ำหนักของอันไหน​​จะมากกว่ากัน เลย​​ตั้งมาให้เลือกอีกค่ะ​​

"ของมีคม​​กับคนแปลกหน้า" หรือ​​จะ "รอยแผลปริศนา" ดีคะ​​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13812 ], [58.10.216.29]
เมื่อวันที่ : ๐๗ มี.ค. ๒๕๕๑, ๑๓.๔๘ น.

ขอบคุณครับ​​คุณpilgrim
ขอเลือก "รอยแผลปริศนา" ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น