นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #8
ปักษิณ
...คืนเดือนมืดมิดแห่งรัตติกาล วันศุกร์ขึ้น​ ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๙.๐๐ นาฬิกา ณ ร้านเจ๊ตาบ้านปากท่อ แก้วตาม่ายสาวใหญ่...

ตอน : ม่ายสาวพราวเสน่ห์

คืนเดือนมืดมิดแห่งรัตติกาล
วันศุกร์ขึ้น​ ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๙.๐๐ นาฬิกา
ณ ร้านเจ๊ตาบ้านปากท่อ
แก้วตาม่ายสาวใหญ่ร่างท้วม​ที่ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วย สวมเสื้อยืดเนียนเนื้อสีบานเย็นคอวีกว้านลึกมองเห็นเนินถันขาวผ่อง ​ซึ่งรัดรูปจน​เป็นลอนไขมันตาม​ความสมบูรณ์เจ้าเนื้อของเจ้าของร่าง นุ่งถุงผ้าทอบ้านไร่ลายดอกพื้นสีน้ำเงินลายแก้วชิงดวงดอกแดง เผยให้เห็นสะโพกดอกไม้ไหว เวลาเดินพาร่างกระ​เพื่อม​ไป​ทั้งตัว หันมาค้อนวงใหญ่​เมื่อ​ได้ยินเสียงกระเซ้าเย้าแหย่จากผู้ใหญ่สมนึก

"แก้วตาหวานใจของพี่ ดูซิว่าพี่มีอะไร​มาฝาก"
ผู้ใหญ่สมนึกเอ่ยเสียงกังวานไร้เสลดหางวัวพันคอผิดกว่า​เมื่อวันวาน ​พร้อมยกมือโชว์ถุงหนูนาตัวโต เดินนำหน้าพาคณะสมาชิก ๕ สมย. ​และครูอุดมเดช​ที่ตาม​เป็นขบวนเข้ามาในร้าน หลังจากจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้​ที่ใต้ต้นมะขามใหญ่​ที่ด้านหน้าร้านเรียบร้อย​แล้ว​

"แหมพี่ผู้ใหญ่สมใจนึกพ่อยอดขมองอิ่ม" ม่ายสาวใหญ่เอ่ยกระเซ้าตอบเสียงใสเหมือนเดิม แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ดีสม​กับ​ที่​เป็นแม่ค้าแม่ขาย "​ถ้า​จะให้ทายนะ..ฉันว่า​ต้อง​เป็นตัวอะไร​สักอย่าง​ที่​เป็นของโปรด ​ซึ่งเคราะห์ร้ายถึงคราวจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องจำแลงแปลงร่างลง​ไปอยู่​ในจานแน่เลย​ใช่ไหมจ๊ะ​"

"แม่นเสียยิ่งกว่าแป๊ะเคี้ยงซินแสหมอดูอีกแฮะ แม่หวานใจ"

ผู้ใหญ่สมนึกหมายถึงนายจี่เคี้ยงผู้มีอาชีพ​เป็นซินแสหมอดูตามตำราหมอจีน ​ซึ่งกางตำราทำนายทายทักตามดวงชะตาของลูกค้า​ที่มาหา บ้านของนายจี่เคี้ยงจึงมีลูกค้า​ที่​เป็นชาวบ้าน​ทั้งไทยแท้​และไทยเชื้อสายจีนมาให้แกทำนายทุกวันมิ​ได้ขาด แกเช่าบ้านห้องแถวของนางปั่นอยู่​​ที่ตลาดลำกระเฉด มีอาชีพหลัก​คือล่องเรือลงอวนวางข่ายหาปลาในแม่น้ำลำคลองแถวบริเวณใกล้เคียง ช่วงเวลาว่างนายจี่เคี้ยงก็​จะรับดูหมอ​เป็นจ๊อบพิเศษ

"อะไร​กันจ๊ะ​ แป๊ะเคี้ยงเนี่ยนะดูแม่น พูดแล้ว​​จะหาว่าคุย ​เมื่อเช้า​นี้ตัว​เขาเองยังมาให้ฉันดูให้เลย​"

"เธอดูอะไร​ให้​เขาล่ะ?" ผู้ใหญ่ขี้เล่นทำท่าฉงน

"อ้าวก็ดูดวงนะซีจ๊ะ​ ถามด้าย.."

"เธอนี่ละนะดูดวง ไม่น่าเชื่อเลย​แฮะ"

"จริ๊ง..นี่ไงจ๊ะ​หลักฐาน"

หล่อนพูด​พร้อม​กับควักเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง​​ซึ่งยับยู่ยี่ออกมาจากชายพกใต้เข็มขัดนากเส้นโต พลางคลี่ออกแล้ว​ยื่นส่งให้ผู้ใหญ่สมนึก ผู้ใหญ่หนุ่มใหญ่รับมาดูแล้ว​ทำตาโต

"เฮ้ย..นี่มันดวงจริงๆ​ด้วย แม่เจ้าโว้ย..แป๊ะเคี้ยงนี่ไม่เบา เขียนมาซะตัวเท่าหม้อแกงเลย​ว่า ‘แก้วตา+จี่เคี้ยง ดวงสมพงศ์กัน’ หมอนี่มาเหนือเมฆดีจริงๆ​ นี่ไงครับ​ดูซิครูใหญ่" ผู้ใหญ่พูดพลางยื่นกระดาษแผ่นนั้น​ส่งต่อให้ครูอุดมเดชทันที

"ฮะฮ้า..เยี่ยมจริงๆ​ฝีมือนายจี่เคี้ยงนี่ ท่าทางผู้ใหญ่​จะเจอคู่ปรับระดับเซียนเหยียบเมฆเข้าให้แล้ว​ล่ะ ผมว่าทาง​ที่ดี​ต้องหายุทธวิธีกู้หน้าแก้มือ​เขาบ้างแล้ว​ละครับ​"

"แก้วตาหวานใจ" ผู้ใหญ่หนุ่มเรียกหม้ายสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์พลางทำตาละห้อย

"จ๋า..า" เสียงขานรับอย่างอ่อนหวานสมชื่อ

"​ระหว่างแป๊ะเคี้ยง​กับพี่นี่​ใครหล่อกว่ากัน?"

เสียงรำพันออเซาะของผู้ใหญ่ทำ​เอาคณะสมาชิก ๕ สมย. ต่างพากันหัวเราะกันอย่างครื้นเครง ทำ​เอาเจ้าตัวทำหน้าตูมอย่างบอกไม่ถูก

"แหม..พี่ผู้ใหญ่ก็​ต้องหล่อกว่าเท่กว่าอยู่​แล้ว​ซีจ๊ะ​"

เจอคำหวานของม่ายสาวแก้วตาหวานใจเข้าอีรูปนี้ทำ​เอาผู้ใหญ่สมนึกแทบตัวลอยหลุดจากพื้นดินขึ้น​สู่สรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน

"​แต่ว่า.."

"​แต่ว่าอะไร​จ๊ะ​?"

"เอ้อ..​แต่ว่าอาเฮียเคี้ยงแกมีน้ำใจ​ที่ประเสริฐเลิศเกินกว่า​ใคร​จะเทียบ​ได้นะจ๊ะ​พี่ผู้ใหญ่พ่อยอดขมองอิ่ม"

สาวเจ้าเรียกแป๊ะเคี้ยงว่าเฮียเคี้ยงอย่างเต็มปากเต็มคำ ทำ​เอาผู้ใหญ่สมาชิกแห่ง ๕ สมย. สะดุ้งสุดตัว ​โดยเฉพาะ​เมื่อ​ได้ยินม่ายสาวพรรณนาถึงน้ำใจอันแสนประเสริฐเลิศเลอของคู่แข่งขันต่างวัย ผู้ใหญ่นักรักจึงตีหน้าเจื่อน นั่งลงทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมสงบปากสงบคำเงียบกริบ

แก้วตาม่ายสาวใหญ่เดินกระ​เพื่อมร่างเข้า​ไปใกล้ผู้ใหญ่หนุ่มพลางยกมือซ้ายขึ้น​โอบไหล่​เขาคล้าย​กับ​จะปลอบใจพลางพูดว่า

"​ที่พูดนี่ไม่​ได้หมาย​ความว่าพี่ผู้ใหญ่สมใจนึกไม่​ได้มีน้ำใจหรอกนะจ๊ะ​ เพียง​แต่แก้วตาพยายาม​ที่​จะชี้ให้เห็นว่าอาเฮียเคี้ยงนั้น​​เขามีน้ำใจประเสริฐเลิศกว่า​ใครในตำบลนี้เท่านั้น​เอง"

"ยังไงๆ​ก็ทำ​เอาพ่อยอดขมองอิ่มของเจ๊ตาซึม​ไปถนัดใจเลย​​ที่เดียว ตั้งแต่คบกันมาก็เพิ่ง​จะเห็นเสือร้องไห้จริงๆ​วันนี้เอง" นายตี๋สิบล้อตีนผีขี้เมาหัน​ไปพูด​กับม่ายสาวหวานใจของผู้ใหญ่​เพื่อนสมาชิก ๕ สมย.

"อย่า​ไปว่า​เขาไอ้ตี๋ เรามาสนับสนุนให้​เพื่อนเราเร่งทำคะแนนสู้​เขากันดีกว่า" นายทองตีบสันติบาลนอกสังกัดหนึ่ง​ในสมาชิก ๕ สมย. ปรามนายตี๋อย่างแสดง​ความ​เป็นห่วงในน้ำใจ​เพื่อน

"ไม่อยากพูดต่อแล้ว​มี​แต่เข้าเนื้อ พวกผู้ชายเนี่ยเห็นผู้หญิง​เป็นเครื่องเล่น​ไปหมด อย่าลืมว่าแก้วตาก็มีหัวอกหัวใจรู้สึกเหนียมอายเจ็บปวด​เป็นเหมือนกันนะ​จะบอกให้"

"จ๊ะ​..แม่แก้วตาหวานใจ พี่​จะเทิดทูนเธอไว้บนหิ้งเลย​ทีเดียวเชียว"

"จริงๆ​นะจ๊ะ​ อย่าหลอกกันนะพี่สมใจนึก"

"จริงซิจ๊ะ​ก็พี่พูดออกมาจากขั้วหัวใจเลย​ทีเดียวนะแก้วตายอดรัก"

"เอ้า..ให้มัน​ได้ยังงั้นมัว​แต่จีบกันอยู่​นั่นแหละ​ ​เมื่อไหร่​จะ​ได้ฤกษ์สั่ง​กับแกล้มมารองท้องกันเสียทีชักเปรี้ยวปากเต็มแก่แล้ว​นาโว้ย" เสียงนายตี๋สิบล้อขี้เมาจอมโวยพูดเสียงดังเหมือนตะโกน

"เชิญสั่ง​ได้เลย​จ๊ะ​..พี่ตี๋..เดี๋ยว​จะทำแกงเผ็ดหนูนาผัดแห้ง​ที่​เอามาด้วยนี้ให้ก่อน อย่างอื่น​จะรับอะไร​กันดีล่ะจ๊ะ​" แก้วตาพูด​พร้อม​กับหยิบดินสอดำ​และสมุดกระดาษมาเตรียมจดยืนรอเหล่า ๕ สมย.อยู่​ด้วยดวงตา​เป็นประกายใสแจ๋ว

​ทั้งหกคนแย่งกันสั่งอาหารของโปรดของตัวเองกัน​เป็นแถวเสียงเอะอะโกลาหลชั่วครู่ แก้วตาเดินหน้าระรื่นเข้า​ไปหลังเตาในครัว​ที่อยู่​ใน​ที่โล่งด้านหลัง​ที่ทำให้พอมองเห็นลูกค้า​ที่เข้าออก​ได้ถนัด เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม​ที่ชื่อแต้มดาวหรืออีแต้มของชาวบ้านหนองแข้ยก​เอาแก้ว​และจานมาวางให้ตรงหน้าของทุกคน ยกเว้นนายฮ้งสติแตกคนเดียว​ที่เธอไม่ยอมเฉียดกรายเข้า​ไปใกล้ ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ก็​เป็น​เพราะ​ความมือไวของนายฮ้ง​ที่ชอบตีก้นเธอ​เป็นประจำทุกครั้ง​ที่เดินผ่าน ​เมื่อนายฮ้งเดินอ้อมตาม​ไป​เพื่อ​ที่​จะรับแก้วจากมือเธอ แต้มดาวก็รีบวางแก้วลงบนโต๊ะ​และวิ่งจู๊ดเข้า​ไปหาแก้วตา​ที่ในครัวทันที

"รีบ​ไปไหนจ๊ะ​แต้มดาวจ๋า..า..า"

นายฮ้งผู้ไม่ค่อยสมประกอบทางสมองส่งเสียงเรียกทักทายอย่างหวานจ๋อยรวม​ทั้งสีหน้าท่าทาง ​เมื่อเห็นแต้มดาวไม่ยอมออกมาจากในครัวแน่แล้ว​ นายฮ้งก็ชิดเท้าตรงยกมือไหว้​พร้อม​กับก้มศีรษะคำนับให้อย่างสวยงาม ตามสไตล์อันถือ​เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ​เขา

"แหมแตะนิดแตะหน่อย​ก็ไม่​ได้ ทำ​เป็นหวงตัว​ไป​ได้" ชายสติบวมรำพึงรำพันเบาๆ​ในลำคอ

"เฮ้ย..อย่างมึงนี้​เขาไม่เรียกแตะนิดแตะหน่อย​แล้ว​ละไอ้ฮ้ง มึงเล่นตีก้น​เขาแบบนี้สาวๆ​​เขาอายนะโว้ย" เสียงนายตี๋สิบล้อจอมโวยเอยเสียงดังฟังชัดเหมือนเดิม

"แล้ว​ก็ไม่บอก นึกว่าชอบนี่นา" ไอ้ฮ้งติงบ้าง

"มึงรีบ​ไปขอโทษขอโพย​เขาเสีย​และบอก​เขาด้วยว่าต่อ​ไป​จะไม่ตีก้น​เขาแบบนี้อีกแล้ว​ ​ไปซิ รีบ​ไปซีวะ" นายตี๋ไล่ส่ง

นายฮ้งเดินเข้า​ไปในครัวยืนพนมมือแต้ตามสไตล์เดิมของ​เขา​พร้อม​กับเอ่ยขอโทษนางสาวแต้มดาวเสียงอ่อนเสียงหวาน

"แต้มดาวจ๋าฮ้งขอโทษนะจ๊ะ​ ต่อ​ไปนี้ฮ้ง​จะไม่ตีก้นแต้มดาวแล้ว​นะจ๊ะ​คนดี ​แต่ฮ้งขอเปลี่ยน​เป็นหยิกแก้มแทน​ได้ไหมจ๊ะ​"

"ไม่​ได้ ทำอะไร​ก็ไม่​ได้​ทั้งนั้น​ ​ถ้าไม่เชื่อฉันโกรธเธอจริงๆ​ด้วย"

"จ๊ะ​..ไม่ทำก็ไม่ทำ ​แต่อย่าโกรธฮ้งก็แล้ว​กัน" นายฮ้งตัวดีทำหน้าสลดกลับหลังหันเดินคอตกกลับ​ไปนั่ง​ที่โต๊ะตรงเก้าอี้ตัวเดิมอย่างเงียบหงอย


*********


๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑
๒๐.๓๐ นาฬิกา
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มของรถมอเตอร์ไซค์​ที่แล่นมาจอดตรงหน้าร้านเจ๊ตา​พร้อม​กับเบรกดังเอี๊ยด ชาย​ที่ก้าวลงมาคนแรก​คือนายบรรจงมรรคนายกวัดหนองแข้นั่นเอง ​ส่วนอีกคน​ที่นั่งซ้อนท้าย​ที่เดินตามมานั้น​​เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมเข้มแบบชาวบ้านนาบ้านไร่ทั่ว​ไป หาก​แต่​เขาตัดผมเกรียนเกือบติดหนังหัวจนมองดูเหมือนทิดสึกใหม่ ไม่มี​ใครในโต๊ะใหญ่เคยเห็นหน้าชายผู้นี้มาก่อน จึงทำให้สายตาทุกคู่ต่างพากันมองมายังชายแปลกหน้าผู้มาใหม่​เป็นตาเดียว

"นี่นายสอนครับ​ครูใหญ่ ​เขามาจากเมืองเพชร​เป็นพ่อค้าขายของเก่า​ใช้แล้ว​​ที่คุณภาพดี​และรับซื้อของเก่าทุกชนิด"

มรรคนายกบรรจงเอ่ยแนะนำสหาย​ที่มาใหม่ต่อครูอุดมเดช ​ซึ่งนายสอนก็ยกมือไหว้ครูอุดมเดช ​พร้อม​กับหันมาทางคณะพรรค ๕ สมย. ทำให้นายบรรจง​ต้องร่ายยาวต่อ​เพื่อแนะนำให้รู้จักจนครบหมดทุกคน

"นี่คุณครูอุดมเดชท่าน​เป็นครูใหญ่​ที่นี่ ไหว้ฝากฝังตัว​กับท่านเสียซิ ​ส่วนท่าน​ที่นั่งถัดมานั่นก็ครูจำรัส ​ต่อมาก็ผู้ใหญ่สมนึกแห่งหมู่ ๕ ​ต่อมานี่ก็​คือนายตี๋โชเฟอร์สิบล้อมือดีของบ้านหนองแข้ ​ต่อมาก็คุณทองตีบอดีตสันติบาลเก่า ​และสุดท้าย​ที่เห็นยืนพนมมืออยู่​นั่นก็​คือนายฮ้ง สุภาพบุรุษผู้เรียบร้อย​​ที่สุดในตำบลหนองแข้ของเรา"

"สวัสดีครับ​ทุกๆ​ท่าน ผม​เป็นพ่อค้ารับซื้อ​และขายของเก่าทุกชนิด"

"​ที่ว่าทุกชนิดเนี่ย นายสอนรับซื้อขายอะไร​บ้างเล่า เผื่อพวกเรามี​ใครอยากซื้ออยากขาย​จะ​ได้ช่วยแนะนำให้" ครูอุดมเดชซัก​ไปตามธรรมเนียม

"ขอบ​พระคุณมากครับ​คุณครูใหญ่"

"น่าสนแฮะ..ไหนลองบอกมาถี เผื่อมีของอะไร​ดีๆ​​จะ​ได้​เอามาขายหาเงินไว้ซื้อ​กับแกล้มเหล้า" ผู้ใหญ่สมนึกทำท่าทางอยากรู้เต็มประดา

"ก็มีทุกอย่าง​ทั้งเครื่องเรือน เครื่องจักร เครื่องมือก่อสร้าง ปืนผาหน้าไม้ รวม​ทั้งของเก่าพวกโบราณวัตถุเครื่องลายคราม เครื่องรางของขลัง​และ​พระเครื่อง​พระบูชา ผมรับซื้อ​ทั้งนั้น​แหละ​ครับ​"

"อืม..ม! ​แต่ตอนนี้คุณมีอะไร​​ที่ดีๆ​เสนอขายบ้างล่ะ?" ทองตีบสันติบาลนอกสังกัดเอ่ยถามขึ้น​บ้าง

"ก็มีพวกเครื่องมือช่างทุกชนิด มีค้อน ขวาน มีด จอบ เสียม เลื่อยลันดา เลื่อยวงเดือน​และสว่านไฟฟ้าก็มี"

"อ้อ..มี​ทั้งมีด​ทั้งขวานด้วย!"

ทองตีบเอ่ยทวนคำขึ้น​มาลอยๆ​ ทำ​เอาครูอุดมเดช​และครูจำรัสพากันหันมามองตากันราว​กับว่า​จะมีคำถามอยู่​ในใจ ​แต่ก็ไม่มี​ใครทัน​ได้พูดอะไร​ออกมา หากนายสอนพ่อค้าเร่กลับชิงพูดเสริมราว​กับ​จะรู้ใจ

"สนใจหรือครับ​ คมกริบ​ทั้งมีด​และขวาน ​เพราะผมมีเครื่องลับมีดชั้นดี​เอาติดมาขายด้วย"

"ของอยู่​​ที่ไหนละครับ​ ​เอามาด้วยหรือเปล่า" ครูจำรัสเอ่ยถามบ้าง

"​เอามาครับ​​แต่ตอนนี้ผม​เอาฝากไว้​ที่บ้านท่านมรรคนายกบรรจง อยากดูเดี๋ยวนี้ไหมครับ​?"

"ไม่​เป็นไร​เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2616 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ม่ายสาวพราวเสน่ห์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๐๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13804 ], [124.121.110.8]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๕๖ น.

ตอนนี้ ​​จะตั้งว่าอะไร​​ดีเอ่ย?

"ม่ายสาวพราวเสน่ห์"

หรือ "อาวุธนักฆ่า" ดีคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13809 ], [58.10.216.65]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๔๔ น.

"ม่ายสาวพราวเสน่ห์"
ฟังชื่อดูผ่อนคลายดีนะครับ​​
ขอบคุณครับ​​คุณpilgrim

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น