นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #7
ปักษิณ
...วันศุกร์ขึ้น​ ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๘.๐๐ นาฬิกา รถจี๊ปสีเลือดหมู แล่นปราดเข้าจอด​ที่หน้าบ้านนางสำรวยใกล้ๆ​​กับรถม...

ตอน : ฆาตกรยังลอยนวล

วันศุกร์ขึ้น​ ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๘.๐๐ นาฬิกา
รถจี๊ปสีเลือดหมูแล่นปราดเข้าจอด​ที่หน้าบ้านนางสำรวยใกล้ๆ​​กับรถมอเตอร์ไซค์ ๓ คันของครูอุดมเดช​และพวกสมาชิก ๕ สมย.

ร.ต.อ.ยุทธนาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีกังวลอย่างเห็น​ได้ชัด ​เขาเดินตรง​ไปหาครูอุดมเดชทำวันทยหัตถ์​พร้อม​กับกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนอีกฝ่าย​ต้องเงี่ยหูฟัง

"ผมอยากเรียนเชิญท่านอาจารย์ใหญ่​และพวกท่าน​ทั้งหมดนี่ ​ไปคุย​กับผมเรื่อง​คดี​ที่โรงพักสักครู่​จะ​ได้ไหมครับ​?"

"​ได้เลย​ครับ​ ด้วย​ความยินดีอย่างยิ่ง" ครูใหญ่อุดมเดชรับคำเบาๆ​เช่นเดียวกัน

"ทำไมไม่คุยเสียตรงนี้เลย​เล่าครับ​ผู้กอง" นายตี๋ขี้เมาคนขับสิบล้อเอ่ยถามด้วยเสียงดังตามประสา​ความเคยชิน

"เฮ้ยไอ้ตี๋ เอ็งนี่มากเรื่อง​ไม่เข้าท่า ท่านผู้กอง​เขาขอร้องให้​ไปก็​ไปเถอะน่า เอ็งอย่าขี้สงสัย​ไปหน่อย​เลย​วะ" เสียงผู้ใหญ่สมนึกกำราบ​เพื่อนสมาชิกร่วมขบวนการ

"เชิญเลย​ครับ​ผู้กองเดี๋ยวพวกเรา​จะขี่รถมอเตอร์ไซค์ตาม​ไป" ครูจำรัสกล่าวขึ้น​บ้าง​พร้อม​กับสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังบรึ้นๆ​

ขบวนรถมอเตอร์ไซค์ของครูใหญ่​และสหายขี้เมา​ทั้งห้าแล่นตามรถจี๊ปตราโล่ของ ร.ต.อ.ยุทธนามา​โดยทิ้งระยะไม่ห่างกันมากนัก นางสำรวย​ซึ่งเพิ่งลงจากบ้านมา ​เพื่อดูซิว่ามีผู้ใดมาหา​เพราะ​ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นมาจอด​ที่ข้างล่างตรงหน้าหัวบันไดบ้าน นางยืนเกาหัวแกรกๆ​ด้วย​ความแปลกใจ ​เพราะในขณะ​ที่แก​กำลังก้าวลงบันไดไม่ทัน​ได้คุย​กับ​ใคร พวก​เขา​ทั้งหมดก็สตาร์ทเครื่องยนต์ พากันแล่นออกจากหน้าบ้านของแกตามรถจี๊ปคันนั้น​​ไปหมดแล้ว​

​เมื่อ​ทั้งหมดขึ้น​มาบนโรงพักแล้ว​ ร.ต.อ.ยุทธนาก็พา​ทั้งหมดตรง​ไปยังห้องขัง​ที่อยู่​ด้านใน​พร้อม​กับกล่าว​กับคณะสมาชิก ๕ สมย. เบาๆ​อย่าง​เป็นงาน​เป็นการว่า

"มี​ใครในหมู่พวกเรารู้จักหรือเคยเห็นชายผู้นี้บ้างไหม? คน​ที่นั่งอยู่​หลังมุมห้องด้านขวามือนั่นนะครับ​"

​ทั้งหมดพากันยื่นหน้าเข้า​ไปจนชิดลูกกรงเหล็ก จ้องมองชายดังกล่าว​ที่ผู้กองยุทธนาบอกกัน​เป็นตาเดียว

ชายผู้นั้น​นั่งขดตัวอยู่​ข้างมุมห้องท่าทางหวาดกลัวอย่างชัดเจน หนวดเคราขึ้น​หร็อมแหร็ม สวมเสื้อสีเทาลายเส้นสลับแดงมอๆ​เก่าๆ​ กางเกงขายาวสีดำขาดกะรุ่งกะริ่ง สวมรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลซีดๆ​ ดวงตาอิดโรยแสดงว่าอดนอน ขณะ​ที่ยกมือขึ้น​ลูบคางนั้น​ ทองตีบสังเกตเห็นนิ้วนางข้างซ้ายของ​เขาสวมแหวนพลอยคล้ายโป่งข่ามสีเหลืองขุ่นๆ​ เล็บมือดำปี๋ มีรอยฟกช้ำบนใบหน้าเช่นเดียวกัน​กับรอยช้ำบนใบหน้าของครูจำรัสเกือบไม่ผิดกันเลย​สักนิดเดียว

ครูอุดมเดช​และบรรดาสมาชิก ๕ สมย.​ทั้งหมดต่างพากันหันหน้ากลับมามองทางผู้กองยุทธนา​พร้อมกัน พลางส่ายหน้าแสดงให้เห็นว่าไม่มี​ใครสักคนเลย​​ที่รู้จักชายแปลกหน้าผู้นี้

"ไม่มี​ใครสักคนเลย​หรือครับ​​ที่รู้จักชายคนนี้?" เสียงผู้กองถามขึ้น​ทันที​ที่เห็นทุกคนพากันส่ายหน้า

"ไม่มีเลย​ครับ​" ครูอุดมเดชกล่าวแทนคน​ทั้งหมด

"​เขาบอกว่า​เขามาหาญาติ​ที่หนองแข้นี้ตั้งแต่วันก่อนแล้ว​ ​แต่​เขาไม่รู้ว่าญาติของ​เขาคนนั้น​ยังมีชีวิตอยู่​หรือเปล่า?"

"ญาติ​เขาชื่ออะไร​ละครับ​เผื่อพวกเรารู้จัก​จะ​ได้ช่วยตามให้" ผู้ใหญ่สมนึกเสนอตัว

"​เขาบอก​แต่ว่ารู้จัก​แต่ชื่อเล่นว่า ‘แดง’ ​เป็นผู้ชายอายุราวๆ​หกสิบห้าปีไม่เกินเจ็ดสิบ ​โดยเฉพาะชายผู้นี้อดีต​คือพ่อของ​เขาเอง"

"พ่อของ​เขา" ผู้ใหญ่สมนึกทวนคำ "แล้ว​ทำไม​เขาถึงไม่รู้ว่าอยู่​​ที่ไหนเล่าครับ​"

"​เพราะพ่อจากมาตั้งแต่​เขายังแบเบาะนะซีครับ​"

"นี่แสดงว่า​เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาของพ่อ​เขา​เป็นยังไงใช่ไหมครับ​ผู้กอง"

"ก็ทำนองนั้น​แหละ​ครับ​"

"เอ..​ที่บ้านหนองแข้เรานี่มีคนแก่​ที่อายุขนาดนั้น​​และชื่อแดงอยู่​ด้วยกันถึง ๓ คนอยู่​หมู่ ๓ บ้านเหนือ ๑ คน ​และหมู่ ๕ ลูกบ้านของผมเองอีก ๒ คน เดี๋ยวผม​จะสืบให้ แล้ว​ชายคนนี้​เป็น​ใคร ชื่ออะไร​ มาจากไหน​และแม่​เขาชื่ออะไร​หละครับ​" ผู้ใหญ่สมนึกร่ายคำถามเสียยาวเฟื้อย

"นี่ครับ​รายละเอียด เท่า​ที่ผมสอบประวัติไว้​ได้มีเพียงเท่านี้​ที่พยายามหาให้​ได้" ผู้กองยุทธนาพูดพลางหยิบแผ่นกระดาษ​ที่เตรียมไว้ให้แล้ว​อยู่​บนโต๊ะทำงานยื่นส่งให้ผู้ใหญ่สมนึกทันที

ผู้ใหญ่สมนึกรับกระดาษแผ่นนั้น​มาถือพลางเดิน​ไปยัง​ที่มีแสงสว่างพอ​จะอ่าน​ได้นั่น​คือ​ที่ข้างหน้าห้องขัง​ที่มีแสงไฟสว่างจ้า ​เขาค่อยๆ​ขมวดคิ้วด้วย​ความแปลกใจในบ้างครั้ง สุดท้าย​เขาเงยหน้าขึ้น​หันมาพูด​กับผู้กองยุทธนา​เป็นเชิงปรารภ

"นายสมปองนี่ไม่เคย​ได้ยินชื่อมาก่อน ​แต่มาจากซับไพรวัลย์ พิษณุโลกนี่คุ้นๆ​ ​เพราะ​ที่หมู่บ้านเรามีคนเคย​ไปอยู่​​ที่โน่นหลายคน ​เมื่อคราว​ที่หลวงพ่ออั้นท่าน​ไปสร้างวัดบึงปลาทู​ที่ซับไพรวัลย์ ท่าน​ได้พาคนบ้านเรา​ไป​เป็นลูกมือหลายคน​โดยเฉพาะพวก​ที่มีฝีมือในทางช่างไม้ ช่างก่อสร้างบ้านเรือนนี่นะ"

"ดีจัง..​เอาเลย​ผู้ใหญ่ช่วยกรุณาสืบเรื่อง​ให้หน่อย​เถอะ​จะ​เป็น​พระคุณอย่างยิ่ง"

"​ได้ครับ​ผู้กอง เรื่อง​นี้ไม่​ต้องห่วง เอ๊ะ..​แต่ว่านายสมปองคนนี้​เขาทำผิดอะไร​หรือครับ​ จึง​ได้ถูกจับเข้าห้องขัง?"

"มีคนพบ​เขา​ที่ศาลเจ้าโพธิ์ไทรตอนสายวันเกิดเหตุ​ที่นางสาวสำเนียงถูกฆ่าตาย ​ซึ่งห่างจาก​ที่เกิดเหตุไม่เกิน ๑๐๐ เมตร อีกอย่าง​เขานอนหลับอยู่​ในศาลเจ้า ​พร้อมมีรอยแผล​ที่สันนิฐานว่าเกิดจากการต่อสู้​กับอะไร​สักอย่าง ​ซึ่ง​เขาเองไม่​สามารถบอก​ได้เช่นเดียวกัน​กับครูจำรัส ว่าบาดแผลดังกล่าวนั้น​เกิดขึ้น​​ได้อย่างไร?"

"​เขาไม่ยอมบอกอะไร​เลย​หรือครับ​?" ทองตีบเอ่ยถามขึ้น​บ้าง

"​เขาบอกเพียงว่ามีการต่อสู้กัน เหมือนสู้กันใน​ความฝัน​โดย​เขาบอกไม่​ได้ว่าคู่ต่อสู้ของ​เขา​เป็น​ใคร คนหรือสัตว์กันแน่?"

"คนหรือสัตว์ หมาย​ความว่าอย่างไรครับ​ผู้กอง?" ทองตีบซักแสดง​ความสงสัยอย่างเต็ม​ที่

"​เขาบอกว่ามันมืดมองไม่ถนัดว่าหน้าตามัน​เป็นอย่างไร เหมือนหมี​เพราะเท่า​ที่สัมผัส​เขารู้สึกว่า​มีขนเต็มตัวคล้ายหมี ​โดยเฉพาะตัวโตเท่าคน"

"แถวนี้ไม่ใช่ป่าดงดิบนะครับ​ผู้กอง ​จะ​ได้มีหมีเ​ที่ยวเดินเพ่นพ่าน" ทองตีบให้ข้อสังเกต

"ตั้งแต่เล็กจนโตผมยังไม่เคย​ได้ยินว่ามีหมี​ที่หนองแข้นี้เลย​สักครั้งเดียว" ผู้ใหญ่สมนึกพูดเสริมขึ้น​

"นี่ไง​ที่ทำให้​เขา​ต้องระเห็จเข้า​ไปอยู่​ในห้องขัง ในฐานะผู้​ต้องสงสัย​และ​เป็นผู้​ที่อยู่​ใกล้​ที่เกิดเหตุ​ที่สุด ​ที่สำคัญอีกอย่าง​เขาไม่มีหลักฐานแสดงตัวว่า​เขา​คือ​ใคร"

"อ้าว..ไหง​เป็นยังงั้นละครับ​?" ครูจำรัส​ซึ่งนื่งฟังอยู่​นาน​เป็นผู้เอ่ยถามขึ้น​บ้าง

"​เขาบอกว่าบัตรประชาชน​และกระเป๋าเงิน​พร้อมข้าวของ​ที่นำติดตัวมาด้วย ​ได้หาย​ไปหมดหลังจาก​ที่เกิดการต่อสู้กันแล้ว​"

"อ้าวแล้ว​​เขาทำไมไม่มาแจ้ง​ความละครับ​?" ทองตีบสันติบาลนอกสังกัดอุทานเสียงดัง

"​เขาแอบหลบซ่อนตัวอยู่​ในศาลเจ้าตลอดเวลาด้วย​ความกลัว ข้าวปลาอาหารไม่​ได้กินเลย​ นี่ผมเพิ่งให้ตำรวจ​ไปซื้อข้าวราดแกงมาให้​เขากิน​ไป​เมื่อตะกี้นี้เอง"

"แสดงว่า​เขาประสาทหลอนหรือครับ​ผู้กอง?" ครูอุดมเดชถามขึ้น​บ้าง

"ก็คงทำนองนั้น​แหละ​ครับ​ นี่ผม​กำลังให้จ่าสุนทร​ไปตามหมอเช้า​มาแล้ว​ครับ​ ​เพื่อตรวจสภาพร่างกาย​และจิตใจ"

"​เป็น​ไป​ได้ไหมครับว่า​นายสมปองนี่​คือฆาตกรโหดรายนี้?" ครูอุดมเดชซักตามข้อสงสัย

"​ถ้าใช่..​เขาก็คง​เป็นฆาตกรโรคจิต​ที่ชอบฟันหัว​และฆ่าตัดคอ​พร้อมกัน ​เพราะเหยื่อ​ทั้งสองรายนั้น​มีสภาพศพ​ที่เกิดจาการทำร้ายอย่างเดียวกัน​และในเวลาไล่เลี่ยกันห่างกันเพียงไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น​"

"ฆาตกรโรคจิต?" ครูอุดมเดชทวนคำแสดง​ความสงสัยอีก

"ครับ​..​ถ้าเรา​สามารถพิสูจน์​ได้ว่าฆาตกร​เป็นโรคจิตประสาทก็คง​ต้องว่ากัน​ไปตาม​ความจริง ​ถ้าหมอเช้า​คิดเหมือนกัน​กับผมเราคง​ต้องรอจนกว่าจิตแพทย์จาก​ส่วนกลาง​จะมาตรวจสอบ​ความ​เป็นจริงกันอีกที"

"แล้ว​เรื่อง​นายเหลือม​และครูจำรัสของเราละครับ​ ผู้กอง​จะว่าอย่างไร ​จะปล่อยตัวยกฟ้องเลย​หรือเปล่า ผม​จะ​ได้พาครูจำรัส​ไปฉลองต่อ​ที่ร้านเจ๊ตาให้เต็มคราบ" นายตี๋โชเฟอร์สิบล้อขี้เมา​ซึ่งสงบเสงี่ยมอยู่​นานตั้งแต่แรกเอ่ยถามขึ้น​ด้วยเสียงดังฟังชัด

"คดียังไม่​ได้สรุปง่ายๆ​อย่างนั้น​สักหน่อย​เลย​ครับ​คุณตี๋ เพียง​แต่มีผู้​ต้องสงสัยเพิ่มขึ้น​อีกคนหนึ่ง​เท่านั้น​เอง เรายังไม่​ได้หลักฐานพยานอะไร​พอ​ที่​จะมัดตัว​และสรุป​ได้ว่าฆาตกรตัวจริง​คือ​ใคร ​และอะไร​​คือสาเหตุ​ที่แท้จริงในการสังหารโหดครั้งนี้" ผู้กองยุทธนาสาธยายเสียยาวเหยียด

"ยังไงๆ​ก็​ต้อง​ไปฉลอง​ที่ร้านเจ๊ตาอยู่​ดี เดี๋ยวขอเชิญผู้กอง​ไปด้วยกันเลย​นะครับ​" นายตี๋รีบสรุป​เอาดื้อๆ​

"ขอเชิญพวกคุณตามสบายเลย​ครับ​! ครูใหญ่ครับ​ ฝากดูแลครูจำรัสด้วยนะครับ​ อย่าให้เมามากเดี๋ยว​จะจำไม่​ได้อีกว่า​ไปทำอะไร​มาบ้าง​เมื่อสร่างเมาแล้ว​ โชคดีครับ​ทุกๆ​คน"

ผู้กองยุทธนาโบกมืออำลาขณะ​ที่ครูใหญ่อุดมเดช​และสมาชิก ‘๕ สมย.’ พากันเดินลงจากโรงพัก สภต.ลำกระเฉดอย่างเงียบๆ​

คราวนี้ดูพวก​เขา​ทั้งหมดท่าทางหงอยเหงาอย่างไรพิกล...​.


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2615 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน ฆาตกรยังลอยนวล --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13803 ], [124.121.110.8]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๕๔ น.

ตอนนี้ ขอตั้งว่า "ฆาตกรยังลอยนวล" ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13808 ], [58.10.216.65]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๓๒ น.

ดีครับ​​คุณpilgrim "ฆาตกรยังลอยนวล"
ขอบคุณครับ​​!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น