นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ขุนจาม #6
ปักษิณ
...วันศุกร์ขึ้น​ ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑ ๑๓.๐๐ นาฬิกา ครูวันเพ็ญสาวใหญ่ วัยกำดัดร่างอวบอั๋นยืนหัวเราะคิกคักอยู่​​กับครูส...

ตอน : คดีที่เริ่มต้น

วันศุกร์ขึ้น​ ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีจอ
๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑
๑๓.๐๐ นาฬิกา
ครูวันเพ็ญสาวใหญ่วัยกำดัดร่างอวบอั๋นยืนหัวเราะคิกคักอยู่​​กับครูสำอาง​ซึ่งสาวสำอางสมชื่อด้วยเธอ​เป็นผู้​ที่มีเอวบางร่างน้อยอ้อนแอ้นราว​กับว่า​จะปลิว​ไปตามลม อยู่​​ที่หน้าห้องพักครู ทำท่าทางบุ้ยปาก​และพากันพยักพเยิด​เมื่อเห็นครูจำรัส​ซึ่งขณะนี้​แต่งตัวเรียบร้อย​แล้ว​หวีผมเรียบแปล้เดินตรงเข้า​ไปยังห้องเรียนชั้นประถมปี​ที่ ๓ ​เพื่อทำการสอนภาคบ่าย

"โน่นไง..ครูสำอาง..​พระเอกของเธอมาโน่นแล้ว​ วันนี้ท่าทางเรียบร้อย​เชียว ผิด​กับทุกวัน คง​จะยังไม่​ได้ก๊งนะวันนี้"

"ฟังเธอพูดเข้าครูวันเพ็ญ ​เขา​เป็นแฟนฉันตั้งแต่​เมื่อไหร่กันจ๊ะ​ แฟนตัวเองละไม่ว่า" ครูสำอางทำท่าค้อน

"วุ้ย..​เขาไม่มองฉันหรอกย่ะ ​เขาสน​แต่น้องเมรัยอย่างเดียว" เธอพูด​พร้อมหัวเราะเสียงใส

"ทำ​ไปว่า​เขาดี สักวันหนึ่ง​เถอะเธอ​ได้แฟนขี้เหล้า​เมื่อไหร่แล้ว​​จะรู้สึก"

"แหมว่าแค่นี้ทำ​เป็นเดือดร้อนแทนกัน​ไป​ได้ ไหนว่าไม่ใช่แฟนไงจ๊ะ​ครูสำอาง"

"ก็ใช่เสีย​เมื่อไหร่!" ครูเอวบางทำท่ากระฟัดกระเฟียด

"ฉันรู้นะ​เมื่อวานนี้ เธอ​เอาขนมมาฝาก​เขาห่อใหญ่เลย​ใช่ไหมละ?" วันเพ็ญยิ้มอย่างมีเลศนัย​ที่​สามารถกำ​ความลับของ​เพื่อนสาวไว้​ได้

"อ๋อ..ก็ฉันแค่สงสารเห็น​เขาอยู่​บ้านคนเดียว กลัว​เขา​จะอดก็เลย​​เอาขนมเปี๊ยะมาฝาก​เขา ​เพราะ​ที่บ้านฉันทำขนมเปี๊ยะส่งตลาดนะจ๊ะ​ เอ๊ะ..​แต่ฉันก็​เอามาฝากเธอด้วยเหมือนกันนี่?"

"จ๊ะ​..ขอบใจ ​แต่ของฉันมันถุงกระจิ๊ดเดียวเองนะจ๊ะ​ ก็เธอเล่นลำเอียงนี่ รับมาดีๆ​เถอะน่าว่าเธอมีใจให้​กับ​เขา ของพรรค์นี้มัน​เป็นเรื่อง​ธรรมชาตินะจ๊ะ​ การ​ที่เรา​จะรัก​ใครชอบ​ใครสักคนไม่เห็น​จะ​ต้อง​ไปแคร์​ใครเลย​ จริงไหม?"

"ฉันไม่เก่งเหมือนเธอนี่จ๊ะ​ แม่คนทันสมัย"

"เอ..ว่า​แต่ว่า ​เขาลือกันว่าแก​เป็นฆาตกรโหด ตำรวจเพิ่งจับแกเข้าห้องขัง​เมื่อเช้า​นี้เองไม่ใช่เหรอ ครูใหญ่ก็เพิ่ง​จะ​ไปประกันตัวออกมา​เมื่อสักพักนี้เองนี่ ท่าทางไม่น่า​จะ​เป็นคนโหดเหี้ยม​ไป​ได้ แล้ว​เธอไม่กลัวหรือ?" วันเพ็ญพูดเสียยาวเหยียดราว​กับข้องใจมานาน

"กลัวทำไม ก็ฉันไม่​ได้​เป็นศัตรู​กับ​เขานี่"

"ระวังตัวไว้บ้างก็ดี อย่าลืมว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจนะ​จะบอกให้"

"จ๊ะ​..ฉัน​จะจำไว้​และขอขอบคุณใน​ความหวังดี"

"ฉัน​ต้องรีบเข้าห้องสอนแล้ว​ล่ะ โชคดีเจอกันตอนเย็นนะจ๊ะ​" ครูวันเพ็ญพูด ประโยคสุดท้าย ​พร้อม​กับยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้น​ดูเวลา ก่อน​ที่​จะเดินหายลับเข้า​ไปในห้องเรียนชั้นประถมปี​ที่ ๔

ครูสำอางเดินหมุนคว้างกลับหลังหัน แสร้งเดินผ่านเฉียด​ไปทางห้องชั้นประถมปี​ที่ ๓ ​ที่อยู่​ตรงข้าม​เพื่อ​จะพบ​กับครูจำรัสเผื่อว่า​เขา​จะยังไม่​ได้สอน​และหันมาพบเธอเข้า ​จะ​ได้ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้างด้วย​ความ​เป็นห่วง ก็​เป็นจริงดังคาด ครูจำรัส​กำลังเดินออกจากห้องเรียน​เพื่อ​ไป​เอาของ​ส่วนตัว​ที่ห้องพักครู​พอดี

"อ้าว..สวัสดีครับ​ครูสำอางยังไม่เข้าห้องสอนอีกหรือครับ​"

"​กำลัง​จะ​ไปอยู่​​พอดีค่ะ​ เอ้อ..ครู​เป็นอย่างไรบ้าง​คะ​ เรื่อง​คดี​ความ" ครูสำอางกลั้นใจแสดง​ความกล้าถามออก​ไปด้วย​ความ​เป็นห่วง​ที่ซ่อนลึกอยู่​ภายใน

"ก็ยังไม่เรียบร้อย​ดีหรอกครับ​ ​แต่คุณครูใหญ่ท่านกรุณา​ไปประกันตัวออกมาก่อน คง​ต้องสอบพยานอีกหลายปากกว่า​จะจบเรื่อง​ ขอบคุณครับ​​ที่​เป็นห่วง ​และอ้อ..ขนมเปี๊ยะอร่อยมากเลย​ครับ​"

"​ถ้าหมด​เมื่อไหร่บอกก็นะคะ​ ไม่​ต้องเกรงใจ คุณแม่ท่านสั่งว่าว่างๆ​เชิญแวะ​ไปทานข้าว​ที่บ้านบ้าง"

"ขอบคุณครับ​ แล้ว​ผม​จะ​ไป เอ..​เอา​เป็นว่าวันเสาร์หน้านี้ดีไหมครับ​ ผมว่างคงไม่​ได้​ไปไหน" ​แต่ในใจลึกๆ​ของครูจำรัสกลับไพล่คิด​ไปถึงบรรดาสมาชิกพลพรรค ‘๕ สมย.’ ด้วย​ความเคยชิน ​และจิตใต้สำนึกก็บอกชนิดแก้ตัวว่า ‘​ถ้าผมไม่เมาเสียก่อน’ ​เป็น​ได้พบกันแน่นอน

"ค่ะ​..วันเสาร์หน้าก็พรุ่งนี้แล้ว​นะคะ​?"

"มิใช่ครับ​ผมหมายถึงวันเสาร์หน้าอีกเสาร์หนึ่ง​นะครับ​ เอ..วันเสาร์​ที่...​" ครูจำรัสเดิน​ไปพลิกดูปฏิทิน​ที่แขวนอยู่​หน้าห้องเรียนของครูสาว

"เจอแล้ว​ครับ​..วันเสาร์​ที่ ๒๐ ธันวาคม ตกลงตามนี้นะครับ​"

"ค่ะ​..วันเสาร์หน้าวัน​ที่ ๒๐ ดิฉัน​จะบอกคุณแม่ให้เตรียมอาหารอร่อยๆ​ไว้ให้ แล้ว​เจอกันนะคะ​ครู"

"ครับ​แล้ว​เจอกัน" ครูจำรัสรำพึงเหมือนคน​กำลังละเมออยู่​ในภวังค์


*********


๑๗.๐๐ นาฬิกา
เสียงระฆังบอกเวลาโรงเรียนเลิก
ครูจำรัสหิ้วกระเป๋าเดินดุ่มๆ​กลับ​ไปบ้านพักครูของ​เขา​ที่หลังโรงเรียนตามปกติ ​แต่พอครั้น​เขาเงยหน้าขึ้น​​เมื่อใกล้ถึงบ้านพัก ​เขาก็​ต้องแปลกใจ​ที่เห็นเหล่าบรรดาสมาชิก ‘๕ สมย.’ นั่งอยู่​กัน​พร้อมหน้า​ที่เชิงบันไดบ้าน

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ​ครู" บุรุษต่างวัย​ทั้งสี่ประสานเสียงพูดขึ้น​อย่าง​พร้อมเพรียงกัน

หนุ่มฮ้งติ๊งต๊อง​เป็นคนแรก​ที่ตรงเข้าสรวมกอดครูจำรัสแน่น ด้วย​ความเสน่หาดีใจ​เป็นล้นพ้น ​ที่สหายร่วมวงก๊งสุรา​ได้กลับมาอย่างปลอดภัย

"เดี๋ยว​ต้อง​ไปฉลองใน​ความ​เป็นอิสรภาพของครูกัน​ที่ร้านเจ๊ตา" เสียงผู้ใหญ่สมนึกแห่งหมู่ ๕ หนึ่ง​ในบรรดาสมาชิกพูดขึ้น​อย่างอารมณ์ดี สังเกต​ได้จากเสียงหัวเราะร่วน

ร้านเจ๊ตา​ที่ว่านี้ก็​คือร้านอาหารตามสั่ง​ที่บ้านปากท่อเลย​วัดหนองแข้​ไปหน่อย​ ​ซึ่งเจ้าของ​เป็นสาวใหญ่​ที่ชื่อแก้วตา แม่ม่ายวัยดึกร่างท้วมผิวขาวเหมือนหยวกกล้วย​ที่อารมณ์ดีหัวเราะเสียงใสยามถูกใจ ​และพูด​เป็นต่อยหอยชนิดเบรกไม่อยู่​เลย​ทีเดียว

"​ได้หนูนาตัวโตมาด้วยวันนี้ มันจนก้นย้อยเชียว เผาขนยังงี้ดังฉี่มันย่องหยดติ๋งๆ​เลย​ครู" นายตี๋คนขับสิบล้ออธิบายจนน้ำลายย้อยมาใต้คาง ขนาด​ต้องยกผ้าขาวม้าขึ้น​ปาดเช็ดออก

"แค่รอให้เจ๊ตาสับละเอียดอีกอย่างเดียวเท่านั้น​ก็ทำแกงคั่วแห้งแกล้ม​ได้เลย​" นายตี๋ยกผ้าขาวม้าเช็ดปากอีก​เป็นครั้ง​ที่สอง

"ผม​ได้ไอ้นี่มาสองขวด ใสแหน็วเลย​เชียวครูเอ๊ย!" เสียงของทองตีบสันติบาลนอกสังกัดเอ่ยแนะนำคุณภาพของโปรด​ที่​ได้มาจากบ้านลุงคำโรงกลั่นเถื่อนประจำตำบล ​พร้อม​กับยกห่อผ้าขาวม้าขึ้น​โชว์ให้ดู

"วันนี้เห็นที​ต้องขอตัวสักวัน" ครูจำรัสเปรยขึ้น​เบาๆ​พลางตีหน้าเศร้าอย่างน่าสงสาร

"อ้าว...​ทำไมล่ะครู พวกเราอุตส่าห์เตรียม​พร้อมกันมาตั้งแต่ไก่โห่ โถ..ๆ​..ๆ​ ไหง​เป็นยังงั้น​ไป​ได้" ผู้ใหญ่สมนึกอุทานออกมาด้วย​ความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง

"ผมมีนัด​กับท่านครูใหญ่เย็นนี้ ​จะคุยเรื่อง​ธุระปะปัง​และเรื่อง​คดี​ความกัน อีกอย่างหนึ่ง​ก็​คือ ผม​จะแวะ​ไปปรับ​ความเข้าใจ​กับน้าสำรวยแกด้วย ในเรื่อง​​ความบริสุทธิ์ของผม ​เพื่อบอกให้แกรู้ว่าผมไม่​ได้มีการเกี่ยวข้องอะไร​​กับการตายของสำเนียงเลย​สักนิดเดียว"

"อย่างนั้น​เราก็​จะ​ไป​เป็น​เพื่อนครูด้วย ​ไปไหน​ไปกัน พูดกันให้รู้เรื่อง​แจ่มแจ้งแดงแจ๋กัน​ไปก็ดีเหมือนกัน" ทองตีบพูดเสริมขึ้น​อีกคน

"ใช่​ไปกันหมด ผมขอ​ไปด้วย" หนุ่มฮ้งน้อมศีรษะกระพุ่มมือไหว้อย่างนอบน้อม ทำตาละห้อยพลางยืนยิ้มจนเหงือกแห้ง

สมาชิก ‘๕ สมย.’ ​ทั้งสี่พากันถอย​ไปรวมออกันใต้ถุนบ้านพักครู นั่งรอกันอยู่​บนเก้าอี้ยาวสองตัวข้างโต๊ะอเนกประสงค์ตัวใหญ่ วางสัมภาระ​ทั้งหมดลงบนโต๊ะตัวนั้น​ ปล่อยให้ครูจำรัส​เอาของขึ้น​​ไปเก็บบนบ้านพัก ก่อน​ที่​จะลงมาสมทบภายหลังจาก​ที่​ได้ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย​แล้ว​


*********


๑๗.๓๐ นาฬิกา
ครึ่งชั่วโมงให้หลังครูอุดมเดชก็ขี่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามา​ที่บ้านพักของครูจำรัส ​เขาไม่รู้สึกแปลกใจเลย​​ที่เห็นบรรดาสมาชิก ‘๕ สมย.’ อยู่​กัน​พร้อมหน้า​พร้อมตา

"แหม..อยู่​กันครบทีมเลย​นะ นึกแล้ว​ไม่ผิดว่า​ต้องเจอพวกเรารออยู่​​ที่นี่ เห็นทีผมคง​ต้องสมัคร​เป็นสมาชิกเข้าให้สักวันจน​ได้" ครูใหญ่อุทานแบบเออเองตอบเองเสร็จสรรพ

"ยินดีต้อนรับ​เป็นอย่างยิ่งเลย​ครับ​ครูใหญ่" ผู้ใหญ่สมนึกพูดทีเล่นทีจริง "สำหรับครูใหญ่พวกเรายินดีลดค่าสมาชิกแรกเข้าให้​เป็นกรณีพิเศษ"

"กรณีพิเศษนี่มันเท่าไหร่ล่ะ?"

"ธรรมดาก็เหล้าขาว ๑๒ ขวดหรือ ๑ โหลในวันแรกเข้า ​แต่สำหรับครูใหญ่พวกผมลดพิเศษให้เหลือเพียงครึ่งโหลก็พอ หรือพวกเราว่ายังไง?" ประโยคสุดท้าย ผู้ใหญ่สมนึกหันหน้า​ไปขอ​ความเห็นจากพรรคพวก

ไม่มีเสียงตอบจากบรรดาสมาชิก หาก​แต่ทุกคนต่างพากันพยักหน้าหงึกๆ​อย่าง​พร้อมเพรียงกัน

"ตอนนี้ผมยังไม่​พร้อม ​เอาไว้​พร้อม​เมื่อไหร่แล้ว​​จะบอกให้ทราบทันที" ครูอุดมเดชตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

"​ต้องขอโทษครูใหญ่แทนพรรคพวกของผมด้วย ​ที่พูดเรื่อง​ไม่​เป็นเรื่อง​" ครูจำรัสกล่าวขอโทษขอโพยแทนพวก​เขา ทันที​ที่เห็นเรื่อง​ราวชัก​จะออกนอกเรื่อง​นอกราว​ไปกันใหญ่

"ผมพูดจริงๆ​นะครับ​ครูจำรัส วันหนึ่ง​ผมอาจ​จะเบื่อหน้ากากหัวโขนเข้าสักวันก็​เป็น​ได้ ทำตัวตามสบายอย่างพรรคพวกสมาชิกของครูนี่ก็คงดีเหมือนกัน" เสียงครูใหญ่พูดอย่างหนักแน่นท่าทาง​เอาจริง​เอาจัง

​ได้ยินครูใหญ่อุดมเดชผู้เคร่งระเบียบวินัยพูดออกมาอย่างนั้น​ทำ​เอาบรรดาสมาชิก ‘๕ สมย.’ ต่างพากันอ้าปากหวอ​ไปตามๆ​กัน

"ผมว่า​จะ​ไปหาน้าสำรวย​ที่บ้านแก​เพื่อปรับ​ความเข้าใจ แก​จะ​ได้เข้าใจผมอย่างถ่องแท้เสียที จึงอยากให้ครูใหญ่ช่วย​ไป​เป็นกาวเชื่อม​ความสัมพันธ์อันดี สำหรับ​ความบริสุทธิ์ใจของผมในครั้งนี้ด้วย"

"ก็ดีเหมือนกัน ​จะ​ได้ไม่กินแหนงแคลงใจกันภายหลังจาก​ที่คดีเสร็จสิ้นลง"

หลังจาก​ได้ทราบ​ความประสงค์ของครูจำรัส​และบรรดาสมาชิก ‘๕ สมย.’ แล้ว​​ทั้งหมดก็เดินทาง​ไปบ้านนางสำรวยด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ๓ คัน ​คือคัน​ที่หนึ่ง​ของครูอุดมเดช คัน​ที่สองของครูจำรัส ​และคัน​ที่สามของผู้ใหญ่สมนึก ​โดยนั่งซ้อนท้ายกัน​ไปคนละคัน


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2613 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง ขุนจาม --Series
ชื่อตอน คดีที่เริ่มต้น --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13802 ], [124.121.110.8]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๑.๕๒ น.

ตอนนี้ ​​เอา​​เป็นชื่อ "คดี​​ที่เริ่มต้น" หรือ ​​จะเน้น​​ความสำคัญของตัวละคร ด้วยชื่อว่า "ครูจำรัส" ดีคะ​​
คุณปักษิณเลือกแล้ว​​กันค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปักษิณ [C-13807 ], [58.10.216.65]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มี.ค. ๒๕๕๑, ๒๓.๒๖ น.

"คดี​​ที่เริ่มต้น" น่า​​จะดีนะครับ​​
ขอบคุณครับ​​คุณpilgrim​​ที่มีชื่อให้เลือก

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น