นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #40
pilgrim
...เส้นแห่ง อูลูรู (Uluru)​ซึ่ง​เป็นหินก้อนใหญ่ในทวีปออสเตรเลีย หินก้อนเดียว ตั้งสถิตอยู่​โดดเด่นราว​กับแท่นบูชาขนาดยักษ์ ​เป็นเทวสถานธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจิน ​ที่​เป็นชนเผ่า ดั้งเดิมผู้ครอบครองทวีปของออสเตรเลีย...

ตอน : บินข้ามฟ้า มหาสมุทร สุดปลายทางที่ออสเตรเลีย (4)

4. ง่วงแค่ไหน ก็​ต้อง​ไปดู

คราวนี้มาดูฟ้าใสๆ​ของเมืองแคนเบอร์ราในออสซี่กันนะคะ​

ท้องฟ้ายามบ่ายคล้อยค่ะ​ สวยใส​และ​เป็นสีฟ้าจริงๆ​

คลิกดูภาพขยาย


ถ่ายจากหลังคาผ่านโครงเหล็กประดับหลังคา เห็นฟ้าใส

คลิกดูภาพขยาย

ตราสัญลักษณ์ของประเทศค่ะ​ ​เป็นรูปจิงโจ้​กับนกอีมู
แลดูวาววับกลางแดด


คลิกดูภาพขยาย

​ส่วนรูปนี้​เป็นเสาธงขนาดใหญ่​ที่รัฐสภาค่ะ​ ​เป็นเสาธง​ที่เท่มากๆ​เลย​ ถ่ายจากลานด้านหน้ารัฐสภาค่ะ​

---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​--
บ่ายคล้อยแล้ว​ ฉันเองตาใกล้​จะปิด​เพราะมันอยากนอน ​แต่ก็มี​ความตื่นเต้น​เป็นระยะๆ​ ​เพราะ​เขาย้าย​ที่​ไปดูกันอยู่​เรื่อยๆ​

พูดถึงเรื่อง​​ไปดูพิพิธภัณฑ์ มี​เพื่อนๆ​บางคน ไม่ชอบ​เอาเสียเลย​ ​เพราะ​เขาไม่ชอบ​ไปดูของเก่าเก็บ มันน่าเบื่อ ​และดู​ไปก็เท่านั้น​ ​จะย้อนยุค​ไปทำไม

​แต่​ถ้า​เป็นคน​ที่ชอบดูพิพิธภัณฑ์แล้ว​ ก็เดิน​ได้​เป็นวันๆ​ ​โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์เมืองนอกนนั้น​ ​ส่วนใหญ่​จะใหญ่โต มโหฬารมาก

ฉันเองก็​เป็นคนหนึ่ง​​ที่ชอบดูพิพิธภัณฑ์​และหอศิลป์ต่างๆ​
คง​เป็น​เพราะ​เป็นคนชอบวิชาประวัติศาสตร์​และของเก่าๆ​ อาจ​เป็น​ไป​ได้ว่า เกิดมาก็เห็นของเก่าอยู่​เต็มตาทุก​เมื่อเชื่อวัน ​เพราะบ้านพวกเราอยู่​ใกล้​พระ​ที่นั่ง ​พระราชวังโบราณ

จึงมัก​ได้ฟังตำนาน เรื่อง​เล่ามาจากผู้ใหญ่ ​โดยมีเรื่อง​ผี วิญญาณเร้นลับแทรกเข้ามาให้ชวนตื่นเต้น สยองขวัญ จึงทำให้ตอนเด็กๆ​ ​เป็นคน​ที่กลัวผีมาก

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในเมืองไทย ​ส่วนใหญ่ จึงจัดแสดง​แต่ของเก่าๆ​ ​ที่ขุดค้น​ได้มาจากกรุต่างๆ​ ใน​พระราชวังโบราณ หรือภายในวัดโบราณ

​แต่พิพิธภัณฑ์ของต่างประเทศ​จะมีอะไร​​ที่หลากหลายมากกว่า

ฉันเคยดูพิพิธภัณฑ์แบบ​ที่ไม่ใช่​ที่เก็บของเก่าแห่งแรก ก็ในมาเลเซีย ​ที่กัวลาลัมเปอร์​และมะละกา

​เขา​จะแสดงประวัติศาสตร์​และชนชาติของ​เขาในหลายๆ​ด้าน รวม​ทั้ง สัตว์ป่า ​และพรรณพืช​ที่ปรากฏมีอยู่​ในประเทศด้วย

​ที่มะละกา ทำให้ฉันค้นพบ​ความจริงอันน่าตกใจว่า ชาติไทยเรา​แต่ก่อน ขึ้น​ชื่อว่า​เป็น นักล่าอาณานิคม ผู้รุกรานตัวยง ในพิพิธภัณฑ์ของชาวมะละกาเขียนไว้ว่า

กรุงศรีอยุธยา ​เป็นศัตรูตัวร้ายของชาวมะละกา มัก​จะยกทัพมารุกราน ​เพื่อแย่งชิงเครื่องเทศเสมอ รุกราน บุกมาทุกทาง ไม่ว่า​จะ​เป็นทางเรือ หรือ ทางบก (ขาด​แต่ทางอากาศ ​เพราะสมัยนั่น คงยังไม่มีเครื่องบิน ฮี่ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​)

ฉันเองก็ตกกะใจ เลย​ไม่กล้าแสดงตัวว่า​เป็นคนไทย ก็ไหน​ใครเคยบอกว่า ไทยนี้รักสงบ ​แต่ทำไม​เขาหาว่า​ไปรุกราน​เขาเสียล่ะ

นี่แหละ​หนา ประวัติศาสตร์ของ​ใคร ก็เขียนขึ้น​​เพื่อรับ​ใช้ผู้เขียน เสีย​เป็นหลัก


พิพิธภัณฑ์แห่งชาติออสเตรเลีย นี่ก็เหมือนกัน


คลิกดูภาพขยาย



หัวข้อหลักๆ​ ​ที่​เขาจัดแสดง ​คือ ประวัติศาสตร์ทางสังคมวิทยาของชนชาติ ​โดยเน้นถึงประวัติศาสตร์ของชาวเกาะ​ที่​เป็นเจ้าของพื้น​ที่ดั้งเดิม ​คือ ชาวอะบอริจิน (aborigin) ​กับชาวเกาะช่องแคบทอเรส (Torres Strait) เรื่อยมาจนถึงครั้ง​ที่ชนเผ่าผิวขาวจากยุโรปเข้ามายึดครองดินแดน ในปี ค.ศ.1788

แสดงถึงการสร้างชาติจนกระทั่งกลายมา​เป็นออสเตรเลียปัจจุบัน ​ซึ่งมีวัฒนธรรมของชนเผ่าดั้งเดิม​ที่มีเอกลักษณ์​และมีการผสมผสานกัน​ระหว่างวัฒนธรรม


​เขาแบ่งการจัดแสดง​เป็นเรื่อง​ราวหลักๆ​ สามหัวข้อ ​คือ เรื่อง​ของดินแดน ชาติ ​และประชาชนออสเตรเลีย

ห้องแผ่นดิน (land) แสดงถึงภูมิทัศน์ของประเทศออสเตรเลีย รวม​ทั้ง พรรณพืช ​และสัตว์ป่า ผู้คน​ที่อาศัยมา​แต่ดั้งเดิม การตั้งรกราก ชุมชน การก่อกำเนิดสังคม ​และกลาย​เป็นเอกลักษณ์แห่งชาติของออสเตรเลีย


ห้องชาติ (nation) แสดงถึงเอกลักษณ์ประจำชาติ ประชากรกลุ่มต่างๆ​ของออสเตรเลีย ​ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากหลายเผ่าพันธุ์

ห้องประชาชน (people) แสดงถึง วัฒนธรรม​แต่ละกลุ่ม ​แต่ละเผ่าของผู้คน​ที่ประกอบกัน​เป็นพลเมืองออสเตรเลีย

การจัดแสดงของ​เขา นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากๆ​ ​เพื่อสร้าง​ความตื่นตาตื่นใจ

ฉันชอบใจโรงละครหมุน (rotating theatre) ของ​เขา ​เมื่อกวาดต้อนคนดูเข้า​ไปนั่งแล้ว​ ​ที่นั่ง​ทั้งหมด ก็​จะหมุน​ไปในลักษณะวงกลม ​เพื่อ​เป็นการสาธิต​และสรุปเรื่อง​​ที่​จะจัดแสดงทีละห้อง มี​ทั้งหมดสามห้อง ​คือ ห้องแผ่นดิน ห้องชาติ ห้องประชาชน จนครบรอบวงกลม ก็​จะหมุนกลับมา​ที่เดิม
บรรยากาศก็มืดๆ​ เงียบๆ​ น่านอน (อีกแล้ว​)

รูปแบบสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์ก็สวยงาม​และแปลกประหลาด ไกด์สาวชาวฟิลิปปินส์ ​ซึ่ง​เป็นเจ้าหน้า​ที่ของพิพิธภัณฑ์ ​ที่พาเยี่ยมชม อธิบายว่า ​เป็นเส้นแห่ง อูลูรู (Uluru)​ซึ่ง​เป็นหินก้อนใหญ่ในทวีปออสเตรเลีย

หินก้อนเดียว ตั้งสถิตอยู่​โดดเด่นราว​กับแท่นบูชาขนาดยักษ์ ​เป็นเทวสถานธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจิน ​ที่​เป็นชนเผ่า ดั้งเดิมผู้ครอบครองทวีปของออสเตรเลีย

คลิกดูภาพขยาย


(ภาพนี้จากเว็บของพิพิธภัณฑ์ค่ะ​)


ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ก็มีภูมิทัศน์​ที่งดงาม มีพื้น​ที่เปิดโล่ง​ที่เรียกว่า Garden of Australian Dreams ​ซึ่ง​เป็นลานกว้าง คง​จะน่ารื่นรมย์มากในฤดูร้อน ​แต่วัน​ที่เรา​ไปนั้น​ หนาวจับใจ

คลิกดูภาพขยาย



ภายในพิพิธภัณฑ์ ​ส่วนใหญ่​จะจัดแสดงวัฒนธรรม​และวิถีชีวิตของชนเผ่าอะบอริจิน แสดงถึง​ความ​เป็นเอกลักษณ์ของชาวพื้นเมือง
​แต่วันนี้ ถูกคนขาวมายึดครองประเทศเสียแล้ว​

ชะตากรรมของชาวอะบอริจิน ก็คงไม่ต่าง​ไปจากชาวอินเดียนแดงของทวีปอเมริกานัก

นั่น​คือ พอคนขาวเข้ามา ชาวเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิม ก็ถูกล่า ถูกฆ่ากระจัดกระจาย ท้ายสุด ก็กลาย​เป็นพลเมืองชั้นสอง ​ที่ไม่มีสิทธิ์ใดๆ​มากนักในดินแดนบ้านเกิดของตนเอง

ฉันเห็นชาวอะบอริจินมาขายของพวกบูมเมอแรง​และงานฝีมือ
ไม่รู้อุปาทานหรือเปล่า แววตาพวก​เขาดูเศร้าๆ​ คับแค้นพิกล

​ที่น่าคิด​คือ ใน​ที่สุด ชน​ที่อพยพมา​และไม่มีรากวัฒนธรรมดั้งเดิม​ที่​เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นของตน ก็​ต้อง​เอาศิลปะ วัฒนธรรมของชาวอะบอริจินมา​เป็นจุดขายในรูปแบบต่างๆ​ ​แม้​แต่ในการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์

เสร็จจากการชมพิพิธภัณฑ์ พวกเราก็​ไปเช็คอินเข้าโรงแรมกัน
ฉันดีใจมาก​ที่​ได้มาถึงโรงแรมสักที ​เพราะ​ทั้งวัน เรา​ได้​แต่วิ่งปุเลงๆ​​ไปตาม​ที่นั้น​ ​ที่นี้ ด้วย​ความง่วงงุน

​แต่ยังค่ะ​ ​เขายังไม่ให้นอน ​เขาให้​เอาของเก็บแล้ว​​ไปรับประทานมื้อเย็นกันก่อน​ที่ภัตตาคารในกรุงแคนเบอร์รา

พวกเรานั่งรถเข้าเมือง ท่ามกลางอากาศหนาวเยือก ลงจากรถเดิน​ไป​ที่ร้านอาหาร ไม่มีผู้คนกลางใจเมืองเลย​ มี​แต่​ความเงียบสงบ​และ​ความมึด


คลิกดูภาพขยาย



เย็นนั้น​ พวกเราสั่งสเตคกิน ฉันกินสเตคเนื้อของออสเตรเลีย ด้วย​ความชุ่มฉ่ำ อิ่มอร่อย
แล้ว​ก็กลับโรงแรมนอนกัน

เฮ้อ เดินทางมา​ทั้งคืน ​ทั้งวัน เพิ่ง​จะ​ได้นอนนี่แหละ​ค่ะ​ คืนแรกในแคนเบอร์รา

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2563 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน บินข้ามฟ้า มหาสมุทร สุดปลายทางที่ออสเตรเลีย (4) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๒๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงปิง [C-13536 ], [58.10.216.137]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ม.ค. ๒๕๕๑, ๐๑.๑๑ น.

ขนาดง่วงนะเนี่ย...​​

ยังพา​​ไปเ​​ที่ยวชม​​ได้จุใจ!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : มนต์อักษรา [C-13541 ], [202.149.25.241]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ม.ค. ๒๕๕๑, ๑๒.๓๐ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณพิลกริม

ท้องฟ้า​​ที่นั่นสวยสดใสจริงจริงนะคะ​​

เห็นแล้ว​​อยาก​​ไปบ้างจัง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น