นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๐
ถั่วหนึ่งกำมือ - เรื่องกรรมดีในฤดูกาลคริสต์มาส #2
กัลปจันทรา
..."ฉันถึงสวรรค์ตรงวัน​ที่ประตูนรกเปิดให้ชาวสวรรค์​พอดี ​และ​เพราะ​เป็นวันนั้น​ทำให้ฉัน​ได้รับรู้เรื่อง​แปลกๆ​หลายอย่าง ​เพราะ​เป็นวันนั้น​นั่นเอง​ที่ทำให้เรื่อง​เล่าน...

ตอน : ผลจากลูกนัท-ตอนจบ

"ฉันถึงสวรรค์ตรงวัน​ที่ประตูนรกเปิดให้ชาวสวรรค์​พอดี ​และ​เพราะ​เป็นวันนั้น​ทำให้ฉัน​ได้รับรู้เรื่อง​แปลกๆ​หลายอย่าง ​เพราะ​เป็นวันนั้น​นั่นเอง​ที่ทำให้เรื่อง​เล่านี่ยาก​ที่​จะเล่านัก ​แต่พวกเธอคงเข้าใจ​ที่เล่ามาถึงตอนนี้แล้ว​ใช่ไหม?"

ผู้พันมองตาเด็ก​แต่ละคู่อีกครั้ง ครั้งนี้​เป็นสายตา​ที่มีคำถามไม่​ได้ห้ามซักถามอย่างคราวก่อน ​และ​เมื่อริมฝีปากอ่อนเยาว์ต่างก็รับว่า "เข้าใจครับ​/เข้าใจค่ะ​" ​เขายิ้ม พยักหน้าอย่างพอใจ เล่าต่อว่า

"ชาวสวรรค์นั้น​​เป็นพวก​ที่มีเมตตา ต่างก็อยากช่วยผู้ทุกข์ยาก​ทั้งหลายไม่ว่าผู้ทุกข์ยากนั้น​​จะ​เป็น​ใครหรืออยู่​​ที่ไหน ไม่จำ​เป็น​ต้องบอกใช่ไหมว่าชาวสวรรค์​แต่ละตนต่างก็ค้นหา​ความดีของสัตว์นรกเหล่านี้อย่างจริงจัง ​แต่ท่านเซนต์ปีเตอร์นั้น​ยุติธรรม ไม่เข้า​กับ​ใคร​ทั้งนั้น​ ดังนั้น​​แต่ละครั้ง​ที่นรกเปิดให้ชาวสวรรค์เห็น สัตว์นรก​ที่ถูกช่วยมีจำนวนเล็กน้อยเหลือเกิน​เพราะเทวดา​แต่ละท่านต่างจำกรรมดีของสัตว์นรก​แต่ละตนแทบไม่​ได้หรือ​ที่พอนึก​ได้ก็ไม่ใช่กรรมดี​ที่มีคุณค่าพอ​จะกราบเรียนท่านเซนต์​ได้ ฉันเองก็​ได้รับอนุญาตให้มองในนรกเหมือนกัน ช่าง​เป็นสถาน​ที่น่าสพรึงกลัวอะไร​อย่างนั้น​

...​บรื๋อ...​นรกนี่น่ะ เด็กๆ​เอ๋ย แสนน่ากลัวสุดบรรยาย วาดภาพ​เอาเองเถอะนะ ​เมื่อค่อยยังชั่วจาก​ความตกใจ​ที่เห็นนรกแล้ว​ ฉันก็จำพวกสัตว์นรกบางตน​ได้​ทั้งหญิง​และชาย​ที่เคยรู้จักกันในโลกมนุษย์ สัตว์นรกเหล่านี้ฉันเคยคิดว่ารู้จักพวก​เขา​และเคยเชื่อว่าประพฤติดีมีศีลธรรม เคยเชื่อว่า​เขาคง​ไปสู่สวรรค์แน่นอน ไม่เคยคิดว่า​เขา​จะตกอยู่​ในนรกอย่างนั้น​ ​แต่​แม้​แต่คน​ที่เคยคิดว่า​เป็นคนดีฉันจำไม่​ได้เลย​ว่า​เขาเคยทำกรรมดีอะไร​ไว้บ้าง กรรมดี​ที่ทำด้วย​ความเมตตาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน...​ยากเหลือเกิน​ที่​จะหาสิ่งนั้น​​ได้ การกระทำ​ที่​ถ้าดู​แต่เผินๆ​บางอย่างคล้าย​เป็นกรรมดีต่างถูกยกขึ้น​มาพูดถึง การกระทำบางอย่างดูดีจริงๆ​ ​แต่​เมื่อถูกเปิดเผยจุดประสงค์​ที่แท้จริงขึ้น​ กลับทำให้​เป็นการกระทำ​ที่หวังผล ไม่ใช่ตั้งใจทำดีอย่างแท้จริง การกระทำเหล่านั้น​มี​ความตั้งใจให้มนุษย์เห็นว่าผู้กระทำ​เป็นคนดี ​เพื่อให้​ได้สิ่ง​ที่ประสงค์ ​และ​เพื่อให้​ใครกล่าวถึง หรือ​เพื่อให้ผู้กระทำรู้สึกว่า​ตนทำดี ​แม้กระทั่งทำ​เพื่อให้​เพื่อนบ้านอิจฉา ​และทำให้ตัวเองรวยขึ้น​ พวกหนูๆ​คงไม่เข้าใจนักนะลูกว่าฉันหมายถึงอะไร​ ​แต่ไม่​เป็นไรหรอก เดี๋ยวคุณแม่ก็อธิบายให้ฟังเองนะลูก ​เมื่อถึงเวลา​ที่พวกเธอพอ​จะเข้าใจ"


"พวกสัตว์นรก​ทั้งหลาย​ที่รอหน้าสลอนต่างก็ผิดหวัง​ที่กรรม​ที่ทำไว้ไม่ใช่จากใจบริสุทธิ์ ​และเหล่า​ที่ไม่มี​ใครเอ่ยถึงเลย​นั้น​ช่างน่าสงสารจนฉันเกิด​ความโศกเศร้าสุดระงับ ​แต่ก็ช่วยพวก​เขาไม่​ได้เลย​"

"ในบรรดาเหล่าสัตว์นรก​ที่ไม่มี​ใครนึกถึงกรรมดี​ที่เคยกระทำ​ได้เลย​นั้น​ มีสัตว์นรกหญิงตนหนึ่ง​​ที่ฉันเคยรู้จักดีในโลกคน​เป็น​และเห็นว่าสมควรอยู่​ในนรก ฉันไม่เคยคาดว่านาง​จะ​ไปอยู่​​ที่อื่นหลัง​ความตาย​ได้...​นอกจากนรก พวกเด็กๆ​คงไม่ค่อยเข้าใจ ​แต่ "หัวใจ​ที่เย็นชา" นั้น​​เป็นสิ่งเรียก​ที่เหมาะเจาะ​ที่สุด​กับหัวใจของหญิงคนนี้ พอ​จะเรียก​ได้ว่า ทำจาก "น้ำแข็ง" หรือ "หิน" ​ได้เลย​เชียวละ ทรัพย์สมบัติ​ที่มีนั้น​มีมากเหลือเฟือ ​แต่นางไม่เคยเห็น​ความทุกข์ของคนยากไร้พอ​ที่​จะให้​ความเมตตาเลย​สักครั้ง ​ถ้านางทำท่า​จะให้ก็​เพราะนาง​ต้องการ​ใช้คนอื่น​เพื่อให้สิ่ง​ที่นาง​ต้องการแล้ว​เขี่ยพวก​เขาทิ้ง​เมื่อไม่มีประโยชน์อีกต่อ​ไป ​ทั้งชีวิตไม่เคยเลย​​ที่​จะรัก​ใครสักคน...​​แม้​แต่คนเดียว...​ฉันเชื่อเรื่อง​นี้อย่างหนักแน่น...​ ​และไม่มี​ใครรักนางสักคนเหมือนกัน ​ความตายของนางไม่มี​ใครเสียดายเลย​ ​และหลัง​ความตายก็คง​เป็นสัตว์นรก​ที่น่ารังเกียจเท่าๆ​​กับ​ที่เคย​เป็น​เมื่ออยู่​ในโลกของคน​เป็นอย่างไม่​ต้องสงสัย ​ใครล่ะเด็กๆ​เอ๋ย...​ ​จะมี​ความสุข​ได้​ถ้าไม่รู้จักรัก​ใครสักคน ​และไม่มี​ใครรักเราเลย​?

"คงไม่มี​ใครช่วยนาง​ได้แน่" ฉันบอกตัวเอง ​แต่ฉันคิดผิด ​เพราะนาทีนั้น​เอง นางฟ้าเด็กตนหนึ่ง​​ที่มีปีก​เป็นสีฟ้า​และสีเงินบินผ่านหน้าฉัน​ไปอย่างรวดเร็ว เธอบินตรง​ไป​ที่ท่านเซนต์ปีเตอร์​ที่น่ายำเกรงด้วยเครายาว​และถือกุญแจประตูสวรรค์อยู่​ในมืออย่างไม่มี​ความเกรงกลัว นางฟ้าเด็กคนนั้น​ชี้นิ้วเล็กๆ​​ไป​ที่หญิงสัตว์นรกตนนั้น​ ร้องออกมาว่า "หญิงคนนั้น​เคยให้ถั่วนัทหนูกำมือหนึ่ง​เจ้าค่ะ​"

"จริงหรือ" เสียงกังวาลของท่านนายทวารสวรรค์อุทานออกมา "ไม่มากนะกรรมดีแค่นั้น​น่ะ ​แต่ก็อดแปลกใจไม่​ได้ ผู้หญิงอย่างนี้​แม้เข็มสักเล่มก็คงไม่ให้​ใคร ตลอดชีวิตไม่เคยให้อะไร​​ใคร ​แต่แม่หนูน้อย...​เจ้า​เป็น​ใครตอนมีชีวิตอยู่​ในโลกมนุษย์?"

"หนูชื่อ "ฮันนาเล" เจ้าค่ะ​" นางฟ้าน้อยตอบอย่างฉะฉาน "หนูตาย​เพราะขาดอาหาร ​และ​ทั้งชีวิตหนูมีคนให้ครั้งเดียวเจ้าค่ะ​ การให้​ที่ทำให้หนูมี​ความสุขเหลือเกิน ​และคนให้​คือหญิงคนนั้น​ในนรก​ที่เห็นนี่แหละ​เจ้าค่ะ​"

"ดีๆ​" ท่านเซนต์ปีเตอร์กล่าวตอบ ​เอามือลูบเคราสีขาวอย่างครุ่นคิด "สงสัยให้ถั่วนัท​เพราะเธอทำอะไร​ให้นางใช่แน่เลย​"

"ไม่ใช่เจ้าค่ะ​" นางฟ้าน้อยตอบอย่างมั่นใจ

"งั้นก็เล่าเรื่อง​มาว่าเกิดอะไร​ขึ้น​" ท่านนายทวารสวรรค์สั่ง ​และนางฟ้าเด็กน้อยก็เริ่มเล่าว่า

"แม่หนู​ที่ป่วยมาก​กับหนูอาศัยอยู่​ในเมืองตามลำพัง พ่อหนูตายแล้ว​ วัน​ที่ 23 ธันวาคมปีนั้น​ เราแม่ลูกไม่มีอะไร​​เป็นอาหารเลย​ แม่นอน​เป็นไข้ตัวร้อนอยู่​ตลอดเวลา ​แต่ก็อุตส่าห์ทำตัวแกะด้วยสำลี​กับผ้าฝ้ายให้หนู​เอา​ไปขาย​ที่ตลาดคริสต์มาส ​ที่ตลาดนั้น​หนูพยายามขายให้คน​ที่เดินผ่าน​แต่ไม่มี​ใครสนใจเลย​ ชั่วโมงแสนหนาวทรมาณผ่าน​ไปเรื่อยๆ​ หนูทรมาณมาก​เพราะมีแผล​ที่เข่า​ที่หนูปิดไว้ไม่ให้​ใครเห็น ตอนค่ำมาถึงแล้ว​​และไฟบนถนนก็ติดแล้ว​ นิ้วมือ นิ้วเท้าของหนูแริ่มแข็ง​และคันมากขึ้น​ ​แต่หนูก็ไม่กล้ากลับบ้าน​เพราะตอนนั้น​มีเงิน​ที่คนเมตตาโยนมาให้เพียงเซนต์เดียว ไม่พอ​แม้​แต่​จะซื้อขนมปังสักก้อน​พร้อมถ่านหินด้วย หนูแสนทรมาณ ​แต่​เมื่อคิดถึงแม่​ที่นอนป่วยอยู่​คนเดียว​โดยไม่มี​ใครช่วยอะไร​เลย​​โดยเฉพาะไม่มี​ใครช่วยประคองให้ลุกขึ้น​นั่ง​เมื่อลมหายใจขัดนั้น​...​ทำให้หนูทุกข์ทรมาณมากกว่า

หนูนั่งบนบันไดหินแสนเย็นนั้น​อย่างสุดเศร้า​และเริ่มร้องไห้ ตอนนั้น​มีถังขนาดใหญ่​ที่รถลากมาส่งไว้บนทางเดิน ​ระหว่าง​ที่ผู้คนรอให้คนเลื่อนถังใหญ่ใบนั้น​เข้า​ไปในร้านหนึ่ง​ มีหญิงคนหนึ่ง​...​คน​ที่หนูชี้ให้ท่านดูนี่แหละ​เจ้าค่ะ​ หนูจำนาง​ได้ดี ​เพราะนางยืนรอตรงหน้าหนู​พอดี ​และหนูก็พยายามอ้อนวอน​พร้อม​ทั้งน้ำตาขอให้นางซื้อแกะสำลีสักตัว ใบหน้านางนั้น​เย็นชา​และหนูบอกตัวเองว่า "นางคงไม่ให้อะไร​หนูหรอก" ​แต่นางให้นะเจ้าคะ​ เหมือน​กับว่าหัวใจนางอ่อนลง ใบหน้า​และดวงตาก็หายเย็นชาลงบ้าง นางเหลือบมองหนูนิดหนึ่ง​​และอย่าง​ที่หนูตั้งตัวไม่ทัน นางล้วงมือเข้า​ไปในกระเป๋า​ที่ห้อยอยู่​บนแขน​และโยนเม็ดถั่วมา​ที่ตักหนู แล้ว​บังเอิญ​ที่ตอนนั้น​เอง ถังใหญ่ถูกผลักให้พ้นทางเดิน ผู้คนต่างก็รีบร้อน คลื่นผู้คนเลย​พาตัวนาง​ไปด้วย หนูเห็นว่านางพยายาม​จะหยุด​แต่ไม่ง่ายเลย​​เพราะถูกดัน นางทำ​ได้เพียงหยิบถั่วมาโยนให้หนูอีก สามสี่กำมือ ​เป็นถั่ววอลนัท...​สวย​ที่สุด​ที่หนูเคยเห็นมา หนูยังเห็นถั่ววอลนัทนั้น​ติดตาเลย​เจ้าค่ะ​ ราว​กับเพิ่งเห็น​เมื่อวานนี้เอง หนูเห็นด้วยว่านางล้วงกระเป๋าเสื้อ คงหาเงินให้หนู​แต่ผู้คนก็เบียดเสียดผลักนางให้​ต้องเดินจาก​ไปอย่างรวดเร็ว เร็วขนาด​ที่ว่าไม่​ได้ยินเสียง​ที่หนูกล่าวขอบคุณนางด้วยซ้ำ​ไป"

​เมื่อเล่ามาถึงตอนนี้ นางฟ้าเด็กหยุด ​และหัน​ไปยกมือส่งจูบ​ไปให้สัตว์นรกนางนั้น​ ​และท่านเซนต์ปีเตอร์หัน​ไปซักถามนางสัตว์นรกว่า เกิดอะไร​ขึ้น​ ทำไมถึงเมตตาเด็ก​ได้ ​เพราะ​ใครๆ​ก็เชื่อว่านางนั้น​มีหัวใจทำด้วยน้ำแข็ง ไม่เคยเห็นหัวคนยากไร้มาก่อน

"นางสัตว์นรกตอบด้วยเสียงสะอื้นว่า "ดวงตาแสนเศร้าเต็มไม่ด้วยน้ำตาของแม่หนูนี่เจ้าค่ะ​ ทำให้หัวใจเย็นชาของดิฉันอ่อนยวบ ดวงตานั้น​ทำให้ดิฉันระลึกถึงดวงตาของน้องสาว​ที่ตาย​ไปอย่างทรมาณ ​ความตายของน้องนั้น​เอง​ที่ทำให้หัวใจของดิฉันโกรธแค้น​ความไม่ยุติธรรมของโลก ​และหัวใจนั้น​ก็เปลี่ยน​เป็นเยือกเย็น...​​แต่ดวงตาแม่หนูนั้น​...​ไม่ทราบว่าเกิดขึ้น​​ได้อย่างไรนะเจ้าคะ​...​​ที่ดวงตาของแม่หนูทำให้น้ำแข็ง​ที่เกาะกินหัวใจมานานละลาย ​และบอกตัวเองว่าไม่มีทาง​จะอภัยตัวเอง​และคงขมขื่นมากขึ้น​ ​ถ้าไม่ให้แม่หนูนั่นอะไร​สักนิด...​ให้เธอมี​ความสุขสักนิด ​ความรู้สึกขณะนั้น​อยากกอด​และจูบเธอให้หายเจ็บ...​คลายเศร้าสักนิด หลังจาก​ที่ให้ลูกนัท​ที่เพิ่งซื้อมา ดิฉันรู้สึกโล่ง...​โปร่งอย่าง​ที่ไม่เคย​เป็นมาก่อน ​และก็​กำลัง​จะให้เงิน...​​แม้​จะให้นิดหน่อย​แค่นั้น​...​"

"​แต่ท่านนายทวารสวรรค์ขัดจังหวะขึ้น​ ท่านฟังพอแล้ว​​เพราะท่านทราบว่าสัตว์นรก​และชาวสวรรค์​จะโกหกไม่​ได้ ท่านพยักหน้าให้นาง​และกล่าวว่า "ใช่แล้ว​ ไม่​ต้องสงสัยเลย​​ที่ให้ถั่วนัทนั้น​​เป็นกรรมดีแน่นอน ​แต่ก็เล็กน้อยเกิน​ไป​ที่​จะถมกรรมเลว​ที่ทำไว้ อาจ​จะทำให้ถูกทำโทษน้อยลงนิดหนึ่ง​ ​ความมั่งมี​ที่มีในโลกนั้น​นางมีมากมาย​ ให้เด็กอดโซเพียงแค่ถั่วไม่กี่กำมือ กรรมดีนี้ทดแทนการลงโทษไม่​ได้" ​และนายทวารสวรรค์ก็หันหลัง​จะจาก​ไป"

"​แต่เสียงแจ่มใสทำให้นายทวารหันกลับมา ​เป็นเสียงของ "​พระเยซูเจ้า" ​ซึ่งดำเนินมา​ที่ชุมนุม ท่านดำรัสว่า "ให้เราฟังเรื่อง​ต่อสิว่า กรรมดี​ที่ทำอย่างน้อยนิด​ที่ว่าน้อยเกิน​ไป​ที่​จะยกโทษให้สัตว์นรกนางนี้ ขอให้เราฟังหน่อย​ว่ามีผลตามมาอีกหรือไม่จากถั่ว​ที่ให้นี้"

"โอ...​​พระเยซูเจ้า​ที่รักของหนู" นางฟ้าเด็กหันมาตอบอย่างดีใจ "หนูกินถั่วครึ่งหนึ่ง​เจ้าค่ะ​​และสวดมนต์ขอบคุณท่าน​เพราะหนูเชื่อว่า​เพราะภาพลูกชายของท่าน "​พระเจ้า" ​ที่เราเรียกกันว่า "เบบี้เยซู" หนูถึงมีถั่วกิน​เป็นของขวัญคริสต์มาส...​วันคล้ายวันเกิดของ​พระเยซู​ที่ผู้คน​กำลังฉลองกันอยู่​"

"​พระเยซูเจ้าตรัส​กับท่านเซนต์ปีเตอร์ว่า "เห็นไหมปีเตอร์ ​เพราะลูกนัท​ที่หญิงนางนี้ให้ ทำให้เด็กน่ารักคนนี้มาอยู่​​กับเราด้วยหัวใจ​ที่บริสุทธิ์ ถือว่า​เป็นกรรมดี​ที่เล็กน้อยไม่​ได้หรอก ​เอาละ...​แม่หนูเล่าเรื่อง​ต่อ​ไป เกิดอะไร​ขึ้น​​กับเจ้า?"

"ถั่วนั้น​หนูกินเกือบหมดนะเจ้าคะ​ ​แต่ยังเหลือบ้างในวันก่อนวันคริสต์มาส" นางฟ้าเด็กกล่าว "​และ​เป็น​เพราะนาง​ได้โยนถั่วนัทใส่ตักหนูทำให้ผู้คนสนใจหนู​และเกิด​ความสงสาร​และต่างก็ช่วยซื้อแกะสำลีของหนู​ไป​ทั้งหกตัว ​และนอกจากเงินเซ็นต์แล้ว​ มีคนให้เงินปอนด์หนูด้วย ดังนั้น​หนูพอ​จะซื้อของให้แม่​ได้หลายอย่าง ถึง​แม้ว่าแม่ของหนู​จะตายตอนเช้า​ของวันขึ้น​ปีใหม่ ​แต่หลายวันก่อนตายแม่ก็พอ​จะมี​ความสุขบ้าง​เพราะเงินนั้น​"

"​พระเยซูเจ้า ปราย​พระเนตรมองหน้าท่านนายทวารสวรรค์อีก ​และตอนนั้น​ มีนางฟ้าผู้ใหญ่​ซึ่ง​เป็นแม่ของหนูนางฟ้าเด็ก กล่าวขึ้น​ว่า

"ท่าน​พระเยซูเจ้า​ที่รักของข้า ขออนุญาตพูดหน่อย​เจ้าค่ะ​ ดิฉันอยากเอ่ยคำนิยมแก่สัตว์นรกนางนี้ว่า ก่อน​ที่ลูกฮานนาเล ​จะ​เอาถั่วนัทมาบ้าน ดิฉันป่วยนอนลุกไม่ขึ้น​อย่างแสนทรมาณ ดิฉันหมดแล้ว​​ซึ่งศรัทธา​ที่มีต่อท่าน​เพราะคำสวดมนต์อ้อนวอนของดิฉันไม่มี​ใคร​ได้ยิน หัวใจนั้น​เต็ม​ไปด้วย​ความขมขื่น ดูเหมือนว่า ท่าน​และ​พระผู้​เป็นเจ้าบิดาของท่าน ​ซึ่งผู้คนเชื่อว่าปกป้องคุ้มครองผู้ทุกข์ยาก​ได้ลืม​และทอดทิ้งเราแล้ว​ ทิ้งเรา​ไป​เพื่อให้​ความร่ำรวยมากขึ้น​​กับพวก​ที่รวยอยู่​แล้ว​ ด้วย​ความทุกข์แสนเข็ญ​พร้อม​ทั้งมีลูกด้วยทำให้ดิฉันสาบแช่งวัน​ที่เกิดมามีชีวิต โอ...​ดิฉันทุกข์ใจเหลือบรรยาย​เมื่อลูก​ไปขายแกะสำลี​และไม่กลับมา​แม้​จะมืดค่ำแล้ว​ หิวน้ำเหลือแสนจนปากแห้งราว​กับถูกเผาด้วยไฟ ​และพิษไข้ทำให้หายใจไม่ออก​แต่ไม่มี​ใครประคองให้ลุกขึ้น​ ดิฉันบ่นว่า สาบแช่ง เรียกพวก​ที่กล่าวว่า​พระผู้​เป็นเจ้านั้น​มี​ความกรุณาว่า​เป็นพวกโกหก โกหกเหลือร้าย​ที่กล่าวว่าพวกคนจนนั้น​มี​พระผู้​เป็นเจ้า​ที่แสนเมตตาอยู่​บนสวรรค์ ​ที่​กำลังดูแลเรา​ที่เรียกว่า​เป็น "ลูก" ของ​พระเจ้า

​แต่​เมื่อลูกฮันนาเลกลับมาบ้านจุดตะเกียง ดิฉันเห็นใบหน้าเล็กๆ​ของลูก​ที่ปราศจากยิ้มมาแสนนาน เคยเต็ม​ไปด้วย​ความขมขื่น เจ็บปวด ​แต่คืนนั้น​ใบหน้าของลูกมี​ความสุข ​และดิฉัน​ได้เห็นถั่ววอลนัท​และสิ่งอื่นๆ​​ที่ลูกซื้อมา ทำให้ดิฉัน "โอ...​​พระเยซูเจ้า" มีศรัทธา​ความเชื่อมั่นต่อท่าน​และ​พระเจ้ากลับคืนมา ​และดิฉันก็ไม่เคยหมดศรัทธาต่อท่านจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต ​และขณะนี้ดิฉัน​ได้อยู่​สวรรค์ก็​เพราะกรรมดี​ที่สัตว์นรกนางนี้โยนถั่วใส่ตักลูกฮันนาเล"

"ท่านปีเตอร์ผงกศีรษะรับ ​และหัน​ไปกราบเรียน​พระเยซูเจ้าว่า "กรรมดีเล็กน้อยนั้น​มีผลตามมามากกว่าข้าพเจ้านึก ​แต่อยากกราบเรียนให้ท่านทราบกรรมเลว​ที่สัตว์นรกนางนี้​ได้กระทำไว้​ที่โลกมนุษย์ด้วยว่ามี...​"

"ข้าเข้าใจ" ลูกชายของ​พระผู้​เป็นเจ้าขัดจังหวะขึ้น​ "ก่อน​ที่​จะตัดสินชะตาของสัตว์ผู้ทุกข์ยากในนรก ให้เราฟังก่อนว่า แม่หนูนี่ทำอย่างไร​กับลูกวอลนัท​ทั้งหมด​ที่เหลือ ​เพราะเรารู้แล้ว​ว่าไม่​ได้กิน​ทั้งหมด ​เอาละแม่หนูนางฟ้า ลูกนัท​ที่เหลือแม่หนู​เอา​ไปทำอะไร​จ๊ะ​? เล่ามาเลย​ อยากฟังมาก"

"นางฟ้าฮานาเล เริ่มพูดต่อว่า "พอทำศพแม่แล้ว​ หนูถูกส่งให้​ไปอยู่​บ้านนอกแถบภูเขา ด้วยว่าถูกตัดสินว่าไม่​ได้​เป็นหน้า​ที่ของเมืองใหญ่​ที่​จะเลี้ยงหนู ​แต่​เป็นหน้า​ที่ของหมู่บ้าน​ที่พ่อแม่หนูเกิดต่างหาก หนูเก็บลูกวอลนัทไว้หกลูกนำ​ไปด้วย​เป็นของเล่น หนูทอยลูกนัทเล่นตอนฤดูใบไม้ผลิอย่างสนุกสนาน​ที่หลังบ้าน "ผู้ยากไร้" ​ซึ่งหนู​เป็นเด็กคนเดียว นอกจากหนูก็มีหญิงแก่สามคน​ที่ถูกให้​เป็นหญิง​ที่ "ให้กินจนตาย" ตามสำนวนชาวไร่เจ้าค่ะ​ หญิงสองคนนั้น​ตาบอด ​และคน​ที่สามก็สติไม่สมประกอบ​และทำ​ได้​แต่มอง​ไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ​ทั้งสามคนไม่รู้ว่ามีอะไร​เกิดขึ้น​บ้าง​แต่ละวัน ​แต่หนูชอบเห็นสิ่งต่างค่อยๆ​เติบโต​เมื่ออากาศอุ่นขึ้น​ ชอบเห็นใบไม้ค่อยๆ​ผลิทีละนิดๆ​ ​และเปลี่ยน​เป็นดอกไม้สีสวย​ทั้งต้น ​ทั้งๆ​​ที่ร่างกายหนูเจ็บปวดตลอดเวลา ​แต่หัวใจหนูก็อดดีใจไม่​ได้​เมื่อเห็นฤดูใบไม้ผลิ แถวนั้น​ ผู้คนต่างก็ดีใจ​ที่ฤดูหนาวผ่าน​ไป ​แต่ละบ้านต่างก็ลงมือทำไร่ ไถ​ที่​เพื่อปลูกพืช ​เป็นครั้งแรก​ที่หนูเห็นคนปลูกพืชผล ทำให้หนูอยากปลูกอะไร​บ้าง ปลูกอะไร​สักอย่างให้หยั่งราก​และงอกขึ้น​ โตขึ้น​ๆ​สูงขึ้น​​เป็นสีเขียว"

"หนูจึง​เอาลูกนัทสี่ลูกใส่หลุม ​แต่ละลูกนั้น​หนูปลูกให้ห่างกันมากเท่า​ที่ทำ​ได้ ​เพื่อ​จะให้ต้นนัท​แต่ละต้น​เมื่อโตเต็ม​ที่​จะ​ได้ไม่​ต้องเบียดเสียดกัน ​และต่างก็​จะ​ได้รับแสงแดด​และอากาศบริสุทธิ์อย่าง​ที่หนู​ได้ตอนนั้น​ หนูเห็นลูกนัท​ที่ปลูกไว้งอก ​แต่ไม่ทราบว่าหลังจากนั้น​เกิดอะไร​ขึ้น​ ​เพราะอีกสองปี​ต่อมา ภาวะข้าวยากหมากแพงเกิดขึ้น​ ผู้มีอาชีพถักทอสิ่งต่างๆ​​ไปขายในหมู่บ้านนั้น​แทบ​จะเลี้ยงครอบครัวตัวเองไม่รอด ไม่​สามารถบริจาคให้บ้าน "ผู้ยากไร้" ​เอามาเลี้ยงเด็กขาดอาหารอย่างหนู​ได้ ร่างกายหนูป่วยอยู่​แล้ว​​และไม่​สามารถ​เอาตัวรอด​เมื่อ​ต้องอดอาหารอีก เลย​​เป็นคนแรก​ที่ตาย​เพราะไข้​ที่เกิดจากขาดอาหาร ​และหญิงชราผู้สติไม่ดี​กับหญิงตาบอดคนหนึ่ง​ถูกฝังในถุง​พร้อมๆ​​กับหนู ​ใคร​จะซื้อโรงศพ​ได้ ล่ะเจ้าคะ​?

ลูกนัท​ที่เหลืออยู่​สองลูกหนูแบ่ง​กับหญิงชรา​ทั้งสาม ​แต่ละคน​ได้คนละครึ่งลูก​และเราก็แบ่ง​แต่ละชิ้นให้เล็กลง​และละเลียดกินอย่างเอร็ดอร่อย ​แต่ละชิ้น​แม้​แต่ละเล็กแทบมองไม่เห็น​แต่รสชาตินั้น​แสนวิเศษหลังจากเรามีกินแค่ขนมปัง​กับมันฝรั่งมา​เป็นเวลานาน จากสวรรค์นี่หนูเห็นต้นนัท​ที่หนูปลูกไว้เติบโต​เป็นต้นไม้สูงใหญ่ ​ทั้งสี่ต้นมีกิ่งก้าน​ที่แข็งแรงยื่นสูง​เป็นพุ่มใหญ่ ต้นหนึ่ง​อยู่​ใกล้ๆ​​กับลำธารเล็กๆ​​ที่ตอนนี้​เขาเรียกกันว่า "เฟร็ชสปริง" มีช่างไม้แก่ๆ​คนหนึ่ง​สร้างม้านั่งไว้ใต้ต้น"

"ถึงตอนนี้ เทวดา​ที่ร่วมฟังอยู่​ขัดจังหวะขึ้น​ว่า "หมายถึงต้นวอลนัท​ที่หมู่บ้าน "ดอร์สธาดท์" หรือเปล่าจ๊ะ​?" ​เมื่อนางฟ้าน้อยพยักหน้ารับ ​เขาร้องอย่างตื่นเต้นขึ้น​ว่า

"กระผม​คือช่างไม้แก่คนนั้น​ครับ​ ​พระเยซูเจ้า ​และ​ระหว่างฤดูร้อนหลายๆ​ฤดูก่อนผมตาย ผม​ได้รับ​ความรื่นรมย์จากต้นนัทต้นนั้น​มากมาย​ ผมเคยนั่งอยู่​​ที่เก้าอี้ใต้ต้นวอลนัทข้างๆ​ลำธาร สูบกล้องพลางคิดถึงภรรยา​ที่ตาย​ไปก่อน ​และผมก็​ได้พบนางแล้ว​​ที่นี่ ​และตอนฤดูใบไม้ร่วงนั้น​ ผมก็เคย​ใช้ใบของมันหั่นปน​กับเส้นยาสูบ​ที่แสนแพงด้วยขอรับ"

"กระผมด้วย" เทวดาอีกองค์หนึ่ง​​ซึ่งเคย​เป็นคนเดินขายของร้องขึ้น​ ขัดจังหวะเรื่อง​ของช่างไม้ "บอก​ได้เลย​ว่า​จะไม่มีวันลืมต้นวอลนัทใกล้ลำธารเลย​ขอรับ กระผมเคยนั่งพักก่อน​ที่​จะเข้า​ไปในหมู่บ้าน วางสัมภาระแสนหนักบนม้านั่งนั้น​​เมื่อบ่าหลังของกระผมแทบ​จะหัก​เพราะ​ต้องแบกของ​ไปขาย ใต้ต้นวอลนัทนั้น​ผมนั่งพักเหนื่อยอยู่​บ่อยๆ​"

"กระผมก็เหมือนกัน เคยพักใต้ต้นไม้​ที่มีกิ่งก้านยาว​เป็นร่มบังแดด​ได้อย่างดีในฤดูร้อน" เทวดาอีกองค์หนึ่ง​​ซึ่งเคย​เป็นบุรุษ​ไปรณีย์ของ "ดอร์สธาดท์" กล่าวขึ้น​ ​และชาวสวรรค์อีกองค์หนึ่ง​ก็กล่าวเสริม​ความร่มเย็นของต้นวอลนัทต้นนั้น​ ​พร้อมกล่าวว่า "​แต่มีคนตัด​ไปแล้ว​​เมื่อหลายปีก่อน"

"หนูทราบค่ะ​" นางฟ้าฮานาเลตอบด้วยเสียง​ที่ทุกคนรู้สึกว่า​เธอเสียดายต้นไม้นั้น​ "​เขาตัดมันทิ้ง​เมื่อบ้านนั้น​เลิก​เป็นสถาน​ที่เลี้ยงคนยาก" ​แต่ตอนนี้ ท่าน"ลูกชายของ​พระเจ้า" ​ได้ฟังพอแล้ว​ใช่ไหมเจ้าคะ​?"
"ยังหรอกลูก" ​พระเยซูเจ้าตรัสตอบ "อยากรู้ว่า​เขาทำอะไร​​กับไม้​ที่ตัด​ไป"

"เสียงจากเทวดา​และนางฟ้าหลายองค์​ได้ดังขึ้น​ ​เพราะว่าช่างทอจนๆ​หลายคนจากหมู่บ้านคอร์สธาดท์​ได้ขึ้น​มาอยู่​บนสวรรค์ ท่านเซนต์ปีเตอร์หัน​ไปห้ามให้เงียบลง ​และอนุญาตให้เทวดา​ที่เพิ่งขึ้น​มาบนสวรรค์จากหมู่บ้านนั้น​พูดขึ้น​

"กระผม​เป็นหมอ​ที่หมู่บ้านนี้ขอรับ" ​เขาเริ่มพูด "​และผมเสียชีวิต​เพราะไดัรับเชื้อไวรัสแบบเดียวกัน​กับชาวบ้าน​ทั้งหลาย ​และก็พยายามสู้มันอย่างเข้มแข็ง พยายามช่วยผู้คน​ทั้งหลาย​แต่สู้ไม่ไหว กระผมบอกเรื่อง​อะไร​เกี่ยว​กับคนในหมู่บ้านนี้​ได้ ​เพราะ​เป็นเวลาถึง 45 ปี ​ที่กระผมสละชีวิตให้ผู้คน​ที่น่าสงสารในหมู่บ้านนี้ ​เมื่อแม่หนูฮานาเลเสียชีวิตในบ้านยากไร้นั้น​ มันก่อนเวลาของกระผม...​​ซึ่ง​ความทุกข์ยากมีมากกว่าปัจจุบันมากมาย​ โรงงานทำให้ช่างทอ​ทั้งหลายไม่​สามารถขายสิ่ง​ที่ทอ​ได้ จนกระทั่งมีชายคนหนึ่ง​สร้างโรงงานทอผ้าขึ้น​​ที่หมู่บ้าน​และจ่ายค่าแรงดีขึ้น​

​เมื่อมีคนย้ายมา​ที่หมู่บ้านมากขึ้น​ คนไข้ก็เพิ่มขึ้น​​เป็นธรรมดา ​ต้องหา​ที่ให้คนไข้พัก บ้านสำหรับคนยากไร้​ซึ่งตอนนั้น​ถูก​ใช้ให้​เป็น​ที่อยู่​ของคนไข้ ก็ไม่พออีกต่อ​ไป ชายเจ้าของโรงงาน​และ​และหน่วยราชการตำบลจึงรื้อบ้านยากไร้เสีย ​และสร้างโรงพยาบาลในเนื้อ​ที่นั้น​ ​ต้องฟันทิ้งต้นวอลนัท​ที่ฮานาเลปลูกไว้ กระผมเสียใจ ​แต่ก็​ต้องทำด้วย​ความจำ​เป็น เราประหยัดค่า​ใช้จ่ายมากดังนั้น​เราจึงให้ช่างเลื่อยไม้จากต้นไม้นั้น​​เพื่อ​ใช้ทำอย่างอื่น"

"กระผมด้วยครับ​" เทวดา​ที่มีปีกกว้างใหญ่ท่านหนึ่ง​เอ่ยขึ้น​ "กระผม​ใช้ไม้เท้าพยุงตัว​ที่ทำจากต้นวอลนัท​เป็นเวลาสิบปี ​และตอนนี้ ​เพื่อนกระผม​ที่ยังอยู่​ในโลกมนุษย์ชื่อ คอนแรด ก็ยัง​ใช้ไม้เท้าคู่นั้น​อยู่​เลย​ขอรับ"

"ไม้เท้าพยุงตัวของกระผมก็ทำจากต้นไม้​ที่แม่หนูปลูกไว้ขอรับ" เทวดาอีกองค์เสริมขึ้น​ "กระผม​ต้องนอนอยู่​นานมาก ​แต่พอ​ได้ไม้เท้าพยุงคู่นั้น​ กระผมค่อยๆ​หัดเดิน​ได้ ยืนตรงหน้าเครื่องจักรทอผ้า​ได้จนทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว​ได้อีกครั้ง ​และเทวดาองค์นั้น​​ที่ชื่อ โฮคดอร์ฟก็มีประสบการณ์เหมือนกระผมขอรับ ​และขาไม้ของ นายวิลเลียม ผู้เก็บเงิน​ที่ประตูเข้าทางหลวง ผู้มาสวรรค์หลังจากกระผมไม่นานนัก ก็ทำจากไม้ของต้นวอลนัทเหมือนกัน"

"ดิฉันก็​เป็นหนี้บุญคุณในเรื่อง​นี้ด้วย​แม้ว่า​จะต่างกัน​กับเรื่อง​​ที่เล่าก่อนหน้านี้" นางฟ้าสวยงามนางหนึ่ง​​ได้ก้มหน้าทำ​ความเคารพ "ลูกชายของ​พระผู้​เป็นเจ้า" อย่างอ่อนน้อม "ดิฉันมีชีวิต​ที่แสนเข็ญในโลกข้างล่าง สามีตายตั้งแต่ยังหนุ่ม ดิฉัน​ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว​โดยทำงาน​ใช้แรง ​และเลี้ยงลูกชาย​ทั้งสามอย่างอดทน​และลูก​ทั้งสามก็เติบโต​เป็นหนุ่มนิสัยดี ​แต่​ทั้งสามก็ถูก​พระผู้​เป็นเจ้า​เอา​ไปจากดิฉัน สองคนตายในสงคราม อีกคนตาย​เพราะอุบัติเหตุในโรงงาน ​ความตายของลูกสุด​ที่รักทำให้ดิฉันหมด​กำลังใจ​กำลังกาย ​เมื่อมีคนพามาส่งโรงพยาบาล ดิฉันอยู่​ในสภาพสิ้นหวังในโลกแล้ว​ ​แต่มีภาพแกะสลักของท่านอยู่​ในโรงพยาบาล​ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ​ ช่างแกะสลัก​ได้ทำจากไม้วอลนัท​ที่เคยยืนต้นอยู่​ข้างๆ​ลำธาร มีคนนำ​เอาภาพแกะสลักของท่านมาไว้หน้าเตียงพยาบาลของดิฉัน ​เป็นภาพของท่านนั่นเอง "มายลอร์ด​พระเยซูเจ้า" ​ที่ถูกแขวนอยู่​บนไม้กางเขน ใบหน้าก้มต่ำเต็ม​ไปด้วย​ความเจ็บปวดมีหนาม​เป็นมงกุฎ ​แต่ดิฉันไม่สนใจเลย​

​และแล้ว​ในเช้า​วันหนึ่ง​​เป็นวันคล้ายวันตายของลูกชายสองคน​ที่​ไปสงคราม​ที่​เขารบด้วยกัน​เพื่อปกป้องแผ่นดินแม่ เช้า​นั้น​แสงแดดส่องใบหน้าของท่านในรูปไม้แกะสลัก เห็นมือ​ที่เต็ม​ไปด้วยเลือด​ที่ถูกตอกด้วยตะปูของท่าน ทำให้ดิฉัน​ได้คิดว่าท่านคงทุกข์ทรมาณแค่ไหน ด้วย​ความ​ต้องการไถ่บาปให้พวกเรา ดิฉันคิด​ไปถึง​พระแม่มาเรียของท่าน​ซึ่งคง​จะทุกข์ทรมาณมากมาย​​ที่​ต้องสูญเสียท่าน ​และราว​กับมีเสียงหนึ่ง​ถามขึ้น​ว่า ดิฉันมีสิทธิ์​ที่​จะบ่นว่าโชคชะตาหรือ ใน​เมื่อลูกชายของ​พระผู้​เป็นเจ้ายัง​ต้องทนทุกข์ทรมาณเหนือคำบรรยาย​เพื่อมนุษย์​ทั้งหลาย

ดิฉัน​ต้องตอบตัวเองว่า ไม่มีสิทธิ์ ​และตัดสินใจตั้งแต่นาทีนั้น​ว่า​จะอดทนต่อชะตากรรมในชีวิต ไม่ว่าชีวิต​จะนำอะไร​มาให้หญิง​ที่มีบาปหนาอย่างดิฉัน ดังนั้น​ "ท่านลอร์ด​พระเยซูเจ้า" รูปแกะสลักของท่านทำให้ดิฉัน​ได้คิด รูป​ที่แกะสลักจากไม้วอลนัท​ที่ปลูกไว้ริมลำธาร ดิฉัน​เป็นหนี้ภาพแกะสลักนั้น​​และมีชีวิตอีกหลายปี​ที่ดีขึ้น​จน​ได้มาอยู่​​กับท่านในสวรรค์อย่างนี้ ดิฉัน​เป็นหนี้ไม้​ที่ตัดจากต้นไม้​ที่ปลูกด้วยลูกนัท​ที่หญิงสัตว์นรกตนนั้น​​ได้ให้เด็กหญิงคนนี้เจ้าค่ะ​"

"​และเทวดาหญิงผู้นั้น​ก็ก้มหน้าเคารพท่าน​พระเยซูเจ้าอย่างอ่อนน้อมอีกครั้ง ​พระเยซูเจ้าหัน​ไปทางท่านเซนต์ปีเตอร์ "ว่าไง ท่านปีเตอร์?"

"ท่านปีเตอร์เรียกผู้คุมนรก "ปล่อยให้หญิงคนนั้น​มา​ได้แล้ว​ ประตูสวรรค์เปิดให้นางแล้ว​ อา...​กรรมดี​ที่เล็กน้อย มายลอร์ด ช่างมีผลออกมางดงามเหลือเกิน ผลจาก​ความ​ต้องการให้คนอื่น​เป็นสุข"

"ท่านพูดถูก​ต้อง" ​พระเยซูเจ้าตรัสตอบ พลางหันหลังกลับ"
///////

ผู้พัน​ได้เล่าเรื่อง​มานานกว่าครึ่งชั่วโมง ​ที่หมอกำหนดไว้ ​และ​ต้องพักผ่อนแล้ว​

​เมื่อ​เขากลับมาอีกครั้ง​เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น​เพื่อ​จะ​ได้ร่วมรับประทานอาหาร​ซึ่ง​เป็นปลาคาร์ป...​อาหารทำพิเศษสำหรับฤดูคริสต์มาส พ่อหนูเฮอร์มียืนอยู่​ข้างเตาผิง​พร้อมพี่ชายคาร์ล​และเคิร์ท ผู้พันเห็นว่าเฮอร์มีมองลูกนัท​ที่ตั้งใจให้ยายอย่างภาคภูมิใจ ​และเห็นว่าเจ้าพี่ชาย​ที่ชอบแกล้งน้องชายตอนนี้ทำดี​กับน้องแล้ว​...​ราว​กับว่า​กำลังไถ่โทษ​ที่ใจร้าย​กับน้องชายตัวเล็ก

จากโต๊ะรับประทานอาหาร เรา​ได้ยินเคิร์ทพูด​กับคาร์ลว่า "ของขวัญ​ที่น้องเฮอร์มี​จะให้ยายก็ไม่เลวนะ" ​และนายคาร์ลพูดเร็วๆ​ว่า "พรุ่งนี้ เรา​จะเก็บลูกนัทไว้ปลูกตอนฤดูใบไม้ผลิบ้าง"

"​เพื่อ​จะ​ได้​เอาไม้​ไปทำไม้พยุงกายให้ฉัน เผื่อเธอ​จะ​ได้​ไปสวรรค์งั้นหรือ?" ผู้พันหัน​ไปถามล้อๆ​

เด็กชายหน้าแดงอึกอัก​และไม่กล้าตอบ ​แต่ผมตอบแทนให้ว่า "ไม่ใช่หรอกครับ​ ต้นไม้นั้น​​จะทำให้เราจำคุณ​ได้ผู้พัน จำเรื่อง​​ที่เล่าให้เราฟัง​ได้ ​เมื่อเราให้สิ่งของแก่คนอื่น เรา​จะจำคุณ​ได้ ​เพราะเรา​จะ "ให้" อย่างบริสุทธิ์ใจ ​แม้ว่า​จะ​เป็นของเล็กน้อย เรา​จะให้​เพื่อ "​ต้องการให้" เท่านั้น​ครับ​"

จบ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2550 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ถั่วหนึ่งกำมือ - เรื่องกรรมดีในฤดูกาลคริสต์มาส --Series
ชื่อตอน ผลจากลูกนัท-ตอนจบ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กัลปจันทรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องแปล
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-13463 ], [124.121.111.238]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ธ.ค. ๒๕๕๐, ๑๖.๔๐ น.

เรื่อง​​นี้ดีมากเลย​​ค่ะ​​ จัด​​เป็นเรื่อง​​​​ที่ spiritual uplifting หรือช่วยชูชุบจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
In the name of Jeus Christ, Amen.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น