นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD) #21
จันทน์กะพ้อ
... แรคำ ประ​โดยคำ ชื่อจริง​คือ สุพรรณ ทองคล้อย เกิด​เมื่อวัน​ที่ 9 มกราคม พศ. 2496 ​ที่ ตำบล บางกะ​จะ อ.เมือง จ.จันทบุรี บิดามารดา​เป็น...

ตอน : แรคำ ประโดยคำ

แรคำ ประ​โดยคำ ชื่อจริง​คือ สุพรรณ ทองคล้อย เกิด​เมื่อวัน​ที่ 9 มกราคม พศ. 2496 ​ที่ ตำบล บางกะ​จะ อ.เมือง จ.จันทบุรี บิดามารดา​เป็นชาวสวน

การศึกษา

​เขาจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น​ที่โรงเรียนบางกะ​จะ มัธยมศึกษาตอนปลาย​ที่โรงเรียน ศรียานุสรณ์ จันทบุรี ​ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต (ภาษาไทย) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ​และ ปริญญาาอักษรศาสตร์บัณฑิต (วรรณคดี) จากจุฬาลงรณ์มหาวิทยาลัย




ประวัติงาน ​และงาน​ที่​ได้รางวัล

เคยรับราชการ​ที่โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น แล้ว​ย้าย​ไป​เป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน ​และในปลายปี 2538 เดินทาง​ไปสอนภาษาไทยให้​กับนักศึกษาเยอรมัน ในภาควิชา ภาษาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัย Passau รัฐบาวาเรีย

ตอนวัยเด็กชอบฟังละครวิทยุ ฟังเพลงสุนทราภรณ์​และเพลงลูกทุ่ง ​เมื่อเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี​ที่ 1 ก็เริ่มเขียนบทกวี​เป็นลำนำเพลงส่งให้รายการวิทยุ ​และนิตยสาร ช่วง​ที่เรียนปริญญาตรีเอกภาษาไทย ​ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มอ่านวรรณคดีอย่างจริงจัง ประทับใจรวมบทกวี คำหยาด ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประกอบ​กับ​เป็นนักศึกษารุ่นน้องของสถาพร ศรีสัจจัง (พนม นันทพฤกษ์)​​ซึ่งมีชื่อเสียงในการ​แต่งร้อยกรอง สุพรรณจึงทดลอง​แต่งร้อยกรองเรื่อยมา เขียนแนว​เพื่อชีวิต​และสะท้อนสังคมบ้าง ​แต่รู้สึกไม่ใช่ตัวเองจึงเลิกสนใจ จนกระทั่งมาค้นพบแนวทางจองตนเองจากร้อยกรอง ลานนวดข้าว ​โดย​ใช้นามปากกา แรคำ ประ​โดยคำ เจตนา​เพื่อให้นักศึกษาไม่รู้จัก​จะ​ได้กล้าวิจารณ์งานเขียนของ​เขา

หลังจาก​ที่เขียนบทกวีเผยแพร่ในนิตยสาร​ได้ระยะหนึ่ง​ ​ใช้นามปากกา แรคำ ประ​โดยคำ จน​เป็น​ที่รู้จัก จึงเกิดผลงาน กวีนิพนธ์​ที่ชื่อ แรคำ ​เมื่อปี พ.ศ. 2528 ปรากฎว่า​ได้รับรางวับกวีนิพนธ์ดีเด่น ประจำปี 2528 จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ​และเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2529

พ.ศ.2533 มีผลงานกวีนิพนธ์เล่ม​ที่ 2 ลานชเล ​ได้รับรางวัลชมเชยประเภทกวีนิพนธ์ 2534 จากคณะกรรมพัฒนาหนังสือแห่งชาติ

พ.ศ. 2535 รวมกวีนิพนธ์ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2535

พ.ศ. 2538 รวมกวีนิพนธ์ น้ำพุรุ้ง เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2538

พ.ศ. 2541 รวมกวีนิพนธ์ ในเวลา ​ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจสำคัญในช่วง​ที่​ไป​ใช้ชีวิตในเยอรมัน หนังสือเล่มนี้​ได้รับรางวัลววรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2541

คลิกดูภาพขยาย



นามปากกา แรคำ ประ​โดยคำ แปลมาจากชื่อ​และนามสกุลจริง ​โดย​ใช้เขียนงานแรก "ในชั่วโมงสอนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ ผม​ได้เขียนงานชื่อ "ลานนวดข้าว" ​เพื่อให้นักศึกษาวิจารณ์ ​โดย​ใช้นามปากกาว่า แรคำ ประ​โดยคำ ​เพราะว่าวิชานี้ ​ถ้า​เอางานของนักเขียนเก่งๆ​มาให้วิจารณ์ นักศึกษา​จะไม่ค่อยกล้าวิจารณ์ ผมก็เลย​ลองเขียนเอง แล้ว​​ใช้นามปากกาใหม่ ไม่มี​ใครรู้จัก นามปากกาว่า แรคำ ประ​โดยคำ มันจึงเกิดงานชิ้นนี้ ​และผมก็พบตัวเองจากงานชิ้นนี้" ("ร่องรอย "ในเวลา" ของกวีซีไรท์ ปี 2541", สกุลไทย ปี​ที่ 44 ฉบับ​​ที่ 2291 15 กันยายน 2541, หน้า 102)

ผลงาน​ที่ตีพิมพ์แล้ว​

1.แรคำ (2528) รางวัลกวีนิพนธ์ดีเด่น จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ
2.ลานชเล (2533) รางวัลชมเชยกวีนิพนธ์ 2534 จากคณะกรรมพัฒนาหนังสือแห่งชาติ
3.ดิน น้ำ ลม ไฟ (2535) เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์
4.น้ำพุรุ้ง (2538)
5.อุตตระ (2540) นิยายเรื่อง​แรก
6.ในเวลา (2541) รางวัลซีไรต์
7.ไฟต่อฝัน (2542) ​ความเรียง

หมายเหตุ
คำวิจารณ์นี้คัดมาจาก http://www.xaap.com/thai/resource/article/main_list_article.asp?catid=321&rid=1114


รวมบทกวี ในเวลา ของ แรคำ ประ​โดยคำ เล่มนี้ ​เป็น​ที่ร่ำลือกันว่า ​เป็นหนังสือ​ที่ "อ่านยาก" อีกเล่มหนึ่ง​ ในหมู่วรรณกรรมซีไรท์ ด้วยกัน ใน​ความอ่านยาก ของหนังสือเล่มนี้ แท้จริงแล้ว​ไม่ใช่อ่านแล้ว​ "ไม่รู้เรื่อง​" ​แต่​เป็นเรื่อง​ของการอ่าน "ไม่เข้าใจ" ในสาร​ที่ผู้เขียน ​ต้องการ​จะสื่อมากกว่า ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการอ่านรอบแรก ​แต่​เมื่อ​ได้อ่านซ้ำ อีกสักรอบ(หรือมากกว่า) ก็​จะ​สามารถ ทำ​ความเข้าใจ​ไป​ได้มากขึ้น​เรื่อยๆ​

รวมบทกวีเล่มนี้ มีบทกวีอยู่​​ทั้งสิ้น 28 ชิ้นงาน (หากนับรวมบทกวี ชิ้นย่อยในกลุ่มงานชุด "ดุษณีสังเวย" จำนวน 5 ชิ้น ก็​จะ​เป็นบทกวี​ทั้งสิ้น 33 ชิ้นงาน) เกือบ​ทั้งหมด​ได้รับการตีพิมพ์ ในหนังสือเล่มนี้​เป็นครั้งแรก (ไม่เคยตีพิมพ์ในหน้านิตยสารมาก่อน) บทกวี​ทั้งหมดในเล่มนี้ ​ได้แรงบันดาลใจจาก การ​ที่ผู้เขียน​ได้​ไปสอนภาษาไทย ​ที่ประเทศเยอรมัน ​ซึ่งกวี​ได้​ไปพบเห็น ถึง​ความแตกต่างของการ​ใช้ชีวิต อัน​เนื่องมาจากดินฟ้าอากาศ ​ที่แตกต่างออก​ไป อันส่งผลให้ ไม่​สามารถรู้เวลา​ได้ ดังตอน​ที่อยู่​ประเทศไทย ​ที่​สามารถคะ​เนเวลา​เอา​ได้ จากธรรมชาติ เวลาในวันหนึ่ง​ ​จะถูกแสดงออกด้วย การเคลื่อน​ที่ตำแหน่ง ​และแสงของดวงอาทิตย์ กวี​ได้ครุ่นคิด ในประเด็นนี้มากมาย​ จน​ที่สุด​ได้สร้างสรรค์ บทกวีชุดนี้ขึ้น​มา

ในเวลา ​เป็นการเขียนบทกวี แบบ​ที่มีแนวคิดเชื่อมร้อย ต่อ​เนื่องกันตลอด​ทั้งเล่ม ​ที่ตัวกวีเองเรียกว่า "การทำงาน​เป็นคอนเซ็ปต์" ทำให้งาน​ที่ออกมา มีลักษณะโดดเด่น​คือ บทกวี​แต่ละชิ้นงาน ​สามารถอ่าน​เป็นอิสระ เอกเทศ​เป็นชิ้นโดด​ได้ ในขณะเดียวกัน ก็​สามารถอ่านร้อย​ความคิด ​กับบทกวีชิ้นงานอื่นๆ​ ในเล่ม​ได้ตามลำดับ รูปลักษณ์ของบทกวี ก็มีลักษณะคล้าย​เป็นเรื่อง​เล่า หรือ​เป็นเรื่อง​สั้น ​เพราะมีตัวละคร มีเรื่อง​ มีฉาก มีเหตุการณ์ ​เป็นงานในลักษณะฉายภาพ ​และจุด​ที่​เป็นลักษณะเด่นนี่เอง ทำให้รวมบทกวี ในเวลา เล่มนี้กลาย​เป็นงาน​ที่อ่านยาก ด้วย​ความซับซ้อน เชิงรูปแบบของมัน เนื้อหาของบทกวี ในรวมบทกวี ในเวลา เล่มนี้ กล่าวถึง "ชีวิต​ที่เปรียบเสมือน เวลาวันหนึ่ง​" ​คือ ยามแรกเกิดประหนึ่ง​ ยามรุ่งอรุณ ยามเติบโต​เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ประดุจยามเ​ที่ยงวัน ​และยามแก่ชรา ก็​เป็นเฉกเช่น ยามเย็น​ที่อาทิตย์อัสดง ใน​แต่ละช่วงวัยนั้น​ การรับรู้สิ่งแวดล้อม ​กับการเรียนรู้ชีวิต ​จะแตกต่างกัน​ไป กลาย​เป็น​ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ใน​แต่ละช่วงของวัยวัน สิ่งนี้เอง​ที่เรียกว่า "การเติบโต" หรือ "วุฒิภาวะ" ​ซึ่งก็​คือการรู้จักตนเอง ​และรู้จักโลก

บทกวีในเล่ม ไล่เรียงตามลำดับช่วงชีวิต ​ไปตั้งแต่ปมปริศนา อันดำมืดแห่งชีวิต ในเรื่อง​ของ​ที่มา ของชีวิต​ที่มาเกิด ในบทแรก​ที่ชื่อ "ดาล" แล้ว​เริ่มต้น​ที่การกำเนิด ​เป็นชีวิตในครรภ์ในบท​ต่อมา "อารมณ์อรุณ" จนคลอดออกมา​เป็น ทารกน่ารักน่าชังในบท "สุขุมสุคนธชาติ" แล้ว​ก็ข้ามวัยวัน ​เป็นช่วงๆ​ให้เห็นถึงการเติบโต ​ที่ชัดเจนตั้งแต่ การหัดเดิน ในบท "ยึดพยุง" เริ่ม​เป็นเด็กเล็ก ​และเล่นอะไร​​ไปตามประสาเด็กในบท "ลานชีวิต" เริ่มเรียนรู้โลกอย่างวิสัยเด็กใน "ประสาทโสมนัส" จนถึงบท "ดุษณีสังเวย" ​ซึ่ง​เป็นบทกวีชุดจำนวน 5 ชิ้นงาน อันถือ​เป็นช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อแห่งชีวิต ​คือ วัยเริ่มต้นทำงาน มาพบชีวิตในโลกของผู้ใหญ่ ในสังคมแบบใหม่ในบท "มหามหรสพ" ​ซึ่งหลากหลายผู้คน หลากหลายรูปแบบชีวิต เริ่มตระหนักถึง ​ความจริงของชีวิต ในด้านต่างๆ​ ในบท "ยอกย้อนมายา" ​และ "ลายลักษณ์" แล้ว​​เมื่อถึงบท "สมรภูมิ" ชีวิตก็เดินทางมาถึงวัยกลางคน เริ่มเข้าใจถึง​ความจริงของชีวิต

มองเห็นสิ่งต่างๆ​ ด้วย​ความพิศวง ใน​ความน่าอัศจรรย์ล้ำลึก แห่งชีวิตในบท "พันลึกพันลือ" ล่วงจนแก่ตัวก็พร่ำรำพันในบท "พิลาปไรครวญ" ​และ "เสียแรงบำรุงรัก" จากนั้น​ก็เริ่มปลดปลง ต่อชีวิตในบท "บูชิต" "อาดูร​โดย" ​และ "โศกาลัย" แล้ว​ท้าย​ที่สุด จึงถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ​ที่กลับคืนสู่ปริศนา อันลี้ลับดำมืด แห่งการเกิดการตายอีกครั้งในบท "ดล" ​เป็นอันจบสิ้นกระบวนการชีวิต ​และจบสิ้นบทกวีชุดนี้

รูปแบบของงานบทกวี ​ที่ปรากฏในเล่ม มี​ความหลากหลายมาก ครบถ้วน​ทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ​และร่าย ​แต่​เป็น​ที่น่าเสียดายว่า ไม่​ได้ระบุรูปแบบ หรือชื่อของฉันทลักษณ์ ​ที่​ใช้ไว้ให้เด่นชัด ใน​แต่ละชิ้นงาน ​ซึ่ง​แม้​จะไม่จำ​เป็น ​ทว่าสำหรับการรับรู้ของคนรุ่นใหม่แล้ว​ การระบุชื่อของฉันทลักษณ์ ​ที่​ใช้​จะช่วยขยายขอบเขต การรับรู้เกี่ยว​กับ งานฉันลักษณ์ไทยแก่คนรุ่นหลัง ​ได้มากขึ้น​

ในเวลา ไม่ใช่บทกวีเน้นอารมณ์ หรือแสดง​ความไพเราะด้วย รสคำรสโวหาร ​แต่ก็ใช่ว่า​จะไร้รสชาติ ​และ​ความไพเราะ รวมบทกวีเล่มนี้ ​เป็นงาน​ที่นำเสนอ​แง่มุม​ความคิด ​เป็นคารมกวีอันคมคาย ลึกซึ้ง ​โดยกวีผู้ศึกษางานวรรณคดีเก่า จนแตกฉาน อ่านชีวิตจนจบเจน ​เป็นกวีแห่งกวี มิใช่กวีตลาดดาดๆ​ ทั่ว​ไป การอ่านหนังสือรวมบทกวี ในเวลา เล่มนี้จึง​ต้องอ่านแบบจริงจัง จดจ่อสักหน่อย​ อ่านด้วย​ความคิด​ความรู้สึก อ่านด้วยหัวใจ ​และอ่านด้วยชีวิต

---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​

วิกีพีเดีย

http://www.human.cmu.ac.th/~thai/html2/60seminar.htm
http://www.xaap.com/thai/resource/article/main_list_article.asp?catid=321&rid=1114

​และข้อมูลจากหนังสือ100 นักประพันธ์ไทย ผศ. ประทีป เหมือนนิล

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2533 Article's Rate 940 votes
ชื่อเรื่อง รางวัลซีไรท์ (S.E.A. WRITE AWARD) --Series
ชื่อตอน แรคำ ประโดยคำ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ภาพยนตร์ เพลง บันเทิง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๐๘๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๙๘๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : จันทน์กะพ้อ [C-13367 ], [125.24.109.254]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ธ.ค. ๒๕๕๐, ๒๓.๑๓ น.

คุณ แรคำ ประ​​โดยคำ ​​เป็นรุ่นพี่ของดิฉัน​​ที่โรงเรียนศรียานุสรณ์ จำ​​ได้ว่า​​เขา​​เป็นคนเรียบร้อย​​ ​​เป็นประธานนักเรียน ​​และเก่งในด้านวรรณกรรม

คุณครู​​ที่สอนภาษาไทยคุณแรคำในสมัยนั้น​​ ​​คือ คุณครูมณีรัตน์ เวชทรัพย์ ​​ซึ่งมี​​ความชำนาญในการประพันธ์โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ​​และร่าย ​​โดยศึกษาจากอาจารย์หลวงสำเร็จวรรณกิจ ​​และ อาจารย์กำชัย ทองหล่อ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-13370 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๐, ๐๘.๑๗ น.

โรงเรียนนี้ สร้างกวีมีคุณภาพนะคะ​​ พี่แอ๊ด
พี่แอ๊ดก็เก่งในเรื่อง​​คำประพันธ์เหมือนกัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปลายปากกา [C-18983 ], [202.28.248.140]
เมื่อวันที่ : ๒๘ ส.ค. ๒๕๕๖, ๑๔.๒๑ น.

ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากนะคะ​​
อาจารณ์สุพรรณ ​​เป็นครู​​ที่ดี​​และสอนสนุก
​​และ​​เป็นคนติดดินมาก ไม่ถือตัวเลย​​

...​​อยาก​​จะขอเพิ่มเติมเกี่ยว​​กับรูปแบบฉันทลักษณ์ในงานประพันธ์ของอาจารย์นิดนึงนะคะ​​
งานของอาจารย์​​เป็นกวีนิพนธ์รูปแบบใหม่​​ที่ไม่เน้นฉันทลักษณ์ตายตัวแบบเดิม
มีการปรับประยุกต์หลายอย่าง คล้ายรูปแบบอิสระ ​​แต่ก็มีกฎเกณฑ์​​ที่คง​​ที่ใน​​แต่ละบท
​​เพื่อให้บทกวีถ่ายทอดเนื้อหา​​และ​​ความรู้สึกออกมา​​ได้อย่างลงตัวค่ะ​​ ^^

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น