นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #29
pilgrim
...เลสลีย์ถามว่า ​เพื่อน​ที่ทำงานเหรอ ฉันบอกว่า เปล่าหรอก ​เพื่อนรู้จักกันทางเน็ตน่ะ ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนหรอก...

ตอน : รอยยิ้มละไมในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร




เราตื่นกันไม่เช้า​เท่าไหร่นัก ​เพราะน้องสาวบอกว่า สนามบินในพิษณุโลกนี้ อยู่​กลางเมือง ไม่​ต้องขับรถออก​ไปไกล เลสลีย์ถามว่า ทำไมนั่งเครื่องบินล่ะ นั่งรถไฟ รถทัวร์ไม่​ได้เหรอ

ฉันก็บอกว่า ไม่​ได้หรอก ​เพราะวันนี้ ฉันมีนัด​จะ​ไปเจอ​เพื่อนตอนเ​ที่ยง​ที่กรุงเทพฯ นั่งรถอื่นกลับมาไม่ทันแน่
เลสลีย์ถามว่า ​เพื่อน​ที่ทำงานเหรอ
ฉันบอกว่า เปล่าหรอก ​เพื่อนรู้จักกันทางเน็ตน่ะ ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนหรอก

เลสลีย์ หัวเราะแล้ว​บอกว่า ยูมี​แต่​เพื่อนแบบนี้เหรอ ​ที่ภูเก็ตก็คนนึงแล้ว​นะ (เธอหมายถึงพี่วันดี)

เลสลีย์คงนึกกลัวๆ​เหมือนกัน เธอคงนึกว่าฉันบ้าระห่ำ ​ที่จู่ๆ​ก็มานัด​เพื่อนทางเน็ตมาเจอกัน ราว​กับรู้จักกันมานับสิบปี

ฉันก็ไม่รู้​จะอธิบาย​กับเธอว่าไง ​ได้​แต่บอกว่า รับรอง ​เพื่อน​ที่เรา​จะเจอนี้​เป็นคนดี ฉันคุย​กับ​เขามาร่วมสองปี ​แต่ละคนไม่มีพิษภัยแน่ (สงสัยเลสลีย์คงกลัวฉันถูกหลอก​ไปขาย)

เลสลีย์ก็คงงงๆ​ เหมือนกัน​ที่เห็นฉันรับรอง​เป็นมั่นเหมาะ ฉันเองก็ไม่รู้​จะบอก​กับเธอว่าไง ​แต่ ใน​ที่สุด เรา​ไปไหนก็​ไปกัน

ฉันบินกลับมาสุวรรณภูมิอีกครั้ง​พร้อมพ่อ​และเลสลีย์ คราวนี้ มีน้องลิง ​เพื่อนรุ่นน้องสนิทมากๆ​คนหนึ่ง​​ไปรับ​พร้อม​กับคุณแม่ของน้องลิง

​เพื่อนฉันเธอไม่​ได้ชื่อ ลิงค่าง หรอกค่ะ​ ตรงกันข้าม เธอ​เป็นสาวสวยน่ารัก ดวงตาคมกลมโต หน้าหวาน ​แต่แววตา​เป็นประกายตาซุกซน แถมทำอะไร​ก็ล่กๆ​ลนๆ​ รวดเร็วฉับไว

สามีเธอจึงตั้งฉายาให้ว่า เธอ​เป็นเทพีลิง ​คือสวย​แต่ล่กๆ​ลนๆ​ พวกเราก็เลย​เรียกเธอกันว่า มิสไทยแลนด์ลิงบ้าง หรือ น้องลิงบ้าง

ฉันรู้จัก​และสนิท​กับน้องลิงมาตั้งแต่ตอนปริญญาตรี ​เพราะเราอยู่​ในชุมนุมวรรณศิลป์ด้วยกัน น้องลิงเขียนกลอนเก่งมากๆ​

​เมื่อเรียนจบ เราก็แยกย้ายกัน​ไป ​แต่ชีวิตเรามาวนเวียนเจอกันอีกครั้ง ​เพราะเธอเรียนโท แล้ว​บากบั่นมาหาฉันถึงบ้านเช่า ​เพื่อให้ฉันช่วยแปลบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ให้ นับจากนั้น​ เราก็เลย​ไม่เคยพรากจากกันอีก

พอถึงตาฉันเรียนโทบ้าง ก็​ได้อาศัยคอมพิวเตอร์​ที่บ้านเธอพิมพ์วิทยานิพนธ์ ​เพราะตอนนั้น​ ฉันไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์​เป็นของตัวเอง

​ไปนั่งพิมพ์วิทยานิพนธ์อยู่​​ที่บ้านเธอ นอนค้างอ้างแรม ​ได้คุณแม่ของเธอช่วยส่งกาแฟ ส่งขนม ​และหาข้าวให้กิน จนฉันรักแม่น้องลิงเหมือนแม่แท้ๆ​ของฉันอีกคน

จน​เมื่อน้องลิง​แต่งงานแยกบ้าน​ไปแล้ว​ บางทีฉันก็ยัง​ไปนอนค้าง​กับแม่น้องลิง นอนดูละครน้ำเน่ากัน แล้ว​ก็เม้ากัน​เป็น​ที่สนุกสนาน

เราร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาตลอด กัดกันก็บ่อยครั้ง ​เพราะฉัน​คือเสือ ​แต่เธอ​คือลิง ​แม้ขนาดเธอ​แต่งงานแล้ว​ ยังไม่วายกระเตงฉัน​ไปนอนค้าง​ที่บ้านด้วย

สามีเธอก็แสน​จะดี เปิดห้องให้นอน หาข้าวให้กิน เล่าเรื่อง​ตลกแจกมุข แถมร้องคาราโอเกะให้ฟัง (บางทีก็แย่งกันร้อง) เรียก​ได้ว่า น้องลิง​ได้สามี​ที่ประเสริฐ

คราวนี้ก็เช่นกัน น้องลิง​และสามี​เป็นสปอนเซอร์​ที่พักพิง​ที่กรุงเทพฯให้ฉัน​กับเลสลีย์

น้องลิงเล่าว่า สามีเธอตื่นเต้นมาก ถึงขนาดลงทุนจัดสวน ​แต่งบ้าน ​และเตรียมโปรแกรมต้อนรับฉัน ฉันเองก็ซาบซึ้งใจมาก นามสมมุติของสามีน้องลิง เราเรียก​เขากันว่า พี่พม่า

น้องลิงมารับ​ที่สุวรรณภูมิแล้ว​ก็พากันกลับบ้านคุณแม่​ไปก่อน ​เพราะคุณแม่​ต้องกลับ​ไปดูแลคุณพ่อของน้องลิง​ที่นอนป่วยด้วยโรคชราช่วยเหลือตัวเองไม่​ได้

น้องลิงหาข้าวกล่องให้ฉันกิน ก่อน​จะขอตัวเข้า​ที่ทำงาน

จากนั้น​ ฉัน​กับเลสลีย์ก็นั่งรถตู้ขึ้น​ทางด่วนมาลง​ที่มาบุญครอง ​เพื่อ​จะมาต่อรถไฟฟ้า​ไปเซนทรัลชิดลมกัน ​แต่เวลาจวนแจมาก ​เพราะกว่า​จะออกมาจากสุวรรณภูมิ กว่า​จะกลับถึงบ้าน กว่า​จะเดินทางมาถึงสยาม ฉันเลย​โทร.บอกพี่แมวเหมียว ตาม​ที่พี่แมวเหมียวให้เบอร์โทร.ไว้ ว่าฉันมาแน่ ​แต่อาจช้านิดนึง

ตอนแรก ตัดสินใจพาเลสลีย์ขึ้น​แท็กซี่หน้ามาบุญครอง ​เพราะกลัวว่ากว่า​จะเดิน​ไปขึ้น​รถไฟฟ้า กว่า​จะรอรถมา อาจ​ต้อง​ใช้เวลานาน ​แต่ปรากฏว่าคิดผิด​ที่ขึ้น​แท็กซี่ ​เพราะถนนหน้าสยาม​เป็นวันเวย์ เราก็เลย​ลงจากแท็กซี่ แล้ว​เดิน​ไปขึ้น​รถไฟฟ้ากัน พี่ปาเก้ก็โทร.มาตามบอกให้ขึ้น​รถไฟฟ้าดีกว่า (กว่า​จะถึงพี่ปาเก้โทร.ตามอยู่​หลายหน คงกลัวพวกเราหลง น่ารักจริงๆ​พี่เรา)

ใน​ที่สุดก็มาถึงเซนทรัลชิดลมจน​ได้ เย้...​.

พี่ปาเก้บอกทุกคนมา​พร้อมกันหมดแล้ว​ รออยู่​​ที่ Food loft บอกให้ฉัน​กับเลสลีย์ขึ้น​บันไดเลื่อนมาเรื่อยๆ​ แล้ว​พี่ปาเก้​จะคอยดักอยู่​​ที่ปากประตูทางเข้าศูนย์อาหาร

ฉันก็หาพี่ปาเก้​ได้ไม่ยากนัก ​เพราะเราต่างเคยแลกรูปกันดูมาแล้ว​ ด้วยต่างคนยังอยู่​ในวัยอยากรู้อยากเห็น อดใจไม่ไหวจน​ต้องแลกชม​ความงามของกัน​และกัน

จากนั้น​ ก็...​แอ่น...​แอน...​แอ๊น...​เดินมา​ที่โต๊ะ นั่งกันเต็ม​ไปหมดเลย​ ฮิๆ​ๆ​ๆ​ ฉันพอ​จะเดา​ได้ไม่ยาก

ผู้ชายคนเดียวนั่งหัวโต๊ะ ​ต้อง​เป็นลุงช้างแน่ๆ​ ​จะ​เป็น​ใครอื่น​ไปไม่​ได้

ขาวๆ​นี่ก็​ต้อง​เป็นน้องโพ ​เพราะดูเด็กกว่า​ใคร​เพื่อน ใบหน้ายิ้มย่อง สดใสราว​กับท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ

​ส่วนพี่แอ๊ดนี่ เคยเห็นกันมาบ้างแล้ว​ในรูปถ่าย เดา​ได้เลย​ คุณพี่ตาโต คิ้วเข้ม ผมดำหยักสลวย สวยคมอีกคนหนึ่ง​

​ส่วนคุณพี่ร่างแบบบาง หน้าตาหวานละมุน น้ำเสียงไพเราะหวานละไมนี่ใช่เลย​ พี่แมวเหมียว (ผีเสื้อสมุทรนั่น​เป็นภาพลวงตานะจ๊ะ​)

พี่ปาเก้ของเรามาในเสื้อเหลือง หน้าตาเฮ้ว ​แต่ใจดี​และยิ้มหวานเช่นกัน

ฉันแนะนำเลสลีย์ให้ทุกคนรู้จัก เริ่มนึกสงสารเลสลีย์ขึ้น​มาตะหงิดๆ​ ​เพราะคราวนี้ เรา​จะเม้าแตกกัน​เป็นภาษาไทยแล้ว​นะ เลสลีย์ก็รับประทาน​ไปแล้ว​กัน

แล้ว​เราก็เริ่มเม้าๆ​ๆ​ๆ​กัน มีนินทาคนโน้น คนนี้บ้างพอ​เป็นกระสาย

พวกเรา​ได้รับแจกบัตรเหมือนคูปองอาหารคนละใบ พี่ปาเก้บอกว่าใบละพันบาท​(​ถ้าจำไม่ผิดนะคะ​)

ฉัน​กับเลสลีย์เพิ่ง​จะงาบข้าวกล่องกันมาหยกๆ​ แถมตอนเย็น ​เพื่อนอีกคน​จะพา​ไปเลี้ยงมื้อเย็น​ที่ร้านอาหารของเธอ

เราเลย​ตกลงว่า งานนี้ เรากินแบบเบาๆ​​ไปก่อนแล้ว​กันนะ ฉัน​กับเลสลีย์ก็เลย​กิน​แต่ไอติม​กับผลไม้กัน
จากนั้น​ ก็เริ่มเม้า​และโม้ ฉันก็เล่าให้พี่ๆ​​และน้องโพฟังว่า มาภูเก็ต​ได้ยังไง

เราคุยกันมากจนจำไม่​ได้แล้ว​ว่า คุยอะไร​กันบ้าง ​แต่ฉันก็ยังรู้สึกไม่ฉ่ำใจเลย​ เหมือน​ต้องแยกร่างคุย​กับคนนั้น​ที คนนี้ที

แถมยัง​ต้องคอยเทคแคร์เลสลีย์ ​เพราะไม่อยากให้​เพื่อนเซ็ง​กับซับไตเติลภาษาไทยของเรามากเกิน​ไป หนักเข้า เลย​นั่งมองคนนั้น​ที คนนี้ที มองแล้ว​ก็มี​ความสุขอยู่​ในใจคนเดียว

ดีใจจ้า ​ที่​ได้เจอทุกๆ​คนเลย​ ​แต่ละคนน่ารัก สมดั่ง​ที่วาดหวังจินตนาการไว้ ทำให้ฉันหวนคิดถึงเรื่อง​ราวต่างๆ​​ที่​ได้เคยอ่านมาในเว็บ

คิดถึงคูณแม่ใจดี​ที่พยาบาลลูกชาย​ที่​เป็นไข้เลือดออก ​และคอยบำบัดทุกข์บำรุงสุขนก หนู ปู ปลา ภายในบ้าน

คิดถึงคุณพี่น่ารัก​ที่พา​ไปเ​ที่ยวชมอิตาลีทางภาพ​และตัวอักษร ​และ​เป็นผู้รอบรู้ในเรื่อง​ศิลปะ วรรณกรรม รวม​ทั้งเจ๊ๆ​ เฮียๆ​ ​ทั้งหลายในตลาดสด

คิดถึงบทกลอนหวานๆ​บ้าง ดุๆ​เด็ดๆ​บ้าง ของคุณลุงยังหนุ่มฟ้อ เอ๊ย คุณพี่​ที่ตัวจริง​ทั้งอ่อนน้อม ใจดี ​และมีเฮ(ฮา)

คิดถึงบทแซวเจ็บๆ​ขำๆ​ ​กับเรื่อง​ราวต่างๆ​​ที่ คุณพี่เฮ้วของเราเขียน บางทีก็พา​ไปไหว้​พระตั้งเก้าวัด

คิดถึงคุณน้องดวงจันทร์ เจ้าแม่พญางูบนศีรษะ ​ที่ไหล่ขวาสะพายกระเป๋า Billabong มือซ้ายมีไหดอง​เป็นอาวุธ (พี่ยังไม่ลืมภารกิจเรื่อง​ตามล่าหารักแท้ของเรานะ)

คิดถึงคุณพี่คนไกล ชาวเกาะสวรรค์แดนใต้ ​ที่มักนำเรื่อง​ราวดีๆ​ในหนังสือต่างๆ​มาให้พวกเรา​ได้อ่าน ​พร้อม​ทั้งเล่าเรื่อง​อาหาร​ได้น่ากินชวนน้ำลายสอก็บ่อยครั้ง

แล้ว​ก็หวนคิดถึง ​เพื่อนคน​ที่ไกลยิ่งกว่า ​ที่เคย​ได้เจอกันแล้ว​​ที่ลอนดอน แล้ว​เรา​ไปป่วนในโรงละครเรื่อง​แฟนท่อมกัน

คิดถึง​ใครอีกหลายๆ​คน ไม่ว่า​จะ​เป็นน้องมะลาวจอมแก่นแสนซน น้องแสบแม่ครัวผู้รอบรู้​และฝีมือพอตัว อีก​ทั้งนกกะปูด​ที่บอก​จะแกงป่าเห็ดให้กิน หรือคุณแสงดาว ​ที่คง​จะพูดน้อย ต่อยหนัก ไม่ต่อยหอยเหมือนพวกเรา

แหม ​ถ้า​ได้เจอกันครบ คง​จะไม่มี​ใครฟัง​ใคร นอกจาก​จะแจกบัตรอาหารแล้ว​ คง​ต้องแจกบัตรคิวให้ผลัดกันพูด

น้องโพ ขอตัวแยก​ไปก่อน ​เพราะติดงาน ลุงช้างใจดียึดบัตรไว้ แล้ว​บอก​จะ​เป็นเจ้ามือให้ ​แต่เกิดปัญหา​คือ ​ถ้าไม่มีบัตร​ไปแสดง ​เขาไม่ให้ออกจากศูนย์อาหาร

ลุงช้างเลย​​ต้องเดิน​ไปส่ง​ที่ประตูทางออก ฉันก็เลย​อธิบายให้เลสลีย์ฟังว่าเกิดอะไร​ขึ้น​

พวกเราก็ยังโม้ ยังเม้าต่อกันอีกสักพัก แล้ว​ลุงช้างก็เลียบๆ​เคียงๆ​มาเก็บบัตรอาหารทุกใบ​ไป รวม​ทั้งบัตรของฉัน​กับเลสลีย์ด้วย

เลสลีย์ตกใจ รีบกระซิบบอกฉันว่า อยู่​ดีๆ​ คุณผู้ชายคนนั้น​ ​เขาก็เดินมา​เอาบัตร​ไปแล้ว​นะ เรา​จะออกจากศูนย์อาหาร​ได้หรือเปล่า

ฉันก็ถึงบางอ้อ ว่างานนี้ ลุงช้างท่านขอ​เป็นเจ้าภาพ (ขอบ​พระคุณนะเจ้าคะ​)

แล้ว​ก็เลย​บอกเลสลีย์ว่า ไม่​ต้องตกใจ คุณผู้ชายคนนั้น​ ​เขา​จะ​เป็นคนจ่ายให้พวกเรา

เลสลีย์ก็เลย​หายตกใจ แล้ว​กล่าวว่า ขอบคุณค่ะ​ ตาม​ที่ฉันสอน​เอาไว้ ด้วยน้ำเสียงแปร่งๆ​​แต่น่ารักของเธอ


ฉันคิดถึง​ใครอีกหลายๆ​คน ​ที่ยังไม่มีโอกาส​ได้เจอ ​แต่ขอบอกเลย​ว่า งานนี้​เป็นปลื้มมาก​ที่​ได้เจอพี่ๆ​​และน้องโพ ​ต้องขอบคุณพี่ปาเก้ไว้ ณ ​ที่นี้จ้า ​ที่ช่วย​เป็นโต้โผจัดนัดพบทั่วไทยให้

เลสลีย์บอกว่า ​เพื่อนยูคนนึงน่ะ ​เขานั่งรถมาตั้งสี่ร้อยกว่าโล ​เพื่อ​จะมาเจอยูนะ เธอหมายถึง พี่แอ๊ด

ทำให้ฉันเกรงใจพี่ๆ​​และน้องโพ​เป็น​กำลัง ​แต่ละคนมาไกลกัน​ทั้งนั้น​ แถมธุระก็ยุ่งอีรุงตุงนัง ไหน​จะติดพันเรื่อง​ครอบครัวอีก


เลสลีย์บอกว่า ​เพื่อนยู​เป็นคนดีกันทุกคน เชื่อแล้ว​ ว่าเรา​ได้มาเจอคนดี ​แต่ก็น่าประหลาดใจนะ ว่า​เพื่อนทางเน็ต​จะดี​ได้อย่างนี้เชียวหรือ ดูอย่าง​เพื่อนยู​ที่ภูเก็ตสิ คนนั้น​​เขาก็ดี​กับยูมากๆ​เลย​นะ

ฉัน​ได้ฟัง แล้ว​อยากแปลงร่าง​เป็นนักมวย ขึ้น​เวทีแล้ว​ไหว้กราดผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน รวม​ทั้งแอนตาซิล เอ๊ย...​...​





​เมื่อ​ได้เวลาแยกกัน พวกเราก็ลงลิฟต์มาชั้นล่าง จากนั้น​ ฉันก็พาเลสลีย์เดินวนเวียนในห้างอีกพักหนึ่ง​ ยังมี​ความหวังว่า​จะ​ได้เจอลุงช้าง​และคืนเงิน ​แต่​เมื่อไม่เจอ ก็เลย​ตัดสินใจว่า เรากลับ​ไปช้อปปิ้ง​ที่ห้าง MBK ดีกว่า ​เพราะ​ที่ชิดลมนี้ มี​แต่ของแพงๆ​ หรูๆ​ ​ทั้งนั้น​เลย​

ขนาดเดิน​ไปเข้าห้องน้ำของ​เขา ยังเผลอคิดว่าอยู่​ในห้องน้ำ​ที่ห้างฮารอดส์ กรุงลอนดอน การจัด​แต่งห้องน้ำให้บรรยากาศเดียวกันเลย​

คลิกดูภาพขยาย



เลสลีย์ตกกะใจ​กับรถแมงกะไซค์​ที่จอดเรียงรายมากมาย​​ที่สยาม บอกให้ฉันชักรูปไว้ดู

​เมื่อ​ไปถึงมาบุญครอง ฉันก็พาเลสลีย์เดินดูตามร้านรวงต่างๆ​ ​โดยเฉพาะร้านขายของ​ที่ระลึกแบบไทยๆ​ ​ซึ่งเลสลีย์​และฉัน​ต้องการซื้อมาฝากคน​ที่อังกฤษ

แล้ว​ฉัน​กับเลสลีย์ก็เดินวนเวียน(​เพราะหลงทาง) อยู่​ในมาบุญครองอยู่​นาน จนเย็น ​เพราะเลสลีย์อยากซื้อของมาฝาก​เพื่อน​ที่อังกฤษ รวม​ทั้งซื้อของอย่างอื่นด้วย เช่น เสื้อผ้า ​ที่เลสลีย์บอกว่า สวย​และถูกมากๆ​

จากนั้น​ เราก็นั่งแท็กซี่​ไปแถว ถนนเพชรบุรี ​เพราะ เจ๊น้อง​เพื่อนคนหนึ่ง​ เปิดร้านอาหารกิจการของครอบครัว อยู่​แถวประตูน้ำ

กว่า​จะหาร้านเจอค่อนข้างทุลักทุเล ​เพราะซอกซอยแถวนั้น​ แคบมากๆ​ ร้านอาหารก็อยู่​ในซอย ​เพราะกลุ่มลูกค้า​คือ ชาวต่างชาติ​ที่มาพักโรงแรมแถวนั้น​ ​ซึ่ง​เป็นตลาดค้าส่งเสื้อผ้าขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ

เจ๊น้อง​เป็น​เพื่อนเรียนปริญญาตรี​และโทรุ่นเดียว​กับน้องลิง สองคนนี้เข้าทีหลังฉัน ฉันเรียนเร็วมา​แต่เด็ก เจ๊น้องอายุมากกว่าฉัน ​แต่ก็เรียกฉันพี่ ​เพราะฉันเข้าเรียน​เป็นรุ่นพี่ ตอนเรียน เจ๊น้อง​เป็นเด็กกิจกรรมอยู่​ชุมนุมสังคมพัฒนา ​เป็นสาวโสดอีกคนหนึ่ง​​ที่ทุ่มเทชีวิตให้หลานๆ​

ฉันจบปริญญาตรีมาอย่างน่าแปลก ​คือไม่เคยติดต่อ​กับ​เพื่อน​ที่เรียนในวิชาเอกหรือคณะเดียวกันเลย​ ​เพื่อน​ที่ยังติดต่อกันอยู่​ ​เป็น​เพื่อน​ที่รู้จักกันจากชมรมกิจกรรมต่างๆ​​ทั้งสิ้น

ตอนเรียน ฉันก็ไม่ค่อย​ได้เข้า​ไปคลุกคลี​กับ​เพื่อน​ที่เรียนร่วมชั้นวิชาเอกเลย​ หาก​แต่​ใช้ชีวิตอยู่​​ที่ตึกสโมสรนักศึกษา​เป็นหลัก เหมือน​เป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง​

​เพื่อนๆ​ของฉันจึงต่างมาจากหลากหลายสาขาวิชา หลากหลายคณะ หาก​แต่มารวมกลุ่มกัน​เป็น"เด็กกิจกรรม" ​เป็นช่วงชีวิต​ที่สนุกมากๆ​ ​แม้สถานการณ์บ้านเมืองในช่วงแรกๆ​ ​จะยังอึมครึม

​ที่ร้านอาหาร เจ๊น้อง พี่พม่า น้องลิง มารอพวกเราอยู่​แล้ว​ เจ๊น้องสั่งอาหารในร้านตัวเองมาให้เรากินหลายอย่าง จำไม่ค่อย​ได้แล้ว​ว่ามีอะไร​บ้าง รู้​แต่ว่า​เป็นอาหารทะเลเสีย​เป็น​ส่วนใหญ่

ตอนจ่ายเงิน พี่พม่า​กับฉันแย่งกันออก ​แต่ปรากฏว่าเจ๊น้องไม่ยอม​เอาเงินของ​ใครเลย​ เจ๊สั่งลุย สั่งเอง จ่ายเอง ในร้านของตัวเอง แถมน้องลิง ลิงสมชื่อ คุยออกรส ตวัดแก้วของร้านแตก​ไปหนึ่ง​ใบ

อิ่มหนำสำราญ พวกเราแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉันกลับมา​กับน้องลิง​และพี่พม่า ​เพราะ​ไปอาศัยบ้าน​เขานอน

ถึงบ้าน พี่พม่าพาชมสวน​และศาลาในสวน​ที่สร้างใหม่ ใหญ่กว่าเดิม

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย




คลิกดูภาพขยาย






น้องลิงแอบเม้าสามีว่า ศาลานี้น้องลิงขอตั้งชื่อว่า ศาลาฮานามิ ​เพราะพี่พม่าแกรวย​เพื่อน ชอบชวน​เพื่อนๆ​มาสังสรรค์ให้ครื้นเครง​เป็นประจำ ​แต่น้องลิงเบื่อ ​เพราะขี้เกียจล้างจาน

บ้านนี้อยู่​กันสองคนสามีภรรยา ไม่มีคนรับ​ใช้ประจำ มี​แต่แม่บ้านมาคอยทำ​ความสะอาดซักรีดผ้าแบบเช้า​​ไปเย็นกลับ ดังนั้น​ มื้อค่ำ น้องลิงจึง​ต้องรับบทแจ๋ว เก็บล้าง ปัดกวาดโต๊ะอาหารเอง ยิ่ง​ถ้ามีแขกมาก น้องลิงก็ล้างจานมือ​เป็นระวิง

เลสลีย์ถูกใจสวนมากๆ​ ตามประสาคนอังกฤษ เธอบอกว่า สวนบ้านพี่พม่าสวยเหมือนเทพนิยาย

จากนั้น​ เราก็อาบน้ำ แล้ว​นอนพักผ่อนกัน ​เพราะพรุ่งนี้ ฉันจัดโปรแกรมให้เลสลีย์ไว้แล้ว​ ​จะ​ไปไหนกัน โปรดติดตามตอนต่อ​ไป

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2381 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน รอยยิ้มละไมในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๒๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-12744 ], [58.11.67.235]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๐, ๒๑.๒๕ น.

ก่อนอื่น​​ต้องออกตัวก่อนนะคะ​​ ​​ที่พิลกริมโชคดี​​ได้เจอ​​เพื่อนจากเว็บ​​ที่​​เป็นคนดี

​​และก็มีเหตุผล​​ส่วนตัวบางอย่าง​​ที่ทำให้เชื่อว่า ​​เพื่อนกลุ่มนี้​​เป็นคนดีด้วยค่ะ​​

​​แต่น้องๆ​​​​ถ้า​​ได้อ่านเรื่อง​​นี้ ก็อย่าทำตามพี่พิลเลย​​เน้อ ​​จะบอกให้ มันเสี่ยงมากกว่า

​​เพื่อนของพี่พิลกลุ่มนี้ ​​เป็น​​เพื่อนรุ่นเก๋า​​และรุ่นแก่ ​​เพราะงั้น เราจึงพ้นวัยหวาน​​ที่​​จะมาหลอกเจอกันให้ตื่นเต้นแล้ว​​จ้า

ด้วย​​ความปรารถนาดีค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-12748 ], [125.25.171.21]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๐, ๑๐.๒๑ น.

ฮ่าๆ​​ ก็แก่ๆ​​กันปูนนี้แล้ว​​ ไม่รู้​​จะหลอก​​ไปทำไร อีกไม่นานก็ซี้กันโหมะแล้ว​​อ้ะ

พิล​​เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี อ่อนน้อมมากค่ะ​​ สงสัย​​จะเก็บอาการไม่ออกลิงออกค่างให้เห็นแหละ​​นะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-12820 ], [213.103.135.69]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ต.ค. ๒๕๕๐, ๐๒.๓๙ น.

อ่านแล้ว​​ก็สนุกอบอุ่น​​ไป​​กับพิลด้วย ​​ได้เจอ​​เพื่อน ๆ​​ พี่ ๆ​​ ​​ที่น่ารัก​​ทั้งนั้น​​ เลสลีย์ก็ยอดมิตร ​​ไปไหน​​ไปกัน

ไม่รู้ว่าตอนนี้พิลอยู่​​เมืองไทย ​​จะ​​ได้เจอกันมากขึ้น​​หรือเปล่านะ?

จริงอย่างพิลว่า คนเราหลอกลวงผ่านโลกอินเตอร์เน็ตกันมาก ๆ​​ ​​แต่​​กับ​​เพื่อน ๆ​​ พี่ ๆ​​ ชุดนี้ ​​ความรู้สึกว่า​​​​ใคร​​กำลังมาหลอก ไม่เคยอยู่​​ในใจเลย​​ รู้จักกันอย่างไรทางเน็ต เจอตัวจริงก็​​เป็นอย่างนั้น​​ เพียง​​แต่หน้าตาเท่านั้น​​​​ที่เดาไม่ถูก

อาจ​​จะ​​เพราะพวกเราไม่​​ได้ปิดบังตัวตนของเรา (​​เพราะไม่มีอะไร​​​​จะให้ปิดบังก็​​ได้นิ)

​​และเห็นด้วยว่า น้อง ๆ​​ อย่า​​เอาตัวอย่าง ​​โดยเฉพาะหาก​​เป็นการนัดพบ​​กับ​​เพื่อนทางเน็ต​​ที่​​เป็นต่างเพศ...​​.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น