นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #28
pilgrim
...คนไทยกินข้าวแล้ว​​กับข้าวเยอะมาก เลสลีย์บอกว่าแทบ​จะ​เป็นสิบอย่าง ฉันบอกว่า คนไทยกินอย่างนั้น​จริงๆ​...

ตอน : แก่งซอง ลำน้ำเชี่ยวกรากและเมืองเก่าสุโขทัยยามตะวันรอน

เราตื่นกันไม่เช้า​มากนัก ราวๆ​โมงกว่าๆ​ จากนั้น​ ก็เริ่มปฏิบัติการธุระ​ที่​จะ​ต้องทำ

ส่งเสื้อผ้า​ไปซัก​ที่ร้านซักรีด ​เพราะ​ที่บ้านน้องสาวไม่มีอุปกรณ์ซักรีดเลย​

จากนั้น​ ก็​ไปซื้อตั๋วเครื่องบินพิษณุโลก-กรุงเทพฯ ​เพื่อ​จะบินกลับสุวรรณภูมิอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น​

แล้ว​ก็กินข้าวเช้า​ เลสลีย์ก็เริ่มงงๆ​ ว่าทำไมคนไทยกินข้าวกันแทบทุกมื้อ ไม่ว่า​จะ​เป็นมื้อเช้า​ กลางวัน เย็น เรื่อง​นี้ ฝรั่งหลายคนถามฉันมาก ว่าพวกเรากินอะไร​​เป็นอาหารเช้า​

พอฉันบอกว่ากินข้าว บางทีก็กินข้าว​กับแกงเผ็ด ​เพื่อนบางคนทำหน้าประหลาดใจ ว่ากินแกงเผ็ด​แต่เช้า​เลย​เหรอ

ก็จริงน่ะสิ ​เพราะคนไทยน่ะชอบกินข้าวแกงมากๆ​ ขอบอก จำ​ได้ว่า ​ที่โรงอาหารใน​ที่ทำงานฉัน คนแน่นทุกเช้า​ ​เพื่อมารอกินข้าวแกงกัน

ฉันก็บอก​เพื่อนฝรั่งว่า ทียูยังกินขนมปังทุกมื้อ​ได้ ทำไมฉัน​จะกินข้าวทุกมื้อบ้างไม่​ได้ ก็ข้าวมัน​เป็นอาหารหลักของไทยนะ เหมือนขนมปัง​เป็นอาหารหลักของยูน่ะแหละ​

​แต่เราก็มีขนมปัง​เป็นทางเลือกให้นะ ใช่ว่า​จะกิน​แต่ข้าว

จริงๆ​แล้ว​ เรามีอาหารให้เลือกหลากหลายมาก ไม่ว่า​จะ​เป็นข้าวแกง ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋

สิ่งหนึ่ง​​ที่เลสลีย์งง​และประทับใจ​คือ คนไทยกินข้าวแล้ว​​กับข้าวเยอะมาก เลสลีย์บอกว่าแทบ​จะ​เป็นสิบอย่าง ฉันบอกว่า คนไทยกินอย่างนั้น​จริงๆ​

จำ​ได้ว่า ตอนเด็กๆ​บ้านเราใช่ว่า​จะร่ำรวยนัก ​แต่​ที่บ้าน​จะกินข้าว​เป็นสำรับ

สำรับนั้น​ ​ถ้า​เป็นงานสำคัญ​จะ​เป็นสำรับทองเหลือง ​แต่​ถ้าในชีวิตประจำวัน ​จะ​เป็นสำรับสังกะสี​ที่พิมพ์ลวดลายสีสันสดใส ​เป็นรูปดอกไม้บ้าง นกบ้าง เวลาล้าง​ถ้าทำหล่น สำรับมัน​จะเต้นดังโช้งเช้งๆ​ ​เป็นนานกว่า​จะเงียบ ​ถ้าเราไม่รีบ​ไปจับให้มันนิ่ง

ในสำรับ​จะมี​กับข้าวหลายอย่าง ​ได้แก่น้ำพริก ปลาทู ผักสดหรือลวก แกงเผ็ดหรือ แกงส้มหรือแกงคั่ว อย่างใดอย่างหนึ่ง​ แล้ว​ก็มีแกงจืดสำหรับเด็กๆ​​ที่ไม่ชอบกินเผ็ด มีผัดผักหรือผัดไก่ ผัดหมู บางทีก็มีไข่เจียว ไข่เค็ม ปลาเค็มหรือเนื้อเค็ม หมูทอดด้วย

ฉันเคย​ไปกินอาหารบ้านฝรั่ง ​โดยทั่ว​ไป ​เขา​จะทำไม่มาก ​คือ คาวอย่าง หวานอย่าง หรือ​ถ้าหรูหน่อย​ก็มี อาหารจานเริ่ม ​ที่เรียกว่าสตาร์ตเตอร์ ​กับสลัดให้

​ส่วนซุปนั้น​ บางทีก็​เอามากิน​เป็นมื้อหลักด้วยซ้ำ ​คือ กินขนมปังจิ้มซุป แนม​กับสลัด ​เอาให้อิ่ม​ไปเลย​ เติมซุป​ได้ไม่อั้น

​แต่เรื่อง​กินแบบนี้ ฉันมัก​ไปกินแบบไม่ค่อย​เป็นทางการเท่าไหร่ ​ส่วนใหญ่ก็กินกันในหมู่​เพื่อนๆ​ ​เขาก็กินเหมือนกินประจำวันทุกวัน ไม่ใช่งานเลี้ยง ​จะมีหรูหน่อย​ก็คริสต์มาสปาร์ตี้เท่านั้น​ ​ที่กินกันอู้ฟู่หน่อย​

​เมื่อหม่ำข้าวเช้า​เสร็จ น้องสาวก็ขับรถพาพวกเรามุ่งสู่ น้ำตกแก่งซอง จ.พิษณุโลกทันที น้องสาวบอกว่า ​เป็นน้ำตก​ที่ใกล้ตัวเมืองพิษณุโลก จอดรถแล้ว​ ไม่​ต้องเดินไกลมาก ​และสวยพอ​ใช้​ได้ เลย​จากน้ำตกสกุโณทยาน​ไปไม่ไกลนัก

คลิกดูภาพขยาย




ฉันจำ​ได้ว่า เคยมาแก่งซอง​เมื่อหลายปีก่อนนั้น​ ​กับก๊วน​เพื่อน​ที่เคยกล่าว ตอนนั้น​ ไม่ใช่หน้าน้ำ ลักษณะน้ำจึง​เป็นเกาะแก่งจริงๆ​ มีลำน้ำไหลเลาะ​เป็นเกลียวกราก​ไปตามซอกแก่งหิน เหมือนลำธารน้ำตกเล็กๆ​


คลิกดูภาพขยาย



​แต่มาคราวนี้ หน้าน้ำหลาก เราจึงมองไม่เห็นเกาะแก่งกลางลำน้ำ
ใจฉันหวนคิดถึงสองปีก่อน ​เมื่อ​เพื่อนๆ​​ที่ทำงานเคยพามาล่องแก่งลำน้ำเข็ก ​ทั้งสนุก​และหวาดเสียว ใจฉันก็กลัวเหมือนกัน ​แต่ก็ผ่านพ้นมาด้วยดี

​ที่แก่งซอง น้ำไม่หลากเชี่ยวเหมือน​ที่เคยมาล่องแก่งลำน้ำเข็ก (​แต่​เป็นลำน้ำสายเดียวกัน)

​เมื่อมองไม่เห็นน้ำตกอย่าง​ที่หวัง น้องสาวเลย​บอกว่า เดี๋ยวขากลับ​ไปแวะ​ที่รีสอร์ตเรนฟอเรสต์แล้ว​แวะหาอะไร​ดื่มกันดีกว่า

รีสอร์ตแห่งนี้ ตกแต่งร้านอาหาร​ได้สวยงามมาก มีศาลาริมน้ำให้นั่งชื่นชม​กับลำน้ำอันเชียวกราก ​และธรรมชาติอันสวยงามด้วย สภาพแวดล้อมของรีสอร์ตก็ปลูกป่า​เอาไว้รกครึ้ม ร่มเย็น

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



ฉันลองสั่งน้ำอัญชันมาลองกิน พนักงานบอกว่า น้ำอัญชัน​จะ​เป็นสีม่วง​แต่​เมื่อบีบมะนาวลง​ไป ​จะเปลี่ยนสี​เป็นสีแดงอมม่วง (ขออภัย ลืมถ่ายรูปน้ำอัญชันมาให้ดู)

จากนั้น​ เราก็ออกเดินทางต่อ ขับรถย้อนกลับเข้าเมือง ​เพื่อมุ่ง​ไปสุโขทัยกัน
ปรากฏว่าถนนจากพิษณุโลก​ไปสุโขทัย ​กำลังซ่อมทาง จึงทำให้เราเสียเวลา ​เพราะขับรถเร็วไม่​ได้ กว่า​จะถึงสุโขทัยก็บ่ายคล้อย กว่า​จะเข้าอุทยานประวัติศาสตร์จริงๆ​ก็ราวๆ​บ่ายสามโมงกว่า

พวกเรา​สามารถนำรถเข้า​ไปในอุทยาน​ได้ ก็เลย​ขับวนให้เลสลีย์ดูวัดต่างๆ​ ภายในอุทยานฯ ​โดยขับ​ไปแวะจอดแล้ว​ลง​ไปเดินภายในโบราณสถานกัน

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



ขณะเดินอยู่​​ที่วัดมหาธาตุ ในอุทยาน ฉันเห็นสามีภรรยาค่อนข้างสูงวัยคู่หนึ่ง​เดินมา ท่าทางน่า​จะมาจากกรุงเทพฯ เสียงสามีพูดดังลั่นว่า
"ลงมาเดินดู สูดอากาศบริสุทธิ์ แบบธรรมชาติดีกว่า ​จะนั่งอยู่​​แต่ในรถทำไม"
เสียงภรรยาก็บอกแบบอ่อยๆ​ว่า
"ก็อยาก​จะชมธรรมชาติอยู่​หรอก ​แต่ขาน่ะสิ" ฉันเห็นเธอดูเหนื่อยล้า เดินกระย่องกระแย่ง ท่าทาง​จะขาไม่ค่อยดี เ​ที่ยวตอนแก่ตัวก็แย่เหมือนกัน ​เพราะสังขารมันเริ่ม​จะไม่สู้แล้ว​

เราหยุดถ่ายรูปกัน​เป็นระยะๆ​ วัด​ที่ฉันชอบมาก ​คือ วัดตระพังเงิน ​เพราะมีสระน้ำขนาดใหญ่ เต็ม​ไปด้วยบัวแดงสีสด ​แต่ตอน​ที่เรา​ไป ดอกบัวบอกว่าบานมา​ทั้งวันเหนื่อยแล้ว​ ขอหุบพัก​เอาแรงก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่ เราเลย​ไม่​ได้เห็น​ความงามของบัวบานเลย​

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



จากนั้น​ เราก็แวะ​ไปสักการะ อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงกัน หน้าอนุสาวรีย์ มีระฆังใบใหญ่แขวนไว้​เป็นอนุสรณ์ จำ​ได้ว่า สมัย​ที่เรียนประวัติศาสตร์ตอนเด็ก พ่อขุนรามฯ ​จะปกครองแบบพ่อ​กับลูก ประชาชนเจ็บท้องข้องใจก็ให้มาสั่นระฆัง​เพื่อขอเข้าพบ ร้องเรียน​ได้

​แต่สมัยนี้ ยุคสมัยเปลี่ยน​ไป สังคมมี​ความสลับซับซ้อนขึ้น​​เป็นเงาตามตัวของเทคโนโลยี​ที่มีการพัฒนาขึ้น​ ประชาชนทุกวันนี้ จึง​สามารถร้องทุกข์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต​ได้ (​ถ้ามีเครื่องคอมฯ ​และเชื่อมต่อ​ได้นะ) ​แต่​ที่แน่ๆ​ ไม่​ได้เจอตัว​เป็นๆ​ของคณะรัฐบาล ผู้บำบัดเรื่อง​เจ็บท้องข้องใจหรอก

ออกจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย น้องสาวขับรถพา​ไปดูวัดศรีชุม ​ที่​ใช้​เป็นโลเคชั่นถ่ายหนัง ดูเหมือน​จะเรื่อง​ Tomb raider นะ ​ถ้าจำไม่ผิด
เราเจอ​พระสงฆ์ แม่ชี ​และฆราวาสกลุ่มหนึ่ง​ ​กำลังสวดมนต์​และนั่งปฏิบัติธรรมกันในยามโพล้เพล้


คลิกดูภาพขยาย



สุโขทัย เมืองเก่า สวยสง่า​และสงบ ฉันมาคราวใด ประทับใจคราวนั้น​ ​กับเจดีย์​และ​พระปรางค์​ที่เรียงกัน​เป็นหมวดหมู่ การขุด​แต่งบูรณะกระทำ​ได้อย่างค่อนข้างครบถ้วน มีอาณาบริเวณ​ที่สงบ ​และมีเสน่ห์ด้วยสระน้ำ หรือ​ที่เรียกในสมัยโบราณว่า ตระพัง ทำให้โบราณสถานแลดูงดงาม ร่มเย็น


คลิกดูภาพขยาย



ขากลับ ฉันบอกน้องสาวให้ซื้อข้าวแกงกลับมากิน​ที่บ้านดีกว่า ​เพราะขี้เกียจนั่งในร้านอาหาร นั่งกิน​ที่บ้านสบายกว่ามาก

แล้ว​เราก็กินข้าว อาบน้ำ เข้านอนกัน ​เพราะวันรุ่งขึ้น​ ​ต้องตื่นเช้า​(อีกแล้ว​) ​ไปขึ้น​เครื่องบินกลับกรุงเทพฯ

ฉันเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว​ ​เพราะคราวนี้ ​ที่กรุงเทพฯ ​จะ​ได้เจอ​เพื่อนๆ​ พี่ๆ​ ก๊วนใหญ่​ที่หมายมั่นปั้นมือ ว่า​จะเจอกันมาตั้งนานเสียที

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2346 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน แก่งซอง ลำน้ำเชี่ยวกรากและเมืองเก่าสุโขทัยยามตะวันรอน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น