นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) #14
รจนา ณ เจนีวา
...สวัสดีค่ะ​ แฟนคลับ พักนี้แม่บ้านค่อนข้างยุ่งนิดๆ​ เกือบ​จะลืมเขียนจดหมายถึงแฟนๆ​เสียแล้ว​ไหมล่ะ กลับ​ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสอีกแล้ว​ค่ะ​ก็เลย​​ต้องคร่ำเคร่ง​กับก...

ตอน : 13 ไปดูลิเกฝรั่ง

สวัสดีค่ะ​ แฟนคลับ

พักนี้แม่บ้านค่อนข้างยุ่งนิดๆ​ เกือบ​จะลืมเขียนจดหมายถึงแฟนๆ​เสียแล้ว​ไหมล่ะ กลับ​ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสอีกแล้ว​ค่ะ​ก็เลย​​ต้องคร่ำเคร่ง​กับการเรียน​และการบ้านนิดหน่อย​

ขอบคุณแฟนคอลัมน์​ที่ส่งข่าวมาให้​กำลังใจ มีท่านหนึ่ง​บอกให้​ไปสมัครแข่งขันประกวดหนังสือของร้านนายอินทร์ ทำ​เอาแม่บ้านฝันหวานว่า​จะชนะการประกวด ​ได้เงิน​ใช้ แล้ว​ยัง​จะ​ได้มีสปอนเซอร์พิมพ์หนังสือให้ฟรี

ฤดูใบไม้ร่วงมาถึงอย่าง​เป็นทางการแล้ว​ค่ะ​ ต้นไม้ต่างๆ​เริ่มเปลี่ยนสีใบ​เป็นเหลือง​และแดง ทำให้​ทั้งเมืองดูสว่างไสวมีประกายสีทองเจิดจ้า ภูมิภาคแถบเหนือ​เขาจึงมักเรียกเดือนตุลาคมว่า October Gold ​คือ​เป็นเดือนแห่งสีทองจริงๆ​ ​ถ้า ขณะเดียวกันอากาศก็เริ่มแปรปรวนขึ้น​ มีฝนตก​เป็นระยะ บางวันหนาว บางวันอุ่น หลายคนป่วย​เป็นไข้หวัดก็ตอนนี้แหละ​ พ่อบ้านก็​เป็น​กับ​เขาด้วย นอนซมอยู่​สองวันกว่า​จะลุกขึ้น​มาทำอะไร​ต่ออะไร​​ได้ แม่บ้านเองก็​ต้องระวังตัวไม่ให้ป่วยเหมือนกัน

คลิกดูภาพขยาย


​เมื่อปี​ที่แล้ว​ตอน​ที่ย้ายมาใหม่ๆ​ พอเข้าหน้าหนาว ​เพื่อนของพ่อบ้านคนหนึ่ง​​เขาก็หวังดีว่า อยากให้แม่บ้าน​ไปดูโอเปร่า ​เขามีตั๋วอยู่​สองใบ​ไปดูไม่ทัน เลย​ให้เรา​ไปแทน แม่บ้านเกิดมาก็ไม่เคยดูโอเปร่า เคยดู​แต่ลิเกไทย​กับลิเกร่วมสมัยของกลุ่มมะขามป้อมเนาะ แล้ว​เรื่อง​​ที่​ไปดูมันก็ดัน​เป็นโอเปร่าแบบสมัยใหม่ ใส่เสื้อผ้าแบบเราๆ​ยังงี้ ตัว​พระเอก​ทั้งแก่แล้ว​ก็อ้วน ตัวผู้หญิงไม่​ได้ร้องเท่าไร ​ได้​แต่เดินเปลือยกายโฉบ​ไปมา

รู้เลาๆ​ว่า​เป็นเรื่อง​รักสามเส้าของชายแก่​กับหญิงคนหนึ่ง​​ซึ่ง​ไปแอบปันใจให้คนอื่น แม่บ้านดูไม่ค่อยรู้เรื่อง​​เพราะฟังไม่ออกว่าร้องด้วยภาษาอะไร​ (เข้าใจว่าเสียงคนร้องคงร้อง​เพราะ​เอาการ ​เพราะคนดู​เขาปรบมือกันนานมาก) ​แต่แม่บ้านหนาวก็หนาว เหนื่อยเพิ่งเดินทางมาจากเมืองไทย ​เขาเล่นอยู่​นานมาก เล่นเท่าไรก็ไม่จบเสียที แม่บ้านก็หลับคอพับคออ่อน​ไปตามระเบียบ

พอพักครึ่งตอนสี่ทุ่มกว่า แม่บ้านบอกพ่อบ้านว่าไม่ไหวแล้ว​จ้ะ​ ขอกลับบ้านก่อนดีกว่า งานนี้เล่น​เอาพ่อบ้านเ​คือง​ไป​เป็นเดือนเลย​ว่า แหม อุตส่าห์พามาดูของดี เธอกลับมาหลับ​เอาเฉยๆ​ แหม ลองพ่อบ้านมาดูลิเกไทยบ้าง ไม่หลับให้รู้​ไป

ทีนี้​เพื่อนคน​ที่อนุเคราะห์บัตรคนเดิมนี้เธอก็แสนดีไม่ยอมเข็ด รอให้ผ่าน​ไปหนึ่ง​ปีจน​เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนโทรมาบอกแม่บ้านว่ามีโอเปร่าดังของ Verdi เรื่อง​ ดอน คาร์ลอส มาเล่นนะ อยากให้ลอง​ไปดู คราวนี้เธอให้พ่อบ้านค้นเรื่อง​ย่อให้แม่บ้านทำการบ้านก่อน​ไปดูเสร็จสรรพ พ่อบ้านขู่ว่า ​ถ้าคราวนี้เธอ​ไปหลับอีก ฉัน​จะไม่พา​ไปดูละครอีกเลย​ ฮึ่ม (เสียงขู่นี้แม่บ้านเติมให้เอง ​จะ​ได้ดูขึงขังหน่อย​) เวลาผ่าน​ไปปีหนึ่ง​ ​กับชีวิต​ที่นี่ แม่บ้านก็เริ่มคุ้นเคย​กับศิลปวัฒนธรรมของ​เขามากขึ้น​ ก็เลย​รู้สึกว่า​​พร้อมกว่าปี​ที่แล้ว​



เรื่อง​ย่อๆ​ของดอน คาร์ลอส​คือ ท่านดอน​เป็นเจ้าชาย​และรักอยู่​​กับเจ้าหญิงองค์หนึ่ง​ ​กำลัง​จะสู่ขอมา​แต่งงานด้วย พ่อของเธอ​ที่​เป็นกษัตริย์ก็มาตัดหน้าชิง​เอาหญิง​ที่รัก​ไปอภิเษกเสียเอง เข้าใจว่าเจ้าหญิงคงสวยมาก เจ้าหญิงไม่กล้าปฏิเสธ​เพราะไม่เช่นนั้น​​จะเกิดสงคราม​ระหว่างเมือง เหตุการณ์นี้เกิดในสเปน ดอน คาร์ลอสก็หัวใจสลาย ​ต้องหนี​ไปปลุกระดมผู้คน​เพื่อเรียกร้องอิสรภาพ เข้าทำนองว่า​พระเอกของเรา​เป็นวีรบุรุษ​ที่ต่อสู้​เพื่อปวงชน

เจ้าหญิง​ที่กลาย​เป็นราชินีของเราก็หัวใจสลายเช่นกัน ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหญิงอีกองค์หนึ่ง​​ที่แอบหลงรักดอนคาร์ลอส ​แต่ก็ไม่สมหวัง พยายามเข้าแทรกแซงการแอบพบปะของสองหนุ่มสาว แล้ว​ก็​เอา​ไปเพ็ดทูจกษัตริย์องค์พ่อให้ผิดใจ​กับลูกชาย พอเพ็จทูจ​ไปแล้ว​ก็เกิดสำนึกผิด​ไปสารภาพ​กับราชินี ก็เลย​ถูกเนรเทศ​ไป

ท่านดอนคาร์ลอสเองก็มี​เพื่อน​ที่แสนดี​ที่จงรักภักดี​กับ​ทั้งดอนคาร์ลอส​และท่านพ่อ ก็พยายามช่วย​ทั้ง​เพื่อน​และป้องกันราชบัลลังก์​ไปด้วยจนตัวตายในตอนสุดท้าย เรื่อง​ก็จบแบบค้างๆ​ให้คิด​เอาเองว่า ดอนคาร์ลอส​กับราชินีนั้น​ถูกประหาร​เพราะแอบ​ไปพบกันหรือเปล่า

เนื้อหาของเรื่อง​นั้น​ไม่สำคัญมากนัก ​แต่​ที่แม่บ้านปูเรื่อง​​เพื่อ​จะให้แฟนคลับนึกภาพของ​ความรัก​ที่ไม่สมหวัง ​ความเสียใจจากการพลัดพราก ​ความสูญเสียคน​ที่รัก​และ​เพื่อน​ที่รัก ​ความขมขื่นจากการ​ที่ไม่​ได้รับรักตอบ การต่อสู้​เพื่ออิสรภาพ​แม้ตัวตายก็ไม่เกรงกลัว ​ความอ้างว้างโดดเดี่ยวของกษัตริย์​ที่ไม่​ได้รับรักตอบจากราชินี ​ความรัก​และเสียสละของ​เพื่อนแท้

อารมณ์​ความรู้สึกอันสะเทือนใจเหล่านี้ตัวละครต่างๆ​​ได้บรรยายออกมาอย่างไพเราะกินใจผ่านเสียงอันมีมนต์ขลัง​และดนตรี​ที่เรียบเรียง​ได้อย่างวิเศษ แม่บ้าน​ได้ค้นพบเสน่ห์ของการดูโอเปร่าตรงนี้เอง คราวนี้ดูรู้เรื่อง​ดีมากตั้งแต่สองทุ่ม​ไปจนเ​ที่ยงคืน ​ได้พักประมาณสิบห้านาที ​ที่ดูรู้เรื่อง​มากขึ้น​​เพราะหน้าเวที​เขา​จะมีตัวอักษร​เป็นภาษาฝรั่งเศสวิ่งให้เห็นว่าคนร้อง​กำลังร้องอะไร​อยู่​ แม่บ้านอ่านภาษาฝรั่งเศส​ได้มากแล้ว​ก็เลย​จับใจ​ความ​ได้

พ่อบ้านให้​ความรู้เพิ่มเติมว่าโอเปร่า​ส่วนใหญ่นั้น​เขียนขึ้น​​โดยชาวอิตาเลี่ยน คำร้องจึง​เป็นภาษานี้ พ่อบ้านเองก็ฟังไม่ออก ​ต้องอาศัยอ่านคำแปลฝรั่งเศสจากหน้าจอเหมือนกัน ​เพื่อน​ที่​เป็นขาประจำโอเปร่าบอกว่า เดี๋ยวนี้มีการเขียนโอเปร่ารุ่นใหม่ๆ​​เป็นภาษาอื่นๆ​ เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ ​แต่โอเปร่าของแท้​และดั้งเดิม​ต้องอิตาลีเท่านั้น​ (เหมือนเครื่องหนังชั้นดีมั้ง) อาจ​เป็น​ไป​ได้ว่า คำร้องในภาษาอิตาเลียนนั้น​อาจ​จะฟัง​เพราะกว่า

คลิกดูภาพขยาย


เวลาดูๆ​​ไปคิดถึงลิเกบ้านเรา ลีลาการร้องนั้น​คล้ายกันเลย​ ​คือ​เขา​จะร้อง​และลอยหน้าลอยตาใส่อารมณ์​ความรู้สึก​ไปด้วย มีการออกท่าทางพอสมควร​แต่ไม่มีการรำ ​และนักร้องโอเปร่านั้น​​เขา​จะมีระดับเสียง​ที่จัดว่า​เป็นสากล​และมีพลังกังวาน มีขั้นของเสียงต่างกัน แม่บ้าน​จะไม่ขายขี้เท่อด้วยการพยายามอธิบายชื่อเฉพาะของเสียงร้องต่างๆ​ ​แต่​จะเล่าเฉพาะ​ความประทับใจในการ​ไปดูโอเปร่า

การ​แต่งตัวไม่​ต้องพูดถึงว่าอลังการขนาดไหน ราชินีชุดสีฟ้า​เป็นมันวาวเหมือนผ้าไหมเรา ​ส่วนเจ้าหญิงตัวอิจฉา (นิดๆ​) ใส่สีแดง ท่านดอนของเราใส่เสื้อเชิร์ตขาว กางเกง​และเสื้อคลุมสีเข้ม ไม่มีอะไร​วูบวาบ กษัตริย์ใส่สีแดง ตัวประกอบอื่นๆ​ก็ใส่เสื้อผ้างดงามหรือสามัญตามบทของตน

มีเรื่อง​​ที่​ต้องตั้งข้อสังเกต​คือ ตัวละครฝ่ายหญิง​จะหน้าตาดูสวยงาม​และเสียงก็ไพเราะสม​กับหน้าตา (ไม่รู้​จะ​เป็นอิทธิพลของเครื่องสำอางค์​กับเครื่อง​แต่งตัวหรือเปล่า ​แต่คิดว่า​เขาสวยจริง) ​แต่​พระเอกของเรา​ทั้งอ้วน​ทั้งเตี้ย พ่อบ้านแอบนินทาแบบอิจฉาหน่อย​ๆ​ว่ามีผู้หญิงสวยสองคนมาหลงรัก​ได้ยังไงนะ ท่านดอนของเราดู​จะเตี้ยกว่าราชินีเสียอีก

​แต่เรื่อง​ของเรื่อง​​คือ การคัดเลือกตัวแสดงนั้น​​เขาว่ากันด้วยเสียง มิใช่ด้วยหน้าตา ดังนั้น​เราจึง​ได้​พระเอกโอเปร่า​ที่ไม่ค่อย​จะหล่อเท่าไรอยู่​บ่อยๆ​ เรื่อง​นี้ก็พอ​จะทำให้สรุป​ได้ว่า คน​เป็น​พระเอกจริงไม่​ได้ดูกัน​ที่หน้าตา ​เพื่อนเกจิโอเปร่า​เขาบอกว่า นักร้องโอเปร่า​ส่วนใหญ่มัก​จะร่างใหญ่​และอ้วนด้วย ทำให้มีพลังเสียงดี มีเรื่อง​เล่าว่า นักร้องคนหนึ่ง​เสียงดีมาก ​แต่พอ​ไปลดน้ำหนักแล้ว​เสียงกลับไม่​เพราะเหมือนเดิม ​เป็นงั้น​ไป

​ส่วนการจัดฉากในเรื่อง​​ที่​ไปดูนี้เข้าข่าย​ที่เรียกว่า มินิมัลลิสท์ ​คือแทบไม่​ใช้ฉากพิเศษเลย​ (ไม่มีทุ่งนา ภูเขา หรือกำแพงวัง อย่างลิเกเรา) ​เขา​ใช้ฉากเลื่อน​ได้สองตัว ​เป็นลายไม้ขนาดกว้างใหญ่หลายเมตร แล้ว​​เขาปรับมุมฉาก​ทั้งสองนี้​และให้แสงต่างกัน​ไปตามเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ ฉากหลังมัก​จะมืด ​และ​ใช้แสงส่อง​ที่ตัวละครตามอารณ์ต่างๆ​ ​เป็นการ​ใช้อุปกรณ์ฉาก​ที่น้อย​ที่สุด​แต่ให้​ความรู้สึก​ได้ดีจากแสง​และเงา ​ต้องชมเชยศิลปิน​ที่ดูแลเรื่อง​นี้

คุกฝรั่ง
ไหนๆ​ก็คุยเรื่อง​บันเทิงในตอนนี้แล้ว​ ขอเล่าต่อ​ไปถึงหนังทีวีฝรั่งเศส​ที่เพิ่งดู​เมื่อวานนี้ ​เป็นหนังตำรวจสืบหาผู้ร้าย​ที่ฆ่าผู้คุมเรือนจำ ตัวเอกของเรื่อง​​เป็นตำรวจหญิงผมสั้นสวยปราดเปรียว ​และอีกคน​เป็นอัยการสาวสวยสง่า หน้าตาเหมือน​เป็นพี่สาวเซลีน ดิออน​แต่สวยกว่า

แม่บ้านดูแล้ว​อ้าปากค้าง ​ใคร​ที่ว่าตำรวจหญิงในหนังทีวีมะกันสวยเก๋แล้ว​ มาเจอตำรวจสาวฝรั่งเศสเมืองแห่งแฟชั่นแล้ว​ ​ต้องชิดซ้ายก็แล้ว​กัน เธอไม่​ได้​แต่งตัวหรูหราอะไร​หรอก เพียงแค่เสื้อลำลองพูลโอเว่อร์สีสดใส​กับลิปสติกสีเข้ากัน ​แต่เสื้อ​ที่เลือกมา​แต่ละตัว แม่เจ้าประคุณเอ๋ย ราว​กับออกมาจากแค็ทวอล์ค เลย​ไม่รู้ว่าตำรวจฝรั่งเศสมีเครื่องแบบหรือเปล่า

คลิกดูภาพขยาย


​ส่วนคุณอัยการสาว (กลางคน) นั่น​ต้องเรียกว่าเดินออกมาจากบูติคหรูก็แล้ว​กัน สงสัยว่าพี่คริสเตียน ดิออร์​จะมี​ส่วนรับผิดชอบ​กับชุดของตำรวจ​กับอัยการสาวก็ไม่รู้ (แม่บ้านดู​เขาแล้ว​ก็แอบก้มดูเสื้อผ้าจากเมืองไทยของตัวเองด้วย​ความภูมิใจ เราตามแฟชั่นบ้านเราก็ถือว่าอุดหนุนสินค้าบ้านเราเช่นกัน ยกเว้นเสื้อผ้าอุ่นๆ​เท่านั้น​​ที่หาซื้อบ้านเรา​ได้ยาก)

​เอาละ ก่อน​ที่แฟนคลับชาย​จะเบื่อเรื่อง​หญิงๆ​ของแม่บ้าน ​จะเล่าถึงฉากในสถานีตำรวจว่า​เป็นอย่างไร ลองหลับตานึกถึงสำนักงานสถาปนิก​ที่มีโต๊ะทรงเก๋ๆ​ เก้าอี้สีสวย คอมพิวเตอร์จอบางเฉียบ โคมไฟประมาณดีไซเนอร์ เห็นแล้ว​​ต้องขยี้ตาอีกครั้งว่านี่โรงพักฝรั่งเศสจริงหรือเปล่า อาจ​เป็น​ได้ว่าหนังอาจ​จะทำให้สวยเข้าไว้ ของจริงอาจ​จะไม่​เป็นอย่างนั้น​ก็​ได้ วันหลังว่างๆ​ แม่บ้าน​จะลองแว่บ​ไปดูแถวสถานีตำรวจสวิสเสียหน่อย​ว่า​เป็นอย่างไรบ้าง​

​ส่วนคุกในหนังนั้น​ ไม่รู้ว่า​เป็นคุกจริงหรือปลอม ​และ​เขาทำเลียนแบบของจริงหรือเปล่า ดูรูปแบบก่อสร้างแล้ว​ค่อนข้างโปร่ง เบา สบาย ดูเหมือนโรงพยาบาลเอกชน ผู้คุมใส่เครื่องแบบ​ที่มีลายเส้นเก๋ (น่า​จะออกแบบ​โดยดีไซเนอร์เหมือนกัน) ห้องขังนักโทษเดี่ยวเหมือนห้องชุดเล็กๆ​ในโรงแรมอย่างไงอย่างนั้น​ มีชักโครกแบบมีปุ่มกด มีเตียงนอน ชั้นหนังสือ โต๊ะเขียนหนังสือเล็ก ตู้ติดผนังลอยตัวเล็กๆ​เก็บของกระจุกกระจิก ผู้คุมก็ปฏิบัติ​กับนักโทษอย่างเกรงอกเกรงใจ นอกเหนือจากขาดอิสรภาพแล้ว​ นักโทษดู​จะอยู่​สบายทีเดียว

เนื้อหาของหนังก็มีจุด​ที่น่าสนใจ​คือ ผู้คุมนั้น​ถูกฆ่าตาย​โดยนักโทษชาย​ที่​ได้รับการปล่อยตัวออก​ไปช่วงกลางวัน แม่บ้านดูแล้ว​งงๆ​หัน​ไปถามพ่อบ้านว่ามียังงี้ด้วยหรือ​ที่ปล่อยนักโทษออก​ไปตอนกลางวัน​โดยไม่​ต้อง​ไปล้างท่อ พ่อบ้านบอกว่าในยุโรป นักโทษ​ที่ปฏิบัติตัวดี​และใกล้​จะพ้นโทษแล้ว​นั้น​ ทางเรือนจำ​จะหางานทำนอกคุกให้ (หรือนักโทษหา​ได้เองก็แล้ว​​แต่) แล้ว​ปล่อยตัวให้​ไปทำงานนอกคุก พอตอนเย็นก็กลับมานอนในคุกจนกว่า​จะพ้นโทษ

วิพากษ์คุก
พอหนังจบแล้ว​ ทีวีสวิส​เขาก็ตัดมา​ที่รายการสนทนารอบบ้านผ่านเมือง พิธีกรก็นำเสนอ​ว่าคืนนี้​จะคุยกันเรื่อง​คุกในสวิสว่าสถานการณ์​เป็นอย่างไร ​และวิจารณ์คุกฝรั่งเศส​ที่เห็นในหนัง​ไป​พร้อมกัน ผู้ร่วมสนทนาก็มีนักจิตบำบัดผู้​ต้องขัง ผู้อำนวยการเรือนจำ นักกฎหมาย ประธานสมาคมผู้คุม ​และ​ที่เจ๋ง​ที่สุด ​คือ นักโทษชาย​ที่​ได้รับการปล่อยตัวครึ่งหนึ่ง​ (เหมือน​ที่พ่อบ้านอธิบายให้ฟัง) มาคุยกันจ้อยๆ​ว่านักโทษอยาก​ได้อะไร​ ​ถ้านักโทษกลาย​เป็นผู้อำนวยการเรือนจำ​จะอยากทำอะไร​ก่อน ทางเรือนจำให้อะไร​​ได้บ้าง กฎหมายว่าอย่างไร จิตวิทยานักโทษ​เป็นอย่างไร

ทางรายการ​เขาก็ตัดภาพคุกในสวิสฯให้เห็น ​ซึ่งก็ดูเรียบร้อย​ โปร่งสบาย อยู่​ในหุบ​เขา​ที่มีวิวสวยทีเดียว ห้องหนึ่ง​อยู่​กันสองคน มีเตียงเรียบๆ​สองเตียง ไม่มีเครื่องเรือนฟู่ฟ่าเหมือนในคุกฝรั่งเศส​ที่เห็นในหนัง ​เขามีสถิติให้ดูว่าจำนวนคนคุกในเขตเจนีวานี้ถือว่าล้นคุก​คือมีปริมาณนักโทษถึง 120% ของจำนวน​ที่กำหนด ​แต่ในเขตสวิสอิตาลีมีแค่ 60% กว่าๆ​ ​เขาบอกว่าคนคุกทางด้านเจนีวานี้​เป็นคนต่างชาติ​ที่หลบเข้าเมืองมาทำผิดก็มาก สงสัย​จะบอก​เป็นนัยๆ​ว่าคนสวิสไม่มีเหตุให้​ต้องติดคุกเท่าไรมั้ง

นักโทษชาย​ที่มาออกรายการนี้อายุประมาณกลางคน แกบอกว่าติดคุกโทษฐานหนีทหาร ​กับอีกโทษหนึ่ง​​ซึ่งแกไม่​ได้บอก ท่าทางแกก็สบายอกสบายใจดี พูดจาคล่องแคล่ว พ่อบ้านบอกว่า ภาษาฝรั่งเศส​ที่แกพูดนี้ถือว่า​เป็นภาษาฝรั่งเศสชั้นดี ​เพราะมีการ​ใช้ศัพท์​ที่คนทั่ว​ไปไม่ค่อย​ใช้กัน พ่อบ้านชมว่าแกพูดภาษาฝรั่งเศส​ได้คล่องกว่าท่านผู้อำนวยการทัณฑสถานก็แล้ว​กัน

เราสองคนดูรายการนี้ไม่จบ​เพราะค่อนข้างดึก ​แต่แม่บ้านเอง​ได้​ความรู้อะไร​ขึ้น​อีกแยะ ​และ​ที่สะเทือนใจ​คือผู้ดำเนินรายการ​เขา​เอาภาพคุกในประเทศอื่นๆ​มาให้ดู​เป็นทำนองว่า ​ใคร​ที่อยากบ่นเรื่อง​คุกในสวิสนัก ก็ลองดูชาติอื่น​เขาปฏิบัติ​กับนักโทษของ​เขาแล้ว​กัน ​เป็นภาพคนโทษในจีน ในรัสเซีย ในอาฟริกา ในเอเชีย​ที่ดูไม่ออกว่า​เป็นประเทศอะไร​ เรา​ได้เห็นภาพลวดหนาม​ที่ล้อมขึ้น​มาสูง เห็นภาพนักโทษแออัดอยู่​ในห้องขัง ห้องส้วม​ที่ล้นจนเหม็นเน่า ห้องน้ำ​ที่สุดแสน​จะโสโครก การนอนกันอย่างแออัดเหมือนคอกหมู การกวาดต้อนให้นักโทษวิ่งตัวเปลือยเปล่าแล้ว​ก็ไล่ตีด้วยกระบอง

คลิกดูภาพขยาย


​เป็นภาพ​ที่ขัดแย้ง​กับสิ่ง​ที่เพิ่งเห็นในหนังฝรั่งเศสหรือใน​ความ​เป็นจริงของเมืองสวิส ทำให้เกิด​ความตระหนักว่าในประเทศ​ที่เจริญ​และร่ำรวยอย่างสวิสเซอร์แลนด์ ​แม้​แต่นักโทษ​เขาก็ดูแลอย่างดี​และให้มีสิทธิมีเสียง​ที่​จะเรียกร้อง​ได้ ​แต่นั่นแหละ​สิ่งเหล่านี้​เป็น​เพราะพลเมือง​เขา​ต้องเสียภาษีหนักมาก

เมืองสวิสฯก็​กำลังมีปัญหาเรื่อง​บำนาญของคนชราเหมือนกัน ​เพราะคนแก่มีจำนวนมากขึ้น​​เนื่องจาก​ความมีอายุยืนติดอันดับสามของโลก ทำให้คนสวิส​ต้องมาถกกันว่าควร​เอาทองคำทุนสำรองของประเทศออกมา​ใช้​เพื่อเลี้ยงคนแก่หรือเปล่า เท่า​ที่ฟังข่าวยังไม่มีข้อสรุป

น้ำรีไซเคิล
สุดท้ายนี้ขอแถมข่าวเล็กๆ​ใกล้บ้านเรา ​คือ ​ที่สิงคโปร์​เขามีการรีไซเคิลน้ำดื่มแล้ว​ ข่าวไม่​ได้บอกว่ารีมาจากน้ำอะไร​ ผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองสิงคโปร์​เขาออกมาทำแคมเปญเรื่อง​น้ำรีไซเคิลด้วยตัวเอง ​และดื่มให้สาธารณชนดูด้วยว่าปลอดภัยจริงๆ​นะ (​เขาว่ามีอัตรา​ส่วนของน้ำหมุนเวียนประมาณหนึ่ง​หยดในน้ำหนึ่ง​ขวด) นี่ก็​เป็น​ความก้าวหน้าของโลกเราอีกอย่างหนึ่ง​ ​ถ้าเช่นนั้น​ ก็​ต้องถือว่าการดื่มน้ำปัสสาวะ​เป็นการรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์สินะ

ด้วยรักค่ะ​
แม่บ้าน

ปล ภาพชุดนี้ทำสำเนามาจากพวก background for screen ​ทั้งนั้น​เลย​ค่ะ​ หาภาพ​ที่เข้า​กับเรื่อง​ไม่ทันค่ะ​ ขออภัยด้วย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-229 Article's Rate 40 votes
ชื่อเรื่อง จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) --Series
ชื่อตอน 13 ไปดูลิเกฝรั่ง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๑๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ป้าแก่ [C-3143 ], [210.213.38.191]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.พ. ๒๕๔๘, ๒๑.๑๗ น.


​​และแล้ว​​ก็​​ได้ติดตามอ่าน ปีหนึ่ง​​จนจบเรียบร้อย​​ สนันสนุน​​ความคิด​​ที่มีคนยุ
ให้ส่งเรื่อง​​​​ไป​​ที่อัมรินทร์ ​​แต่เรื่อง​​นี้ก็หลายปีแล้ว​​ ไม่ทราบว่าคุณรจ​​ได้ลองส่งหรือยัง
​​เอาใจช่วย​​และ​​เป็น​​กำลังใจให้ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น