นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #24
pilgrim
...​แต่มานึกอีกที ฉันเดินทาง​กับเลสลีย์ คงไม่น่า​จะมีอะไร​ อีก อย่าง วัยปูนนี้แล้ว​ ​จะมาถูกข่มขืนตอนแก่ ก็นึกว่าคงทำเวรกรรมมาหนัก...

ตอน : ยิ้มละมุนละไม...กับใจของเธอ(1)

1. บิน..บิน...​​และบิน

การเดินทางของฉันเริ่มต้นขึ้น​ ​เมื่อเลสลีย์​เพื่อนรักในอังกฤษ ชวน​ไปดูนิทรรศการ Property show ชื่อว่า A Place in the Sun ​ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติของอังกฤษ​ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ​เพราะเลสลีย์​และแคเรนสองศรีพี่น้อง อยาก​จะ​ใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ณ ประเทศอันอากาศอุ่นสบาย(​แต่ฉันว่ามันร้อน) ​ที่ไม่หนาวเย็น ​และค่าครองชีพแพงมหาโหดอย่างอังกฤษ

เรา​ไปเจอบูธหนึ่ง​ ขายตั๋วเครื่องบินแพคเกจราคาไม่แพงนัก เหมารวม​ที่พัก 3 คืนในภูเก็ต ​พร้อมพา​ไปเยี่ยมชมโครงการบ้านจัดสรร​(property site) เลสลีย์ก็อยาก​ไปทันที ​พร้อม​ทั้งคะยั้นคะยอให้ฉัน​ไปด้วย ​เพราะฉัน​เป็นคนไทย

ฉันก็ต่อรองว่า ​ถ้า​จะให้ฉัน​ไป ​ต้องยืดเวลานะ ​เพราะฉันอยาก​ไปหาครอบครัว​และ​เพื่อนๆ​ด้วย เลสลีย์ก็ตกลง ทางบริษัทเรียลเอสเตทก็ตกลง ฉันก็เลย​ตกลง

แล้ว​เราก็เตรียมตัวออกเดินทางกัน ฉันรีบติดต่อคนทางเมืองไทยทันที ​แต่ก็​ได้​เป็นบางคน ​เพราะเวลา​ที่อยู่​ในเมืองไทยมีน้อยมาก แค่อาทิตย์เดียว (ขนาดนี้อาจารย์ฉันยังด่า ว่ายู​จะกลับ​ไปทำไม มีอะไร​พิเศษเหรอถึง​ต้องกลับ​ไป โธ่ จานขาไม่เห็นใจกันบ้างเลย​ หนูน่ะ ไม่​ได้เจอหน้าพ่อหน้าแม่มาสองปีแล้ว​นะ)

นอกจากพ่อ แม่ พี่น้อง ญาติๆ​(เหลือป้าเพียงคนเดียว) แล้ว​ก็มี​เพื่อนสนิท ​และ​เพื่อนๆ​กลุ่มหนึ่ง​​ที่ฉันติด​ต่อมา​ได้ราวๆ​ปีสองปี ​แต่แทบ​จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากัน ​ได้ดูเพียงจากรูปถ่าย​ที่บางคนแลกส่งมาให้ดูกัน ราว​กับทหารเกณฑ์​ที่เขียนจดหมายถึงสาวๆ​

ฉันตัดสินใจติดต่อ​กับ​เพื่อนกลุ่มนี้​พร้อมแจ้งวันกลับมาเยี่ยมบ้าน ด้วยเหตุ​เพราะ​เพื่อน(รุ่นพี่)กลุ่มนี้ แสน​จะดี​และน่ารัก คอยไถ่ถามถึงวันกลับของฉัน ​เพื่อ​จะรอวันนัดพบกันเสมอๆ​ แถม​เป็น​กำลังใจให้ฉันอย่างดี

​แต่อีกใจหนึ่ง​ ฉันก็รู้สึกเกรงใจ นี่​จะ​เป็นการรบกวนพวก​เขาเกิน​ไปหรือเปล่า ​แต่ละคนก็มีภาระครอบครัว​ที่​จะ​ต้องดูแล ไม่​ได้ลอย​ไปลอยมาเหมือนฉัน

ใจหนึ่ง​ก็บอกว่า ลองดูก่อนเถิดน่า ​ถ้า​เขาไม่ว่างก็ไม่​เป็นไร ​เพราะโปรแกรมท่องเ​ที่ยวของฉันยืดหยุ่น​ได้

ทริปนี้​เป็นทริปแบบทัวร์เต็ม​ที่ ​เพราะฉันมีเลสลีย์พ่วงมาด้วย ​จะพาเจ้าหล่อนมานอนเกาพุงอยู่​บ้านเฉยๆ​ก็ไม่เข้าที

เราเริ่มกัน​ที่ภูเก็ต ฉัน​กับเลสลีย์ออกเดินทางจากสนามบินเบอร์มิงแฮม ​เพื่อ​จะขึ้น​เครื่องของสายการบินเอมิเรตส์​ไปลง​ที่ดูไบ แล้ว​เปลี่ยนเครื่อง​ไปกรุงเทพฯ

ฉัน​ได้ยินว่าสายการบินเอมิเรตส์ก็ชักกลัวๆ​ ​เพราะ​เพื่อนๆ​เคยฟอร์เวิร์ดเมล์มาบอกว่า สายการบินนี้มีเรื่อง​การข่มขืน ​โดย​จะมีผู้ชายแกล้งมาหลอกผู้หญิง​ที่เดินทางคนเดียวให้​ไปช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมลูก​ที่ห้องน้ำ แล้ว​​จะมีแกงค์​เพื่อนรอข่มขืนอยู่​ ​โดย​ที่​ใครก็ช่วยไม่​ได้ แถมบางคนถูกมอมยา​ไปขาย​ที่ดูไบอีกด้วย

​แต่มานึกอีกที ฉันเดินทาง​กับเลสลีย์ คงไม่น่า​จะมีอะไร​ อีกอย่าง วัยปูนนี้แล้ว​ ​จะมาถูกข่มขืนตอนแก่ ก็นึกว่าคงทำเวรกรรมมาหนัก ​แต่ก็คง​ต้องระแวดระวัง ​และคิดว่าอะไร​​จะเกิดก็​ต้องเกิด

คลิกดูภาพขยาย


​แต่​เมื่อขึ้น​มาถึงบนเครื่องบิน ทุกอย่างผิดคาด

ฉันขอบอกเลย​ว่า สายการบินเอมิเรตส์​เป็นสายการบิน​ที่ดีมากๆ​ มีจอทีวีเล็กๆ​​ส่วนตัวให้ผู้​โดยสารทุก​ที่นั่ง เลือกดูหนัง​ได้​เป็นร้อยเรื่อง​ เลือกฟังเพลง​ได้​เป็นร้อยๆ​สถานี
พนักงานต้อนรับก็ดี​ทั้งหญิง​ทั้งชาย ฉันเองก็เคยบินมาแล้ว​หลายสายการบิน

​ถ้า​เป็นสายการบินของฝรั่ง พนักงานหรือแอร์ของ​เขาก็​จะโหดๆ​หน่อย​ ​คือไม่ค่อยยิ้มแย้ม ​แต่ก็​เป็นมิตรดี บริการทุกคนด้วย​ความเท่าเทียมกัน เพียง​แต่ไม่ค่อยยิ้ม เดินเสิร์ฟอาหาร​และบริการแบบหนักแน่นจริงจัง ​เพราะคุณเธอตัวใหญ่ๆ​กัน

​ถ้า​เป็นสายการบินจีน พนักงาน​จะขาวสวยหมวยน่ารัก ​และยิ้มละเมียดละไมขึ้น​หน่อย​ ​แต่การให้บริการบางทีก็ไม่นิ่มนวล

​ที่ฉันเคยเจอ ฉันขอให้คุณแอร์ช่วยเก็บกระเป๋าคอมพิวเตอร์แลพท็อปให้บนชั้นเหนือศีรษะ ​เพราะฉันตัวเตี้ย เขย่งก็ไม่ถึง คุณเธอเหวี่ยงกระเป๋าขึ้น​วางเปรี้ยง ทำ​เอาฉันคอย่น ​เพราะสงสารน้องคอมฯจับใจ ตอน​เอาลง ฉันเลย​ปีนเก้าอี้หยิบเอง(รู้งี้ ปีนเองตั้งแต่แรกแล้ว​วุ้ย)

​ส่วนสายการบินแห่งชาติของเรานั้น​ อย่าให้พูดเลย​ ฉันแทบ​จะไม่ประทับใจ ​เพราะฉันไม่ใช่พวกไฮโซ พวกคุณแอร์คงไม่ค่อยอยาก​จะบริการฉันเท่าไหร่ เวลายิ้มๆ​ บางทีก็ดูเหมือนเธอสวมหน้ากากกันพิกล

แถมคง​เป็นเวรกรรมของฉัน ขึ้น​เครื่องของสายการบินแห่งชาติทีไร ฉันมัก​จะถูกขอให้เปลี่ยน​ที่นั่งอยู่​เรื่อย ประมาณว่าพอเรา​ได้​ที่นั่งสบายๆ​ ก็มัก​จะถูกขอให้เปลี่ยน​ไปนั่ง​ที่เบียดเสียดยัดเยียด

ครั้งหนึ่ง​ ฉันเคยเช็คอิน​กับพ่อหนุ่มผิวดำใจดี​ที่อังกฤษ ​เขาให้​ที่นั่งตรงประตูทางเข้า-ออก​กับฉัน ​ซึ่ง​เป็น​ที่นั่ง​ที่เหมือน โอ้ สวรรค์มาโปรด ​เพราะ​สามารถลุกยืน เหยียดขา​ได้ตามใจชอบ

คุณแอร์ทำท่า​จะมาขอฉันเปลี่ยนอีกแล้ว​ เธอทำ​เป็นพูดกันเปรยๆ​ว่า...​. เนี่ยมีฝรั่งตัวใหญ่นะ ให้​เขา​ไปนั่ง​ที่ตรงอื่นๆ​​เขาคงอึดอัดน่าดู...​แล้ว​ก็เล็งๆ​มาตรงฉัน ฉันก็ทำ​เป็นไม่รู้ไม่ชี้ ​แต่ก็นึกในใจ...​ตัวใหญ่แล้ว​ทำไมไม่ซื้อชั้น business ฟะ ถึงฉันตัวเล็ก​แต่ก็อยากนั่ง​ที่สบายเหมือนกันนา

ไม่ใช่ว่าฉันใจดำนะ ​แต่บางทีมันก็เหลือทนเหมือนกัน ​ที่บางคน ​เขามัก​จะเห็นฝรั่งดีกว่าพวกเราเสมอ

ดีว่า ใน​ที่สุด ไม่มี​ใครกล้ามาถามฉัน ฉันก็ยังนึกว่า ​ถ้าเจ้าหล่อนพวกนั้น​เข้ามาถามจริงๆ​ ฉันก็คงปฏิเสธไม่ออกเหมือนกัน

อีกคราวหนึ่ง​ ​ได้​ที่นั่งด้านริมแบบสาม​ที่ มีพ่อหนุ่มคนหนึ่ง​นั่งริมหน้าต่าง ​ส่วนฉันนั่งริมทางเดิน(ฉันชอบมาก ​เพราะลุกเข้าออกสบาย) ​ส่วน​ที่ตรงกลางว่าง ไม่มี​ใครนั่ง

กว่า​จะขึ้น​เครื่อง​ได้ก็เกือบตีสอง ฉันก็ง่วงเต็ม​ที่ ก็เลย​หลับๆ​ก่อนเครื่อง​จะออก มาอีกแล้ว​ คุณแอร์ ทำ​เป็นมาคุยๆ​กันอยู่​เหนือศีรษะฉันว่า อยาก​จะเปลี่ยนให้คุณแม่ลูกอ่อนมานั่งตรงนี้ ​เพราะ​ที่ว่าง ​แต่คุณคนนี้​เขาหลับเสียแล้ว​

เฮ้อ ขนาดคนหลับ ยังตามมาเบียดเบียน ด้วย​ความ​ที่เห็นแก่แม่ลูกอ่อน ฉันเลย​​ต้องลืมตาขึ้น​มา แล้ว​รับบทนางเอกผู้เสียสละ​ไป

พลางก็คิดในใจ ทำไม​ต้อง​เป็นตูทุกทีเลย​ฟะ คาดว่า พวกเจ้าหล่อน คงเห็นฉันตัวเล็ก ฉบับ​กระเป๋า​จะหยิบจับ​ไปวางไว้ตรงไหนก็​ได้ (เล็ก​แต่อ้วนนะจ๊ะ​ แม่คุณ ไม่เห็นใจกันบ้างเลย​)

พนักงานของสายการบินเอมิเรตส์น่ารัก​ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย มีแอร์หลายชาติปะปนกัน​ไป​ทั้งหญิง​และชาย ​แต่ละคนขยันบริการสุดฤทธิ์ ไม่เลือก​ที่รักมัก​ที่ชัง หรือเลือกบริการ​แต่ฝรั่ง หรือคนรวยๆ​เหมือนสายการบินบางสาย ยิ้มแย้มจากดวงตา ไม่สวมหน้ากากแล้ว​ยิ้มเย็นๆ​ จนเราหนาวขั้วหัวใจ (คนดีๆ​ก็มีนะ ไม่ใช่ว่า​จะเหมารวม​ไปเสียหมด ​แต่​ส่วนใหญ่​ที่เจอ​จะ​เป็นแบบนี้จริงๆ​ ยิ่งแอร์แก่ๆ​ หรือแอร์กี่ละก็ ฮึ้ย อย่าให้พูดเลย​)

อาหารบนเครื่องของ​เขาก็อร่อย​ใช้​ได้ ​แต่ไม่มีหมูนะจ๊ะ​ ​เพราะ​เขา​เป็นสายการบินแห่งชาติอาหรับ ​เป็นแขกจ้า

เสียอย่างเดียว ตอนขึ้น​เครื่องจากดูไบมากรุงเทพฯ ฉัน​ได้​ที่นั่งติด​กับพ่อหนุ่มแขกคนหนึ่ง​ พอแกเห็นฉัน​เป็นหญิงก็ทำมา​เป็นเหล่ๆ​ แล้ว​ยักคิ้วหลิ่วตาให้ แถมนั่งกางขา กางแขน จนฉัน​ต้องนั่งตัวลีบ ​แต่ฉันก็เฉยๆ​ซะ ไม่เสวนาด้วย พอพ่อหลับ ก็กรนเสียงสนั่นกรอกหูฉัน เฮ้อ เวรกรรมของตูจริงๆ​

เรา​ใช้เวลาบินจากเบอร์มิงแฮมมาถึงดูไบราวๆ​ เจ็ดชั่วโมง ก็ลงต่อเครื่อง ล้างหน้าแปรงฟันกัน จากนั้น​ก็ต่อเครื่องจากดูไบมากรุงเทพฯ อีกราวๆ​หกชั่วโมง
สนามบินดูไบก็สวยดี สว่างไสว​และคนยุ่บยั่บ

ออกจากเบอร์มิงแฮมราวๆ​สองทุ่มวันพฤหัสฯ มาถึงดูไบเช้า​วันศุกร์ ​เพราะเวลามัน​จะหายๆ​ เกินๆ​​ไป จากนั้น​ก็มาถึงกรุงเทพฯ​เอาตอนค่ำวันศุกร์ราวๆ​ หกโมงเย็น

ฉันตื่นเต้นเล็กน้อย ​เพราะ​ได้มาลง​ที่สนามบินสุวรรณภูมิ​เป็นครั้งแรก

สนามบินสุวรรณภูมิก็ดูใหญ่โต หรูหราดี ​แต่ฉันไม่ชอบเพดานเลย​ ​เพราะมัน​เป็นปูนล้วนๆ​ หรือ​เขาทาสีแล้ว​ฉันตาไม่ดีก็ไม่รู้ มองขึ้น​​ไปเหมือนอาคารจอดรถพิกล ​แต่ละเทอร์มินอลเดินไกลเหมือนกัน

ถึงกรุงเทพฯแล้ว​ใช่ว่า​จะ​ต้องหยุดการเดินทาง หาก​แต่พวกเรายัง​ต้องขึ้น​เครื่องต่อ​ไปภูเก็ตกันอีก ​แต่กว่าเครื่อง​จะออกก็ราวๆ​สี่ทุ่มกว่า พวกเราก็เลย​​ไปเช็คอิน​ไปภูเก็ตกันก่อน จากนั้น​ก็เริ่มหาข้าวเย็นหม่ำกัน

เดิน​ไปถาม พนักงานสายการบินแห่งชาติ​ที่ยืนอยู่​ใกล้ๆ​ ว่าร้านอาหารอยู่​ทางไหนคะ​

เธอก็ทำหน้าเย็นๆ​ตอบกลับมาอีกแล้ว​ว่า อยู่​ชั้นสาม...​หมายเหตุ ท่าทางเธออาวุโสค่ะ​ ไม่มีรอยยิ้ม​แม้สักนิด

ทำให้ฉันรู้สึกว่า​ การพูดภาษาไทยนี่ มันไม่​ได้ให้คุณประโยชน์​กับตัวเราเลย​ ​เพราะการ​เป็นคนไทย ดูเหมือน​จะ​ต้องกลับเข้ามาสู่การแบ่งแยกทางชนชั้น อาวุโส ​และ​ความจน ​ความรวย

ปลอมตัว​เป็นคนญี่ปุ่น มาเลย​์ ฟิลิปปินส์​ไปเลย​ดีกว่า (ฉัน​ใช้มุขนี้​ที่ภูเก็ต​เป็นบางครั้งเหมือนกัน)

แล้ว​ฉัน​กับเลสลีย์ก็รับประทานอาหารกัน​ที่สนามบิน ข้าวหน้าเป็ดจานละ 80 บาท​ สุกี้น้ำทะเล จานละ 80 บาท​ บัวลอยเผือกถ้วยละ 50 บาท​ น้ำแร่ขวดละ 20 บาท​ กินกันสองคนหมด​ไปสามร้อยกว่าบาท​

ฉันก็พยายามนึกถึง​เป็นเงินปอนด์เข้าไว้ ​จะ​ได้ไม่ขนหัวลุกมาก อิๆ​ๆ​ๆ​ ก็เข้าใจว่า ​เขา​ต้องขายราคาต่างชาติ ​แต่สำหรับคนไทย มันก็อดขนพองสยองเกล้ามิ​ได้นิ

เรื่อง​นี้มันน่าช้ำใจจริงๆ​ ​เพราะค่าเงินฝรั่งสูงกว่าเรา ​เขามาบ้านเรา อะไร​ก็ถูก​ไปหมด ขนาดว่าคนไทยโก่งราคาแล้ว​ ​เขาก็ยังเห็นว่าถูก

ฉันมาแบบนี้ก็เลย​​ต้องทำใจ คิดว่า ตอนเราอยู่​อังกฤษ เรายังกินอยู่​แบบแพงๆ​​ได้ มาคราวนี้ ​เมื่อ​ต้องมากินอยู่​แบบแพงๆ​ ก็คิดเสียว่า ​เอาเงินเข้าประเทศ ​เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้หมุนเวียนแล้ว​กัน

จากนั้น​ เราก็วิ่ง​ไปขึ้น​เครื่อง​ไปภูเก็ตกัน ก่อนขึ้น​เครื่อง ฉันโทร.หา​เพื่อนๆ​พี่ๆ​บางคน ​เพื่อยืนยันว่า ฉันมาแล้ว​นะจ๊ะ​ มาจริงๆ​ แน่นอน

นั่งเครื่องจากสุวรรณภูมิ​ไปภูเก็ต เรา​ได้ของว่างจากคุณแอร์ ​เป็นขนมพาย ​ที่แช่เย็นจนเย็นชืด เลสลีย์บ่นกระปอดกระแปดใหญ่ ​เพราะ​ทั้งฉัน​และเธอ ไม่ชอบกินขนมพาย​ที่เย็นอย่างนี้

ขนมพายมันน่า​จะกินตอนอบมาร้อนๆ​มากกว่า ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม​เขาถึง​เอามาเสิร์ฟแบบเย็นๆ​
เลสลีย์ก็เลย​ไม่ประทับใจสายการบินแห่งชาติ ด้วยเหตุนี้แล

​เมื่อถึงสนามบินภูเก็ตราวๆ​ 5 ทุ่ม ซู สาวตัวแทนของบริษัทเรียลเอสเตทมาคอยรับอยู่​ ​เพื่อ​จะพาเรา​ไปส่ง​ที่โรงแรม เธอ​เป็นพนักงานขายชาวแคนาดา​ที่ทำหน้า​ที่ขายอสังหาริมทรัพย์ของคนไทย​ที่ภูเก็ต

เธอพาเรา​ไปส่ง​ที่รีสอร์ตหรู ชายหาดบางเทา ​พร้อม​กับนัดกำหนดการวันรุ่งขึ้น​ ฉันถามเธอว่า ​ต้อง​ใช้เวลานานไหม เธอบอกว่า ก็คง​ใช้เวลาดูโครงการราวๆ​ 40 นาที เธอนัดว่า ​จะมารับตอนสิบโมงครึ่งตอนเช้า​ ฉันก็คิดว่า หวานเรา จากนั้น​ เรา​จะ​ได้​ไปหาพี่วันดีกัน

โรงแรม​ที่ฉันพัก จัดกระเช้า​ผลไม้ไว้ต้อนรับพวกเราหนึ่ง​กระเช้า​ ฉัน​กับเลสลีย์เลย​รับประทานผลไม้​เป็นรอบดึกก่อนเข้านอน มีสับปะรดภูเก็ต​ที่เลสลีย์ชอบมากๆ​ ละมุดหวานอร่อย พุทราจีน กล้วยหอม ​และส้มเขียวหวาน ​ที่เลสลีย์ประหลาดใจว่า ขึ้น​ชื่อว่าส้มน่า​จะ​เป็นสีส้ม ​แต่ทำไมเปลือก​เป็นสีเขียว

ฉันนอนไม่หลับ ​เพราะสับสน​กับเวลา​ระหว่างอังกฤษ​และไทย กว่า​จะหลับจริงๆ​ก็ตีสอง ตีสาม เช้า​ก็ไม่อยากตื่น ตอนนอนก็เฝ้าคิด อยากให้เช้า​เร็วๆ​ ​เพราะอยากโทร.หาพี่วันดี ​เพื่อนผู้พี่​ที่คุ้นเคยกันผ่านทางโลกไซเบอร์ ​ซึ่งเรา​ได้นัดแนะกันไว้ว่า​จะเจอกัน

พี่วันดี​จะหน้าตา​เป็นอย่างไรหนอ ​จะดุหรือใจดี แล้ว​เราเจอกัน​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​หนอ ฉัน​ได้​แต่คิดวนเวียนเช่นนี้จนหลับ​ไป (นี่​เป็นตัวอย่าง​ที่ไม่ดีนะ ​เพราะมัว​แต่​ไปครุ่นคิดเรื่อง​อนาคตมากเกิน​ไป)

แล้ว​ก็ผล็อยหลับ​ไปแบบไม่รู้ตัว

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2206 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน ยิ้มละมุนละไม...กับใจของเธอ(1) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11723 ], [83.181.105.51]
เมื่อวันที่ : ๒๐ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๑๕.๐๙ น.

เข้ามาลงชื่อติดตามผลงานตอนใหม่ของพิลกริมจ้า...​​.แค่ชื่อเรื่อง​​ก็น่าอ่านแล้ว​​...​​.ยิ้มละมุนละไม...​​.ทำให้นึกถึงยิ้มของพิลกริม

แล้ว​​​​จะมาเขียน​​ความคิดเห็นในภายหลังค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปอ เปลือกไม้ [C-11725 ], [125.26.29.240]
เมื่อวันที่ : ๒๐ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๑๘.๕๒ น.

เห็นเธอยิ้มมองละมุนอุ่นดวงจิต
​​ได้แค่คิดหวาดหวั่นใจสั่นหนาว
เกือบ​​จะลืมวัยชะราหาเรื่อง​​ราว
นี่​​ถ้าสาวยิ้มสู้น่าดูใจ...​​
ยิ้มแค่นี้พอหรือเปล่า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : แสนรัก [C-11790 ], [219.184.210.12]
เมื่อวันที่ : ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๑๓.๒๕ น.

แสนรักมายกมืเห็นด้วย​​กับพี่พิลล่ะ ว่าสายการบินแห่งชาติของเรานั้น​​ บริการไม่ประทับใจ คนในชาติอย่างเราจริงๆ​​ อิอิ..​​แต่พี่พิล​​เอาประสบการณ์บนฟ้ามาเล่าแบบขำๆ​​ ดีอ่ะ แสนรักอ่าน​​ไปหัวเราะ​​ไป

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น