นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #22
pilgrim
...​โดยเฉพาะ​ที่บ้านพี่จอห์นนั้น​ แกทำอย่างก๊ะบ้านแก​เป็นค่ายทหาร แล้ว​พวกเรา​เป็นทหารเกณฑ์มาเข้าค่ายฝึก...

ตอน : สุดแผ่นดินอังกฤษ: ซอมเมอร์เซ็ต-เดวอน-คอร์นวอล ทะเลตะวันตกฝั่งแอตแลนติก

Land's end - St. Ives

พุธ 24 สิงหาคม 2005


พวกเราตื่นกัน​แต่เช้า​เหมือนเดิม ​เพราะเคยชินเสียแล้ว​ อีกอย่าง​ต้องตื่นให้ทันจังหวะ​ที่ทาง B&B ​เขาเสิร์ฟอาหารเช้า​ด้วย
นอกจากระเบียบในการเข้าพักดัง​ที่เล่ามาแล้ว​ แกยังสั่งว่า ตอนเช้า​ อาหารเช้า​เริ่มเจ็ดโมงครึ่ง ให้พวกเราลงมาจากห้องให้ตรงเวลา ห้ามขาด ห้ามเกิน​แม้​แต่นาทีเดียว

พวกเราอาบน้ำ ​แต่งตัวเสร็จกันตั้งนานแล้ว​ ก็ไม่กล้าลง​ไป ​เพราะกลัวถูกจ่า เอ๊ย พี่จอห์นดุ ก็เลย​นั่งหัวเราะกันอยู่​ในห้องด้วย​ความขบขันใน​ความประหลาดพิลึกกึกกือ​ที่เราพบเจอ ​จะขยับตัวยังไม่ค่อย​จะกล้า ​เพราะเดี๋ยว​จะเสียงดังกวนใจพี่จอห์น

​เมื่อ​ได้เวลาเกือบเจ็ดโมงครึ่งเป๊ง พวกเราก็ค่อยๆ​ย่องออกจากห้องกัน
พอเดินเข้าห้องอาหารในบ้านพัก ก็เจอนักท่องเ​ที่ยวคนอื่นๆ​ ทะยอยกันมาเช่นกัน

ว่าแล้ว​จ่า เอ๊ย พี่จอห์นก็มาจัดระเบียบพวกเราแขก​ที่เข้าพักทันที ​เพราะโต๊ะอาหารขนาดใหญ่มีอยู่​เพียงโต๊ะเดียว แกก็จัดให้คนนั้น​ นั่งตรงนั้น​ คนนี้ นั่งตรงนี้

ทุกคนก็​ต้องลงนั่งประจันหน้ากัน เหมือนงานเลี้ยง ห้ามลุกเดินเพ่นพ่าน พี่จอห์นเดิน​ได้คนเดียว ​เพราะแก​เป็นคนเสิร์ฟ ​โดยมีศรีภรรยาของแก ทอดไข่ ทอดเบคอน ปรุงอาหารง่วนอยู่​ในครัว

นี่แหละ​ค่ะ​ ​คือ บริการฉบับ​กระเป๋าของ B&B ประเภทเมียทำครัว ผัวคอยเสิร์ฟ B&B ​ที่ฉันเคย​ไปพักมัก​จะ​เป็นเช่นนี้ ​คือ​ทั้งบ้านมีพนักงานแค่สองคนผัวเมีย

แล้ว​พี่จอห์นก็เดินนำอาหารแบบ English breakfast เข้ามาเสิร์ฟทีละคน พวกเราก็กินกันด้วย​ความ​เป็นระเบียบเรียบร้อย​ แกก็ปล่อยให้พวกเรากินกันใน​ความสงบ ​แต่พวกเราก็คุยกันบ้าง​กับ​เพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆ​

​ส่วนใหญ่ก็คุยกันถึงสถาน​ที่เ​ที่ยว ว่า​ใครมีแผนการอย่างไร ​ใคร​ไปเ​ที่ยวไหนมาแล้ว​บ้าง ดีหรือไม่ สวยหรือเปล่า สนุกไหม ​เป็นต้น
พอกินเสร็จ ทหารเกณฑ์ในค่ายของพี่จอห์นต่างก็แยกย้ายกัน​ไปขึ้น​รถ​ใครรถมัน ขับ​ไปเ​ที่ยวกัน

แคเรน​กับเลสลีย์ตัดสินใจพาฉัน​ไปแลนด์ส์เอนด์ ​เพราะเห็นว่า แลนด์ส์เอนด์ถือ​เป็นไฮไลต์ของการมาเ​ที่ยวคอร์นวอล ด้วย​ความ​ที่​เป็นพื้น​ที่สุดแผ่นดินอังกฤษด้านตะวันตก ประชิด​กับมหาสมุทรแอตแลนติก ฝั่งตรงข้ามก็​เป็นนิวยอร์คของอเมริกา ​แต่ไกลกันโพ้น ประมาณว่ามองไม่เห็นกัน

สองคนเชื่อว่า แลนด์ส์เอนด์ไม่น่า​จะ​เป็น rubbish อย่าง​ที่พี่จอห์นว่า ฉันก็ดีใจ​ไปน่ะสิคะ​ ​เพราะฉันอยาก​ไปมากๆ​ ​แต่ทำ​เป็นเก็บอาการไว้ ตามประสานักท่องเ​ที่ยวเลือดสุพรรณ ​ไปไหน​ไปกัน

พอเราขับรถออกจาก​ที่พัก ฝนก็ตกพรำๆ​ ฉันน่ะใจไม่ดีเลย​ ​เพราะกลัวสองพี่น้องเปลี่ยนใจไม่​ไปแลนด์ส์เอนด์ ​แต่ใน​ที่สุด พวกเราก็มาถึง แคเรนเลี้ยวรถเข้าจอดใน​ที่จอดรถ จากนั้น​ เราก็เดินเข้าสู่บริเวณ​ที่​เป็นสุดขอบแผ่นดินอังกฤษกัน


คลิกดูภาพขยาย



ปากทางเข้าสู่ Land's end


​เมื่อแรก​ที่เดินเข้า​ไป ​เป็นอย่าง​ที่พี่จอห์นว่า ​คือ มี​แต่ร้านรวง สวนสนุกเต็ม​ไปหมด ​แต่​เมื่อเดินออก​ไปให้ไกลจากหย่อมนี้ ก็​จะกลาย​เป็นโขดหิน เนินผา เลียบชายหาด สุดลูกหู ลูกตา ​เป็นธรรมชาติ​ที่อลังการ งดงามมากๆ​

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



พวกเรา​ที่​เป็นนักท่องเ​ที่ยวขาลุย ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่าน​ไป ทุกคนต่างสมัครสมานสามัคคีกันบอกว่า วันนี้ เรา​จะขอเดินเลียบลาดตระเวนหน้าผาแลนด์ส์เอนด์กันเล่นๆ​นะ

ด้านหนึ่ง​ของหน้าผาชายทะเล มีป้ายปักไว้ให้ถ่ายรูป ​ซึ่ง​จะบริการ​โดยช่างถ่ายรูป​ที่มาตั้งบูธอยู่​

​ที่ป้าย​จะเขียนบอกว่า นี่​คือสุดแผ่นดินอังกฤษด้านตะวันตก อยู่​ห่างจากสุดแผ่นดินเกาะบริเทนทางด้านเหนือ​ที่อยู่​ในเขตของสก็อตแลนด์ เรียกว่า จอห์น โอโกรทส์ (John O Groats) 874 ไมล์ ​และจากแลนด์ส์เอนด์นี้ อยู่​ห่างจากนิวยอร์คของอเมริกา 3,147 ไมล์ (มีทะเลคั่นอยู่​) ​และ​จะมีป้ายหนึ่ง​​ที่​จะบอกว่า แลนด์ส์เอนด์นี้อยู่​ห่างจากเมือง​ที่เรามากี่ไมล์


คลิกดูภาพขยาย



ฉันน่ะนึกสงสัย ว่า​ถ้าเราบอกว่ามาจากแบงค็อค ไทยแลนด์ ​เขา​จะมีป้าย​ที่บอกระยะห่างกี่ไมล์ให้หรือไม่

​แต่พอ​ไปดูราคาค่าถ่ายรูป ก็แพงเหมือนกัน ก็เลย​ไม่อยากรู้อีกต่อ​ไป(ฮิๆ​ๆ​) แล้ว​ก็เลย​ถ่าย​แต่ป้ายมาเฉยๆ​

จากนั้น​ เราก็เดินเลียบชายฝั่ง​ไปเรื่อยๆ​ ป่ายปีน​ไปตามโขดหิน ทุ่งหญ้า ​และทุ่งดอกไม้สวยงาม ชายหาดด้านหนึ่ง​ มีทหารมาฝึกอยู่​


คลิกดูภาพขยาย



เนโอมี​ได้เห็นดังนั้น​ก็ตื่นเต้นมาก ​เพราะเธอมัก​จะทึ่ง​และใฝ่ฝัน​กับการ​ได้​เป็นทหาร​และนักสืบแบบเจมส์ บอนด์ ​เป็นชีวิตจิตใจ

​เพื่อให้เข้า​กับบรรยากาศ เธอเริ่มสถาปนาตัวเอง​เป็นหัวหน้าหมวดลาดตระเวนของพวกเราทันที เธอเรียกตัวเองว่า commander ขณะ​ที่พวกเรา​เป็น private หรือ พลทหารของเธอ

แล้ว​ทีนี้ เวลาเดิน ​ใคร​จะนำหน้าเธอไม่​ได้ ทุกคน​ต้องเดินตามหลังเธอ
มีอยู่​ทีหนึ่ง​ เธอเดินนำหน้า แล้ว​​ไปเหยียบก้อนหิน​ที่มีตะไคร่ มอส เกาะ​เพราะ​ความเปียกชื้น ลื่นแล้ว​ล้มลงดังป้าบ ท่าทาง​จะเจ็บน่าดู

commander ของเราลุกขึ้น​มา​ได้ ร้องไห้แงๆ​ แล้ว​ละล่ำละลักบอกว่า
"ฮือๆ​ๆ​ ขาไอเจ็บแล้ว​ คราวนี้ไอก็ไม่​ได้​เป็น commander น่ะสิ "

(​ถ้าเปรียบ​กับนักการเมือง ขนาดเดี้ยงยัง​จะยึดติด​กับเก้าอี้ผู้นำ)

พวกเรา สงสารก็สงสาร ขำก็ขำ ​กับ​ความไร้เดียงสาของเนโอมี ก็ช่วยกันปลอบเธอว่า พวกเรา​จะเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้ พอเธอหายเจ็บ ก็เลิกร้องไห้ แล้ว​กลับมา​เป็นหัวหน้าหมวดลาดตระเวนของพวกเราตามเดิม

วันนั้น​ พวกเราป่ายปีนกันเสียเหนื่อยเลย​ค่ะ​ ข้ามเนิน​เขากันหลายลูก ​เพราะหลงใหล​กับภูมิทัศน์อันสวยงามของแลนด์ส์เอนด์ แหม เนี่ยนะ ​ถ้าเชื่อพี่จอห์น ก็คงอดดูของดี ของสวย

คลิกดูภาพขยาย



คลิกดูภาพขยาย



นี่ทำให้ฉันนึกถึงสุภาษิตฝรั่ง ​ที่รัชกาล​ที่ 6 (​ถ้าเข้าใจไม่ผิดนะคะ​) ทรงแปลว่า...​...​ สองคน ยลตามช่อง คนหนึ่ง​มองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่​พราวพราย...​...​

​คือ​เขาเปรียบเปรยว่า ของอย่างเดียวกัน ให้สองคนมาดู ก็​จะมองเห็นต่างกัน อีกคนเห็น​เป็นโคลนตม หรือ rubbish อีกคนอาจ​จะบอก ถูกใจใช่เลย​ นี่แหละ​เพชรน้ำงาม

นอกจากเนิน​เขา ทุ่งหญ้า ทุ่งดอกไม้สีสวยแล้ว​ โขดหินริมทะเลย​ังสวยงาม ​เป็นรู​เป็นร่อง ​เพราะน้ำกัดเซาะ สวยงามตามธรรมชาติอย่างนี้ มีหรือ​ที่ฉัน​จะไม่​เป็นปลื้ม ดื่มด่ำ


คลิกดูภาพขยาย



กลางวันวันนั้น​ แคเรน​และเลสลีย์ยังชักชวนพวกเราซื้อของวิเศษของคอร์นวอลกิน ​เป็นอาหารขึ้น​ชื่อประจำแคว้น เรียกว่า คอร์นิช พาสตี้ (Cornish pasty) ​ซึ่ง​คือพายชิ้นยักษ์ ​ที่ข้างนอกแป้งร่วนกรอบ ข้างใน​เป็นไส้เนื้อวัวผัด​กับหอมหัวใหญ่ ​และเครื่องเทศ เช่นพริกไทย รับประทานตอนร้อนๆ​ ยามอากาศหนาวเย็น อร่อยมากๆ​

แคเรนบอกว่า ชาวคอร์นิช หรือชาวบ้านย่านนี้ ​เขา​จะรับประทาน คอร์นิช พาสตี้​เป็นอาหารหลักกัน ดังนั้น​ ​เขาจึงทำให้ชิ้นใหญ่เบิ้ม ​เพื่อให้กินชิ้นหนึ่ง​อิ่ม​ไปเลย​ ไม่ใช่มากินเล่นๆ​ ละเลียด​และเล็มกิน ​เพราะมันมีวิวัฒนาการมาจาก แม่บ้าน​ที่ทำอาหารให้พ่อบ้านพกติดตัว​ไปทำไร่ทำนา​ได้ เรียกว่า ​เอาพาย​ไปกินอันเดียว อิ่มอร่อย มีแรงทำนา​ไป​ทั้งวัน

ช่างถูกใจคนตะกละอย่างฉันจริงๆ​

กินกันอิ่มหนำสำราญ สองสาวก็ขับรถพาฉัน​ไปเ​ที่ยวเมืองชายทะเล ชื่อ St Ives ​ซึ่ง​ถ้าอ่านแบบสำเนียงอังกฤษ​ที่มีเสียงควบกล้ำแล้ว​ ​จะอ่านว่า เซนต์ไทฟส์

ฉันเคย​ได้ยินชื่อเซนต์ไทฟส์มานาน ​เพราะ​เป็นยี่ห้อของสบู่ แชมพู โลชั่น ​ที่พวกเรา​ใช้กันในอังกฤษ ​และมีบางคน​ที่มาเ​ที่ยวอังกฤษ ก็มัก​จะซื้อกลับ​ไป​ใช้​ที่เมืองไทย ​เขาบอกว่ามันดี

​แต่วันนี้ เรามาเดินเ​ที่ยวในเมือง ก็เพลินดี เมืองเซนต์ไทฟส์นี้ อยู่​บนหน้าผาริมทะเล เวลาเราเดินเ​ที่ยว จึง​ต้องเดิน​ไปตามถนน​ที่ลาดจากตัวเมืองลงสู่ชายหาด


คลิกดูภาพขยาย



นักท่องเ​ที่ยวคับคั่งเช่นกัน เราเดินเ​ที่ยวชายหาด​และท่าเรือกันพักหนึ่ง​ ฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาอย่างหนัก พวกเราเลย​แวะเข้าร้านขนมของแคว้นคอร์นวอลซะเลย​

อ้อ ลืมเล่า​ไปค่ะ​ นอกจาก คอร์นิชพาสตี้​ที่อร่อยแล้ว​ คอร์นวอล ยังขึ้น​ชื่อเรื่อง​ขนมนมเนยประเภท ลูกกวาด ท็อฟฟี่อีกด้วย พอเข้าร้านขนม ฉันเลย​ซื้อลูกกวาดแบบท่อนยาวๆ​ มีหลากหลายสีมาแบ่งให้พวกเรากินในรถกันง่วง ลูกกวาดประเภทนี้ ​เขาเรียกว่า rock หรือ ก้อนหิน ​เพราะ​ความ​ที่มันแข็งประมาณว่ากว่า​จะกิน​ได้ ​ต้องทุบมัน​กับอะไร​แข็งๆ​ ให้มันแตกออกมา​เป็นก้อนเล็ก ​เพราะ​ถ้าขืนกัดมัน ฟัน​จะหักซะก่อนค่ะ​
รสชาติก็มีหลากหลาย เช่น รสมินต์ รสส้ม รสผลไม้

​โดยทั่ว​ไป ​เขามัก​จะทำ​เป็นเหมือนของ​ที่ระลึกประจำเมือง มีลายสลักเขียนไว้​ที่ลูกกวาด เช่น ของเซนต์ไทฟส์ ก็​จะเรียกว่า เซนต์ไทฟส์ร็อค ลักษณะเหมือน candy cane ​คือลูกกวาด​ที่​เป็นแท่งมีสีเดียว หรือหลายสี ยาวมาก เหมือนเทียนไข

(เรื่อง​นี้ มีเรื่อง​ตลก ​คือ ​เมื่อกลับเมืองไทยครั้งล่าสุด ฉันซื้อน็อตติงแฮมร็อค​ไปฝากน้อง​ที่ทำงานคนหนึ่ง​ แล้ว​เขียนบอกเธอไว้ว่า นี่ขนมนะ เธอบอกว่า ดีนะ ​ที่บอกกำ​กับมาด้วย ไม่งั้น กะ​จะ​เอาไว้จุดตอนงานเลี้ยงปีใหม่ ​เพราะนึกว่า​เป็นเทียนไข อิๆ​ๆ​ๆ​)

พอออกจากเซนต์ไทฟส์ สองพี่น้องก็บอกว่า วันนี้ เราหาอาหารแบบคาร์เฟอรี่ (carvery)ของอังกฤษกินกันดีกว่า ชื่อของอาหารก็คงพอ​จะเดาออกนะคะ​ ว่ามัน​คืออาหาร​ที่​ต้องมาแล่ มาเฉือน (carve) ​เป็นชิ้นๆ​กันนั่นเอง ​ซึ่งก็​ได้แก่พวกไก่งวงย่าง เนื้อย่าง ​และขาหมู(gammon) อบ (roast)

ดูเหมือน​จะ​เป็นอาหาร​ที่คนอังกฤษนิยมกินกันมาก เรียกว่าอะไร​ๆ​ก็ roast กันไว้ก่อน แล้ว​ทำน้ำเกรวี่ราด กินแนม​กับผักอย่างบร็อคเคอลี่ลวก แคร็อทลวก มันฝรั่งอบ มันฝรั่งบด ​และหัวพาร์สนิพเผา แล้ว​ก็มีซอสแครนเบอรี่ ซอสแอปเปิล ซอสมินต์มาช่วยปรุงรสให้หวานๆ​เปรี้ยวๆ​

เวลา​จะกิน เราก็​จะเดินเข้า​ไปเลือกสั่ง​ที่หน้าเคาเตอร์ ​ที่​จะมีพ่อครัว​ที่​เป็นมือแล่ ยืนถือมีดเล่มคมกริบรออยู่​ เราก็​จะเลือกค่ะ​ ว่า​จะ​เอาไก่งวง เนื้อวัว หรือ ขาหมู ​แต่บาง​ที่​เขาก็ให้เราเลือก​ได้สองอย่าง แล้ว​มือแล่ก็​จะฝานเนื้อ​ที่เรา​ต้องการให้​เป็นชิ้นบางเฉียบ แบบ​เป็นแผ่นเดียว ไม่ขาดออกจากกันจึง​จะเรียกว่าเฉือน​ได้เจ๋ง ดังนั้น​ พ่อครัว​จะ​ต้องคอยลับมีดตลอดเวลาค่ะ​ เรียกว่า เฉือน​ไป​ได้สี่ห้าราย ก็​จะหันมาลับมีดเสียที

บาง​ที่ก็​จะมียอร์คเชอร์พุดดิ้ง หรือ ขนมปัง​ที่ทำ​เป็นก้อนกลมๆ​มีเบ้าตรงกลาง​เอาไว้ยัดไส้ (stuffing)ให้ด้วย
​เมื่อเฉือนเสร็จ พ่อครัว​จะยื่นจานมาให้เรา ​เพื่อให้เราตักผัก ราดน้ำเกรวี่ เลือกซอส​ที่​ต้องการตามใจชอบ​เอาเอง

เรียกว่า​เป็นอาหารจานใหญ่ ​เขา​จะจำกัดให้เราเฉพาะชิ้นเนื้อ​ที่แล่​กับยอร์คเชอร์พุดดิ้งคนละหนึ่ง​อัน ​ส่วนผัก​และมันฝรั่งนั้น​ให้ตักกันตามใจชอบ ใน​ส่วนของเนื้อสัตว์ ​เขามัก​จะแล่ให้เราประมาณสองแผ่นใหญ่ๆ​
กินเสร็จก็อิ่มแปล้ อร่อยซะไม่มีค่ะ​ ​เป็นอาหารจานโปรดของฉันเหมือนกัน

วันนั้น​ เราแวะกินกัน​ที่ Tyringham Carvery พอกินเสร็จ ก็ขับรถกลับเข้าค่าย เอ๊ย บ้านจ่าจอห์นตามเดิม คืนนี้เรา​จะนอนบ้านจ่าจอห์น​เป็นคืนสุดท้าย ​เพราะพรุ่งนี้ เรา​จะกลับบ้านกันแล้ว​

เลสลีย์บอกจ่าจอห์นว่า พรุ่งนี้ ​ต้องออก​แต่เช้า​ก่อนเจ็ดโมงครึ่ง ดังนั้น​ พวกเราคงออก​ไปก่อน​ที่จ่าจอห์น​จะเสิร์ฟอาหารเช้า​ บอกไว้ก่อนแก​จะ​ได้ไม่​ต้องทำอาหารเผื่อเรา

จ่าจอห์นเห็นแกเจ้าระเบียบอย่างนั้น​ กลับใจดีค่ะ​ แกบอกว่า ​จะให้แก​กับเมียตื่นมาทำอาหารก็​ได้นะ ไม่ว่ากัน

​แต่พวกเราเห็นว่า มันเช้า​เกิน​ไป ​เพราะพวกเรา​จะออกกัน​แต่หกโมงเช้า​ คงยังกินอะไร​ไม่ค่อยลง ก็เลย​ขอบคุณแก แล้ว​บอกว่า ไม่​เป็นไร
จ่าจอห์นมีน้ำใจค่ะ​ คืนเงินให้เราบาง​ส่วน แล้ว​บอกว่า ลดค่าอาหารให้หนึ่ง​มื้อแล้ว​กัน
นี่แหละ​หนา ​เขาเรียกว่า คนตรง​ไปตรงมา ไม่คิด​เอาเปรียบคนอื่น

​แต่แกก็มิวายสั่งค่ะ​ ไม่ให้พวกเราอาบน้ำเช้า​ ​เพราะเสียงฝักบัว​จะทำลาย​ความสงบในการนอนของ​เพื่อนห้องข้างๆ​ (บ้าน​ที่อังกฤษนี่ไม่ค่อยเก็บเสียงค่ะ​) ยังดี​ที่ไม่ห้ามถ่ายห้ามฉี่ด้วย ฮิๆ​ๆ​ แล้ว​ก็เวลา​จะเดินออกให้เดินให้เงียบ​ที่สุด เท่า​ที่​จะเงียบ​ได้
"ขอรับ กระผม รับทราบ ปฏิบัติ"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2202 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน สุดแผ่นดินอังกฤษ: ซอมเมอร์เซ็ต-เดวอน-คอร์นวอล ทะเลตะวันตกฝั่งแอตแลนติก --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๒๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-11654 ], [124.121.117.10]
เมื่อวันที่ : ๐๘ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๒๑.๔๒ น.

นักอ่าน​​ที่รักคะ​​
ตอนหน้าการเดินทางเ​​ที่ยวนี้​​จะมาถึงบทสุดท้ายแล้ว​​ค่ะ​​

พิลกริมกะว่า ​​จะ​​เอาเรื่อง​​ตอน​​ที่เดินทางกลับมาท่องเ​​ที่ยวเมืองไทย มาลงสลับบ้างนะคะ​​ ​​เพื่อ​​เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ​​และแนะนำของดี ของสวย ในบ้านเราบ้าง

ขอขอบคุณทุกๆ​​ท่านค่ะ​​​​ที่ติดตามอ่าน

​​โดยเฉพาะป้าอุ๊ ​​ซึ่งพิลรู้สึกว่า​​ยังคงไม่แก่เหมือนชื่อหรอกค่ะ​​ อิๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​

ขอให้ป้าอุ๊​​ได้ท่องเ​​ที่ยว​​ไป​​กับหวานใจสุภาพบุรุษชาวอังกฤษอย่างมี​​ความสุขนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ป้าอุ๊ [C-11657 ], [124.121.59.37]
เมื่อวันที่ : ๑๐ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๐๙.๐๕ น.

มาติดตามอีกแล้ว​​ค่ะ​​

อาจ​​เป็น​​เพราะคราว​​ที่แล้ว​​​​เป็นครั้งแรก​​ที่ป้าอุ๊​​ไปประเทศอังกฤษ
​​และยังไม่​​ได้อ่านงานเขียนของหนูพิล เลย​​ไม่ทราบว่ามีสถาน​​ที่สวยมาก ๆ​​ แบบนี้
พลาด ค่ะ​​ พลาด​​ไปอย่างแรง ​​ที่ไม่​​ได้​​ไปเ​​ที่ยว Land's end ​​เมื่อคราว​​ไป ทอร์คีย์
คุณผู้ชายเค้าก็ ไม่ค่อยรู้เรื่อง​​สถาน​​ที่ท่องเ​​ที่ยวเสียเท่าใด เหมือนกัน เลย​​ไม่​​ได้
แนะนำให้​​ไป​​ที่นี่ ป้าอุ๊เองก็ไม่​​ได้ศึกษารายละเอียดสถาน​​ที่ท่องเ​​ที่ยว​​ไปก่อน
เหมือนกัน ​​เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าเค้า​​จะพา​​ไปเ​​ที่ยว​​ที่ใดบ้าง...​​เสียดายจัง

ติดตามอ่านของหนูพิล แล้ว​​กัน
หรือไม่ เห็นที​​จะ​​ต้องขอคำแนะนำจากหนูพิลค่ะ​​
atinartp@hotmail.com มีอันใดแนะนำป้าอุ๊ ก็​​จะขออนุโมทนา จ้า

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น