นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
เที่ยวไปตามใจฉัน #20
pilgrim
...คณะทัวร์ของพวกเรา นอนดึก ตื่นเช้า​กันแทบทุกวัน คนอื่นไม่ค่อยนอนดึกหรอก พอหัวถึงหมอน ​เขาก็หลับกัน มี​แต่ฉันคนเดียวเท่านั้น​ ​ที่หลับยากหลับเย็น(​แต่ชอบนั่งหลับในรถมาก แฮ่ๆ​ๆ​)...

ตอน : สุดแผ่นดินอังกฤษ: ซอมเมอร์เซ็ต-เดวอน-คอร์นวอล ทะเลตะวันตกฝั่งแอตแลนติก

Torquay มอง​ไปคล้ายพัทยาบ้านเรา


คลิกดูภาพขยาย


ตัวเมืองทอร์คีย์​ที่อยู่​บนเนิน​เขา ภาพนี้เบลอ​ไปหน่อย​ค่ะ​



จันทร์ 22 สิงหาคม 2005

คณะทัวร์ของพวกเรา นอนดึก ตื่นเช้า​กันแทบทุกวัน คนอื่นไม่ค่อยนอนดึกหรอก พอหัวถึงหมอน ​เขาก็หลับกัน

มี​แต่ฉันคนเดียวเท่านั้น​ ​ที่หลับยากหลับเย็น(​แต่ชอบนั่งหลับในรถมาก แฮ่ๆ​ๆ​) ​ต้องหาหนังสือมาอ่าน มาเขียน ถึง​จะนอนหลับ​ได้ แล้ว​ก็​ต้องตื่นเช้า​ตาม​เขา ​เพราะ​ทั้งสองสาวไม่ชอบ​ไปโซ้ย​กับการจราจรยามสาย

เช้า​วันนี้ แคเรนบอกว่า เรา​กำลังมุ่ง​จะ​ไปเมืองทอร์คีย์ (Torquay) กัน ​ซึ่งยังอยู่​ในเขตแคว้นเดวอน​แต่ค่อนลงมาทางใต้แล้ว​

ตกสายๆ​ พวกเราก็​ไปถึงเมืองทอร์คีย์ เลสลีย์จอง​ที่พักไว้แล้ว​ทางอินเตอร์เน็ท เราจึงรีบ​ไปเช็คอินกันก่อน ​เพื่อให้​เขาแน่ใจว่าเรามาแน่ๆ​ ​เพราะคณะทัวร์ของพวกเรานั้น​ ​เป็นอย่าง​ที่เล่า​คือ ไม่มืดค่ำ ไม่กลับ​ที่พัก

ในทอร์คีย์นี้ เราไม่​ได้พัก B&B ​แต่พักโรงแรมมีห้องน้ำในตัวเสร็จสรรพ ก็สะดวก​สบายขึ้น​หน่อย​ ชื่อว่าโรงแรม Sommerville ​เป็นโรงแรมเล็กๆ​ ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก

จากนั้น​ พวกเราก็​ไปเ​ที่ยวหมู่บ้านจำลองแบ๊บบาโคมบ์ (Babacomb Model Village) สองสาวบอกว่า อยากให้ฉัน​ได้​ไปเห็นเมืองจำลองของ​ที่นี่ ​เพราะ​เขาทำ​ได้สวยน่ารักมาก

​ที่แบ๊บบาโคมบ์นี้​เป็นหมู่บ้านจำลอง​ที่มีพื้น​ที่กว้างขวาง สร้าง​ได้เหมือนเมืองจริงๆ​ มีสิ่งน่าสนใจหลายอย่าง มี​ทั้งบ้านจำลอง​ทั้งแบบสมัยใหม่ สมัยเก่า โรงแรม สนามกีฬา ศูนย์การค้าแบบในลอนดอน

คลิกดูภาพขยาย





คลิกดูภาพขยาย


ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา​ที่ปั้น​เป็นตัวคน สิงสาราสัตว์ก็ทำ​ได้น่ารัก สวน​และภูมิทัศน์ก็จัด​แต่ง​ได้อย่างงดงาม ​เป็นระเบียบ พวกเราเดินดูในหมู่บ้านจำลองกันอย่างตื่นตาตื่นใจ




คลิกดูภาพขยาย

ชายหาดจำลอง มีหุ่นนอนอาบแดดกันเยอะเลย​ค่ะ​





คลิกดูภาพขยาย

สนามบอล สังเกตเห็นคนจริงๆ​​กำลังมุดเข้า​ไปทำงานซ่อมบางอย่างไหมคะ​ เทียบให้ดู​ระหว่างสัด​ส่วนของคน​กับสนามบอลจำลอง


จากนั้น​พวกเราก็เดินทางต่อ​ไป ค็อคคิงตัน คอร์ท (Cockington Court) ​ซึ่ง​เป็นเหมือนคฤหาสน์โบราณ ตั้งอยู่​ในหมู่บ้านเล็กๆ​ ปัจจุบันเปิด​เป็นศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ​และงานช่างแบบเก่าๆ​ ของแคว้นเดวอน เช่น การตีเหล็ก การเป่าแก้ว การทำเครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องปั้นดินเผา การอบร่ำสมุนไพรไม้หอม การทำน้ำมันหอมระเหย การทำผ้านวมแบบ patchwork การเขียนลายมือ​เป็นแบบอักษรสวยงามโบราณ (calligraphy)




คลิกดูภาพขยาย

โรงตีเหล็ก


บริเวณคฤหาสน์ร่มรื่น เหมือนสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เขียมชอุ่มตา ทำให้ฉันทึ่งคนอังกฤษเหมือนเคย ​ที่​เขารักษา​ความเขียวของพื้น​ที่ไว้​ได้ดีแท้



คลิกดูภาพขยาย


สามสาวนอนกันเขลง


งานฝีมือของ​เขา​แต่ละอย่างก็งดงาม ฉันชอบงานเป่าแก้วของ​เขามาก ​เพราะ​เป็นงานฝีมือ​ที่ละเอียด ​และออกแบบ​ได้อย่างสวยงามทางศิลปะ ​แต่ไม่​ได้ซื้อเลย​สักชิ้น ​เพราะเรายัง​ต้องรอนแรมอีกหลายวัน กลัวว่า​จะซื้อ​เอามาทำแตกเสียเปล่าๆ​

​แต่เลสลีย์​กับแคเรนซื้อแจกันแก้วเป่า สีสัน​และลวดลายสวยมาหนึ่ง​ใบ ​เพราะตั้งใจ​จะนำ​ไป​เป็นของขวัญ​แต่งงานของลูกสาวคน​ที่โบสถ์ สองสาวเลย​​ต้องคอยระวังกันสุดฤทธิ์ เรียกว่า ทะนุถนอม ประคับประคองกันอย่างดี

​ที่ Cockington Court นี้ มีร้านน้ำชาเล็กๆ​น่ารัก พวกเราก็แวะเข้า​ไปกิน cream tea ​คือ ขนมสะโกน​กับชาคาโมไมล์​และ clotted cream เหมือนเดิม

​ที่ Cockington Court นี้ มีโบสถ์ประจำหมู่บ้านแห่งหนึ่ง​ด้วย ​เป็นโบสถ์​ที่อุทิศให้แด่ St George ​และ St Mary ถือ​เป็นโบสถ์เก่าแก่แห่งหนึ่ง​ ​ซึ่งมีรากฐานโครงสร้างสืบทอดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1210 ​และถูกระเบิดเสียหายบาง​ส่วนทางทิศใต้ของโบสถ์ในสงครามโลกครั้ง​ที่สอง ​ซึ่งทุกวันนี้ยังมีร่องรอยอยู่​

จากนั้น​ เลสลีย์ก็พาพวกเรานั่งรถม้าชมบริเวณสวน​และหมู่บ้านรอบๆ​คฤหาสน์ ตามประวัติกล่าวว่า หมู่บ้านนี้ มีมานับ​แต่สมัยพวกแซกซอน(Saxson) มาตั้งรกรากในอังกฤษ ตัวคฤหาสน์สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1679 ​และมีการลดขนาดให้โอ่อ่าน้อยลง ในปี ค.ศ. 1820 ​เนื่องจากสมัยนั้น​ มีการเก็บภาษีหน้าต่าง (Window Tax)

​ได้ยินก็ขำดี ​เพราะคนสมัยก่อน เข้าใจคิดหาวิธีเก็บภาษีแปลกๆ​

​ที่​เขาเก็บภาษีหน้าต่าง นั่น​เป็น​เพราะ สมัยก่อน การผลิตแก้ว​และกระจก ถือ​เป็นงาน​ที่​ใช้ต้นทุนสูง ​เขาบอกว่า ภาษีนี้ริเริ่มมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1696 สมัย​พระเจ้าวิลเลียม​ที่ 3 เรียกว่า คิดขึ้น​มา​เพื่อกะเล่นเงินจากคนรวย​โดยเฉพาะ ​เนื่องจากสมัยก่อน คนอังกฤษไม่ค่อยอยาก​จะจ่ายภาษีราย​ได้​ส่วนบุคคล

การเลี่ยงภาษี ​คือ ไม่ยอมบอกถึงราย​ได้​ที่แท้จริงของตัวเอง ทำ​เป็นอมพะนำซะ ​เพราะ​ถ้าขืนบอก​ไป รัฐก็รู้ว่ารวยแล้ว​ก็​จะมาเรียกเก็บล้วงเงินในกระเป๋าออก​ไป (แหม ทำไมมันช่างเหมือนสมัยนี้จริงๆ​)

ทางรัฐก็เลย​หาทางจน​ได้ มาเก็บภาษีกระจกหน้าต่างซะเลย​ ​เพราะมันเห็นกัน​จะๆ​ ก็ประเมินกันง่าย ดังนั้น​ ยิ่งบ้าน​เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ มีหน้าต่าง มีกระจกมาก ก็​ต้องจ่ายซะดีๆ​

​แต่ชาวอังกฤษผู้ขี้เหนียว เอ๊ย ​ที่รู้จักประหยัด ก็หาทางเลี่ยง ด้วยการสร้างบ้านให้มีหน้าต่างน้อย​ที่สุด หรือก่ออิฐขึ้น​มา​เป็นรูปช่องหน้าต่างแทน ​โดย​จะเห็น​ได้จากบ้านเรือนสมัยโบราณ ​ที่มืดๆ​ทึมๆ​

​เขาบอกว่า ท้ายสุด ภาษีหน้าต่างนี้ก็ยกเลิก​ไปในปี ค.ศ.1851 ​เพราะมีการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนแทน

​เขายังบอกอีกว่า สำนวน​ที่ว่า "ปล้นกันกลางวันแสกๆ​" (daylight robbery) ก็อาจ​จะ​ได้มาจากภาษีหน้าต่างนี้แหละ​ ​เพราะมันเหมือน​กับถูกปล้น​เอาแสงแดด​ไปซะเฉยๆ​ ​จะทำหน้าต่างรับแสงเสียหน่อย​ก็ไม่​ได้

โธ่ ก็​เป็น​ที่รู้กันนะว่าอังกฤษน่ะ วันๆ​​จะหาแสงแดด ก็ยากเต็มที ​โดยเฉพาะในฤดูหนาว


​เมื่อ​ได้นั่งรถม้าชมสวน ทำให้ฉันหวนคิดถึงตอน​ที่​ไปเ​ที่ยวปราสาทฟองแตนโบล ของนโปเลียน​ที่ฝรั่งเศส ​เพราะบรรยากาศคล้ายคลึงกันมาก นั่งรถม้า​ไปตามสวนป่าเขียวๆ​ มีดอกไม้บาน ผ่านบ้านชาวบ้านหลังคามุงด้วยต้นหญ้า (thatched cottages) ​ซึ่งน่า​จะ​เป็นบ้านของข้าทาสบริวารของขุนนางสมัยก่อน



คลิกดูภาพขยาย


สารถีรถม้า ยังชี้ชวนให้เราดูบ้านของ​เขาด้วย ​เขาอยู่​ไม่ไกลจากคฤหาสน์มากนัก ฉันคิดในใจว่า คุณลุงสบายจัง ทำงานแบบสบายๆ​ เช้า​ขึ้น​ก็ขับรถม้ามาคอยรับนักท่องเ​ที่ยว อากาศรึก็แสน​จะบริสุทธิ์ ไม่​ต้องแก่งแย่ง รีบร้อน​กับ​ใคร

ตกเย็น พวกเราก็อำลาจาก Cockington Court แล้ว​ขับรถเข้าเมือง

เลสลีย์​และแคเรนชวน​ไปดูหนังเรื่อง​ Charlie and the Chocolate Factory ​เพราะพวก​เขายังไม่​ได้ดูกัน ​เขาอยากให้เนโอมีลูกสาว​ได้ดูด้วย

​ส่วนฉันน่ะดูแล้ว​ ​แต่ก็ไม่ขัดข้อง​ที่​จะดูอีก ​เพราะเรื่อง​นี้ก็สนุกดี พวกเราก็เลย​แห่กันเข้า​ไปในโรงหนัง พอหนังเลิก ก็เดิน​ไปดูชายหาดเมืองทอร์คีย์ ​แต่ก็มองไม่ค่อยเห็นอะไร​มากนัก ​เพราะโพล้เพล้แล้ว​



คลิกดูภาพขยาย


เมืองทอร์คีย์ยามค่ำ มีแสงไฟสว่างเรือง ตัวเมืองเรียงรายทอดตัวอยู่​บนเนิน​เขา ​เป็นเมืองชายทะเลใหญ่เปรียบ​ได้​กับพัทยาบ้านเรา เพียง​แต่แสงสี​และอบายมุขของ​เขาคง​จะน้อยกว่า

ฉันรู้สึกเฉยๆ​ ไม่ประทับใจเมืองนี้มากนัก ​เพราะ​ความ​ที่​เป็นเมืองใหญ่ ดูจอแจมากเกิน​ไป ชมชายหาดเสร็จ พวกเราก็มาหาของกินในเมือง เย็นนี้ ตกลงกัน​ได้ว่า กินพิซซ่ากันดีกว่า ก็เลย​เดินเข้าร้าน Pizza hut แล้ว​ก็ปีนขึ้น​เนิน เดินกลับโรงแรม ฉันก็นอนห้องเดียว​กับแคเรนเหมือนเดิม

พรุ่งนี้ เรา​จะ​ไปให้ถึงคอร์นวอล ดินแดนอันสวยงามน่ารักของอังฤษ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2199 Article's Rate 170 votes
ชื่อเรื่อง เที่ยวไปตามใจฉัน --Series
ชื่อตอน สุดแผ่นดินอังกฤษ: ซอมเมอร์เซ็ต-เดวอน-คอร์นวอล ทะเลตะวันตกฝั่งแอตแลนติก --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-11607 ], [124.121.110.59]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๒๒.๒๑ น.

หาย​​ไปนานเลย​​ค่ะ​​ ​​เพราะการงานรุมเร้า คราวนี้​​เอาเรื่อง​​มาลงต่อ ก็คิดว่า แฟนๆ​​นักท่องเ​​ที่ยว​​จะกลับมาช่วยกันอ่านเหมือนเดิมนะคะ​​ (ลูกอ้อน)

ด้วย​​ความระลึกถึงทุกๆ​​ท่านค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ป้าอุ๊ [C-11608 ], [124.121.61.118]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๕๐, ๐๙.๐๗ น.

ชอบอ่านงานเขียนของน้อพิลฯ มาก ๆ​​ ค่ะ​​ หนุกดี ​​และ​​เป็นประโยชน์กะป้าอุ๊มากเลย​​
Torquay ป้าอุ๊ ​​ไปมา​​เมื่อปี​​ที่แล้ว​​ ​​แต่​​ไปนั่งรถจักร์ไอน้ำ
จาก Paignton ​​ไป​​ที่ Kingsware แล้ว​​ต่อเรือเฟอรรี ​​ไป​​ที่ Dartmouth

นี่กะลัง​​จะ​​ไปอังกฤษอีกรอบค่ะ​​ ​​แต่คราวนี้ ​​ไป​​ที่ Lakes district พัก​​ที่ Katwick
แล้ว​​ข้าม​​ไป​​ที่อีกฝั่ง​​ไปพัก​​ที่ Robinhood Bay, Withby ค่ะ​​
อิอิ ...​​ไม่รู้ว่า​​จะ​​ได้ ย่ำตามรอยเท้าของน้องพิลฯ
อย่างไร ก็ ​​ต้องขอบคุณงานเขียนของน้องพิลฯ มาก​​ที่ช่วยให้​​เป็นไอเดีย​​ได้

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น