นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #23
กาบแก้ว
...แอนนามารีก็เช่นเดียวกัน​ที่ถูกเส้นขนานแห่ง​ความรักลิขิตอย่างโหดร้าย จนทำ​เอาเธอแทบทนไม่ไหว !...

ตอน : เส้นขนานแห่งความรัก

เบิ้มปล่อยสี่สาวให้เดินกลับ​ไปทางห้องอาหารตามเดิมหลังจาก​ที่​ได้ตะโกนสั่งให้ลูกน้อง​ทั้งหมดกลับ​ไป​ที่เรือแล้ว​ หนุ่มจ้อนเดินคู่มา​กับโกหลก​เพื่อ​เป็นตัวประกันแทนน้องสาว ขณะ​ที่เดินสวนทางกันนั้น​ปืนในมือของเบิ้ม​และสมุนต่างพากันยกขึ้น​เล็งจ้องมายังชายหนุ่ม​และสี่สาวตลอดเวลา

จันทร์จิราจ้องมอง​เพื่อสบตาพี่ชายอย่างอาลัยอาวรณ์​และสงสาร​เขา​ที่​ต้องเดือดร้อน​เป็นตัวประกันแทน เธอวิ่งโผเข้า​ไปซบหน้า​กับอกของพี่ชาย​พร้อม​กับสะอื้นไห้อย่างไม่อาย น่านนทีผวาตามเข้า​ไปกอด​เขาอีกคนตามแผน​ที่​ได้ตกลงกันไว้​แต่แรก

"ทำตามแผนบี เวลาเจ็ดโมงเช้า​ บอกพี่ดาบบุญเ​ที่ยงตามนี้นะ" จ้อนกระซิบ​ที่ข้างหูของน่านนที

"ค่ะ​..แผนบี..เจ็ดโมงเช้า​" น่านนทีกระซิบตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

ปัง !

เสียงปืนในมือของเบิ้มระเบิดขึ้น​ฟ้าดังก้องทำลาย​ความเงียบ

"มัว​แต่สำออยกันอยู่​นั่นแหละ​ ​ไปกัน​ได้แล้ว​คนสวย"

เสียงสมุนตัวเอ้ของเจ้าพ่อจอมโหดตวาดลั่น

"​ไปเถอะจันทร์ เดี๋ยวค่อยเจอกัน ลาก่อนน่าน โชคดีนะจ๊ะ​"

จ้อนกระซิบบอกสองสาวเบาๆ​

"โชคดีค่ะ​พี่จ้อน"

สองสาวคลายวงแขนจากร่างของชายหนุ่ม น่านนทีเดินประคองร่างของจันทร์จิรา​ไปรวม​กับเรวดี​และสุภาวิไล​ที่ต่างยืนรอ​เพื่อนรักอยู่​ด้วย​ความ​เป็นห่วง ​ทั้งสี่สาวหันกลับมามองชายหนุ่ม​ที่ถูกเบิ้ม​เอาปืนจี้ดุนหลัง​ไปจนถึงชายหาด​ที่มีเรือเล็กรอรับพา​ไปขึ้น​เรือตังเกโชคโอฬาร


*********



นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงรีบเดินออกมาสมทบ​กับสี่สาว​ที่หน้าห้องอาหาร ​เขายกมือขึ้น​ลูบศีรษะจันทร์จิรา​ที่​กำลังสะอื้นไห้อยู่​อย่างมีเมตตาพลางพูดปลอบใจหญิงสาว

"ไม่​เป็นไรแล้ว​คุณจันทร์จิรา คุณจ้อน​เขาทำตามแผน​ที่เราตกลงกัน​แต่แรก​เพื่อแยกพวกโกหลกออกจากตัวประกัน​ทั้งหมดนี่"

ทันที​ที่เห็นชายในชุดสีกากีน่านนทีก็ยกมือไหว้​พร้อม​กับบอกข้อ​ความ​ที่นายจรจรัลสั่งฝากมา

"พี่จ้อน​เขาสั่งฝากมาบอกพี่ดาบบุญเ​ที่ยงด้วยว่าให้ทำตามแผนบี ตามกำหนดเวลาเจ็ดโมงเช้า​ค่ะ​"

"เจ็ดโมงเช้า​ !" ดาบบุญเ​ที่ยงทวนคำ "ขอบใจมากน้องสาว..เอ้อ...​"

"น่านนทีค่ะ​"

"ขอบใจมากน่านนที"


***************


เจ้าพ่อบางมะขามผายมือให้ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานภายในห้องสวีท​ซึ่ง​เป็นห้องเคบิ้น​ส่วนตัวของโกหลกเอง ​พร้อม​กับกวักมือเรียกไต้ก๋งบุญทวีให้เข้ามาใกล้ๆ​ เบิ้ม​และอาเม้งยังคงยืนรักษาการ​ที่ข้างประตูทางเข้าห้องด้านในเหมือนเช่นเคย

นายดิลกนั่งลงบนเก้าอี้นวมตรงข้าม​กับจ้อน

ขณะเดียวกันไต้ก๋งบุญทวีก็ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ​ชายหนุ่มเช่นเดียวกัน ในมือของ​เขาถือม้วนกระดาษยาวๆ​มาด้วย

"คุณดูนั่นซีคุณจ้อน"

เจ้าพ่อบางมะขามชี้มือ​ไปกลางห้อง จ้อนมองตามด้วย​ความแปลกใจ​เพราะสิ่ง​ที่​เขาเห็น​คือหีบลวดลายสวยงามเปิดฝาอ้าวางเรียงกัน​เป็นแถวอย่างมีระเบียบราว​กับแถวทหารกองเกียรติยศ

"นั่น​คือหีบสมบัติ​ทั้งหมด" นายดิลกบอก

"แสดงว่าโกหลกก็​ได้สมบัติ​ไปหมดแล้ว​สิ ?" จ้อนกล่าวแสดงท่าทางผิดหวัง ​เพราะ​ถ้านายดิลก​ได้สมบัติ​ไปหมดแล้ว​​เขาคง​ต้องเปลี่ยนแผน

"​ได้กะผีนะซี ! มันเหลือ​แต่หีบเปล่าๆ​ใส่ก้อนหินไว้เท่านั้น​"

"โกหลก​ได้หีบ​ทั้งหมดนี้มาจาก​ที่ใด ?"

"เกาะกุระ​ที่คุณ​กับพวกนายดาบบุญเ​ที่ยงแย่งตัวฝรั่งสองพ่อลูก​ไปจากผมนั่นแหละ​"

"คุณจับตัวพวก​เขา​ไปทำไม ?"

"พวกมันสอดรู้สอดเห็นมากเกิน​ไป ​แต่ช่างมันเถอะผมว่าก่อนอื่นคุณควรเดิน​ไปดูข้อ​ความในหีบเอง​จะดีกว่า เบิ้มพาคุณจ้อน​ไปดูหน่อย​"

"เชิญครับ​ !" เบิ้มกล่าว​พร้อม​กับก้าวเดินมา​ที่หีบ​ที่เรียงแถวอยู่​นั้น​

หนุ่มจ้อนลุกขึ้น​ยืนก้าวเดินมา​ที่หีบสมบัติเช่นเดียวกัน ​เมื่อแลเห็นข้อ​ความบนพื้นหีบทำให้​เขาอุทานออกมาเหมือนคน​เป็นไข้

"ปลายเส้นขนาน !"

"ใช่แล้ว​คุณจ้อนนี่แหละ​​คือสาเหตุ​ที่ผมตาม​ไประเบิดออฟฟิศของคุณ​เพราะในตอนแรกนั้น​ผมคิดว่าพวกคุณแย่ง​เอาสมบัติ​ไปหมด​และเขียนหนังสือเยาะเย้ยไว้ผมจึงโมโหมากจนลืมตัว ขอโทษด้วยนะครับ​! แล้ว​ผม​จะชด​ใช้ค่าเสียหายให้ภายหลังก็แล้ว​กัน"

"มาถึงขั้นนี้คุณ​จะให้ผมทำอย่างไรต่อ​ไป ?" จ้อนถามพลางเหลือบตาดูนาฬิกา​ที่แขวนอยู่​บนผนัง ขณะนี้เวลาหกนาฬิกาตรงข้างนอกห้องคงสว่างหมดแล้ว​ ​เขามีเวลา​ที่​จะทำตามแผนการณ์อีกเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น​

"คุณบอกผมว่าคุณรู้ว่าปลายเส้นขนานบนเกาะนี้อยู่​ตรงไหนใช่ไหมครับ​ ?" นายดิลกย้อนถาม

"ใช่ผม​สามารถ​ที่​จะบอกพิกัดให้คุณทราบตำแหน่ง​ได้ไม่ยาก"

"​ถ้าอย่างนั้น​คุณจ้อน...​ไหนคุณลองบอกไต้ก๋งบุญทวี​ไปซิว่าคุณ​ต้องการสิ่งใดบ้าง ​เพื่อ​เป็น​ส่วนประกอบในการ​ที่​จะบอกถึงตำแหน่งของปลายเส้นขนาน"

"แผนภูมิเดินเรือ​ที่คุณถืออยู่​ในมือ​เป็นแผนภูมิแนวร่องน้ำของอ่าวไทยเราบริเวณแถบนี้ใช่ไหมครับ​ ไต้ก๋ง ?"

"ใช่ครับ​"

"​ถ้ายังงั้นเรามาดูกัน ผม​จะบอกตำแหน่งให้ทราบ"

ไต้ก๋งบุญทวีกางแผนภูมิแผ่นนั้น​ออกวางเต็มโต๊ะ หนุ่มจ้อนหยิบ​เอาไม้บรรทัด​ที่วางอยู่​บนโต๊ะชี้​ไป​ที่ตำแหน่งของเกาะขนาน พลางหัน​ไปบอกไต้ก๋งเรือโชคโอฬาร

"นี่​คือเกาะขนานใหญ่​ที่เราทำ​เป็นออฟฟิศ ​ความยาวของเกาะนี้​จะยาวกว่าอีกเกาะ​ที่คู่ขนานกันประมาณร้อยเมตรเศษ ตรงปลายท้ายสุดของเกาะขนานใหญ่นี้คาบอยู่​​พอดี​กับตรงเส้นตัดกันของเส้นรุ้งหรือเส้นขนานละติจูด​ที่ 10 องศา 0 ลิปดาเหนือ ​และเส้นแวงหรือลองจิจูด​ที่ 100 องศา 0 ลิปดาตะวันออก ผมคิดว่า ณ ​ที่นี้​คือปลายเส้นขนานบนเกาะขนานนี้"

"มีอะไร​​เป็น​ที่สังเกตบริเวณนั้น​หรือเปล่า คุณจ้อน ?" นายดิลกถาม

"​ถ้าคุณขึ้น​​ไปบนเกาะคุณ​จะเห็นตรงนั้น​​เป็นธารน้ำไหลลงสู่ทะเล มีบังกะโลเล็กๆ​หลังหนึ่ง​ตั้งอยู่​ก่อนถึงทางลงหาด​ที่​เป็นโขดหิน ตรงหน้าบังกะโล​จะมีต้นสมอทะเลหรือต้นกุระขึ้น​อยู่​ริมธารน้ำนั้น​"

"สมบัติควร​จะซ่อนอยู่​​ที่ใด ?"

"ผมไม่ทราบ"

"ไต๋ว่าเราควรขึ้น​​ไปสำรวจเลย​ดีไหม ?" โกหลกเอ่ยถาม​ความเห็นของไต้ก๋งคู่ใจ

"ก็​ได้ครับ​ ​แต่ลูกเรือเพลียกันมา​ทั้งคืน ​ถ้า​เป็นหลังอาหารเช้า​ก็​จะดี ​เพราะพวก​เขา​จะ​ได้พักผ่อนกันบ้าง" ไต้ก๋งบุญทวีว่า

"​แต่ขณะนี้ช่วงเช้า​น้ำ​กำลังลง สำรวจ​ได้ง่าย น่า​จะขึ้น​​ไปเดี๋ยวนี้เลย​ ผม​จะ​ได้นำทาง​ไปด้วย" จ้อนรีบเอ่ยแนะนำ​เพราะเข้าตามแผนการ​พอดี

"เวลาเรามีน้อย จัดการให้เสร็จๆ​​ไปเดี๋ยวนี้เลย​ดีกว่า ​ไปกันเลย​โว้ยเบิ้มสั่งดำเนินการ​ได้ เอ็งคุมตัวคุณจ้อนออกนำหน้า​ไปด้วย พวกบนเกาะมัน​จะ​ได้ไม่กล้าหือ" เจ้าพ่อบางมะขามหัน​ไปร้องสั่งสมุนตัวเอ้อีกครั้ง

"เดี๋ยวผม​จะให้ลูกเรือเตรียมอุปกรณ์ในการขุดเจาะใส่เรือเล็กบันทุกตาม​ไปรอ​ที่ปลายแหลมท้ายเกาะ" ไต้ก๋งบอกเจ้านาย

"อย่าลืม​เอาระเบิด​ไปด้วยอาจจำ​เป็น​ต้อง​ใช้​เพื่อ​ความรวดเร็ว"

เจ้าพ่อจอมโหดสั่งด้วย​ความหนักแน่น ก่อน​ที่​จะตามลูกน้องลงจากเรือตังเกใหญ่โชคโอฬารขึ้น​ฝั่งออกเดินทางลัด​ไปสู่ปลายแหลมเกาะขนานอัน​เป็น
ทาง​ไปสู่ปลายทางเส้นขนานทันที


*********



จ้อนถูกเบิ้ม​เอาปืนจี้ให้เดินนำหน้าพาลัดตัดตรง​ไปท้ายเกาะ​โดยไม่​ต้องเดินผ่านออฟฟิศ​และห้องอาหารของเส้นขนานรีสอร์ต​ซึ่งนักท่องเ​ที่ยว​และผู้​ที่ถูกกักขัง​เมื่อคืนยังยืนจับกลุ่มออกันอยู่​ นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​ได้ขอร้องให้ทุกคนอยู่​​แต่ในห้องอาหาร​และคอฟฟี่ช็อพเท่านั้น​​เพื่อ​ความปลอดภัย

​เมื่อจ้อนพาพวกของเจ้าพ่อบางมะขาม​ไปเกือบถึงตำแหน่ง​ที่คาดกันว่า​จะ​เป็นปลายทางเส้นขนานนั้น​ จ้อนเหลือบดูนาฬิกา​ที่ข้อมือก็เห็น​เป็นเวลา 6.59 นาฬิกา อีกนาทีเดียวเท่านั้น​ ก็​ได้เวลาตามแผนบี


***************


ตูม !...​.ตูม !...​.ตูม !

เสียงระเบิดกัมปนาทกึกก้องติดๆ​กัน 3 ลูก ดังมาจากทางหน้ารีสอร์ตตรงเรือตังเกโชคโอฬารลำใหญ่จอดอยู่​ ควันไฟพวยพุ่งจากลำเรือขึ้น​สู่ท้องฟ้าโขมง

ร่างของไต้ก๋งบุญทวี​ที่​กำลังยืนบัญชาการอยู่​บนดาดฟ้ากระเด็นลอยจากกราบเรือลงสู่พื้นน้ำทะเลเบื้องล่าง ​เขาเสียชีวิตทันที​เพราะยืนอยู่​ใกล้จุดระเบิด​ที่นายสดใสหรือหนุ่มโซ้ด​กับลุงชู​ได้ช่วยกันนำ​ไปวางไว้ตามแผนการ

บรรดาลูกเรือหลายคน​ที่รอดชีวิตพากันกระโดดน้ำหนีกันจ้าละหวั่น ​เมื่อขึ้น​​ไปถึงบนฝั่งก็ถูกพวก​ที่วิ่งออกมาจากห้องอาหาร​และคอฟฟี่ช็อพรุมสกรัมจนยกมือไหว้ร้องขอชีวิตกัน​เป็น​ที่น่าสังเวช​และสะใจ

ในทันที​ที่เสียงระเบิดลั่นขึ้น​ตูมแรก จ้อนก็ก้าวพ้นเหลี่ยมโขดหินข้างบังกะโลหลังน้อยนั้น​​พอดี ชายหนุ่มกระโดดแผล็วกลิ้งร่างลง​กับพื้น​ใช้โขดหิน​เป็น​ที่กำบัง​แต่ก็ไม่พ้นวิถีกระสุนของเบิ้มสมุนตัวเอ้ของเจ้าพ่อจอมโหด กระสุนปืน 9 มม.ทะลุไหล่ซ้ายของนายจรจรัลเลือดสาด ​เขาปวดร้าว​ไปครึ่งซีกเกือบ​จะทนไม่ไหว จ้อนแข็งใจกลิ้งร่างหลุนๆ​​ไปตามพื้นหินปนทราย​เพื่อ​ที่​จะเถลือกไถล​ไปยังโขดหินอีกก้อนหนึ่ง​​ที่อยู่​ติดกัน

"เฮ้ย ! เรือโดนระเบิดโว้ย" เสียงนายดิลกตะโกนลั่นเสียงหลง

จังหวะนั้น​เอง​ที่เบิ้มหันกลับ​ไปดู จ้อนจึงหลบพ้นบังโขดหิน​ได้สำเร็จ ​เขาหอบหายใจถี่ๆ​ด้วย​ความเจ็บปวด เบิ้มหันกลับมาอีกครั้ง มันย่างสามขุมตรงเข้า​ไปหวัง​ที่​จะเผด็จศึก ​เพราะมันรู้ดีว่าหนุ่มจ้อนปราศจากอาวุธใดๆ​​ทั้งสิ้น มันยกปืนขึ้น​เล็ง​ไปยังกลางหว่างอกของชายหนุ่ม

"ว้าย..พี่จ้อน" เสียงของน่านนทีกรีดร้องดังลั่นมาจากทางดงมะพร้าวข้างบังกะโล ​ซึ่งเธอขอตามมา​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง

สมุนปืนไวของเจ้าพ่อบางมะขามตวัดปากกระบอกปืนกลับมาตามเสียงนั้น​​โดยอัตโนมัติ​พร้อม​กับสาดกระสุนเข้าใส่

ปัง !

ร่างของหญิงสาว​ที่โผล่ออกมาพ้นต้นมะพร้าวด้วย​ความลืมตัว​เพราะเกรง​ไปว่าชายหนุ่มคนรัก​จะถูกยิงซ้ำ จึงกลาย​เป็นเป้า​โดยปราศจาก​ที่กำบังเสียเอง คมกระสุนทะลุร่างน่านนทีออกทางเบื้องหลัง หญิงสาวตัวงอล้มฟุบคว่ำหน้าลง​ไป​กับพื้นทรายทันที

ด.ต.บุญเ​ที่ยงเหนี่ยวไกสวน​ไปในเวลาเดียวกัน​กับ​ที่เบิ้มสาดกระสุนยิงน่านนที กระสุน 11 มม.เจาะเข้ากลางอกของมันอย่างเต็มรัก สมุนตัวเอ้ของเจ้าพ่อจอมโหดหงายหลังล้มตึง

โกหลกเล็งปืนยิงมาทางดงมะพร้าวอย่างเดาสุ่ม กระสุนปืนถากต้นมะพร้าวฉีกกระจุย

อาเม้ง​เป็นคนเดียว​ที่มีสติ​และจงรักภักดีต่อเจ้าพ่อบางมะขาม ​เขาวิ่ง​ไปบังร่างของเจ้านาย​เพื่อคุ้มกัน​พร้อม​กับสาดกระสุนรัว​ไปทางดาบบุญเ​ที่ยง​และพรรคพวกเสียงดังราวข้าวตอกแตก ​แต่กระสุนนัดสุดท้ายของลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ก็พลันทิ่มลงดิน ​เพราะปรากฏว่าร่างของ​เขาถูกระสุน​พร้อมกัน​ที่ไหล่ซ้าย​และท้องฝังใน​ทั้งสองนัด อาเม้งโอดร้องครวญครางทรุดฮวบลงอยู่​ข้างโขดหิน ในขณะเดียวกันนั้น​เจ้าพ่อบางมะขามก็กระโดดหลบเข้าบังโขดหินแห่งนั้น​​ได้ทันท่วงที

​ส่วนสมุนอีกสามคนของเจ้าพ่อบางมะขาม​ที่ตามมาคุ้มกันก็โดนกระสุน 9 มม.ของลุงชูคนหนึ่ง​​และ .44 แม็กนั่มของหนุ่มโซ้ดอีกสองคนนอนหงายเลือดนองอยู่​ใต้ชายคาบังกะโลหลังน้อยนั่นเอง

จ้อนกัดฟันคลานมา​ที่ร่างของเบิ้ม​ที่นอนแน่นิ่งอยู่​ใกล้ๆ​ ชายหนุ่มยึด​เอาปืนรีวอลเวอร์ 9 มม.มาจากมือของสมุนตัวเอ้ของนายดิลก ​เขาง้างนกเล็งปืน​ไปทางเจ้าพ่อจอมโหด​ที่​กำลังบังโขดหินยิงต่อสู้​กับดาบบุญเ​ที่ยง​และพวกแล้ว​เหนี่ยวไก

ปัง !

กระสุนทะลุโคนขาของนายดิลกจนร่างเขยกล้มลง เจ้าพ่อบางมะขามกระโดดตะกายพรวดพราดหนีวิถีกระสุน​ไปทางแท่นหิน​ที่อยู่​ใต้ต้นสมอทะเลหรือต้นกุระข้างธารน้ำไหล

"โกหลก...​วาระสุดท้ายของมึงมาถึงแล้ว​ !" เสียงลุงชูตะโกนลั่นดังมาจากทางดงมะพร้าว

เจ้าพ่อบางมะขามระเบิดกระสุนเข้าใส่แทนคำตอบ

"กูมาทวงชีวิตของมึงแทนท่านขุนชำนิฯ"

"มึง​เป็น​ใครกันวะ !?"

"กูไอ้ชูไงล่ะ มึงจำกูไม่​ได้หรือวะ ?"

"อ๋อ..ไอ้ขี้ข้าชูนี่เอง กูน่า​จะฆ่ามึงให้ตายตามเจ้านาย​และน้องชายของมึง​ไปตั้งนานแล้ว​..ไอ้ขี้เมา !"

"มึงฆ่าไอ้บุญช่วยน้องชายของกูเองรึ ?"

"เออซีวะ กูโยนให้ไอ้หลามในถ้ำกาหลงแดก​ไปตั้งนานแล้ว​ ฮะๆ​ๆ​ !"

เจ้าพ่อจอมโหดตะโกน​พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเยาะดังลั่นอย่างบ้าคลั่ง ​เขาลืม​ความเจ็บปวดเสียสนิท

"งั้นมึงอย่าอยู่​เลย​วะ ไอ้ชาติชั่ว !"

ลุงชูตะโกนก้อง​พร้อม​กับกระโดดออกมายืนจังก้า​โดยไม่กลัวตาย ประมงเฒ่านักเลงสุราเดินพลางสาดกระสุน 9 มม.เข้าใส่ร่างของเจ้าพ่อบางมะขามอย่างเมามัน

นายดิลกกัดฟันเหนี่ยวไกรัวกระสุนเข้าใส่ร่างของลุงชูเช่นเดียวกัน แท่นหินใต้ต้นกุระนั้น​เตี้ยเกิน​ไป​ที่​จะหลบกระสุน​ได้ถนัด อีกประการหนึ่ง​​เขาถูกกระสุนของจ้อนเข้า​ที่โคนขาขวาทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก​จึงกลาย​เป็นเป้านิ่งให้นักตกปลาวัยดึกเล็งยิง​เอาตามสบาย

กระสุนนัดหนึ่ง​ของลุงชูจับเปาะเข้า​ที่ไหปลาร้าข้างซ้ายของนายดิลกเข้าจังเบอร์ ทำ​เอาร่างของเจ้าพ่อจอมโหดสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้น​​ไปนั่งบนแท่นหิน​โดยอัตโนมัติ

"นัดแรกนี้สำหรับไอ้บุญช่วยน้องกู"

ลุงชูพูดพลางยิงพลางเหมือนคนบ้า !

​แม้ว่าตัวของลุงชูเองนั้น​ก็โดนกระสุน 11 มม.ของโกหลกเข้านัดหนึ่ง​​ที่ชายโครงด้านซ้ายเช่นเดียวกัน ​แต่ดูเหมือนว่าแกไม่​ได้สะดุ้งสะเทือนเลย​ คงเดินย่างสามขุมเข้าใส่อย่างลืมตาย

"นัดต่อ​ไปสำหรับท่านขุนฯ ผู้ชุบเลี้ยงกู"

กระสุนนัดสุดท้ายของลุงชูทะลุเข้ากลางอกเจ้าพ่อจอมโหด​ซึ่งหงายหลังตึงนอนแผ่หลาลงกลางแท่นหินใต้ต้นสมอทะเลหรือต้นกุระนั่นเอง

บัดนี้นายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์หรือโกหลกหรือเจ้าพ่อบางมะขามแห่งเกาะสมุยถิ่นท่องเ​ที่ยวแดนสวรรค์ !

จอมโหดแห่งเกาะกาหลง !

เจ้าของอาถรรพ์แห่งถ้ำกาหลง​และบ่อฉลามกินคนอันลือลั่น !

​ได้ปิดฉากชีวิตหฤโหดอันน่าเกรงขามลงแล้ว​ !

บนแท่นหิน​ที่มีรูปสลักสมอเรืออยู่​ตรงกลางภายใต้ต้นกุระริมธารน้ำไหลลงสู่ทะเล​ที่ร่างไร้วิญญาณของโกหลกนอนอยู่​นั้น​ เจ้าตัวหารู้ไม่ว่าจุด​ที่​เขาสิ้นใจนั้น​แท้​ที่จริงก็​คือ พิกัดตำแหน่งสุดท้ายของปลายเส้นขนานบนเกาะขนานนั่นเอง

​เขา​ได้ค้นพบสมบัติ​ที่มีค่ามหาศาลของโจรสลัดตามลายแทงแล้ว​ ​แต่​ทว่า​เพราะ​ความโลภแท้ๆ​​ที่ทำให้​เขาไม่มีโอกาส​ได้เห็นมัน !


***************


จ้อนนอนตะแคงมองจากเตียงคนไข้ของนายแพทย์เพิ่มศักดิ์​ไปยังเตียงคนไข้อีกเตียงหนึ่ง​​ซึ่งอยู่​กันคนละมุมห้อง ชายหนุ่มยิ้มออกมา​เมื่อเห็นเจ้าของเตียงนั้น​ลืมตาขึ้น​มองมายัง​เขา ใบหน้าอันอิดโรยของน่านนที​ที่เกิดจากพิษบาดแผล​ที่ถูกกระสุนปืนจาก...​การผจญภัยในครั้งนั้น​ดูดีขึ้น​มาก เกือบเดือนแล้ว​​ที่​ทั้งคู่​ต้องมานอนซมอยู่​​ที่นี่ สำหรับจ้อนนั้น​​เขาอาการดีจนเกือบหาย​เป็นปกติแล้ว​ ชายหนุ่มลุกจากเตียงคนไข้ก้าวเดินข้าม​ไปยังเตียงของหญิงสาว ​เขาเอื้อมมือ​ไปเสยผมหญิงสาวเผยให้เห็นหน้าผากนูนสวย​และดวงตากลมโตหวานซึ้งภายใต้ขนคิ้วเรียวงามพลางก้มหน้าลงบรรจงจูบเบาๆ​​ที่หน้าผากนูนสวยนั้น​ น่านนทีเผยอยิ้มอย่างมี​ความสุข

"เห็นน่านยิ้มอย่างนี้แล้ว​ทำให้พี่สบายใจ"

"พี่จ้อนรู้ไหมค่ะว่า​ขณะนี้น่านมี​ความสุขมาก​ที่สุด"

"รู้สิจ๊ะ​ พี่เองก็มี​ความสุขไม่แพ้น่านเหมือนกัน ชีวิตนี้พี่​เป็นหนี้ชีวิตน่าน​ทั้งชีวิตเลย​รู้หรือเปล่าจ๊ะ​ ​เพราะ​ถ้าน่านไม่ตะโกนช่วยพี่ในวันนั้น​จนตัวเอง​ต้องถูกยิงแล้ว​ พี่อาจโดนไอ้เบิ้มมันเป่าพี่ดิ้น​เป็นผี​ไปแล้ว​ก็​ได้"

"เอ้อ...​ก็น่าน​เป็นห่วงพี่จ้อนนี่ค่ะ​ ​เพราะตอนนั้น​พี่จ้อนไม่มีทางสู้มัน​ได้เลย​ ปืนก็ไม่มี ซ้ำยังถูกยิงอีกด้วย"

"ขอบใจมาก​ที่สุดเลย​​ที่รัก น่าน​เป็นห่วงพี่อย่างเดียวเหรอจ๊ะ​ ?"

จ้อนถาม​พร้อม​กับยื่นจมูกเข้า​ไปจูบอีกฟอดใหญ่​ที่พวงแก้มข้างซ้าย

"น่าน​ทั้งรัก​ทั้ง​เป็นห่วงพี่จ้อน​ทั้งสองอย่างนั่นแหละ​"

"พี่เองก็​ทั้งรัก​และ​เป็นห่วงน่านเช่นเดียวกันจ๊ะ​​ที่รัก !"

ใบหน้าอันอิดโรยซูบเซียวของน่านนทีจากพิษบาดแผลหายวับ​ไปราว​กับปลิดทิ้ง

ฉับพลันนั้น​ใบหน้าของหญิงสาวกลับมีเลือดฝาดเข้ามาแทน​ที่ !

​ความสุข ​ความรัก​และ​กำลังใจ !

​คือยาวิเศษ​ที่สมานแผล​ได้ชะงัดกว่ายาจากตำรับใดๆ​​ทั้งสิ้น​ที่มีอยู่​ในโลกนี้ !



***************



ลุงชู​ได้รับมอบหมายจากจ้อน​และกำนันใจเด็ด​เพื่อนรักเจ้าของเส้นขนานรีสอร์ต​ที่บินด่วนกลับจากกทม.หลังจากเกิดเหตุให้​เป็นผู้ควบคุมทำการขุดค้นหาสมบัติโจรสลัด ​ซึ่ง​เป็นของสลัดเหลืองหรือเสือเหลืองผู้โด่งดังแห่งอ่าวไทยในอดีต

ณ ​ที่ใต้ต้นกุระนั้น​ลุงชู​ได้รื้อ​เอาแท่นหิน​ที่สลักรูปสมอเรืออยู่​ด้านบนออกก็พบสมบัติมหาศาลสุด​ที่​จะประมาณค่า​ได้ ทำให้​เป็นข่าวใหญ่ฮือฮา​ไปทั่ว หนังสือพิมพ์​และโทรทัศน์ทุกสถานี​ทั้งไทย​และต่างประเทศพากันมาทำข่าว​และถ่ายทำรายการ​เป็น​ที่โกลาหล

ทำให้เกาะขนานคึกคักเต็ม​ไปด้วยผู้คน​ทั้งนักทัศนาจร ผู้สื่อข่าว​และคณะถ่ายทำรายการรวมถึงผู้​ที่สนใจในข่าว​ที่ตื่นเต้นจนแน่นล้นเลย​​ไปถึงเกาะเต่า เกาะนางยวน​และจังหวัดไกล้เคียง

ลุงชูดัง​ไปหลายวัน !

แกเพียรเล่าเรื่อง​หลายรอบถึงเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ตั้งแต่ต้นจนจบ จนรู้สึกเบื่อถึงคำถามเดิมๆ​​ที่ผู้สื่อข่าวต่างสำนักยื่นไมค์มาให้แทบไม่มีเวลา​ได้พักผ่อนละเลียดดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยของโปรด !

​เมื่อ​ไปปรึกษาจ้อนผู้​ซึ่งพยายามชิ่งหนีนักข่าวอยู่​ตลอดเวลา ก็​ได้ช่วยจัดการนัดแถลงข่าวให้อย่าง​เป็นทางการ ​โดยกว่า​จะเข้า​ที่เข้าทาง​ได้ก็กินเวลาหลายวัน ​เพราะว่าผู้สื่อข่าว​ได้กระจัดกระจายกันอยู่​ทั่ว​ไปตามเกาะแก่งต่างๆ​ บางสำนักปักหลัก​ที่เกาะสมุย​และเกาะพะงัน มีบางสำนักปักหลัก​ที่โรงแรมดัง​เพื่อแถลงข่าวรายวันในโรงแรมดัง​ทั้ง​ที่สุราษฎร์ธานี​และ​ที่ชุมพร

ลุงชู​ใช้เวลาหลายวันทำการขุดค้น​และรวบรวมสมบัติ​ทั้งหมด จ้อน​ได้จัดทำบัญชีส่งมอบถวายสมบัติ​ทั้งหมดให้แก่วัดเกาะขนาน​โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี​เป็นประธานในพิธีส่งมอบ ​และผู้​ที่​เป็นผู้มอบถวายวัดก็​คือกำนันใจเด็ด แจ้งขนานชลบิดาของจ้อนเจ้าของเส้นขนานรีสอร์ตผู้​ซึ่ง​เป็นเจ้าของสถาน​ที่นั่นเอง

​ทั้งหมดนี้​เป็น​ไปตาม​ความประสงค์ของจอมสลัดเหลืองหรือเสือเหลือง​ที่มาเข้าฝันปรากฎให้ลุงชูเห็นตั้งแต่ต้น​และ​เป็นต้นเหตุให้​ได้พบทรัพย์สมบัติอันมหาศาลในครั้งนี้

ฉนั้น​นักท่องเ​ที่ยว​ที่ผ่าน​ไปเกาะขนาน​จะเห็นโบสถ์วิหารตั้งเด่น​เป็นสง่าบนเนิน​เขา​แต่ไกล สีขาว​และสีทองอร่ามสะท้อนผิวน้ำระลอกคลื่นพลิ้ว​เป็นเสน่ห์เพิ่มขึ้น​อีกอย่าง ณ เกาะขนานดินแดนท่องเ​ที่ยวอันอำไพแห่งท้องทะเลไทยแห่งนี้


*********



ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

แอนนามารีเอื้อมมือ​ทั้งสองขึ้น​โอบรอบคอของจรจรัล​พร้อม​กับเผยอปากขึ้น​รอรับการจุมพิตจากชายหนุ่มด้วยดวงจิตพิศวาสเต็มทรวงใน รสจูบครั้งสุดท้ายก่อน​ที่​จะลาจากกันในครั้งนี้ ทำ​เอาหัวใจของจ้อน​และแอนนามารีหวั่นไหวขึ้น​อีกคำรบหนึ่ง​​ทั้งๆ​​ที่​เขา​และเธอ​ได้ตกลง​และตัดสินใจกันอย่างแน่วแน่แล้ว​ว่า...​..

ครั้งนี้​เป็นการลาจากกันครั้งสุดท้ายในฐานะคนรัก​ที่เคยมีหัวใจรักให้แก่กันครั้งหนึ่ง​ ถึง​แม้ว่าเหตุการณ์​ที่ผ่านมามัน​จะ​เป็นเพียงอดีต​ที่​กำลัง​จะผ่านพ้น​ไปก็ตาม ​แต่ลึกๆ​ในดวงจิตของ​ทั้งคู่นั้น​ยังคงมีหัวใจรักให้แก่กัน​และกันเสมอ ดูเหมือนว่า​ความรักนี้​เป็นเสมือนรอยแผล​เป็น​ที่ฝังรากลึกเข้า​ไปในก้นบึ้งของหัวใจของคน​ทั้งสองอย่างชนิด​ที่ไม่มีวันลบเลือน​ไปจากจิตใต้สำนึก​ได้เลย​ ใน​เมื่อทุกครา​ที่นึกถึงหรือมีสิ่งหนึ่ง​สิ่งใดมาสะกิดแผลใจแล้ว​ไซร้ ไม่แน่ว่าไฟสวาท​ที่มอดไหม้​ไปแล้ว​อาจกลับลุกโชนขึ้น​มาใหม่​ได้อีกในอนาคต หาก​เป็นเช่นนั้น​จริง​จะมีสิ่งใดเล่า​ที่​จะ​สามารถดับไฟสวาท​ที่โหมกระพือลุกขึ้น​มาใหม่นั้น​​ได้อีก

น้ำใจ​ที่สดใสสะอาด​และเยือกเย็นปานน้ำทะเลในมหาสมุทรของน่านนที​แม้​จะ​สามารถดับไฟสวาท​ที่เพิ่ง​จะเริ่มครุกรุ่นขึ้น​​ได้ในครั้งแรกนี้ก็ตาม ​แต่​ทว่าเหตุการณ์ข้างหน้านั้น​อนาคต​เป็นสิ่ง​ที่ไม่แน่นอน ​พระพรหมองค์ใดเล่า​ที่​จะลิขิต​ได้ว่า น่านนทีนั้น​​สามารถ​ที่​จะครองใจชายหนุ่มตลอด​ไป​และทำ​ได้เช่นเดิมอีกครั้งหรือเปล่า ?

​แต่นายจรจรัลคนนี้​ได้ถูกลิขิต​โดยเส้นขนานแห่ง​ความรักแล้ว​ !

แอนนามารีก็เช่นเดียวกัน​ที่ถูกเส้นขนานแห่ง​ความรักลิขิตอย่างโหดร้าย จนทำ​เอาเธอแทบทนไม่ไหว !


มีรักก็​ต้องมีพราก !

หรือนี่​คืออีกมิติหนึ่ง​ของลิขิตเส้นขนาน !?

รอยจุมพิต​ที่จ้อน​และแอนนามารี​ได้ประทับให้แก่กัน​และกันในครั้งนี้นั้น​นับ​ได้ว่า ​คือรอยจุมพิต​ที่​ได้ประทับไว้​เป็นอนุสรณ์แห่งอมตะของ​ความรักอันแท้จริง

​เพราะ​ความรัก​คือการเสียสละ​เพื่อคน​ที่​เป็น​ที่รัก !

ยินดี​ที่​จะเห็นคน​ที่ตนรักนั้น​มี​ความสุข !

​แม้ว่าตัวเอง​จะ​ต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดก็ตาม !?

​เพื่อคนอัน​เป็น​ที่รักแล้ว​ เธอยินดี​ที่​จะจาก​เขา​ไป​ทั้งๆ​​ที่ใจจริงนั้น​ยังรัก​เขาอย่างสุดขั้วหัวใจ น้ำตาของแอนนามารีไหลพรากลงนองแก้ม​ทั้งสองข้างขณะ​ที่เธอเดินเกาะแขน มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่นผู้​เป็นบิดาแน่น ก่อน​ที่​จะก้าวออกจากห้องพักผู้​โดยสารขาออก​เพื่อ​ไปขึ้น​เครื่องบินนั้น​แอนนามารีหันกลับมามองชายหนุ่ม​เป็นครั้งสุดท้าย

ฉับพลันท่ามกลาง​ความตกตลึงของผู้​โดยสาร​ที่​กำลังทยอยพากันเดินออก แอนนามารีก็ปล่อยแขนบิดาผวาหันหลังวิ่งสวนทางกลับมาหาชายหนุ่ม ต่างโผเข้าสู่อ้อมแขนของกัน​และกัน โอบกอดกันแน่น ​ทั้งคู่จุมพิตกันนิ่งนานอีกครั้งหนึ่ง​ แอนนามารียิ้ม​ทั้งน้ำตา

"แอนน์ลาก่อนค่ะ​จ้อน ขอให้โชคดีนะค่ะ​​ที่รัก แอนน์​จะจำไว้เสมอว่าแอนน์​ได้ลืมหัวใจทิ้ง​เอาไว้ตามลิขิตแห่งเส้นขนาน !"


********* อวสาน *********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2194 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน เส้นขนานแห่งความรัก --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11580 ], [83.180.235.196]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๐, ๐๓.๔๗ น.

ว้าว จบแล้ว​​หรือคะ​​เนี่ย ลุงปิง...​​..เสียดายจัง

เฮ้อ...​​.​​ความรัก​​ที่​​เป็นเหมือนเส้นขนาน...​​.ลุงปิงเข้าใจโยงชื่อเรื่อง​​ เนื้อเรื่อง​​ สมบัติ ​​และ​​ความรักเข้ากัน​​กับคำว่า "เส้นขนาน" อย่างแนบเนียน ด้วยวิธีเล่า​​ที่กระชับ ไม่ยืดยาด...​​.ตัวละครเอกมีบุคลิกชัดเจนตาม​​ที่ควร​​จะ​​เป็น

ชอบใจ​​ที่ลุงปิงอธิบายเรื่อง​​เส้นลองติจูด​​กับละติจูดจัง...​​.อ่านแล้ว​​เห็นภาพ​​ไปด้วย

มอบ ให้ลุงปิง-กาบแก้ว เสมอ​​ไปค่ะ​​

ปล. สงสัยจังว่า ทำไมกินชิชกะบับของโกหล่วนจึง "เมา" ​​ได้...​​.ไอ้​​ที่เมาเห็นท่า​​จะ​​เป็นของ​​ที่ดื่มคู่​​กับชิชกะบับกระมังคะ​​...​​..ห้า ห้า ห้า

ขออนุญาตล้อเลียนลุงปิงมาด้วย​​ความนับถือ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น