นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #22
กาบแก้ว
...​เพราะเธอก็​คือหนึ่ง​ในผู้​ที่ถูกเลือกให้ดำเนินงานตามแผนการในครั้งนี้ด้วย !...

ตอน : แผนซ้อนแผน

"ฮัลโหล !"

นายจรจรัลกรอกเสียงเข้า​ไปในกระบอกหูโทรศัพท์เบาๆ​ ​แต่ไม่มีเสียงตอบ​ทั้งๆ​​ที่มีผู้ยกหูรับสาย ​เขาพูดซ้ำอีกครั้ง

"ฮัลโหล ! น่านจ๊ะ​...​นี่พี่จ้อนเอง"

"สวัสดีค่ะ​..พี่จ้อน น่านคอยพี่ตั้งนาน" เสียงของน่านนทีเบาจนเกือบ​เป็นเสียงกระซิบ "น่ากลัวจังเลย​ค่ะ​พี่จ้อน !"

"ไม่​ต้องกลัวหรอกน่าน พี่​และพรรคพวก​กำลังเดินทาง​ไปช่วย"

"พวกมันเดินเพ่นพ่านกันเต็ม​ไปหมด แถวๆ​รอบบังกะโลนี่ก็มีค่ะ​ ถือปืนกันทุกคน"

"ยายจันทร์​กับพวกเรายังคงถูกกักขังอยู่​​ที่ห้องอาหารหรือเปล่า ?"

"อยู่​ค่ะ​ น่านแอบดูจากบังกะโลนี่เห็นชัดเลย​ค่ะ​ พวกเราอยู่​​ที่นั่น​ทั้งหมด"

"แล้ว​พวกลูกค้าเรา​ที่มาพัก​ที่บังกะโลล่ะ ?"

ชายหนุ่มถามด้วย​ความกังวลใจ ​เขาเกรงว่าลูกค้าชาวต่างชาติ​ที่มาพัก​จะ​เป็นอันตราย ​และเสียหายกระทบกระเทือน​ไปถึงการท่องเ​ที่ยวตามหมู่เกาะแถบนี้

"น่านเห็นพวกมันไล่​ไปรวมกันแน่นอยู่​​ที่คอฟฟี่ช็อพ บาง​ส่วนก็ถูกต้อน​ไปรวมกันอยู่​ในห้องอาหารร่วม​กับพวกเรา"

"น่านจ๊ะ​"

"ขา.."

"พี่​เป็นห่วงน่านมาก...​ระวังตัวให้ดีนะจ๊ะ​"

"ค่ะ​..พี่จ้อน น่านก็​เป็นห่วงพี่จ้อนเช่นกัน..น่านรักพี่จ้อนมากค่ะ​"

ชายหนุ่มสะอึก​เมื่อ​ได้ยินคำกล่าว​ที่แสนซื่อของน่านนที ตัว​เขาเองนั้น​ก็มีใจรักเธอ​เป็นทุนเดิมอยู่​แล้ว​มากเหมือนกัน หาก​แต่ว่าทุกครั้ง​เมื่ออยู่​ใกล้น่านนทีทำไมใจ​เขาจึงอด​ที่​จะประหวัดถึงสาวนอร์วีเจี้ยนผมบลอนด์มิ​ได้เลย​

หรือว่า​เขาหลงรักเธอทีเดียว​พร้อมกันถึงสองคน !

​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​เมื่อเวลา​ที่​เขา​ได้อยู่​ใกล้ชิดแอนนามารีเพียงลำพังนั้น​ ​แม้เธอ​จะอยู่​ในอ้อมกอดของ​เขา ​แต่​เขาก็อด​ที่​จะประหวัดถึงน่านนทีสาวน้อยหน้าหวานแสนดีคนนี้มิ​ได้เช่นเดียวกัน

นายจรจรัลนึกโมโหตัวเองอย่างบอกไม่ถูก !

หรือว่า​เขา​เป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง​​ที่ชอบให้มีคนรัก​และ​เอาใจ​พร้อมกันหลายๆ​คน ?

​เขาคง​ต้องหาเวลาว่างแวะ​ไปหาจิตแพทย์สักครั้งหนึ่ง​​เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ​ที่แท้จริง !

"พี่ก็รักน่านมากเช่นเดียวกัน" จ้อน​ได้ยินเสียงของตัว​เขาเองตอบเธอ​ไปอย่างนั้น​ด้วย​ความจริงใจ

"น่านฟังพี่ แล้ว​ทำตาม​ที่บอกดังต่อ​ไปนี้นะจ๊ะ​" ชายหนุ่มบอกเธอ

"ทำอะไร​หรือค่ะ​พี่จ้อน ?"

"นี่​เป็นแผนการช่วยเหลือพวกเราจากเหล่าร้ายพวกนั้น​ ​ซึ่งมัน​เป็นแผนการ​ที่พวกเราร่วมกันคิด​กับดาบบุญเ​ที่ยง เสี่ยงอันตรายหน่อย​​แต่มันจำ​เป็น​ต้องทำ น่านตกลง​ที่​จะช่วยพวกเราหรือเปล่าจ๊ะ​ ?"

"ตกลงค่ะ​พี่จ้อน !"

นายจรจรัลอธิบายถึงแผนการ​ทั้งหมด​ที่​เขา​ได้ร่วมกันวางแผน​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​และพรรคพวกให้น่านนทีรู้​ทั้งหมด

​เพราะเธอก็​คือหนึ่ง​ในผู้​ที่ถูกเลือกให้ดำเนินงานตามแผนการในครั้งนี้ด้วย !

หลังจากปิดโทรศัพท์มือถือแล้ว​ นายจรจรัลก็หันมาทางลุงชู​พร้อม​กับกล่าวถามอย่าง​เป็นงาน​เป็นการ

"ลุงชู...​ลุงคิดว่าสมบัติอยู่​​ที่ปลายเส้นขนานแน่หรือครับ​ ?"

"มาถึงตอนนี้ผมคิดว่าค่อนข้างแน่ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย​ครับ​ ​เพราะ​เมื่อเทียบจาก​ความฝันของผม​กับสิ่ง​ที่โกหลกพูด มันไม่น่า​จะตรงกัน​ได้ทุกคำพูดอย่างนั้น​"

"โอเค...​เดี๋ยวพี่ดาบดับไฟแล้ว​​เอารถ​ไปจอด​ที่ใกล้แท่นหินข้างร่องน้ำไหลด้านหลังบังกะโลหลังสุดท้ายนั่น ทางปลายแหลมด้านโน้น" จ้อนกล่าว​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​พร้อม​กับชี้มือบอกทาง

ด.ต.บุญเ​ที่ยงดับไฟหน้ารถตาม​ที่จ้อนบอก เบาเครื่องแล้ว​ค่อยๆ​ขับเคลื่อนคลานเข้า​ไปจอด​ที่ข้างบังกะโล​ที่แอนนามารีเคยพักก่อน​ที่หล่อน​จะถูกจับตัว​ไปเกาะกาหลง ด้านหน้ามีแท่นหินอยู่​ใต้ต้นไม้​ที่โซ้ดเคยบอก​เขาว่ามัน​คือต้นกุระ ด้านบนแท่นหินนั้น​มีคนมือบอนแกะสลัก​เป็นรูปสมอเรือ​เอาไว้

อันต้นกุระนั้น​​เป็นชื่อภาษาท้องถิ่นทางใต้ !

ชื่อสามัญของต้นไม้นี้ก็​คือสมอทะเล !


ณ ​ที่ตรงนี้​เป็นธารน้ำไหล นับ​ได้ว่า​เป็นปลายสุดของเกาะขนานนี้​ซึ่ง​เป็นแหลม​ที่ยื่นออกสู่ทะเล

มองออก​ไปจาก​ที่ตรงนี้ในตอนกลางวัน​จะเห็นทิวทัศน์​ที่งดงามมาก​ที่สุดแห่งหนึ่ง​ของเกาะขนานทีเดียว !

"ปลายเส้นขนาน !"

จ้อนคิดว่านี่​คือปลายเส้นขนาน​ที่พวก​เขาพูดถึง​และตามหากันแทบพลิกแผ่นดิน แท้​ที่จริงแล้ว​มันอยู่​แค่ปลายจมูกนี่เอง !

เพียง​แต่ว่าสมบัติโจรสลัดของเสือเหลือง​ที่ว่านั้น​อยู่​​ที่ตรงไหนเท่านั้น​เอง !?

การค้นหาคงวุ่นวายมากทีเดียว ​เพราะว่าสมบัติมากมาย​อย่างนั้น​​ต้องซ่อนอยู่​ใต้ดินอย่างแน่นอน !

ไม่ใช่คิดว่า​เมื่อเจอแหล่ง​ที่ระบุแล้ว​​จะหิ้ว​เอาทรัพย์สมบัติ​ไป​ได้เลย​ ราว​กับว่ามันวางตั้งรอให้ยก​เอา​ไปอยู่​ตลอดเวลา !

จ้อนหัน​ไปกระซิบเบาๆ​​ที่ข้างหูของลุงชู

"ตรงนี้แหละ​​คือ ปลายเส้นขนาน ​ที่ลุงว่า"

"จริงหรือคุณจ้อน ?" ลุงชูทำตาโต

"แน่นอน​ที่สุดตามการคำนวณของผม !" หนุ่มจรจรัลยืนยัน

"​ถ้าอย่างงั้น สมบัติของท่านผู้เฒ่าเสือเหลืองนั่น​ต้องอยู่​​ที่นี่ละสิ !" ลุงชูพูดอย่างตื่นเต้น กวาดสายตามอง​ไปรอบๆ​ คล้าย​กับ​จะมองให้ทะลุว่าสมบัติ​ที่ว่านั้น​ควร​จะซุกซ่อนอยู่​ ณ ​ที่ใด

"ผมเตรียมอาวุธ​ที่​ต้องการ​พร้อมแล้ว​ เรารีบ​ไปช่วยพวกนั้น​กันก่อนสว่างเถอะครับ​คุณจ้อน" นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่เอ่ยเตือนขึ้น​

"​ไปกันเถอะจ้อน" เสียงโซ้ดเรียกมาจากแนวร่องน้ำใต้ต้นกุระ

​ทั้งหมดเดินตามโซ้ด​ไปทางด้านหน้าเส้นขนานรีสอร์ต พวก​เขาค่อยๆ​ลัดเลาะ​ไปตามเงาไม้​และเงามืดของบังกะโล

จ้อนนั้น​ถึง​กับสะอึก​เมื่อเข้า​ไปใกล้ออฟฟิศของ​เขา แรงระเบิด​ที่​เขา​ได้ยินตั้งแต่​เมื่อตอนอยู่​​ที่คลีนิคของหมอเพิ่มศักดิ์นั้น​ทำ​เอาด้านหน้าของออฟฟิศตรง​ที่​เขานั่งทำงานหาย​ไปครึ่งหนึ่ง​ ดี​แต่ว่า​เป็นยามวิกาลในตอนดึกไม่มีผู้คนอยู่​ภายในจึงไม่มีผู้ใด​ได้รับอันตราย

สภาพของคอฟฟี่ช็อพ​และห้องอาหารนั้น​ดูเงียบกริบหาก​แต่แน่น​ไปด้วยผู้คน ลูกน้องของโกหลก​ที่ยืนถือปืนจังก้าคุมอยู่​ภายนอกรอบอาคาร​ทั้งสองนั้น​ทำ​เอาผู้​ที่อยู่​ภายในไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงโวยวาย พากันนิ่งเงียบบางคนนั่งตัวสั่นงันงกด้วย​ความหวาดกลัว

นักท่องเ​ที่ยว​ที่ถูกปลุกด้วยเสียงระเบิด​และลุกขึ้น​ออกมาดู พากันถูกต้อนเข้า​ไปอยู่​ภายในอาคาร​ทั้งสองจนแน่น​ไปหมด

จ้อนพยายามมองเข้า​ไปในห้องอาหาร ​เพื่อดูว่าจันทร์จิรา​และคนของ​เขารวมตัวกันอยู่​ ณ ตำแหน่งใด


***************


น่านนที​แต่งตัวอย่างรัดกุมขณะ​ที่เปิดประตูบังกะโลก้าวเดินลงมาสู่พื้นทรายเบื้องล่าง เธอเดินตรง​ไปทางห้องอาหาร​และคอฟฟี่ช็อพ​ที่มีคนถูกกักขังแน่นอยู่​ภายในเต็ม​ไปหมด

เกือบ​จะทันที​ที่ร่างของเธอ​ต้องแสงไฟ​ที่ส่องสว่างมาจากหน้าห้องอาหาร น่านนทีก็ถูกประกบตัวจากชายร่างใหญ่​ที่ยืนถือปืนคุมทางเข้าอยู่​ด้านหน้า

"​ไปไหนจ๊ะ​คนสวย ?" เบิ้ม​คือชายร่างใหญ่นั้น​ร้องทัก

น่านนทีทำท่าทางตกใจยกมือขึ้น​กุมคอ หน้าตาตื่นตระหนก​พร้อม​กับชี้มือเข้า​ไปในห้องอาหาร

"มาหา​ใครจ๊ะ​ ?"

"​เพื่อนฉันอยู่​ข้างในนั้น​"

"​ใคร ?"

"จันทร์จิรา เจ้าของ​ที่นี่"

เบิ้มยกปืนในมือขึ้น​โบกให้สัญญาณ​เป็นเชิงบอกให้เธอเดิน​ไป​ที่ประตูทางเข้าห้องอาหาร

สมุนคน​ที่ยืนคุมอยู่​​ที่ประตูเอื้อมมือผลักประตูเปิดออกให้น่านนทีเดินเข้า​ไปภายใน เบิ้มตามมา​ที่ประตู​ซึ่งยังเปิดอ้าอยู่​พลางชะโงกหน้าตะโกนเข้า​ไปบอกคน​ที่อยู่​ข้างใน

"คุณจันทร์จิรามีญาติมาเยี่ยม !"

"น่าน !" เสียงจันทร์จิราตะโกนมาจากในครัว

"จันทร์ !"

ชาวต่างชาติ​และนักท่องเ​ที่ยว​ที่ถูกกักขังแน่นอยู่​ภายในห้องอาหาร ต่างพากันหลีกทางให้​เป็นช่อง น่านนทีเดินตรงเข้า​ไปในครัว​ที่​เพื่อนรัก​ทั้งสามยืนออกันอยู่​

​ทั้งสี่สาวกอดกันกลมก่อน​ที่​จะมี​ใครพูดอะไร​แก่กัน !

เสียงพูดคุย​และปรับทุกข์กันจากผู้คนในห้องอาหารเริ่มดังขึ้น​ขณะ​ที่น่านนที​กำลังเดินผ่านเข้า​ไปภายใน จากเสียงกระซิบเบาๆ​ชักเริ่มดังขึ้น​เรื่อยๆ​กลาย​เป็นเสียงจ้อกแจ้กจอแจจนฟังไม่​ได้ศัพท์ราว​กับอยู่​ในตลาดสดก็ไม่ปาน ​ถ้าไม่​ได้ยินเสียงตวาดของเบิ้ม​ที่ดังมาจากทางหน้าประตูแล้ว​ เสียงดังกล่าวก็คงดังกระหึ่มอย่างไม่มีวันรู้จักจบสิ้น

"เฮ้ย...​เงียบโว้ย !"

เบิ้มตะโกนสุดเสียง​พร้อม​กับ​ใช้ด้ามปืนเคาะประตูด้วย​ความเคยชิน

"อะไร​กันวะ...​คุยกันเสียง​เป็นนกกระจอกเชียวโว้ย !"

เสียง​ที่คุยกันขรมเงียบสนิท​เป็นปลิดทิ้ง​เมื่อเห็นเบิ้ม​เอาจริง​โดย​เขา​เอาปืนจ่อ​ไป​ที่ศีรษะของนักท่องเ​ที่ยวชาวตะวันตกคนหนึ่ง​ ทำ​เอาหนุ่มตาน้ำข้าวอ้าปากหวอลืมตาโพลง

"โอมายก้อด...​โอ้โน !" หนุ่มผิวเผือกผู้นั้น​ร้องเสียงหลง

นายดิลกเดินจากทางคอฟฟี่ช็อพตรงมา​ที่หน้าประตูห้องอาหาร​เมื่อ​ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากทางด้านนี้​โดยมีอาเม้งเดินตามมาติดๆ​ ​เขายกมือตบบ่าเบิ้มสมุนตัวเอ้ของ​เขาเบาๆ​พลางเอ่ยถาม

"มีอะไร​เกิดขึ้น​หรือวะเบิ้ม ?"

"มีผู้หญิง​เพื่อนคุณจันทร์จิราเพิ่งโผล่มา​เมื่อตะกี้นี้ ผมเลย​ให้เข้า​ไปหากันข้างใน"

"อ้าว...​แล้ว​ทำไมเอ็ง​ต้องตะโกนด้วยวะ ?"

"อ๋อ..เสียงคนอื่นๆ​คุยกันเสียงขรมหนวกหูจนฟังไม่รู้เรื่อง​ ผมเลย​แกล้งตะโกนขู่พวกมัน ​และ​เอาปืนจ่อหัวไอ้ตาน้ำข้าวนี่มันถึง​ได้หุบปากกันเงียบ"

"อืม..ม ! ข้ามีเรื่อง​​จะบอกเอ็งอย่างหนึ่ง​ ข้า​จะเปลี่ยนแผน ข้าอยากให้เอ็งลาก​เอาตัวนังจันทร์จิรา​กับ​เพื่อนมันอีกสองสามคน​ไปกักไว้บนเรือ​เป็นตัวประกันดีกว่า รอให้ไอ้จ้อน​กับพวกมันตามมาข้า​จะเจรจา​กับมัน"

"ตกลงครับ​เจ้านาย"

เบิ้มกวักมือเรียกสมุน​ที่ยืนเฝ้าประตูอยู่​ข้างๆ​ให้ตามเข้า​ไปข้างในห้องอาหารด้วย นักท่องเ​ที่ยวกลุ่มนั้น​หลีกทางแหวก​เป็นช่องให้​โดยอัตโนมัติ​เมื่อเห็นปืนในมือของ​ทั้งสองคน​ที่ส่าย​ไปมาอย่างน่าหวาดเสียว

"คุณจันทร์จิราครับ​" เบิ้มเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวเสียงเครียด

"มีอะไร​หรือค่ะ​ ?"

"คุณ​กับ​เพื่อนสามคนนี่" เบิ้ม​เอาปืนชี้​ไปทาง​เพื่อนสาว​ทั้งสามของเธอ​คือสุภาวิไล เรวดี​และน่านนที "ตามผมออก​ไปข้างนอก"

"​จะพาเรา​ไปไหนหรือค่ะ​ ?"

"เจ้านายผม​ต้องการพบ"

สุภาวิไล​และเรวดีต่างมองหน้ากันเองเลิกลั่กด้วย​ความหวาดกลัว ​ทั้งสองสาวเกาะมือจันทร์จิรา​กับน่านนทีกันคนละข้างแน่น

"ทำไม​ต้อง​เป็นพวกเราด้วย" สุภาวิไลเอ่ยขึ้น​เสียงสั่น

"ไม่​ต้องกลัว ​ไปกันเถอะ"

จันทร์จิราบอก​เพื่อนรัก​พร้อม​กับนำหน้าออกเดินตามเบิ้ม​โดยมีสมุนโกหลกอีกคนถือปืนคุมรั้งท้ายตามออกมา

​เมื่อจ้อนแลเห็นเบิ้มเดินนำหน้าคุมตัวสี่สาวเดินออกมาหานายดิลก​ที่ยืนคอยอยู่​หน้าคอฟฟี่ช็อพตรงทางเดินลงสู่ชายหาดนั้น​ ​เขารีบหัน​ไปกระซิบ​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงทันที

"พวกมันคุมตัวน้องสาวของผม​และ​เพื่อนๆ​ออก​ไปข้างนอกแล้ว​ครับ​พี่ดาบ เราอาจ​จะ​ต้องเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อย​"

"ผม​กำลังดูอยู่​เหมือนกันว่านายดิลกมัน​จะ​เอายังไงกันแน่"

"ดูคล้ายๆ​มัน​กำลังรออะไร​อยู่​สักอย่าง !"

"คิดว่ามันคงรอพวกเรานะเอง"

"รอพวกเรา ?"

"ใช่...​รอให้พวกเราปรากฏตัว​เพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันยังไงล่ะ ​ถ้าผมเดาไม่ผิด" ดาบบุญเ​ที่ยงตั้งข้อสังเกต

"​ถ้าอย่างนั้น​ผมออก​ไปพูด​กับมันเอง" ลุงชู​ที่นิ่งฟังอยู่​นานเสนอตัว

"อย่าเลย​ลุง ! มันคงอยากคุย​กับผมมากกว่า ตัวประกัน​คือน้องสาวของผม อีกอย่างมันเล่นซะออฟฟิศของผมเละ​ไปหมด"

"ระวังตัวหน่อย​ก็แล้ว​กันคุณจ้อน" นายดาบตำรวจเอ่ยเตือน

"ขอบคุณมากพี่ดาบ เฮ้ยโซ้ด ! ข้าว่าเอ็ง​ไป​กับลุงชู​เอาระเบิด​ที่เตรียมไว้​ไปดักรอ​ที่เรือโชคโอฬารตามแผนบี"

"ตกลง​เพื่อน...​​แต่ข้า​จะรอดูเอ็งเจรจา​กับไอ้โกหลกนั่นก่อน บอกตรงๆ​ข้าไม่ไว้ใจมันเลย​ว่ะ ​เมื่อข้าแน่ใจว่าเอ็งปลอดภัยข้าจึง​จะ​ไปทำตามแผน ข้า​เป็นห่วงเอ็งว่ะจ้อน"

โซ้ดพูดอย่าง​ที่ใจ​เขาคิดด้วย​ความรัก​เพื่อนอย่างแท้จริง ทำ​เอาจ้อนซึ้งในน้ำใจของ​เพื่อนรักจนไม่อาจกล่าวใดๆ​ออกมาอีกด้วย​ความตื้นตันใจ

"คุณ​ไปคุย​กับมันใกล้ๆ​ ประเดี๋ยวผม​จะคอยคุ้มกันให้ ​ถ้าปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล ผม​จะซัดไอ้นายดิลกก่อน​เพื่อนเลย​แหละ​" ดาบบุญเ​ที่ยงบอกนายจรจรัลด้วย​ความ​เป็นห่วงเช่นเดียวกัน

"ไอ้ชาติชั่วคนนี้คบยาก มันฆ่า​ได้ทุกคน​แม้​แต่ผู้มี​พระคุณ ​เพื่อผลประโยชน์ของมันคนเดียวเท่านั้น​ คุณจ้อน​ต้องระวังตัว​เป็นพิเศษนะครับ​" ลุงชูเอ่ยกระซิบเตือน​ที่ข้างหูของชายหนุ่มด้วย​ความหวังดี

"ขอบคุณทุกคนมากนะครับ​​ที่​เป็นห่วง ผม​จะระมัดระวังตัวให้มาก​ที่สุด ผมเองก็อยากคุย​กับมันอยู่​แล้ว​ด้วยว่า​จะ​เอายังไงกันแน่" จ้อนเอ่ยบอก​เพื่อนร่วมตาย​ทั้งสาม​แม้​จะต่างวัยกันก็ตาม​แต่น้ำใจสำคัญ​ที่สุด

จ้อนผละเดินจาก​ไปทางด้านข้างอาคารออฟฟิศของ​เขา​ที่ถูกระเบิดทำลาย​ไปครึ่งหนึ่ง​ ชายหนุ่มอาศัย​ส่วน​ที่เหลือ​เป็นฉากกำบังในการ​ที่​จะเจรจา​กับนายดิลกเจ้าพ่อบางมะขามจอมโหด มือ​ที่กำด้ามปืนแน่นของ​เขาชุ่ม​ไปด้วยเหงื่อ ​เขาหายใจลึกๆ​ก่อน​ที่​จะตะโกนออก​ไปทาง​ที่โกหลกยืนอยู่​

"โกหลก...​นี่ผมจ้อน !"

"สวัสดีคุณจ้อน ! ผม​กำลังอยากพบคุณอยู่​​พอดี" นายดิลกเอ่ยทักเสียงดังกังวาน

"ผมอยากทราบว่า..​ที่ทำแบบนี้คุณ​ต้องการอะไร​จากเรา ?"

"สมบัติโจรสลัด ! ผมอยากรู้ว่ามันอยู่​​ที่ไหน ?"

"ผม​จะ​ไปรู้​ได้ยังไงล่ะครับ​ !"

"งั้น...​ผมขอพูด​กับคุณ​เป็นการ​ส่วนตัว คุณจ้อน"

"ทำไม ?"

"​เพื่อ​เป็นการแลกเปลี่ยน !"

"เปลี่ยน​กับอะไร​ ?"

"ตัวประกัน ! น้องสาวของคุณ​และสามสาวนี่"

"​ถ้าอย่างนั้น​โกหลก คุณเดินมาหาผม​ที่ด้านข้างออฟฟิศ​ที่โดนพวกคุณระเบิดนี่ ​แต่คุณ​ต้องมาตัวเปล่าปราศจากอาวุธ"

"ตกลงคุณจ้อน" เจ้าพ่อบางมะขามตอบอย่างมั่นใจในตัวเองพลางยื่นปืนในมือให้อาเม้ง​ที่ยืนอยู่​ใกล้ๆ​ "ผมปลอดอาวุธแล้ว​นะคุณจ้อน"

"อีกกระบอกในอกเสื้อล่ะ โกหลก !" เสียงดาบบุญเ​ที่ยงตะโกนมาจากใต้เงามะพร้าวข้างบังกะโลหลังหนึ่ง​

เจ้าพ่อบางมะขามหันหน้า​ไปทางเสียงนั้น​อย่างลังเล ​เพราะ​เขาจำ​ได้ดีว่าเจ้าของเสียง​คือนายดาบตำรวจคู่ปรับเก่า​ที่เคยขอร้องไม่ให้ทำการค้าสิ่งผิดกฎหมาย​ทั้งปวงภายในเขตตำบลเกาะขนาน​ที่​เขารับผิดชอบ

เจ้าพ่อจอมโหดแห่งอ่าวไทยตอนล่างล้วงมือเข้าไนอกเสื้อ คีบ​เอาปืน .32 ออโตเมติกออกมายื่นให้อาเม้งอีกกระบอกหนึ่ง​

"กรุณาแสดงตัวให้ผมเห็นด้วยคุณจ้อน"

"คุณไม่ไว้ใจผมหรือโกหลก ?" ชายหนุ่มชักฉุน "คุณมีผู้หญิง​เป็นตัวประกันตั้งสี่คน !"

"โอเค..ๆ​"

นายดิลกยกมือ​ทั้งสองขึ้น​ระดับหน้าอกแสดงท่าทางยอมรับ​พร้อม​กับส่ายหน้าอย่างหัวเสีย​ที่ถูกลบเหลี่ยม​โดยเด็กรุ่นลูก ​เขาเดินอาดๆ​ตรง​ไปทางมุมมืดข้างออฟฟิศของเส้นขนานรีสอร์ต​ที่ถูกระเบิดทำลายเหลือเพียงครึ่งเดียว

หนุ่มจรจรัลเหน็บปืนไว้​ที่เอว แล้ว​ก้าวเดินออกมาจากมุมมืดของตัวอาคารอย่างช้าๆ​​เพื่อประจันหน้า​กับเจ้าพ่อบางมะขาม​โดยไม่ไว้วางใจนัก

"เริ่มเรื่อง​ธุระสำคัญของคุณเลย​ดีกว่า โกหลก" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น​ก่อนอย่างใจร้อน

"คุณรู้เรื่อง​สมบัติโจรสลัดหรือเปล่า ?"

"​ใครก็รู้กัน​ทั้งนั้น​"

"มันอยู่​​ที่ไหน ?"

"ไม่ทราบ"

"​เอายังงี้..คุณจ้อนคุณรู้ไหมว่าปลายเส้นขนานอยู่​​ที่ไหน ?"

"เส้นขนานย่อมไม่มีวันพบกัน ไม่มีปลาย มัน​จะขนานกันตลอด​ไป"

"ผมหมายถึงเส้นขนานบนเกาะนี้"

"ผมรู้ ​แต่คุณ​ต้องปล่อยน้องสาวของผม​และตัวประกัน​ทั้งหมดก่อน ผมจึง​จะบอกตำแหน่ง​ที่ว่าให้คุณทราบ"

"อืม..ม! ตกลงคุณจ้อน ​แต่ผมขอเหลือตัวประกันไว้คนหนึ่ง​ ​เพื่อป้องกันคุณเบี้ยว"

"​ใคร ?"

"น้องสาวของคุณ !"

"ไม่มีทาง ผมยินดี​ที่​จะ​เป็นตัวประกันแทนให้คุณดีกว่า​ที่​จะปล่อยให้น้องสาวของผม​ได้รับอันตราย"

"ผมยินดีรับข้อเสนอ คุณจ้อน !"

"​ถ้าตกลงอย่างนั้น​..โกหลก..โปรดสั่งให้ลูกน้องของคุณถอยกลับ​ไป​ที่เรือของคุณให้หมด แล้ว​ปล่อยน้องสาวของผม​และตัวประกัน​ทั้งหมด ผม​จะเดิน​ไป​พร้อม​กับคุณ" พูดจบจ้อนก็กระตุกปืนออกจากเอวโยนทิ้ง​ไปข้างๆ​

"ตกลง...​เฮ้ย ! เบิ้มปล่อยสี่สาวนั่นกลับ​ไป แล้ว​บอกพวกเราให้ถอยกลับ​ไป​ที่เรือ​ทั้งหมด"

เจ้าพ่อบางมะขามตะโกนบอกสมุนตัวเอ้ด้วยเสียงดังกังวาน !


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2193 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน แผนซ้อนแผน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น