นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #21
กาบแก้ว
...เวลาตีสาม ทุกแห่งบนเกาะขนานมืดมิด​และเงียบสนิท...

ตอน : ระเบิดปริศนา

เวลาตีสาม
ทุกแห่งบนเกาะขนานมืดมิด​และเงียบสนิท
ยกเว้น​ที่คลีนิคของหมอเพิ่มศักดิ์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น​​ที่ยังวุ่นวายโกลาหลด้วยการนำผู้ป่วย​ที่ถูกยิงอาการสาหัสเข้าพยาบาลยังห้องฉุกเฉิน

แอนนามารียืนสะอื้นไห้กระซิกๆ​ภายในอ้อมกอดของจ้อนอยู่​​ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ​เพื่อรอดูอาการของ มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่นผู้​เป็นบิดา ชายหนุ่มโอบร่างแบบบางนั้น​แน่นกระชับ​และคอยพูดปลอบโยนเธออยู่​ตลอดเวลา

​ส่วนโซ้ดนั้น​นั่งคุยอยู่​​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​และผู้หมู่ประทิวอย่างเงียบๆ​บนชุดรับแขก​ที่ห้องโถง​ซึ่งจัด​เป็นห้องเวชระเบียน​และรอพบแพทย์ มีชุดรับแขก​พร้อม​ทั้งเก้าอี้รอหมอ​เป็นแถวเรียงราย

จ้อน​เอามือโอบประคองร่างแอนนามารี​ซึ่งขณะนี้คราบน้ำตาบนใบหน้าของเธอค่อยแห้งเหือดลงแล้ว​ ผละจากหน้าห้องฉุกเฉินเดินมาสมทบ​กับโซ้ด​และตำรวจ​ทั้งสอง

ยังไม่ทัน​ที่จ้อน​และแอนนามารี​จะทัน​ได้นั่งลงบนโซฟาชุดรับแขก​ที่​ทั้งสามคนขยับ​ที่ให้ ​ทั้งหมดก็​ต้องตัวชาตกตะลึงด้วยเสียง​ที่​ได้ยินแว่วมานั้น​ดังก้องกังวาน​และสั่นสะเทือนจนรู้สึก​ได้

ตูม ! !

"เสียงระเบิด !" ด.ต.บุญเ​ที่ยงอุทานออกมา

เสียงนั้น​ดังมาจากแห่งใดแห่งหนึ่ง​บนเกาะขนานนี่เอง !

​ทั้งห้าคนวิ่งออกมานอกห้องทางด้านหน้าคลีนิคราว​กับนัดกัน !

แสงไฟ​ที่พวยพุ่งขึ้น​สู่ท้องฟ้าปรากฏขึ้น​ทางปลายแหลมอีกด้านหนึ่ง​ของเกาะขนานอัน​เป็น​ที่ตั้งของเส้นขนานรีสอร์ต !

เส้นขนานรีสอร์ต !

หนุ่มจ้อนใจหายวาบ !


​เขานึกถึงจันทร์จิราน้องสาวของ​เขาก่อนอื่นใด​ทั้งหมด !

"พี่ดาบ !"

จ้อนหันมาทางนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​ที่ยืนอยู่​ใกล้ๆ​

"พวกมันคงตามมาเล่นงานเราแล้ว​ละครับ​ ผมฝากแอนน์ไว้ทางนี้ด้วยนะครับ​พี่ดาบ"

"ไม่มีปัญหา"

"แอนน์คุณอยู่​รอดูคุณพ่อของคุณ​กับพี่ดาบ​ที่นี่ก่อนนะครับ​ ผม​ต้องรีบกลับ​ไปดูเหตุการณ์​ที่รีสอร์ต"

"ไม่​ต้องห่วงแอนน์หรอก​ไปเถอะค่ะ​ ขอให้โชคดีนะคะ​"

"​ไปกันเถอะโซ้ด" ชายหนุ่มหันมาชวน​เพื่อนคู่หู

"เดี๋ยวก่อนคุณจ้อน !"

เสียง ด.ต.บุญเ​ที่ยงเรียกก่อน​ที่​เขา​จะทัน​ได้ออกก้าวเดินด้วยซ้ำ​ไป

"ทำไมหรือครับ​พี่ดาบ ?"

"ผม​ไปด้วย ! หมู่ประทิวอยู่​ดูแลคุณแอนน์​และ มร. ฮันส์ทางนี้ก็แล้ว​กัน" ดาบบุญเ​ที่ยงออกคำสั่ง

"ขอรับกระผม !" ผู้หมู่ประทิวชิดเท้าตรง​พร้อมทำท่าตะเบ๊ะ

"​ไปรถผมดีกว่าคุณจ้อน บนรถปิ๊คอัพมีอุปกรณ์ช่วยเสริมในการต่อสู้เพียบ เราอาจจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้อง​ใช้ก็​ได้" ดาบบุญเ​ที่ยงว่า

"ตกลงครับ​พี่ดาบ พวกมันคงตามมาแก้แค้นเราแน่ๆ​ ​ที่นี่เราอาจเสียเปรียบ​เพราะเรามี​ทั้งผู้หญิง​และเด็ก​ที่​ต้อง​เป็นห่วง" จ้อนตั้งข้อสังเกต

"ข้าว่ามันมาตามหาสมบัติโจรสลัดมากกว่า !" โซ้ดเอ่ยขึ้น​บ้าง

"สมบัติโจรสลัด ?"

"ใช่ ​เพราะ​ถ้ามันค้นพบสมบัติ​ที่เกาะกุระแล้ว​ ข้าว่ามันคงไม่ตามเรามาถึงนี่ให้โง่หรอก นี่แสดงว่าสมบัติยังไม่มี​ใครหาเจอ"

"เอ็งแน่ใจขนาดนั้น​เชียวหรือวะโซ้ด ?" จ้อนสงสัย

"ข้าแน่ใจว่ะ ​เพราะ​ถ้ามันหาไม่เจอมัน​ต้องคิดว่าพวกเราสมรู้ร่วมคิดกันหลอกพวกมันอย่างแน่นอน" นายสดใสตอบหนักแน่น

"ดีนะ​ที่เราส่งลุงชูให้ล่วงหน้า​ไปก่อน ยังไงๆ​แกก็คงช่วยแก้ไขสถานการณ์ผ่อนหนักให้​เป็นเบา ใช่ไหมวะโซ้ด ?"

จ้อนพูดเหมือน​กับ​จะปลอบใจตนเองมากกว่า

"ใช่...​​ถ้าแกไม่เมาหลับ​ไปเสียก่อน" นายสดใสตอบรับ

"ทำไมเราไม่โทรศัพท์หรือวิทยุ​ไปถาม​ที่รีสอร์ตละครับ​คุณจ้อน" ดาบบุญเ​ที่ยงถามขึ้น​

"จริงสิ เดี๋ยวผมขอเข้า​ไปโทรศัพท์ก่อน"

จ้อนพูด​พร้อมทำท่าก้าวเดินเข้า​ไปในคลีนิคหมอเพิ่มศักดิ์อีกครั้ง ​แต่ก็​ต้องชะงัก​เมื่อ​ได้ยินเสียงนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงเรียก​เอาไว้

"ไม่​ต้องหรอกครับ​คุณจ้อน ผมมีโทรศัพท์มือถือในรถ เรา​ไปกัน​ได้เลย​​จะ​ได้ไม่​ต้องเสียเวลา"


*********


รถปิ๊คอัพสองตอนตราโล่ถึง​แม้​จะตกรุ่นมาหลายปีแล้ว​ ​ทว่าหาก​แต่อุปกรณ์ตกแต่งเพียบคันนั้น​เคลื่อนออกจาก​ที่​ไปทางปลายแหลมของเกาะขนานมุ่งสู่เส้นขนานรีสอร์ตอัน​เป็นจุดหมายปลายทาง

จ้อนนั่งตอนหน้าคู่​กับคนขับ​คือ ด.ต.บุญเ​ที่ยง ​ส่วนโซ้ดนั้น​นั่งอยู่​ตอนหลัง​โดยมี .44 แม็กนั่มบรรจุกระสุนเต็มอัตราขึ้น​ลำเตรียม​พร้อม

โทรศัพท์​ที่จ้อนติดต่อ​ไปนั้น​กว่า​จะมีผู้รับ​ที่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง​​ได้กินเวลานานหลายนาที ​เขา​ต้องเพียรกดเลขหมายอยู่​หลายรอบกว่า​จะมีผู้มารับสาย เสียงผู้รับนั้น​ไม่ใช่จันทร์จิราน้องสาวของ​เขา​ทั้งๆ​​ที่​เขาต่อสายตรงของจันทร์จิรา ​ซึ่งเธอ​สามารถ​ที่​จะรับสาย​ได้ภายในห้องนอน

จ้อน​ได้ยินเสียงหอบหายใจของผู้รับอย่างชัดเจน​แต่ไม่มีคำพูดใดๆ​เล็ดลอดออกมาให้​ได้ยินเลย​ ทำ​เอาชายหนุ่มอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

"ฮัลโหล !" จ้อนกรอกเสียงตะโกนเข้า​ไปในกระบอกหูโทรศัพท์

"ฮัลโหล...​จันทร์เหรอ นี่พี่จ้อนเองนะ !" ​เขาพูดกรอกซ้ำเข้า​ไปอีก

"ฮัลโหล พี่จ้อนเหรอคะ​ ?"

"ใช่...​พี่เอง"

"นี่น่านเองค่ะ​พี่จ้อน...​จันทร์..เอ้อ..จันทร์..เอ้อจันทร์​เขา...​" เสียงของน่านนทีตะกุกตะกักเหมือน​กับ​จะร้องไห้

"จันทร์ทำไม...​จันทร์​เป็นอะไร​​ไปเหรอน่าน ?" จ้อนตะโกนเสียงดังลั่น​ได้ยินก้อง​ไป​ทั้งรถ

"จันทร์ถูกพวกมันจับ​ไปค่ะ​ ​เมื่อกี้นี้เองก่อน​ที่พวกมัน​จะเอ้อ...​."

"ก่อน​ที่พวกมันทำไม ?"

"ระเบิดสำนักงานของเราค่ะ​ !"

"ระเบิดสำนักงาน !?"

"ค่ะ​"

"พวกมันจับจันทร์​ไปไหน ?"

"พวกมันจับ​เอาหลายคน​ไปรวมไว้ในห้องอาหารค่ะ​ ​พอดีน่าน​กำลังเข้าห้องน้ำเลย​รอดตัว​ไป"

"น่านเจอลุงชูหรือเปล่า ?"

"ไม่เห็นนี่คะ​"

"พี่ให้แกล่วงหน้ามาก่อนตั้งเกือบสองชั่วโมงแล้ว​ แกอาจ​จะอยู่​แถวนั้น​แหละ​ ว่า​แต่น่านระวังตัวให้ดีนะจ๊ะ​ หลบอยู่​ในห้องนี้แหละ​เดี๋ยวพี่​จะติดต่อเข้ามาใหม่" ​เขาบอกหญิงสาว

"เอ้อ..​ถ้าน่านเจอลุงชูบอกแกด้วยว่าพี่​กำลัง​ไปหาแก​ที่บ้านของแกนะ"

"ค่ะ​พี่จ้อน...​.พี่จ้อนก็​ต้องระวังตัวให้มากๆ​นะจ๊ะ​ น่าน​เป็นห่วงพี่​และน่านก็คิดถึงพี่จ้อนมากนะค่ะ​"

"เช่นเดียวกัน โชคดีนะจ๊ะ​"

"พวกมันจับ​เอายายจันทร์​และพวกเราอีกหลายคนเข้า​ไปคุมขังอยู่​​ที่ในห้องอาหาร คิดว่าคงกัก​เอาไว้​เป็นตัวประกันในการต่อรอง !" จ้อนหันมาพูด​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​และโซ้ดภายหลังวางหูโทรศัพท์แล้ว​

"ต่อรองอะไร​ ?" นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่กังขา

"ต่อรอง​กับพวกเราเรื่อง​​ที่ซ่อนของสมบัติอันมหาศาลยังไงล่ะ !" หนุ่มโซ้ดออก​ความเห็นขึ้น​บ้าง

"เอ็งคิดว่าข้าคงรู้สินะว่าสมบัติเหล่านั้น​อยู่​​ที่ไหน ?" จ้อนว่า

"​แต่พวกมัน​ต้องคิดว่าอย่างน้อยถึงเอ็งไม่รู้ มร.ฮันส์ก็คง​ต้องรู้มันถึง​ได้จับตัวแก​ไปขังไว้ตั้งนาน" โซ้ดตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมขึ้น​มาอีก

"พวกเราจอดรถไว้​ที่วัดเกาะขนาน แล้ว​จึงค่อยเดินลัดเข้า​ไปทางด้านหลังของรีสอร์ตดีกว่า" จ้อนบอก

"​เป็น​ความคิด​ที่ไม่เลว คุณจ้อน" ดาบบุญเ​ที่ยงพูดเสริมขึ้น​

"แวะดูลุงชู​ที่บ้านของแกหน่อย​ดีกว่าว่าแกอยู่​หรือเปล่า ?"

"ข้าว่า...​​ถ้าแกนอนหลับอยู่​ ป่านนี้ก็คงตาเหลือกตื่นขึ้น​มาหาทางเล่นงานพวกมันแล้ว​ก็​เป็น​ได้" โซ้ดว่า

"​ถ้าข้าคาดการณ์ไว้ไม่ผิด ป่านนี้ลุงชูคง​กำลังหาทางติดต่อพวกเรา หรืออาจ​กำลังทำอะไร​สักอย่างหนึ่ง​ก็​ได้​ที่พวกมันคาดไม่ถึง" จ้อนเอ่ยขึ้น​ตาม​ความคาดคะ​เนว่านี่​เป็นสิ่ง​ที่สหายต่างวัยน่า​จะทำ

"​ถ้าอย่างนั้น​ก็แล้ว​​ไป เพียง​แต่ลุงชูบอกข้านิดเดียวว่าแก​กำลังมีแผน​ที่​จะดำเนินการอย่างไรอยู่​ตอนนี้ ข้า​จะจัดการ​กับไอ้พวกวายร้ายนี่ให้หนำใจเลย​ทีเดียว"

โซ้ดหรือนายสดใส สำราญสมุทรพูดขึ้น​​พร้อม​กับแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมันเขี้ยว ​เขาอยาก​จะกำจัดขุดรากถอนโคนพวกขบวนการร้ายของนายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์เจ้าพ่อบางมะขามนี้ให้หมดสิ้น​ไปจากแผ่นดินไทย

"ผมว่าเราน่า​จะเข้า​ไปช่วย​เอาตัวประกันออกมาก่อน ​เพื่อ​ความปลอดภัยของชีวิตตัวประกัน​ที่​กำลังอยู่​ในอันตราย ผมไม่อยากเสี่ยง​ที่​จะบุกเข้า​ไปลุย​กับพวกมันตอนนี้เลย​​เพราะผม​เป็นห่วงตัวประกัน"

นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงเอ่ยขึ้น​ ราว​กับว่า​จะช่วยเตือนใจให้จ้อน​และโซ้ดยับยั้งชั่งใจ​เอาไว้บ้าง ​จะ​ได้ไม่เสียใจภายหลังหากมีเหตุการณ์​ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น​ ทำ​เอา​ทั้งสองหนุ่ม​ได้คิด

"ขอบคุณครับ​พี่ดาบ​ที่ช่วยเตือนสติพวกผม" จ้อนกล่าวขอบคุณด้วย​ความจริงใจ

"ผมมันคนใจร้อน ​ได้พี่ดาบมาด้วยอย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย​ ทีนี้เรา​จะ​เอาอย่างไรกันต่อ​ไปดีละครับ​ ?" โซ้ดหันมาพูด​กับดาบบุญเ​ที่ยงคล้าย​กับ​เป็นเชิงปรึกษากลายๆ​

"เรายังไม่รู้เลย​ว่ามันจับพวกเรา​ไปกี่คน​และมี​ใครบ้าง อีกอย่าง​ที่ห้องอาหารมีพวกมันเฝ้าอยู่​กี่คน ?" ดาบบุญเ​ที่ยงปรารภ

เสียงสัญญาณเรียกเข้าของโทรศัพท์เคลื่อน​ที่ประจำรถของนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงดังกังวานขึ้น​ นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่หันมาพยักหน้าให้จ้อนรับสายแทน

"ฮัลโหล สวัสดีครับ​ !" จ้อนเอ่ยรับสายเบาๆ​

"ฮัลโหล หัวหน้าเหรอครับ​ ?" เสียง ส.ต.ต.ประทิวถาม

"เดี๋ยวนะครับ​ !" จ้อนยื่นโทรศัพท์ให้ดาบบุญเ​ที่ยง

"ผมดาบบุญเ​ที่ยงครับ​"

"หัวหน้าครับ​ ลุงชูโทรมาจากวัดเกาะขนานครับ​ แกอยู่​ในกุฏิหลวงพ่ออ้นบอกว่า​จะรออยู่​​ที่นั่น"

"ผม​กำลัง​จะ​ไป​ที่วัดอยู่​​พอดีเกือบถึงแล้ว​ด้วย บอกให้แกรออยู่​​ที่นั่นแหละ​หมู่ประทิว"

"ขอรับกระผม" ผู้หมู่นักประดาน้ำรับคำ​พร้อม​กับวางสาย

"ลุงชู​กำลังรอเราอยู่​​ที่วัดเกาะขนาน" ​เขาหันมาบอกสองเกลอ

"เยี่ยมจริงๆ​ลุงชู" โซ้ดเอ่ยขึ้น​อย่างดีใจ

"คราวนี้พวกเราคง​ได้รู้ข้อมูลอะไร​เพิ่มเติมจากลุงชูบ้างแล้ว​ล่ะ" จ้อนกล่าวอย่างมั่นใจ

"ถึงวัดเกาะขนานแล้ว​ เรา​จะ​ได้รู้กันเดี๋ยวนี้ว่าหมู่หรือดาบ !"

นายตำรวจชั้นประทวนหัวเราะหึๆ​ด้วย​ความพอใจขณะ​ที่หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้า​ไปในวัดเกาะขนาน ​เขาขับรถตรงเข้า​ไปจอด​ที่หน้ากุฏิของเจ้าอาวาสอย่างคุ้นเคย

หลวงพ่ออ้นเดินลงกุฏิออกมารับ​โดยมีลุงชูเดินตามลงมาติดๆ​

"นมัสการหลวงพ่อ" นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่ยกมือขึ้น​ไหว้หลวงพ่อ​พร้อม​กับสองสหาย

"เจริญพรโยม !" เสียงท่านเจ้าอาวาสเอ่ยทักด้วยเสียงดังกังวานนุ่มนวลอย่างอารมณ์ดี

"​ต้องขออภัยด้วยนะครับ​​ที่พวกกระผม​ต้องมารบกวนหลวงพ่อยามวิกาลอย่างนี้" ดาบบุญเ​ที่ยงกล่าวขอขมาท่านอย่างเกรงใจ

"ไม่​เป็นไรหรอกโยม วัดย่อม​เป็น​ที่พึ่งของญาติโยมยามเดือดร้อน​และมีปัญหา เช่นเดียวกันวัดก็​ต้องพึ่งญาติโยมยาม​ที่วัดเดือดร้อน​และมีปัญหาเหมือนกัน คนเราอาศัยอยู่​ในโลกนี้​ต้องพึ่งพาอาศัย​ซึ่งกัน​และกัน คอยช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน สังคมจึง​จะมี​ความสงบสุข" ท่านเจ้าอาวาสกล่าวตอบ​เป็นสัจธรรม

"ลุงชูคงเล่าเรื่อง​ราวต่างๆ​​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมด ให้หลวงพ่อฟังแล้ว​ใช่ไหมครับ​ ?" ด.ต.บุญเ​ที่ยงถาม

"ใช่แล้ว​โยม"

"ถูกแล้ว​คุณดาบ ผมเล่าให้ท่านฟังหมดทุกเรื่อง​​ที่ผมรู้ ​โดยเฉพาะเรื่อง​สมบัติ​ที่พวกมัน​กำลังมาตามหา​ที่เกาะขนานนี่" ลุงชูเอ่ยเสริมขึ้น​

"ลุงรู้​ได้อย่างไรว่าพวกมัน​กำลังมาตามหาสมบัติ​ที่เกาะขนานนี่"

"ก็ลุงแอบฟังพวกมันคุยกัน​เมื่อตอนก่อน​ที่มัน​จะจับพวกเรา​ไปขังไว้ในห้องอาหาร" ลุงชูบอก

"​ใคร​เป็นคนพูด ?" นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่ซัก

"นายดิลก​กับไต้ก๋งบุญทวี ดูท่าทางมันโกรธมาก เสียงนายดิลกพูดว่าสมบัติอยู่​​ที่ปลายเส้นขนาน" ลุงชูว่า

"ปลายเส้นขนาน !?" จ้อนทวนคำ

"ใช่...​ปลายเส้นขนาน คำนี้มี​ความหมาย​กับคุณจ้อนหรือพวกเราบ้างไหมครับ​ ?"

ชาวประมงวัยดึกถามอย่างจริงใจด้วย​ความอยากรู้ ​เพราะแกเคย​ได้ยินคำนี้ใน​ความฝันมาครั้งหนึ่ง​แล้ว​ ​ความฝัน​กับ​ความจริงทำไมมันจึงช่างเหมือนกัน​โดยบังเอิญราว​กับว่า​เป็นเรื่อง​เดียวกัน

"คุณพ่อผมเคยบอกว่าอัน​ที่จริงแล้ว​เกาะขนานของเรานี่ ไม่ใช่แค่เกาะสองเกาะขนานกันอย่างเดียวเท่านั้น​ เกาะ​ทั้งสองยังขนาน​เป็นแนวเดียวกัน​กับเส้นศูนย์สูตรของโลกด้วย" นายจรจรัล แจ้งขนานชลหรือจ้อนตอบ​พร้อม​กับอธิบายถึงตำนานเกาะขนาน

"แล้ว​​ต่อมา​เมื่อการท่องเ​ที่ยวเจริญขึ้น​ขยายมาถึงเกาะของเรา คุณพ่อเลย​ตั้งชื่อรีสอร์ตของเราว่าเส้นขนานรีสอร์ต ​เพื่อให้ตรงตาม​ความหมาย​ที่แท้จริงของเกาะ"

"แล้ว​ปลายของเส้นขนาน​ที่ว่านี้มันอยู่​​ที่ตรงไหนกันล่ะครับ​ คุณจ้อน ?" ชายผู้สูงวัยกว่าซักต่อ

"อื..ม..ม! ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ​ ​ถ้าว่ากันตาม​ความจริงมันก็น่า​จะอยู่​แถวบริเวณท้ายรีสอร์ตของเรา ตามแนวร่องน้ำไหลไม่ตอนใดก็ตอนหนึ่ง​" นายจรจรัลให้ข้อสังเกตตาม​ความจริงทางภูมิศาสตร์

"ตอน​ที่ผมหลบอยู่​ในถ้ำรูหนู​ที่เหนือถ้ำลอดบนเกาะกุระนั้น​ ภายในถ้ำเต็ม​ไปด้วยหีบไม่ต่ำกว่าสิบใบ ผมเดา​เอาว่าคง​เป็นหีบสมบัติ ​แต่ผมก็ไม่​ได้เปิดออกดู​เพราะ​กำลังหลบซ่อนตัว​เพื่อไม่ให้พวกมันจับ​ได้" ลุงชูเล่า

"อ้าว ! ​ถ้าอย่างนั้น​พวกมันก็​ได้สมบัติ​ไปแล้ว​นะซิ" ด.ต.บุญเ​ที่ยงว่า

"คงไม่หรอกครับ​คุณดาบ ​เพราะตอน​ที่ผมหลบซ่อนตัวอยู่​นั้น​ บังเอิญผมงีบหลับ​และฝันเห็นเจ้าของสมบัติมหากาฬนั่น ​เป็นชายสูงอายุ​แต่แข็งแรงมือถือดาบโบราณอันใหญ่ บอกว่าสมบัติ​ทั้งหมดถูกย้ายจากเกาะกาหลง​ไปเกาะกุระแล้ว​สุดท้ายก็​เอามาไว้​ที่เกาะขนาน ณ ปลายเส้นขนาน แกบอกผมว่าอย่างนั้น​ แล้ว​แกยังขอร้องให้ผมตามหาสมบัติแล้ว​​เอา​ไปถวายวัดให้หมด ​เพื่อ​เป็นกุศลทดแทนบาป​ที่​ได้สร้างไว้ตั้งแต่ตอน​ที่มีชีวิตอยู่​"

"ชายสูงอายุ​ที่ว่านี้ก็​คือเสือเหลืองหรือโกเหลืองหัวหน้าโจรสลัดสมัยโบราณผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตอย่างแน่นอน !" หลวงพ่ออ้นเอ่ยขึ้น​หลังจาก​ที่นิ่งฟังอย่างสงบอยู่​นาน

"เสือเหลือง !?" ลุงชูทวนคำ

"ใช่..เสือเหลืองนั้น​ในอดีต​เป็นโจรสลัด​ที่ปล้นสดมภ์เรือสินค้า​ทั้งของชาวไทยเราเอง​และของชาวต่างชาติ เรือสำเภา​และเรือกำปั่น​ที่มาทำการค้าขายแถบนี้ต่างพากันหวาดกลัว​ไปทั่วคาบแหลมมลายู​และอ่าวไทย จนทางรัฐบาลไทยสมัยก่อน​ได้ร่วมมือกัน​กับทางรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐมลายูในสมัยนั้น​ทำการกวาดล้างแตกกระจัดกระจายหายสาบสูญ​ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงตำนานสมบัติโจรสลัด​ที่ไม่มี​ใครเคยค้นพบเลย​" หลวงพ่ออ้นเจ้าอาวาสแห่งวัดเกาะขนานอธิบายถึงตำนานโจรสลัดโบราณ

"นั่นก็แสดงว่าภายในหีบบนเกาะกุระก็ว่างเปล่าไม่มีสมบัติอยู่​เลย​ ลุงชูหมาย​ความว่าอย่างนั้น​ใช่ไหมครับ​ ?" นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงสรุป

"​ถ้า​เป็นจริงตาม​ความฝันก็น่า​จะ​เป็นอย่างนั้น​ครับ​คุณดาบ ยิ่ง​เมื่อผมแอบ​ได้ยินโกหลกมันพูดเองว่าสมบัตินั้น​อยู่​​ที่ปลายเส้นขนาน ผมก็ยิ่งแน่ใจใหญ่ว่าสมบัติดังกล่าวอยู่​​ที่เกาะขนานนี้จริง !" ลุงชูพูดอย่างมั่นใจ

"ตาม​ที่ลุงพูดว่าสมบัติซ่อนอยู่​ ณ ปลายเส้นขนาน ผมก็พอ​จะหาตำแหน่ง​ที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัด​ที่ว่านี้​ได้​โดยไม่ยาก" นายจรจรัลหรือจ้อนผู้​ซึ่งเรียนจบจากสถาบันวิชาการเดินเรือจากกรุงออสโลแห่งประเทศนอร์เวย์กล่าวอย่างค่อนข้าง​จะแน่ใจ

"ทาง​ที่ดี​ที่สุดตอนนี้ ผมว่าเรารีบหาทาง​ไปช่วยพวกเรา​ที่ถูกจับ​เป็นตัวประกันก่อนดีกว่า !" นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงกล่าวเตือนขึ้น​ด้วย​ความ​เป็นห่วง

"ตกลงเรา​ไปกันเถอะ" จ้อนชวนพรรคพวก

"พวกผมขอกราบนมัสการลากลับกันก่อนนะครับ​หลวงพ่อ"

"เจริญๆ​เถอะโยม อาตมาขออำนวยพรให้จงประสบโชคดีทุกคน"

เจ้าอาวาสกล่าวอวยพรอย่างเรียบๆ​ด้วยเสียงกังวานนุ่มนวลมีเมตตา หลวงพ่ออ้น​เป็น​พระสมณะผู้สอนธรรมะแห่ง​ความจริงของธรรมชาติ​และสังคมในการอยู่​ร่วมกันของสัตว์โลก​เพื่อ​ความสงบสุขของ​ส่วนรวม ท่านไม่​ได้ให้เครื่องรางของขลังใดๆ​ในการ​ที่​จะ​ต้อง​ไปเผชิญเสี่ยง​กับอันตราย ท่านเพียง​แต่บอกว่าให้กระทำการทุกสิ่งอย่างมีสติ รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้จักให้อภัย​และมีเมตตาธรรม​เป็น​ที่ตั้ง

​เมื่อออกมานอกเขตวัด​ทั้งสี่คนก็เริ่มปรึกษากันภายในรถ เหมือนเช่นทุกครั้งทุกคนยกให้นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​เป็นผู้อำนวยการวางแผนในการดำเนินการช่วยเหลือตัวประกันในครั้งนี้

จ้อนรู้สึกอึดอัด​และลำบากใจ​ที่​จะลงมือกระทำการใดๆ​ในครั้งนี้​เป็นอย่างมาก ​เนื่องจากหนึ่ง​ในจำนวนตัวประกันนั้น​​คือจันทร์จิราน้องสาวสุด​ที่รักของ​เขา นอกจากนั้น​ตัวประกัน​ส่วนใหญ่ยัง​เป็นผู้หญิง​และเด็ก จากเหตุการณ์​ที่ระเบิดสำนักงานของเส้นขนานรีสอร์ตทำให้การติดต่อโทรศัพท์ภายในห้องอาหาร​เป็น​ไปด้วย​ความยากลำบาก

นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงขอร้องให้จ้อนโทรศัพท์​ไปบอกน่านนทียังห้องพักของจันทร์จิรา​ที่เธอหลบซ่อนตัวอยู่​​ได้รับทราบ​และออกปฏิบัติการซ้อนตามแผนช่วยเหลือตัวประกัน

ชายหนุ่มกดหมายเลขบนแป้นของโทรศัพท์เคลื่อน​ที่ของนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​ไปหาน่านนทีทันทีตามแผนการ...​!


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2192 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ระเบิดปริศนา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น