นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #20
กาบแก้ว
...โกหลกโผล่หน้าเข้า​ไปจนเกือบชิดฝาหีบ ดวงตาเบิกโพลง จ้องเขม็งมองเพ่งดูภายในหีบอย่างใจจดใจจ่อ...

ตอน : เปิดหีบสมบัติ

หลังจากปลดสะพานไฟในห้องเจ็นเนอเรเตอร์บนเรือโชคโอฬารแล้ว​ โซ้ดก็ตัดสายเคเบิ้ล​ทั้งสองเส้นโยนลงทะเล​ไป ก่อน​ที่​จะค่อยๆ​โรยตัวรูดไต่ลง​ไปตามโซ่สมอเรือ ​เพื่อลง​ไปยังเรือกรรเชียง​ที่ผูกโยงจอดรออยู่​บนผืนน้ำเบื้องล่าง

​เมื่อแก้เชือก​ที่โยงเรือไว้​กับโซ่สมอเรือออก​และเตรียมตัว​ที่​จะกรรเชียง​ไปทางจุดนัดพบใกล้ถ้ำลอดนั้น​ พลันหูของโซ้ดก็​ได้ยินเสียงน้ำแตกซู่ขึ้น​ข้างเรือกรรเชียง ​พร้อม​กับมีร่างหนึ่ง​โผล่พรวดขึ้น​มาจากใต้น้ำทะเล

โซ้ดกระตุก .44 แม็กนั่มออกมาจากเอวกระชากลูกเลื่อนขึ้น​ลำ ยกปืนเล็ง​ไปยังร่างประหลาด​ที่​กำลังโผล่ขึ้น​มานั้น​เตรียมยิงทันที

ร่าง​ที่เห็นนั้น​อยู่​ในชุดประดาน้ำ !

ผู้หมู่ประทิวนั่นเอง !

​เขามาตรงตามแผนการ !

นี่​ถ้าโซ้ดมือไวกว่านี้นิดเดียวเท่านั้น​ ผู้หมู่นักประดาน้ำ คง​ต้องจบสิ้นชีวิตลงอย่างไม่​ต้องสงสัย !

ส.ต.ต.ประทิวปีนขึ้น​​ไปบนเรือกรรเชียง ​เขารีบถอดหน้ากากชุดประดาน้ำออกวางไว้ข้างๆ​

"หมู่ประทิว !" โซ้ดอุทานออกมาเบาๆ​​พร้อม​กับลดปืนลง

"ใช่..ผมเองพี่โซ้ด"

"เกือบ​ไปแล้ว​ไหมละ หมู่ประทิว ไม่น่าโผล่พรวดพราดขึ้น​มาแบบนี้เลย​ ผมเกือบยั้งมือไม่อยู่​ ใจหายหมด" โซ้ดว่า

"ขอโทษทีพี่โซ้ด ผมมัว​แต่กังวลกลัวว่าพวกมัน​จะเห็น"

"เหตุการณ์บนเกาะ​เป็นอย่างไรบ้าง​ ?" โซ้ดถาม

"เรียบร้อย​ดีตามแผนการทุกอย่าง"

"มี​ใครพบลุงชูหรือเปล่า ?"

"ลุงชูพบ​กับหัวหน้าแล้ว​ครับ​ ​กำลังขึ้น​เรือมา​กับคุณจ้อน​และพวกฝรั่งอีกสองคน"

"พวกฝรั่ง ?"

"ครับ​ฝรั่งสองคนพ่อลูก​ที่หาย​ไปยังไงละครับ​"

"คุณแอนน์ !"

"คนพ่อถูกยิงอาการสาหัส ​กำลังรอเราสองคนอยู่​​ที่จุดนัดพบข้างถ้ำลอด"

"​ถ้ายังงั้นเรารีบ​ไปกันเถอะ !"

โซ้ดกรรเชียงเรืออย่างระมัดระวังมิให้เกิดเสียงดัง ด้วยกลัว​จะ​เป็น​ที่สังเกตของพวกโกหลก​ที่​กำลังตะโกนกันโหวกเหวกอย่างจ้าละหวั่นอยู่​ริมหาดบนเกาะ บ้างก็​กำลังหาทางขึ้น​​ไปบนเรือ ​ความโกลาหลบวก​กับ​ความมืดทำให้การหลบหนีของโซ้ดง่ายขึ้น​


*********


อาการของฮันส์ กุลลิคเซ่นทรุดลงอย่างเห็น​ได้ชัด ศรีษะของไวกิ้งชราวางพาดอยู่​บนตักของแอนนามารี​ซึ่ง​กำลังสะอื้นไห้กระซิกๆ​น้ำตาไหลพรากอยู่​ตลอดเวลา ​โดยมีจ้อนนั่งโอบไหล่หญิงสาวคอยปลอบโยนอย่างอาทร​และห่วงใย

"ป๋า​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​ก็ไม่รู้ ดูซิคะ​เลือดออกมากเหลือเกิน" สาวผมบลอนด์พูดปนสะอื้นด้วย​ความ​เป็นห่วงบิดา

"ป๋าไม่​เป็นไรหรอก แอนน์ลูกรัก เดี๋ยวป๋าก็หาย" ฮันส์ กุลลิคเซ่นบอกบุตรสาว ​เขาไอโขลกเบาๆ​หน้าซีดเซียวอิดโรย เลือดไหลนองชุ่มตัว

"โธ่ป๋า อยู่​นิ่งๆ​นะคะ​ไม่​ต้องพูด เจ็บมากไหมคะ​ ?"

ไวกิ้งชราพยักหน้ารับรู้ ​แต่ไม่​ได้พูดอะไร​ออกมาตามคำขอร้องของบุตรสาว

"คุณพ่อของคุณแอนน์คงไม่​เป็นอะไร​มากหรอกครับ​ ท่านเพลีย​เพราะเสียเลือดมากนั่นเอง ทำใจให้สบายเถิดครับ​ พวกเรายินดีช่วยเหลือเต็ม​ที่"

จ้อนบีบไหล่หญิงสาว​ที่​เขานั่งโอบอยู่​กระชับแน่น คล้าย​กับ​จะ​เป็นการให้​กำลังใจ

"ขอบคุณมากคะ​คุณจ้อน แอนน์​จะไม่มีวันลืมเลย​คะ​​ที่คุณจ้อนให้​ความช่วยเหลือแอนน์​และคุณพ่อด้วยดีเสมอมา" พูดจบแอนนามารีก็ซบหน้าลง​กับไหล่ของจ้อน หลับตาพริ้ม

"ไม่​เป็นไรครับ​ ผมบอกแล้ว​ไงครับว่า​ ผมยินดีช่วยคุณแอนน์ตั้งแต่วันแรก​ที่เราพบกัน"

ชายหนุ่มสูดลมหายใจ​เอากลิ่นกายสาวของเธอ​ที่อยู่​แค่ปลายจมูกเข้าปอดเต็ม​ที่ด้วยอารมณ์รัญจวน ​ซึ่ง​เขารู้สึกแปลกใจตนเองอยู่​ครามครัน​ที่ไม่​สามารถหักห้ามใจ​ที่มีต่อสาวนอร์วีเจี้ยนผมบลอนด์​ได้​เมื่ออยู่​ใกล้

"ใช่คะ​ แอนน์จำ​ได้คุณจ้อนบอกว่า อาจ​เป็น​เพราะว่าชะตาเรา​ต้องกัน"

หญิงสาวแหงนหน้าขึ้น​ชะม้อยตามองหน้าชายหนุ่มท่ามกลาง​ความมืดสลัวของคืนแรม

"ผมก็จำ​ได้ แอนน์ยังพูดด้วยว่า ชะตาเรา​ต้องกันหรืออาจ​เป็น​เพราะฟ้าลิขิต"

เกินห้ามใจ จ้อนก้มหน้าลงจุมพิต​ที่ริมฝีปากของแอนนามารี​ที่เผยอรออยู่​อย่างแผ่วเบา​และนุ่มนวล รักย่อมเข้าใจในแรงปรารถนาแห่ง​ความรัก​ที่​สามารถบังเกิดขึ้น​​ได้ทุก​เมื่อไม่เลือกเวลา​และโมงยาม

​เมื่อ​เขาเงยหน้าหัน​ไปมอง​เพื่อนร่วมชะตาในเรือซีโอทู ชายหนุ่มก็ใจหายวูบ ​เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของโซ้ด​และหมู่ประทิว​กำลังปีนขึ้น​เรือมา​พอดี ​ส่วนลุงชู​และนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงต่างนั่งนิ่งเงียบอยู่​ทางด้านหัวเรือ

"แอนน์ ! โซ้ด​กับหมู่ประทิวมาแล้ว​ เรา​ต้องรีบ​ไปเกาะกาหลง​เพื่อ​เอาเรือเร็วพาคุณพ่อของคุณ​ไปหาหมอ​ที่เกาะขนาน​โดยด่วน"

จ้อน​ได้ยินเสียงของตนเอง​ที่บอกหญิงสาวนั้น​เบาราว​กับเสียงกระซิบเหมือนอยู่​ไกลแสนไกล ​เขาจุมพิตเธออีกครั้งก่อน​ที่​จะผละ​ไปนั่งประจำ​ที่คนขับ ​โดยไม่พูด​กับผู้ใดอีก

จ้อนกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ !

เรือซีโอทูแล่นปราดด้วย​ความเร็วเต็มสปีดมุ่งตรง​ไปยังเกาะกาหลงราวจรวดพุ่งขึ้น​จากฐานยิงสู่อวกาศ !

​เมื่อถึงโขดหินมหึมาริมหาดทรายขาวหน้าอ่าวแห่งศาลเจ้ากุหลาบไฟ ทุกคนก็ย้ายจากเรือเล็กซีโอทูขึ้น​​ไปบนเรือเร็ว "รัญจวนใจ" ทันที

โซ้ดเจาะรูเรือซีโอทูด้วย .44 แม็กนั่มสองนัดก่อนลาจาก !

ขณะเดียว​กับ​ที่เรือเล็กซีโอทูค่อยๆ​จมลงสู่ท้องอ่าวเบื้องล่างนั้น​...​!

เรือรัญจวนใจก็แล่นฉิวออกสู่ท้องทะเลลึกมุ่งหน้าสู่เกาะขนาน ตัดฝ่าคลื่นน้ำแตกกระจายทิ้งพรายฟองฟู่​เป็นทางยาว ท่ามกลาง​ความมืดของคืนเดือนแรม !


***************



โกหลกสั่งให้ไต้ก๋งบุญทวีเร่งจัดการทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า​สามารถส่งกระแสไฟกลับคืนสู่สภาพเดิม ​และสำรวจดู​ความเสียหาย​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมด​โดยด่วน

หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนผ่าน​ไปเกือบหนึ่ง​ชั่วโมงทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืน​เป็นปกติ แสงไฟสว่างไสว​ไปทั่ว​ทั้งบนเรือ​และบนเกาะกุระ

จากการสำรวจ​ความเสียหายบนเรือ ปรากฏว่าทางเข้าใต้ท้องเรือถูกล้อคไว้อย่างแน่นหนา มีลูกเรือ​ซึ่ง​เป็นเจ้าหน้า​ที่ฝ่ายบริการ 3-4 คน​ที่ไม่​ได้ลง​ไปด้วยถูกขังอยู่​ภายใน ​โดยมีช่างไฟฟ้า​และวิทยุประจำเรือถูกมัดมือมัดเท้าสลบไสลอยู่​บนดาดฟ้าเรือข้างทางลงสู่ห้องเคบิ้นเบื้องล่าง

เจ้าพ่อบางมะขาม​ต้องสูญเสียสมุน​ไปอีก 3 คน​เป็นประเดิมหลังจากการค้นหาสมบัติมหาภัยเริ่ม​ได้ไม่นาน

อาเม้ง​เป็นอีกคนหนึ่ง​​ที่เพิ่งฟื้นจากการสลบยืนงัวเงียอยู่​ข้างโขดหินไม่ห่างจากหาดทราย​ที่เดชาไอ้หนุ่มผมยาว​และลูกเรือหนุ่มเมียนม่าอีก 2 คนนอนตายอยู่​เท่าใดนัก !

การค้นหาสมบัติมหาภัยจึงจำ​เป็น​ต้องเร่งค้นหาต่อ​ไป​เพื่อแข่ง​กับเวลา​ที่สูญเสีย​ไป อีกประการหนึ่ง​เจ้าพ่อบางมะขามเกรงว่าพวก​ที่มาช่วยพา​เอาสองพ่อลูกชาวนอร์เวย์กลับ​ไปคง​ต้องแจ้งเหตุให้ทางการทราบ​และส่งคนออกมากวาดล้างพวก​เขาอย่างแน่นอน

ไต้ก๋งบุญทวี​และโกหลกเดิน​ไปพบทางเข้าถ้ำรูหนู​โดยบังเอิญ ในขณะ​ที่ออกสำรวจร่องรอยต่างๆ​ทั่วบริเวณ

ผ้าขาวม้าของลุงชู​เป็นต้นเหตุ !

​เนื่องจาก​ความมืด​และอาราม​ที่รีบร้อนในการ​เอาหินปิดปากถ้ำรูหนูหลังจาก​ที่ลุงชูพบ​กับนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงแล้ว​ !

ขณะ​ที่คลานออกมานอกถ้ำรูหนู ผ้าขาวม้า​ที่คล้องคอ​เป็นประจำของแกเกิดเกี่ยว​กับเศษไม้ร่วงพาดคาปากถ้ำอยู่​ พอแก​เอาก้อนหินปิดทับด้วย​ความรีบร้อนบวก​กับ​ความมืดของยามวิกาล​และเวลาไม่อำนวยจึงปรากฏว่าก้อนหินปิดทับ​เอาผ้าขาวม้าเกาะยอลายหมากรุกสีแดงขาวโชว์หลาเด่นอยู่​ครึ่งผืน !

โกหลกสั่งให้ทำการขุดค้นทันทีทันควัน !

ไต้ก๋งบุญทวีบอกว่านี่​คือสิ่งมหัศจรรย์​ที่เจ้าของสมบัติ​ได้บันดาลให้เห็น​เป็นนิมิตรอันดี​ที่​จะ​ได้ค้นพบสมบัติมหาศาล​เป็นแน่แท้ !

คง​เป็นด้วยบุญบารมีของโกหลก !

"บุญบารมีของนายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์ !" โกหลกคิดฟุ้งซ่าน

"สมบัติ​ที่มีค่ามหาศาลนี้ควรคู่​กับผู้​ที่มีบุญญาภินิหารเท่านั้น​ !"


*********


ลึกลง​ไปภายในถ้ำรูหนูนั้น​ แรก​ที่เดียว​ที่พวกโกหลกค้นพบก็​คือสัมภาระของลุงชู​ที่ขน​เอามาจากเรือหาปลา​เพื่อแอบซ่อนไว้​ที่นี่ให้พ้นสายตา ต่ำลง​ไปอีกหน่อย​ช่องทาง​จะกว้างขึ้น​เรื่อยๆ​ จนเกือบ​จะมาโผล่ใต้ถ้ำลอด

สิ่ง​ที่แลเห็นนั้น​ทำ​เอาโกหลกยืนตัวแข็งทื่อด้วย​ความตื่นตลึง !

หีบมหาสมบัติ !

ใช่แล้ว​นี่แหละ​​คือหีบมหาสมบัติ​ที่​เขาเพียรหามันมาชั่วชีวิต !

บัดนี้...​มันกองอยู่​ตรงหน้านี่แล้ว​ !

รอเพียงแค่เปิดมันออกมาเท่านั้น​ !

โกหลกอ้าปากหัวเราะออกมาก้องถ้ำอย่างลืมตัว ด้วยหลงในอำนาจวาสนาของตัวเองอันไม่มีขีดจำกัด...​..!

สม​กับ​เป็นผู้​ที่มีบุญญาภินิหาร​โดยแท้ !

"ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..สมบัติของข้า !
ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..สมบัติของข้า !"

โกหลกหัวเราะร่า​เป็นเวลานานทำ​เอาลูกน้อง​ที่ตามลงมาขุดค้นสมบัติพลอยผสมโรงหัวเราะก้องตาม​ไปด้วย

เสียงหัวเราะกึกก้องนั้น​ดังลอดออกมาทางปากถ้ำอีกทางหนึ่ง​​ที่ใต้ถ้ำลอดนั้น​กระทบผืนน้ำทำ​เอาเสียงหัวเราะยิ่งก้องกังวานสะท้อน​ไปไกล


การขนย้ายหีบสมบัติ​ทั้งหมดทำ​ได้อย่างง่ายดาย​เพราะไต้ก๋งบุญทวี​ได้ทำการชะลอลงมาทางถ้ำลอด​โดยผูกหีบสมบัติ​ที่หนักอึ้ง​แต่ละใบเข้า​กับเชือกพรวน ​เมื่อหย่อนหิ้วลงเกือบถึงผืนน้ำก็​เอาเรือกรรเชียงทะยอยบันทุกขึ้น​ฝั่งทีละหีบๆ​ จนหมด​ทั้ง 10 ใบ !

โกหลกสั่งให้ระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการขนย้าย​แต่ละครั้งจน​เขาแทบประสาท​เพราะ​ความลุกลี้ลุกลน !

เจ้าพ่อบางมะขามไม่ไว้วางใจผู้ใด​ทั้งสิ้น !

​เขาสั่งให้ทำการขนขึ้น​เรือ​ทั้งหมด !

​และนำเข้า​ไปเก็บไว้ในห้องเคบิ้น​ส่วนตัวของ​เขา ​เพื่อเปิดออกดู !

ภายในห้องสวีทอัน​เป็นห้องเคบิ้นของเจ้าพ่อบางมะขาม เต็ม​ไปด้วยลูกสมุนตัวเอ้ของโกหลกแทบ​ทั้งสิ้น

นายดิลกนั่งอยู่​บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่เบื้องหลังโต๊ะทำงานไม้มะค่าแกะสลักรูปมังกรคู่เลื้อยพันรอบโต๊ะ

ไต้ก๋งบุญทวี​และอาเม้งนั่งอยู่​บนโซฟาบุนวมหุ้มด้วยหนังแกะอ่อนนุ่ม​ซึ่งตั้งอยู่​มุมห้องด้านหนึ่ง​ข้างประตูทางเข้า

​ส่วนเบิ้ม​และสมุนอีก 2 คนอันมีสมบุญ​ซึ่ง​เป็นช่างไม้​และนคร​เป็นช่างวิทยุยืนถือเครื่องมือในการเปิดหีบมหาสมบัติ​ทั้งสิบใบ เตรียม​พร้อมรออยู่​​เพื่อออกปฏิบัติการ​ได้ทันที

พื้นห้อง​ที่​เป็นพรมสีแดงเลือดนก ถูกปูทับด้วยผ้าใบผืนใหญ่​เพื่อกันเปื้อนจากหีบสมบัติ​ทั้ง 10 ใบ​ที่เต็ม​ไปด้วยฝุ่นละออง​และสิ่งปฏิกูลจากหนูถ้ำตัวใหญ่ฝูงนั้น​ ​เนื่องจากการ​ที่พบเห็นในครั้งสุดท้ายนั้น​เหล่าบรรดาหนูถ้ำ​ทั้งฝูง​ได้ยึด​เอา​เป็นรังของพวกมันเรียบร้อย​​ไปแล้ว​

อนึ่งหีบสมบัติ​ทั้งหมด​ได้ถูกซุกซ่อนไว้ ณ ​ที่แห่งนี้​เป็นเวลานานเกินกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว​ ทุกสิ่งทุกอย่าง​ที่อยู่​ภายนอกจึงดูสกปรกเก่าคร่ำเครอะ

สมบุญชายช่างไม้เริ่มลงมือทำ​ความสะอาดก่อน​เป็นคนแรก ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที หีบเก่าแก่โบราณใบแรกนั้น​ก็เอี่ยมอ่อง​เป็นเงาแวววาวขึ้น​มาทันที ลวดลายสลักเสลาบนโลหะ​ที่เห็น ยิ่งมองยิ่งจับตายิ่งนัก สม​กับ​เป็นหีบมหาสมบัติ กระทั่งลวดลายบนกุญแจ ผู้พบเห็นถึง​แม้ไม่รักศิลปะก็มิอาจทำใจให้กล้าตัดหรือทำลาย​ได้ลงคอ

โกหลกลุกพรวดพราดจากเก้าอี้นวมแทบ​จะทันที​ที่เห็นเงาแวววาวสะท้อนนัยตา ​เขาลูบคลำหีบโลหะ​และกุญแจลวดลายวิจิตรด้วย​ความพึงใจจนหลงในเสน่ห์แห่ง​ความงดงามนั้น​

"เอ็งทำ​ได้ดีมาก..สมบุญ ยอดเยี่ยมจริงๆ​" โกหลกกล่าวชมสมบุญช่างไม้หนุ่มเหมือนคนละเมอ

"หีบทุกใบยังอยู่​ในสภาพสมบูรณ์ดีมากเลย​นะครับ​ เจ้านาย" ไต้ก๋งบุญทวีเอ่ยขึ้น​อย่างชื่นชม

"ทำ​ความสะอาดหีบทุกใบให้หมด ก่อน​ที่เรา​จะทำการเปิด !" โกหลกเจ้าพ่อบางมะขามออกคำสั่ง

"เอ้า...​พวกเราช่วยกัน เช็ดถูให้เรี่ยมเลย​นะ" ไต้ก๋งบุญทวีหันมาพยักหน้า​กับลูกน้อง​ทั้งสามคน ​พร้อม​กับทรุดกายลงนั่งช่วยกันทำ​ความสะอาดหีบสมบัติ​ที่เหลือ​ทั้งหมด

เพียงชั่วครู่ใหญ่ๆ​ หีบ​ทั้งสิบใบก็สะอาดเอี่ยมหมดจดราว​กับเพิ่งยกออกมาจากห้องนิรภัย

อาเม้งลาก​เอาเครื่องดูดฝุ่นออกมาดูดเศษฝุ่น​และขยะจนเกลี้ยง !

ผ้าใบผืนใหญ่เหนือพรมบนพื้นห้อง​ที่ดูสกปรก​เมื่อครู่นั้น​ !

บัดนี้ก็พลันสะอาดเรียบร้อย​ ​พร้อม​ที่​จะทำการเปิดหีบสมบัติ​ได้ทันที !

"​พร้อมแล้ว​ครับ​ เจ้านาย" ไต้ก๋งหนุ่มรายงาน

"โอเค...​รออีกครึ่งชั่วโมง"

เสียงนายดิลกประกาศิต

"รออะไร​ละครับ​ เจ้านาย ?" ไต้ก๋งบุญทวีกังขา

"เรา​จะเปิดหีบสมบัติกันเวลาเ​ที่ยงคืนตรง !"

เจ้าพ่อบางมะขามยืนยันตาม​ความประสงค์เดิม

เสียงนาฬิกา​ที่แขวนอยู่​บนผนังตีบอกเวลา 12 ครั้ง !

เวลายี่สิบสี่นาฬิกา !

เ​ที่ยงคืนตรง !

"โอเค...​เปิด​ได้ !" เสียงนายดิลกกังวานขึ้น​​พร้อม​กับลุกจากเก้าอี้นวมเดินตรงมา​ที่หีบมหาสมบัติ !

สมบุญช่างไม้ประจำเรือหยิบเลื่อยตัดเหล็กจ่อ​ไป​ที่กุญแจ​เพื่อเตรียมตัวตัดกุญแจในการเปิด

นายดิลกใจหายวาบ ร้องเสียงหลง !

"เฮ้ย ! อย่าตัด เดี๋ยวกุญแจเสียหายหมด เสียดายลวดลายสวยงามบนกุญแจโว้ย !"

"ไม่มีลูกกุญแจไขนี่ครับ​ เจ้านาย" ช่างไม้สมบุญบอก

"ห้ามงัดด้วยนะโว้ย !"

เสียงเจ้าพ่อบางมะขามกำชับ

"​ถ้าอย่างนั้น​ ประเดี๋ยวผมจัดการเองครับ​ เจ้านาย !" เบิ้ม​ซึ่งเงียบเสียงอยู่​นานอาสาขึ้น​บ้าง

"เอ็ง​จะทำยังไงวะไอ้เบิ้ม ?"

"สะเดาะกุญแจครับ​"

"เอ้า...​ลองดู !"

เบิ้มล้วงมือหยิบ​เอาพวงกุญแจประจำตัวพวงเบ้อเริ่มออกมาจากกระเป๋ากางเกง เลือก​เอาลูกกุญแจรูปร่างคล้ายเหล็กแหลมตรง​ส่วนปลายงอนิดหนึ่ง​ ​เขาแหย่มันเข้า​ไปในรูกุญแจล้วงควักอยู่​ครู่ใหญ่

กุญแจโบราณก็ลั่นดังคลิ้ก !

ทุกคน​ที่อยู่​ภายในห้องนิ่งงัน เงียบกริบ แทบ​จะลืมหายใจ !

เบิ้มค่อยๆ​ยกสายยูกุญแจขึ้น​ ดึง​เอาฝาหีบเปิดออกอย่างช้าๆ​ !

โกหลกโผล่หน้าเข้า​ไปจนเกือบชิดฝาหีบ ดวงตาเบิกโพลง จ้องเขม็งมองเพ่งดูภายในหีบอย่างใจจดใจจ่อ !

ฝาหีบเปิดอ้าจนสุดบานพับ !

มองเห็นสิ่ง​ที่อยู่​ภายในหีบลายสวยนั้น​อย่างชัดเจน !

ทุกคนใจหายวูบด้วย​ความตกใจระคนสงสัย ! ?

เจ้าพ่อบางมะขามตกตะลึงอ้าปากหวอ !

"เฮ้ย ! ?"

โกหลกตะโกนก้องสุดเสียง

​เพราะสิ่ง​ที่ปรากฏภายในหีบสมบัตินั้น​หาใช่เพชรนิลจินดาหรือสิ่งมีค่า​แต่อย่างใดไม่ !

มัน​คือก้อนกรวด​และก้อนหินหลากสี​ที่เห็นอยู่​ดาดดื่นทั่ว​ไปบนเกาะกุระนั่นเอง !

เจ้าพ่อบางมะขามถึง​กับเข่าทรุด ​เขาคุกเข่าลงข้างๆ​หีบสมบัติเอื้อมมือกอบ​เอาหินขึ้น​โปรยลงบนพื้นเหมือนคนใจลอย ​เขาคุ้ยแล้ว​ก็กอบ​เอาก้อนกรวดก้อนหินหลากสีเหล่านั้น​โปรยลงบนพื้นเหมือนคนบ้าคลั่ง จนกระทั่งภายในหีบเหลือ​แต่​ความว่างเปล่า !

​ที่พื้นหีบด้านใน ​เมื่อโกย​เอาก้อนกรวด​และก้อนหินออกจนหมดแล้ว​ก็ปรากฏตัวหนังสือเขียนด้วยสีดำเห็น​ได้อย่างชัดเจนว่า

ปลายเส้นขนาน !

"นี่มันอะไร​กันวะ ?" โกหลกรำพึงออกมาดังๆ​

"เปิดให้หมดทุกหีบโว้ย ไอ้เบิ้ม !"

นายดิลกตะโกนสั่งลูกน้องด้วย​ความหวังสุดท้ายว่าหีบ​ที่เหลือ​ทั้งหมด
อีกเก้าใบ​จะเต็ม​ไปด้วยสมบัติอันมีค่ามหาศาลสมคำเล่าลือ

เบิ้มสะเดาะกุญแจหีบสมบัติ​ที่มีลวดลายสลักสวยงามออกหมด​ทั้งเก้าดอก วางเรียงกันไว้ก่อน​ที่​จะเปิดหีบสมบัติทีเดียว​ทั้งเก้าใบ​พร้อมกัน

สิ่ง​ที่ปรากฏเบื้องหน้าทำ​เอาเจ้าพ่อบางมะขามคลุ้มคลั่งด้วยหัวใจแตกสลาย !

ทุกหีบเต็ม​ไปด้วยก้อนกรวดก้อนหินเหมือนกันหมด !

เหมือน​แม้กระทั่งข้อ​ความบนพื้นหีบด้านใน !

​ซึ่งข้อ​ความนี้​เป็นเสมือนปริศนา ?

ปลายเส้นขนาน !

สิ่ง​ที่โกหลกคิด​ได้เพียงอย่างเดียวขณะนั้น​​คือปลายเส้นขนานนั้น​ก็​คือปลายสุดของเส้นขนานรีสอร์ตแห่งเกาะขนานนั่นเอง !

"ตามพวกมัน​ไปเกาะขนาน ก่อน​ที่พวกมัน​จะทัน​ได้ตั้งตัว !"

เรือตังเกโชคโอฬารจึงครางกระหึ่มอีกครั้งมุ่งตรงสู่จุดหมายปลายทาง ณ เกาะขนานในเพลานั้น​เอง


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2191 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน เปิดหีบสมบัติ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11562 ], [83.180.97.207]
เมื่อวันที่ : ๑๗ พ.ค. ๒๕๕๐, ๑๘.๕๕ น.

ตามมาให้​​กำลังใจลุงปิงผู้ประพันธ์ค่ะ​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กาบแก้ว [C-11579 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๐, ๐๒.๔๘ น.

ขอบคุณมากครับ​​คุณรจนา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น